Partager

บทที่ 3

Auteur: มู่หือ
ทันทีที่เปิดประตู คำพูดของฉันก็ชะงักไป

ชุดเครื่องนอนใหม่เอี่ยมที่ฉันตั้งใจเตรียมไว้ถูกขยำกองทิ้งไว้บนพื้นอย่างไม่ไยดี

ภายในห้องนอนแขกเต็มไปด้วยข้าวของแปลกตา มีตุ๊กตาหมีตัวสูงครึ่งคนนอนแผ่หราอยู่บนเตียง

ราวกับจงใจประกาศความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง

เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง

พร้อมกับเสียงหัวเราะใสที่แว่วมา

“หมอฟู่ ขอบคุณที่ไปกินข้าวร้านนั้นเป็นเพื่อนฉันนะคะ อร่อยมากจริง ๆ”

“อารมณ์เสียเรื่องที่ถูกรูมเมตแบนหายไปเพราะของหวานเลยค่ะ”

ฟู่เหนียนเห็นฉันเข้าก็อธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“หยางฉิงทะเลาะกับรูมเมตเลยอยู่หอไม่ได้ เธอตั้งใจจะย้ายออกมาอยู่ข้างนอก”

“แต่ยังหาบ้านไม่ได้ก็เลยมาพักที่ห้องนอนแขกชั่วคราว”

ฉันแค่นหัวเราะ

“ฟู่เหนียน ฉันบอกคุณล่วงหน้าเป็นอาทิตย์แล้วนะว่าเสี่ยวชิวจะมาพักที่นี่”

ฟู่เหนียนชะงักไป

สีหน้าของเขาในชั่วอึดใจนั้นเป็นคำตอบได้ดีทุกอย่าง

เขาลืมไปแล้ว

ตอนที่ฉันถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญใจ

“เรื่องเล็กแค่นี้คุณตัดสินใจเองก็พอ ไม่ต้องมาถามผมทุกเรื่องได้ไหม น่ารำคาญ”

ฟู่เหนียนเม้มปาก น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “ขอโทษที...”

เขายกถุงขนมหวานในมือขึ้น น้ำเสียงดูนุ่มนวลขึ้น

ราวกับกำลังง้อเด็กที่กำลังงอแง

“ร้านที่ไปวันนี้เป็นแนวที่คุณน่าจะชอบ สุดสัปดาห์นี้ผมพาคุณไปนะ”

ฉันเหลือบมองโลโก้บนถุงกระดาษ

มันคือร้านที่ฉันเคยรบเร้าให้ฟู่เหนียนพาไปกินอยู่หลายครั้ง

แต่เขาเอาแต่อ้างว่างานยุ่งจนไม่มีเวลาพาฉันไป

ฉันรับถุงใบนั้นมาแล้วโยนทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี

ฟู่เหนียนที่เพิ่งจะโล่งใจก็ถึงกับชะงักค้างไปอีกรอบ

หยางฉิงรีบแทรกตัวเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“พี่ถังหว่าน โทษฉันเองค่ะ ฉันนอนเบียดกับเพื่อนพี่ก็ได้ ฉันไม่ถือหรอกค่ะ”

ฉันแค่นหัวเราะ ก่อนจะคว้าผ้าปูเตียงกับตุ๊กตาหมีของหยางฉิงแล้วเตะออกไปกองตรงโถงทางเดิน

หยางฉิงหน้าเหวอ นัยน์ตารื้นไปด้วยหยาดน้ำตา

“พี่ถังหว่าน ของพวกนั้นฉันต้องใช้คืนนี้นะคะ พี่โยนทิ้งแล้วฉันจะทำยังไงล่ะ”

ฉันปรายตามองไปทางห้องนอนใหญ่แล้วยิ้มตอบ

“เธอไปนอนเบียดกับฟู่เหนียนสิ ฉันไม่ถือ”

หยางฉิงหน้าแดงก่ำ

“พี่ถังหว่าน พี่ไม่ต้อนรับฉันก็บอกกันตรง ๆ สิคะ ทำไมต้องหยามเกียรติกันขนาดนี้ด้วย”

