Share

หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว
หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว
Penulis: มู่หือ

บทที่ 1

Penulis: มู่หือ
“ผ่าตัดพรุ่งนี้เลยเหรอ ด่วนขนาดนี้เชียว”

หมอเจ้าของไข้ยื่นเวชระเบียนให้ฉัน น้ำเสียงแฝงความสงสัย

“หมอฟู่จะกลับจากทำงานต่างเมืองแล้ว คุณรอเขากลับมาอยู่เป็นเพื่อนดีกว่าไหม...”

ฉันเอ่ยแทรกเบา ๆ “เรื่องของฉัน ฉันจัดการเองได้ค่ะ”

หมอมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

เพราะฉันขึ้นชื่อเรื่องความสำออยประจำโรงพยาบาลแห่งนี้ ต่อให้เป็นแค่อาการปวดหัวตัวร้อนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องคอยตามตอแยให้ฟู่เหนียนอยู่เป็นเพื่อนเสมอ

ทว่าพอเดินพ้นประตูห้องตรวจ

ฉันก็บังเอิญเจอกับร่างที่คุ้นตา

ฟู่เหนียนใช้มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทาง เหมือนเพิ่งลงเครื่องแล้วรีบตรงดิ่งมาที่โรงพยาบาล

หยางฉิงยังคงเดินตามติดเขาเหมือนเช่นเคย บนตัวเธอคลุมด้วยเสื้อโค้ตผ้าแคชเมียร์สีดำ ซึ่งเป็นของขวัญครบรอบสามปีที่ฉันซื้อให้ฟู่เหนียน

ฟู่เหนียนขมวดคิ้ว

“คุณมาทำอะไรที่นี่...ป่วยอีกแล้วเหรอ”

อีกแล้ว...

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญที่คุ้นเคย ราวกับว่าฉันเป็นตัวปัญหาที่ต้องรีบจัดการให้พ้น ๆ ไป

เขาฉวยเวชระเบียนไปกวาดตามองครู่หนึ่ง แล้วออกคำสั่ง

“พรุ่งนี้ผมมีธุระ”

“คุณเลื่อนเวลาผ่าตัดไปเป็นสัปดาห์หน้าเถอะ เดี๋ยวผมมาอยู่เป็นเพื่อน”

ฉันโพล่งออกไปตามสัญชาตญาณ

“ฉันจัดการเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณดีกว่า ขอบคุณนะคะ”

ความเกรงใจที่ดูห่างเหินจนเกินเหตุทำให้ฟู่เหนียนชะงักไป

เพราะถ้าเป็นฉันเมื่อก่อน

แค่ปลายนิ้วโดนกระดาษบาดก็ยังต้องไปร้องไห้ออดอ้อนเขา

จะใส่เสื้อผ้าชุดไหนในแต่ละวันก็ต้องส่งข้อความถล่มทลายไปให้เขาช่วยเลือก

ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างอาหารการกินทั้งสามมื้อ

ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างการตัดสินใจในชีวิต

ฉันล้วนต้องปรึกษาฟู่เหนียนทุกเรื่อง

แต่ตอนนี้กลับมาผ่าตัดคนเดียวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

หากไม่บังเอิญมาเจอกัน คนเป็นแฟนอย่างเขาคงไม่มีทางรู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ

ฉันคว้าเวชระเบียนกลับคืนมา แต่ดันเผลอไปปัดกล่องยาในมือฟู่เหนียนหล่นพื้น

ชื่อยาปรากฏชัดเจนแก่สายตา มันคือ...ยาคุมกำเนิด

“คุณอย่าเข้าใจผิด”

ฟู่เหนียนก้มลงเก็บ น้ำเสียงแฝงความห่างเหินราวกับกำลังจัดการเรื่องงาน

“หยางฉิงปวดท้องประจำเดือนหนักมาก นี่เป็นยาที่ใช้บรรเทาอาการบ่อย ๆ ”

หยางฉิงกระชับเสื้อโค้ตให้แน่นขึ้น พร้อมอธิบายอย่างลุกลี้ลุกลนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ขอโทษค่ะพี่หว่าน ตอนแรกหมอฟู่จะกลับบ้านแล้ว ผิดที่ฉันไม่เอาไหนเอง ปวดจนยืนไม่ไหวก็เลยต้องรบกวนให้เขามารับยาเป็นเพื่อน”

เธอทิ้งช่วงครู่หนึ่ง...ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงความอิจฉาจากใจจริง

“ถ้าฉันเก่งและพึ่งพาตัวเองได้อย่างพี่ถังหว่านก็คงดี หมอฟู่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งวุ่นจัดการโน่นนี่ให้ฉัน”

มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันปวดท้อง เลยถามฟู่เหนียนว่าควรไปตรวจแผนกไหนดี

รองหัวหน้าแผนกประสาทวิทยาที่อายุน้อยที่สุดในโรงพยาบาลระดับสามเอพูดว่ายังไงน่ะเหรอ

เขาบอกว่า ไม่รู้สิ

พอฉันบ่นว่าเขาตอบส่ง ๆ เขากลับบีบนวดหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อยล้า มองฉันราวกับเด็กที่ก่อเรื่องวุ่นวาย

“เรื่องเล็กแค่นี้คุณลองหาข้อมูลเองไม่ได้หรือไง”

“คุณโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หัดพึ่งพาตัวเองบ้างได้ไหม อย่าทำตัวเป็นเด็กโข่งเอาแต่พึ่งผมตลอด”

“ผมไม่ใช่พ่อแม่คุณนะ ไม่มีหน้าที่ต้องมาคอยสอนเรื่องความรู้รอบตัวพวกนี้ให้คุณ”

น่าขำสิ้นดี ทีกับแฟนตัวเองล่ะประหยัดคำพูดแทบตาย แต่กับรุ่นน้องกลับพามาหาหมอรับยาด้วยตัวเอง

คนที่ไม่รู้คงนึกว่าหยางฉิงต่างหากที่เป็นแฟนของเขา

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงอดโมโหไม่ได้ และต้องโวยวายขึ้นมาตรงนั้นแน่ ๆ

แต่ตอนนี้ฉันกลับแค่ตอบรับสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 10

    พอกินข้าวเสร็จ เขาก็ไม่เคยคิดจะบอกฉันก่อนหรือถามไถ่ว่าฉันทำอะไรอยู่ตอนนั้นฉันไม่ได้เก็บมาคิดเล็กคิดน้อย เลยคุยกับเขาต่อไปจนกระทั่งต่อมา ฟู่เหนียนก็เริ่มไม่ตอบข้อความพอฉันเซ้าซี้ถาม เขาก็จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “คุณไม่มีเรื่องของตัวเองให้ทำหรือไง”……แม้จะเลยวัยที่ต้องมานั่งคิดมากกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการตอบแชตเร็วไปนานแล้วก็ตามแต่พอได้เห็นคำอธิบายของหลินเฉียว ในใจลึก ๆ กลับรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ฉันก็ยังคงตอบกลับไปตามมารยาทว่า[ไม่เป็นไรค่ะ คุณทำงานไปเถอะ ไม่ต้องตอบข้อความฉันหรอก]ทว่าด้านบนของหน้าต่างแชตกลับเปลี่ยนเป็นสถานะ ‘อีกฝ่ายกำลังพิมพ์...’ ทันทีผ่านไปเนิ่นนานข้อความยาวเหยียดก็ถูกส่งเข้ามา[ทหารช่วงสงครามโลกครั้งที่สองยังมีเวลาเขียนจดหมายรักหาคนรัก นักพากย์โอลิมปิกยังโทรหาแฟนตอนพักครึ่ง นักดนตรีเล่นคอนเสิร์ตอยู่ยังหยุดเล่นเพื่อตอบแชตแฟน][เมื่อเทียบกันแล้ว คนธรรมดาอย่างผม ต่อให้ยุ่งแค่ไหน ก็ยังพอจะปลีกเวลามาตอบข้อความได้อยู่ดี][เพราะงั้น คุณยินดีจะให้ผมเป็นแฟนคุณไหมครับ]ฉันจงใจเลิกงานก่อนเวลาเพื่อหลบหน้าหลินเฉียวคิดไม่ถึงว่าถึงจะหลบเข

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 9

    หยางฉิงมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอเดินเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้ม“เธอไปหาหมอเวรหรืออาจารย์หมอเถอะ ต่อไปไม่ต้องมาหาฉันอีกแล้ว”หยางฉิงชะงักไป รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลง ก่อนจะหันมามองฉันราวกับขอความช่วยเหลือ“พี่ถังหว่านคะ ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ พี่อย่าทำให้หมอฟู่ลำบากใจได้ไหมคะ”ฉันยิ้มบาง ๆ“เราเลิกกันแล้ว เรื่องของพวกเธอไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”แววตาของหยางฉิงทอประกายวาบขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด แต่น้ำเสียงกลับเจือเสียงสะอื้น“พวกพี่อย่าทะเลาะกันเพราะฉันเลยได้ไหมคะ ไม่งั้นฉันคงรู้สึกผิดแย่เลย...”ฟู่เหนียนพูดแทรกด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ตำราเรียนเล่มเดียวกัน ทำไมคนอื่นถึงเข้าใจ มีแต่เธอที่ไม่เข้าใจหรือไง”“ถ้าแม้แต่ปัญหาพื้นฐานแค่นี้ยังไม่เข้าใจ ก็แสดงว่าเธอไม่เหมาะกับวงการแพทย์หรอก รีบเปลี่ยนสายงานซะตั้งแต่เนิ่น ๆ เถอะ”ขอบตาของหยางฉิงแดงระเรื่อเธอแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า นี่คือคำพูดจากคนที่เคยใจเย็นกับเธอมาตลอด“ฉันก็แค่กลัวพลาด เลยอยากถามให้แน่ใจ...”ฟู่เหนียนพูดตัดบทอีกครั้ง“ที่นี่คือโรงพยาบาล ไม่ใช่ที่เรียนพิเศษของเธอ ฉันเป็นหมอ ไม่ใช่ติวเตอร์ส่วนตัวของเธอนะ”“เ

