Share

บทที่ 6

Penulis: ช่อดอกไม้
โลกทั้งใบเหมือนหมุนคว้าง ร่างของเธอกลิ้งตกจากบันไดอย่างแรง

ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างในพริบตา ของเหลวอุ่นๆ ไหลลงมาจากหน้าผาก พร่ามัวไปทั้งสายตา

เด็กทั้งสองยืนอยู่บนหัวบันได ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันโหดร้าย

“สมน้ำหน้า” เฟิงเยว่ตบมืออย่างสะใจ

“ก็ใครใช้ให้แม่ไม่ยอมให้พวกเรากินเค้ก” เฟิงอวี้แลบลิ้นทำหน้าล้อเลียน

เจียงจี้เยว่พยายามยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดสดไหลตามปลายคางหยดลงบนพื้น

เธอมองปีศาจตัวน้อยทั้งสองตรงหน้า ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็ไม่อาจเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับเด็กที่เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดบนเตียงคลอดเพื่อให้กำเนิดออกมาได้

ทันใดนั้น ประตูใหญ่ก็ถูกผลักเปิด

“เกิดอะไรขึ้น”

เสียงทุ้มต่ำของเฟิงหลินชวนดังขึ้น ด้านหลังเขามีเมิ่งซูหานเดินตามมา ทั้งสามคนต่างชะงักเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

“คุณพ่อ” เด็กทั้งสองเปลี่ยนสีหน้าทันที ร้องไห้แล้ววิ่งเข้าไปหา “แม่เอาเค้กไปทิ้ง ไม่ยอมให้พวกเรากิน แล้วยังบอกว่าไม่เอาพวกเราแล้ว ฮือ”

สายตาของเฟิงหลินชวนมองไปยังเค้กในถังขยะ ก่อนจะมองเจียงจี้เยว่ที่เปื้อนไปด้วยเลือด ขมวดคิ้วแน่น “เจียงจี้เยว่ ทำไมคุณต้องหาเรื่องลูกสองคนด้วย”

น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “พูดแบบนั้นกับลูกแท้ๆ ของตัวเอง คุณยังคู่ควรจะเป็นแม่อีกเหรอ”

เจียงจี้เยว่ค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นโดยอาศัยกำแพง เลือดย้อมปกเสื้อของเธอจนแดงฉาน

เธอมองเฟิงหลินชวน แล้วจู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา

“ในสายตาของคุณ ฉันเคยคู่ควรด้วยเหรอ” เสียงของเธอแหบพร่า “คุณไม่เคยมองฉันเป็นอย่างอื่น นอกจากเครื่องมือไว้สืบทอดทายาทไม่ใช่หรือ”

รูม่านตาของเฟิงหลินชวนหดลงเล็กน้อย

“ในเมื่อภรรยาที่คุณต้องการคือเมิ่งซูหาน” เจียงจี้เยว่เช็ดเลือดบนใบหน้า “ลูกทั้งสองก็อยากให้เธอเป็นแม่ งั้นฉันก็ถอยเอง ให้ครอบครัวสี่คนของพวกคุณได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา”

บรรยากาศรอบด้านแข็งค้างในทันที

สีหน้าของเฟิงหลินชวนมืดมนอย่างถึงที่สุด เขาจ้องเจียงจี้เยว่อย่างไม่วางตา ราวกับเพิ่งมองเห็นตัวตนของเธอเป็นครั้งแรก

“เจียงจี้เยว่ อย่าลืม” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเย็นชา “ตอนนั้นตระกูลเฟิงกับตระกูลเจียงแต่งงานกันเพราะผลประโยชน์ ไม่มีความรักอยู่แล้ว”

“คุณอยากให้ผมให้อะไรคุณ ความรักงั้นเหรอ” เขาหัวเราะเยาะ “ขอโทษ ผมให้ไม่ได้”

เจียงจี้เยว่หัวเราะออกมา หัวเราะไป หยาดน้ำตาก็ไหลลงมา

ใช่แล้ว เขาพูดถูก

เป็นเธอเองที่โง่ เป็นเธอเองที่ไร้เดียงสา ถึงคิดจะดึงเทพเจ้าลงจากแท่นบูชา

เฟิงหลินชวนเคยยอมลงจากแท่นบูชาจริง แต่คนคนนั้น ไม่ใช่เธอ

เธอน่าจะรู้ตั้งนานแล้ว

“หลินชวน พอเถอะ...” เมิ่งซูหานรีบจับแขนเฟิงหลินชวนไว้พอดี “เด็กๆ ตกใจหมดแล้ว พาพวกเขาขึ้นไปข้างบนก่อนเถอะ”

เฟิงหลินชวนมองเจียงจี้เยว่อย่างลึกซึ้งครั้งหนึ่ง สุดท้ายก็หันหลัง อุ้มเด็กคนละข้าง พาเมิ่งซูหานเดินจากไป