เธอทำตัวราวกับถูกรังแกอย่างหนัก ขอบตาแดงก่ำแล้วหันหลังวิ่งเตลิดออกไป

แต่ฟู่เหนียนกลับไม่ได้วิ่งตามไป เขาเพียงแค่ขมวดคิ้วมองหน้าฉัน

“ถังหว่าน ปกติเธอก็เป็นคนซุ่มซ่ามแถมยังทำตัวเป็นเด็กไปหน่อย ไม่ได้ตั้งใจทำข้าวของของคุณเละเทะหรอกนะ”

“ถ้าคุณไม่อยากให้เธอพักที่นี่ก็บอกกันตรง ๆ ได้ ผมจองโรงแรมให้เธอได้ ไม่เห็นต้องจงใจหาเรื่องเธอสองครั้งติดแบบนี้เลย”

ฉันหุบยิ้มลงทันที

“นี่มันบ้านของเรานะ คุณพาคนนอกเข้ามาอยู่จะไม่ปรึกษาฉันหน่อยเหรอ”

ฟู่เหนียนขมวดคิ้วมุ่นกว่าเดิม ราวกับมองว่าฉันกำลังงี่เง่าไร้เหตุผล

“หยางฉิงถูกเพื่อนที่มหาลัยแบนมา สภาพจิตใจเธอกำลังแย่มาก ผมนึกว่าอย่างน้อยคุณจะมีความเห็นอกเห็นใจบ้าง แต่ปฏิกิริยาแรกของคุณกลับเป็นการมาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องที่ผมไม่ได้ปรึกษาคุณเนี่ยนะ”

“อีกอย่างเธอแค่มาพักชั่วคราวสองวัน เรื่องฉุกเฉินเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้จำเป็นต้องเอามาปรึกษาด้วยหรือไง”

“ก็เหมือนกับที่เสี่ยวชิวจะมาพักช่วงนี้ คุณเองก็ไม่ต้องมาปรึกษาผมเหมือนกัน”

ถ้าเป็นฉันเมื่อก่อน พอได้ยินคำพูดพวกนี้คงวู่วามเรียกเพื่อนผู้ชายมาค้างคืนนั้นเลย เพื่อดูว่าฟู่เหนียนจะมีปฏิกิริยายังไง

แต่ตอนนี้ฉันกลับทำเพียงพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง

“คุณพูดถูก ไม่เห็นจำเป็นต้องปรึกษาจริง ๆ นั่นแหละ”

ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดูบ้าง

งั้นเรื่องที่ฉันจะย้ายออกจากเมืองนี้และเลิกกับฟู่เหนียน ก็คงไม่ต้องปรึกษาเขาแล้วเหมือนกัน

“คุณไปจองโรงแรมให้หยางฉิงเถอะ”

ฉันเปิดประตูให้ฟู่เหนียนอย่างเอาใจใส่ จากนั้นก็กางกระเป๋าเดินทางออกเพื่อเก็บเสื้อผ้า

แต่เหมือนเขาจะไม่สบอารมณ์กับปฏิกิริยาของฉันนัก จึงคว้าข้อมือฉันไว้แน่น

“เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จองเองได้”

“ส่วนคุณ จู่ ๆ มาเก็บกระเป๋าทำไม คุณจะไปไหน”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 10

