"สิ่งที่ขาวโพลนไม่ใช่เส้นผมของท่าน แต่เป็นความเจ็บปวดปีแรกที่ข้าทนรับความทรมานแทนท่านต่างหาก"เฉินซื่อเหมิงจ้องมองข้า ก่อนกระแทกจอกสุราในมือลงบนโต๊ะรอยยิ้มบนใบหน้าของบุตรสาวท่านเสนาบดีเลือนหายไปเล็กน้อย "ฮูหยินท่านนี้ หากยังใช้คำพูดเหลวไหลมาปรักปรำกันอีก เกรงว่าเงินห้าสิบตำลึงก็คงให้เจ้าไม่ได้แล้ว"ข้าก้มหน้าลงขณะคลี่พันธสัญญาแลกอายุขัยกระดาษแผ่นนั้นเก่ามากแล้ว ทว่ารอยประทับโลหิตผสมชาดกลับยังคงมีสีแดงสดข้าจ้องมองตัวอักษรเหล่านั้นที่เคยอ่านมานับครั้งไม่ถ้วน ก่อนพูดด้วยเสียงราบเรียบ"หากคุณหนูอ่านไม่ออก ก็เชิญคนมาอ่านให้ฟังเถิด""เจ้าเลิกโวยวายได้แล้ว!"ในที่สุด เฉินซื่อเหมิงก็ส่งเสียงขึ้นมา "อา..."แต่เขาพูดออกมาได้เพียงคำเดียว ก็ชะงักกึก ก่อนเปลี่ยนคำพูดใหม่ "ฮูหยิน เจ้าป่วยจนเลอะเลือนแล้ว"ข้ามองหน้าเขา "เมื่อครู่ท่านเกือบเรียกข้าว่าอาหนิงแล้ว ทำไม กลัวคนอื่นรู้หรือว่าข้าคือภรรยาตัวจริงของท่าน?"เขาก้มหน้า หลบสายตา "เจ้าเดินทางเข้าเมืองหลวงมาอย่างยากลำบาก วันนี้ไม่ใช่เวลามาคุยเรื่องในครอบครัว""การยืมอายุขัยนับเป็นเรื่องในครอบครัวด้วยหรือ?"ข้าจ้องเขม็งตรงไปที่พ่อบ้าน
Leer más