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 8

    “ความรู้สึกอยากแชร์เรื่องราวคือความโรแมนติกขั้นสูงสุด ผมหวังว่าคุณจะเต็มใจแชร์ทุกเรื่องให้ผมฟัง ไม่ต้องเก็บไว้แบกรับคนเดียว ทุกครั้งที่เสียงข้อความมือถือดังขึ้น ผมหวังเสมอว่าจะเป็นคุณ”เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั้งงานท่ามกลางผู้คนมากมาย ฉันมองเห็นฟู่เหนียนได้ตั้งแต่แวบแรกเขายืนพิงกรอบประตู เหม่อมองเจ้าบ่าวที่กำลังกล่าวคำสาบานจากนั้นราวกับมีอะไรดลใจ สายตาของเขาก็สบเข้ากับฉันจากที่ไกล ๆ เหมือนตอนเจอกันครั้งแรกสมัยมัธยมปลายในพิธีปฐมนิเทศ เขาก็หันกลับมามองท่ามกลางฝูงชน จนสบตาเข้ากับฉันแบบนี้แหละแต่ฉันไม่มีความรู้สึกใจเต้นแรงเหมือนตอนนั้นอีกแล้วเหลือเพียงความสงบนิ่ง ไร้ซึ่งอารมณ์อื่นใดเจือปนหลังพิธีจบลง ฉันก็ไปเปลี่ยนชุดที่หลังเวทีเพื่อเตรียมกินเลี้ยงแต่ปรากฏว่าการจัดที่นั่งดันเกิดข้อผิดพลาดกะทันหัน ฉันเลยถูกจัดให้นั่งโต๊ะเด็กเด็กโปรยดอกไม้จูงมือฉันเดินไปที่โต๊ะ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“หม่าม้าหนูบอกว่าผู้ใหญ่ที่ถูกจัดให้นั่งตรงนี้เป็นคนโสดทั้งนั้นแหละค่ะ”“นั่นไงคะ คนนั้นคือคุณอาของหนูเอง พวกพี่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความโสดกันได้เลยนะคะ”ท่ามกลางเด็ก ๆ ที่นั่งกันเต

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 7

    ฉันกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันทีขณะกำลังเตรียมเรียบเรียงคำพูดอย่างรัดกุมเพื่ออธิบายว่าไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงเขาเลยหลินเฉียวก็ส่งข้อความมาอีก[บอกใบ้ผมเหรอ]วินาทีต่อมา เขาก็ส่งอะไรบางอย่างสีเหลืองอร่ามมาให้ยอดโอนเงินห้าหลัก!จักรพรรดิน้อย: [ไม่ได้ส่งผิด][สุดสัปดาห์นี้ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อย][ลูกพี่ลูกน้องของหลานสาวปู่เล็กผมจะแต่งงาน][คนที่บ้านคงจะเร่งให้ผมแต่งงาน น่ารำคาญ คุณโสดใช่ไหม นี่ค่าทำโอที]งานแต่งของเสี่ยวชิวก็จัดวันเสาร์เหมือนกัน...มิตรภาพของฉันกับเสี่ยวชิวกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!ฉันจ้องมองเลขศูนย์ยาวเหยียดเหล่านั้น ในใจเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดสุดท้ายฉันก็ทนต่อบททดสอบของระบบทุนนิยมได้ ด้วยมโนสำนึก ฉันกลั้นใจใช้นิ้วที่สั่นเทาพิมพ์ตอบกลับไปว่า“ขอบคุณค่ะประธานหลิน แต่วันเสาร์เพื่อนสนิทที่สุดของฉันจะแต่งงาน ฉันจำเป็นต้องไปร่วมงานค่ะ”ในชั่วอึดใจที่ส่งข้อความสำเร็จฉันราวกับได้ยินเสียงเงินบินหนีไปพร้อมกับเสียงเพลงมิตรภาพนิรันดร์ที่ดังแว่วขึ้นมาอย่างโหยหวนทว่าในวันงานแต่ง ฉันกลับได้พบกับคนที่ไม่คาดคิดนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีห้า