    พอกินข้าวเสร็จ เขาก็ไม่เคยคิดจะบอกฉันก่อนหรือถามไถ่ว่าฉันทำอะไรอยู่ตอนนั้นฉันไม่ได้เก็บมาคิดเล็กคิดน้อย เลยคุยกับเขาต่อไปจนกระทั่งต่อมา ฟู่เหนียนก็เริ่มไม่ตอบข้อความพอฉันเซ้าซี้ถาม เขาก็จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “คุณไม่มีเรื่องของตัวเองให้ทำหรือไง”……แม้จะเลยวัยที่ต้องมานั่งคิดมากกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการตอบแชตเร็วไปนานแล้วก็ตามแต่พอได้เห็นคำอธิบายของหลินเฉียว ในใจลึก ๆ กลับรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ฉันก็ยังคงตอบกลับไปตามมารยาทว่า[ไม่เป็นไรค่ะ คุณทำงานไปเถอะ ไม่ต้องตอบข้อความฉันหรอก]ทว่าด้านบนของหน้าต่างแชตกลับเปลี่ยนเป็นสถานะ ‘อีกฝ่ายกำลังพิมพ์...’ ทันทีผ่านไปเนิ่นนานข้อความยาวเหยียดก็ถูกส่งเข้ามา[ทหารช่วงสงครามโลกครั้งที่สองยังมีเวลาเขียนจดหมายรักหาคนรัก นักพากย์โอลิมปิกยังโทรหาแฟนตอนพักครึ่ง นักดนตรีเล่นคอนเสิร์ตอยู่ยังหยุดเล่นเพื่อตอบแชตแฟน][เมื่อเทียบกันแล้ว คนธรรมดาอย่างผม ต่อให้ยุ่งแค่ไหน ก็ยังพอจะปลีกเวลามาตอบข้อความได้อยู่ดี][เพราะงั้น คุณยินดีจะให้ผมเป็นแฟนคุณไหมครับ]ฉันจงใจเลิกงานก่อนเวลาเพื่อหลบหน้าหลินเฉียวคิดไม่ถึงว่าถึงจะหลบเข

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 9

    หยางฉิงมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอเดินเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้ม“เธอไปหาหมอเวรหรืออาจารย์หมอเถอะ ต่อไปไม่ต้องมาหาฉันอีกแล้ว”หยางฉิงชะงักไป รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลง ก่อนจะหันมามองฉันราวกับขอความช่วยเหลือ“พี่ถังหว่านคะ ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ พี่อย่าทำให้หมอฟู่ลำบากใจได้ไหมคะ”ฉันยิ้มบาง ๆ“เราเลิกกันแล้ว เรื่องของพวกเธอไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”แววตาของหยางฉิงทอประกายวาบขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด แต่น้ำเสียงกลับเจือเสียงสะอื้น“พวกพี่อย่าทะเลาะกันเพราะฉันเลยได้ไหมคะ ไม่งั้นฉันคงรู้สึกผิดแย่เลย...”ฟู่เหนียนพูดแทรกด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ตำราเรียนเล่มเดียวกัน ทำไมคนอื่นถึงเข้าใจ มีแต่เธอที่ไม่เข้าใจหรือไง”“ถ้าแม้แต่ปัญหาพื้นฐานแค่นี้ยังไม่เข้าใจ ก็แสดงว่าเธอไม่เหมาะกับวงการแพทย์หรอก รีบเปลี่ยนสายงานซะตั้งแต่เนิ่น ๆ เถอะ”ขอบตาของหยางฉิงแดงระเรื่อเธอแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า นี่คือคำพูดจากคนที่เคยใจเย็นกับเธอมาตลอด“ฉันก็แค่กลัวพลาด เลยอยากถามให้แน่ใจ...”ฟู่เหนียนพูดตัดบทอีกครั้ง“ที่นี่คือโรงพยาบาล ไม่ใช่ที่เรียนพิเศษของเธอ ฉันเป็นหมอ ไม่ใช่ติวเตอร์ส่วนตัวของเธอนะ”“เ