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 6

    ฉันถามกลับอย่างสงบนิ่ง“เรื่องเล็กแค่นี้ จำเป็นต้องเอามาปรึกษาด้วยหรือไง”ฟู่เหนียนถึงกับสะอึก ประโยคที่เขาเคยใช้ปัดรำคาญฉันนับครั้งไม่ถ้วน ถูกส่งคืนกลับไปให้เขาทั้งหมดโดยไม่ตกหล่นเขาลดเสียงให้อ่อนลง ราวกับจะง้อ“มะรืนนี้มีนัดกินข้าวกับเพื่อน ต้องพาแฟนไปด้วย ก่อนหน้านี้คุณก็อยากรู้จักเพื่อนผมมาตลอดไม่ใช่เหรอ”“ไม่ว่างค่ะ”ก่อนหน้านี้ฉันอยากเข้าไปอยู่ในสังคมของเขา แต่เขากลับรำคาญที่ฉันทำตัวติดแจ แล้วอ้างว่าอยากมีพื้นที่ส่วนตัวพอฉันจะไป เขากลับเป็นฝ่ายเปิดประตูรับเองซะงั้นฟู่เหนียนเหมือนจะคิดไม่ถึงว่าฉันจะปฏิเสธจึงชะงักไปครู่หนึ่ง“ทำไมคุณถึงอยู่กับเสี่ยวชิวทุกวันเลย คนที่คบกันอยู่คือคุณกับผมนะ”“คุณอยากไปเที่ยว เดินช็อปปิ้ง หรือดูหนัง ผมก็ไปเป็นเพื่อนคุณได้ ไม่เห็นต้องไปหาเธอตลอดเลย”ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยรบเร้าให้เขาไปทำกิจกรรมคู่รักด้วยกันแต่ฟู่เหนียนก็มักจะบอกว่าตัวเองยุ่งมาก ให้รอไปก่อนแต่จนสถานที่เที่ยวถูกไฟไหม้ไปแล้ว เสื้อผ้าก็ขายจนขาดตลาด หรือแม้แต่หนังออกจากโรงไปแล้ว เขาก็ยังหาเวลาว่างไม่ได้อยู่ดีฉันไม่อยากขุดเรื่องเก่า ๆ พวกนี้ขึ้นมาทะเลาะกับเขาเลยตัดสินใจพูด

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 5

    ทว่าขั้นตอนการรายงานตัวเข้าทำงานที่บริษัทใหม่กลับไม่ค่อยราบรื่นนักเริ่มจากรายชื่อพนักงานใหม่ดันไม่มีชื่อของฉันอยู่เพียงคนเดียว ทำให้การเดินเรื่องเอกสารติดขัดไปหมดตามมาด้วยการถูกผู้อำนวยการโยนโปรเจกต์ชายขอบมาให้ พร้อมกำหนด KPI ที่ไม่มีทางทำได้จริงไม่กี่วันต่อมา ฉันก็พอจะจับต้นชนปลายสถานการณ์ได้หัวหน้าแผนกในนามคือลูกชายประธานบริษัทที่ถูกส่งตัวลงมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ หรือที่ใคร ๆ ต่างก็เรียกกันว่า ‘จักรพรรดิน้อย’แต่ผู้ที่กุมอำนาจอย่างแท้จริงกลับเป็นผู้อำนวยการที่ฝังรากลึกมานาน ซึ่งถูกเรียกขานลับหลังว่า ‘ผู้สำเร็จราชการ’ทั้งสองคนดูเหมือนจะปรองดองกันดีเมื่ออยู่ต่อหน้า แต่ลับหลังกลับชิงดีชิงเด่นกันอย่างดุเดือดตำแหน่งของฉันเดิมทีต้องขึ้นตรงกับจักรพรรดิน้อย ฉันจึงถูกบีบให้เลือกข้างโดยไม่รู้ตัวและนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ขั้นตอนการอนุมัติติดแหง็กอยู่ที่แผนกข้าง ๆ พอทักไปอีกฝ่ายก็อ่านแล้วไม่ตอบฉันกดเปิดหน้าต่างแชตที่ปักหมุดไว้นิ้วมือดันไวกว่าสมอง สติกเกอร์ [แมวร้องไห้] ถูกส่งออกไปเรียบร้อยแล้วเพิ่งจะเตรียมพิมพ์ระบายความอัดอั้นกับเสี่ยวชิวชุดใหญ่อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาในเสี้ยววินาท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status