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 8

    “ความรู้สึกอยากแชร์เรื่องราวคือความโรแมนติกขั้นสูงสุด ผมหวังว่าคุณจะเต็มใจแชร์ทุกเรื่องให้ผมฟัง ไม่ต้องเก็บไว้แบกรับคนเดียว ทุกครั้งที่เสียงข้อความมือถือดังขึ้น ผมหวังเสมอว่าจะเป็นคุณ”เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั้งงานท่ามกลางผู้คนมากมาย ฉันมองเห็นฟู่เหนียนได้ตั้งแต่แวบแรกเขายืนพิงกรอบประตู เหม่อมองเจ้าบ่าวที่กำลังกล่าวคำสาบานจากนั้นราวกับมีอะไรดลใจ สายตาของเขาก็สบเข้ากับฉันจากที่ไกล ๆ เหมือนตอนเจอกันครั้งแรกสมัยมัธยมปลายในพิธีปฐมนิเทศ เขาก็หันกลับมามองท่ามกลางฝูงชน จนสบตาเข้ากับฉันแบบนี้แหละแต่ฉันไม่มีความรู้สึกใจเต้นแรงเหมือนตอนนั้นอีกแล้วเหลือเพียงความสงบนิ่ง ไร้ซึ่งอารมณ์อื่นใดเจือปนหลังพิธีจบลง ฉันก็ไปเปลี่ยนชุดที่หลังเวทีเพื่อเตรียมกินเลี้ยงแต่ปรากฏว่าการจัดที่นั่งดันเกิดข้อผิดพลาดกะทันหัน ฉันเลยถูกจัดให้นั่งโต๊ะเด็กเด็กโปรยดอกไม้จูงมือฉันเดินไปที่โต๊ะ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“หม่าม้าหนูบอกว่าผู้ใหญ่ที่ถูกจัดให้นั่งตรงนี้เป็นคนโสดทั้งนั้นแหละค่ะ”“นั่นไงคะ คนนั้นคือคุณอาของหนูเอง พวกพี่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความโสดกันได้เลยนะคะ”ท่ามกลางเด็ก ๆ ที่นั่งกันเต

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 7

    ฉันกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันทีขณะกำลังเตรียมเรียบเรียงคำพูดอย่างรัดกุมเพื่ออธิบายว่าไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงเขาเลยหลินเฉียวก็ส่งข้อความมาอีก[บอกใบ้ผมเหรอ]วินาทีต่อมา เขาก็ส่งอะไรบางอย่างสีเหลืองอร่ามมาให้ยอดโอนเงินห้าหลัก!จักรพรรดิน้อย: [ไม่ได้ส่งผิด][สุดสัปดาห์นี้ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อย][ลูกพี่ลูกน้องของหลานสาวปู่เล็กผมจะแต่งงาน][คนที่บ้านคงจะเร่งให้ผมแต่งงาน น่ารำคาญ คุณโสดใช่ไหม นี่ค่าทำโอที]งานแต่งของเสี่ยวชิวก็จัดวันเสาร์เหมือนกัน...มิตรภาพของฉันกับเสี่ยวชิวกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!ฉันจ้องมองเลขศูนย์ยาวเหยียดเหล่านั้น ในใจเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดสุดท้ายฉันก็ทนต่อบททดสอบของระบบทุนนิยมได้ ด้วยมโนสำนึก ฉันกลั้นใจใช้นิ้วที่สั่นเทาพิมพ์ตอบกลับไปว่า“ขอบคุณค่ะประธานหลิน แต่วันเสาร์เพื่อนสนิทที่สุดของฉันจะแต่งงาน ฉันจำเป็นต้องไปร่วมงานค่ะ”ในชั่วอึดใจที่ส่งข้อความสำเร็จฉันราวกับได้ยินเสียงเงินบินหนีไปพร้อมกับเสียงเพลงมิตรภาพนิรันดร์ที่ดังแว่วขึ้นมาอย่างโหยหวนทว่าในวันงานแต่ง ฉันกลับได้พบกับคนที่ไม่คาดคิดนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีห้า

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 6

    ฉันถามกลับอย่างสงบนิ่ง“เรื่องเล็กแค่นี้ จำเป็นต้องเอามาปรึกษาด้วยหรือไง”ฟู่เหนียนถึงกับสะอึก ประโยคที่เขาเคยใช้ปัดรำคาญฉันนับครั้งไม่ถ้วน ถูกส่งคืนกลับไปให้เขาทั้งหมดโดยไม่ตกหล่นเขาลดเสียงให้อ่อนลง ราวกับจะง้อ“มะรืนนี้มีนัดกินข้าวกับเพื่อน ต้องพาแฟนไปด้วย ก่อนหน้านี้คุณก็อยากรู้จักเพื่อนผมมาตลอดไม่ใช่เหรอ”“ไม่ว่างค่ะ”ก่อนหน้านี้ฉันอยากเข้าไปอยู่ในสังคมของเขา แต่เขากลับรำคาญที่ฉันทำตัวติดแจ แล้วอ้างว่าอยากมีพื้นที่ส่วนตัวพอฉันจะไป เขากลับเป็นฝ่ายเปิดประตูรับเองซะงั้นฟู่เหนียนเหมือนจะคิดไม่ถึงว่าฉันจะปฏิเสธจึงชะงักไปครู่หนึ่ง“ทำไมคุณถึงอยู่กับเสี่ยวชิวทุกวันเลย คนที่คบกันอยู่คือคุณกับผมนะ”“คุณอยากไปเที่ยว เดินช็อปปิ้ง หรือดูหนัง ผมก็ไปเป็นเพื่อนคุณได้ ไม่เห็นต้องไปหาเธอตลอดเลย”ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยรบเร้าให้เขาไปทำกิจกรรมคู่รักด้วยกันแต่ฟู่เหนียนก็มักจะบอกว่าตัวเองยุ่งมาก ให้รอไปก่อนแต่จนสถานที่เที่ยวถูกไฟไหม้ไปแล้ว เสื้อผ้าก็ขายจนขาดตลาด หรือแม้แต่หนังออกจากโรงไปแล้ว เขาก็ยังหาเวลาว่างไม่ได้อยู่ดีฉันไม่อยากขุดเรื่องเก่า ๆ พวกนี้ขึ้นมาทะเลาะกับเขาเลยตัดสินใจพูด

  • หมอฟู่ ฉันไม่ต้องการคุณแล้ว   บทที่ 5

    ทว่าขั้นตอนการรายงานตัวเข้าทำงานที่บริษัทใหม่กลับไม่ค่อยราบรื่นนักเริ่มจากรายชื่อพนักงานใหม่ดันไม่มีชื่อของฉันอยู่เพียงคนเดียว ทำให้การเดินเรื่องเอกสารติดขัดไปหมดตามมาด้วยการถูกผู้อำนวยการโยนโปรเจกต์ชายขอบมาให้ พร้อมกำหนด KPI ที่ไม่มีทางทำได้จริงไม่กี่วันต่อมา ฉันก็พอจะจับต้นชนปลายสถานการณ์ได้หัวหน้าแผนกในนามคือลูกชายประธานบริษัทที่ถูกส่งตัวลงมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ หรือที่ใคร ๆ ต่างก็เรียกกันว่า ‘จักรพรรดิน้อย’แต่ผู้ที่กุมอำนาจอย่างแท้จริงกลับเป็นผู้อำนวยการที่ฝังรากลึกมานาน ซึ่งถูกเรียกขานลับหลังว่า ‘ผู้สำเร็จราชการ’ทั้งสองคนดูเหมือนจะปรองดองกันดีเมื่ออยู่ต่อหน้า แต่ลับหลังกลับชิงดีชิงเด่นกันอย่างดุเดือดตำแหน่งของฉันเดิมทีต้องขึ้นตรงกับจักรพรรดิน้อย ฉันจึงถูกบีบให้เลือกข้างโดยไม่รู้ตัวและนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ขั้นตอนการอนุมัติติดแหง็กอยู่ที่แผนกข้าง ๆ พอทักไปอีกฝ่ายก็อ่านแล้วไม่ตอบฉันกดเปิดหน้าต่างแชตที่ปักหมุดไว้นิ้วมือดันไวกว่าสมอง สติกเกอร์ [แมวร้องไห้] ถูกส่งออกไปเรียบร้อยแล้วเพิ่งจะเตรียมพิมพ์ระบายความอัดอั้นกับเสี่ยวชิวชุดใหญ่อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาในเสี้ยววินาท

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status