เจียงจี้เยว่ยืนมองแผ่นหลังของพวกเขา เลือดยังคงหยดลงไม่หยุด

ตอนนี้ เธอเสียใจเหลือเกิน

เสียใจที่แต่งงานกับเฟิงหลินชวน เสียใจที่ให้กำเนิดลูกทั้งสองคนนั้น

ชาตินี้ เธอจะไม่มีวันเดินซ้ำรอยเดิมอีก

จากนี้ไป เธอจะมีชีวิตเพื่อตัวเองเท่านั้น

สามวันต่อมา เป็นวันเกิดของเฟิงอวี้

งานเลี้ยงจัดขึ้นที่โรงแรมหรูที่สุดใจกลางเมือง

โคมไฟคริสตัลสะท้อนประกายระยิบระยับ หอแชมเปญกลางห้องจัดเลี้ยงส่องแสงเจิดจ้า เฟิงหลินชวนยังคงเหมือนเดิม เขาเหมาชั้นทั้งชั้นของโรงแรม เพื่อจัดงานวันเกิดสุดยิ่งใหญ่ให้เฟิงอวี้

เจียงจี้เยว่ายืนอยู่มุมหนึ่ง มองเฟิงอวี้กับเฟิงเยว่จูงมือเมิ่งซูหานคนละข้าง ราวกับลูกนกน้อยสองตัวที่บินวนอยู่รอบตัวเธอ เด็กทั้งสองเกาะติดเมิ่งซูหานตลอดงาน ตั้งใจปล่อยให้แม่แท้ ๆ อย่างเธอยืนอยู่เพียงลำพัง

เฟิงหลินชวนยืนอยู่ไม่ไกล มือเรียวยาวถือแก้วแชมเปญไว้ สายตาคอยมองเมิ่งซูหานเป็นระยะ แววตาที่อ่อนโยนเช่นนั้น เป็นสิ่งที่เจียงจี้เยว่ไม่เคยได้รับ

“ประธานเฟิงนี่รักมั่นจริง ๆ ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ในสายตาเขาก็ยังมีแต่คุณเมิ่ง”

“นั่นสิ ลูกทั้งสองก็เหมือนพ่อ ในสายตาก็มีแต่เมิ่งซูหานเหมือนกัน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดอกไม้นานาพันธุ์บานมิรู้โรย   บทที่ 23

    เจียงจี้เยว่ยืนอยู่บนระเบียง มองเฉิงเฉิงที่กำลังรดน้ำแปลงดอกไม้อยู่ในสวนเด็กน้อยสวมชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อน ฮัมเพลงเด็กที่ร้องไม่ค่อยเป็นทำนอง กระโดดโลดเต้นไปมา ดูมีความสุขเสียเหลือเกิน“กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ?”อ้อมแขนอันอบอุ่นคู่หนึ่งโอบเธอจากด้านหลัง คางของกู้ชิงเฉิงวางเบา ๆ บนไหล่ของเธอบนตัวเขายังมีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจากโรงพยาบาลติดอยู่ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งเลิกงานกลับมา“ฉันกำลังคิด...” เจียงจี้เยว่ยังไม่ทันหันกลับไป ก็เผลอยิ้มออกมาเสียก่อน“คิดถึงตอนที่เราเจอกันครั้งแรก ตอนที่คุณพาเฉิงเฉิงมาซื้อหนังสือนิทานภาพ”กู้ชิงเฉิงหัวเราะเบา ๆ ดวงตาหลังแว่นกรอบทองเต็มไปด้วยความอ่อนโยน“ตอนนั้นผมก็คิดว่า รุ่นน้องคนนี้ผ่านมาตั้งนานแล้ว ทำไมยังสวยเหมือนเดิมนะ”“พูดหวานเก่งจริงนะ” เจียงจี้เยว่ชกไหล่เขาเบา ๆ หัวเราะจนแทบหยุดไม่ได้เสียงหัวเราะของทั้งสองทำให้เฉิงเฉิงที่อยู่ในสวนหันมามองเด็กน้อยทิ้งบัวรดน้ำ วิ่งพรวดขึ้นบันไดราวกับผีเสื้อตัวน้อย “คุณน้า! พี่เสี่ยวเจียง! คุยอะไรกันเป็นความลับเหรอ”กู้ชิงเฉิงก้มลงอุ้มหลานสาว จูบแก้มเล็ก ๆ ที่เปื้อนดินของเธอหนึ่งที“น้ากำลังถามพี่เสี่ยวเจียงว

  • ดอกไม้นานาพันธุ์บานมิรู้โรย   บทที่ 22

    ช่วงนี้เมืองอวิ๋นเฉิงมีฝนตกหลายระลอก แม้แต่กิจการของร้านหนังสือ “จี้เยว่” ก็เงียบเหงาลงไม่น้อยแต่ตลอดหลายวันมานี้ หน้าร้านกลับมีรถมายบัคคันหนึ่งจอดอยู่เสมอเฝ้ารออยู่หน้าร้านอย่างดื้อดึง ไม่เคยจากไปเลย“พี่เสี่ยวเจียง ดูรูปที่หนูวาดสิ!” เฉิงเฉิงชูภาพวาดสีเทียนขึ้นมา วิ่งกระโดดโลดเต้นเข้ามา แต่พอเห็นสีหน้าของเธอ ก็หยุดลงกะทันหัน“พี่...” เฉิงเฉิงถามอย่างระมัดระวัง “พี่อารมณ์ไม่ดีอีกแล้วเหรอ?”เจียงจี้เยว่ฝืนยิ้มออกมา ไม่ได้ตอบ แต่รับกระดาษวาดรูปมาแล้วพูดว่า “วาดได้สวยมาก นี่ลูกกระต่ายใช่ไหม?”“อื้อ!” เฉิงเฉิงพยักหน้าแรง ๆ แล้วมือเล็ก ๆ ก็ชี้ออกไปนอกหน้าต่าง“เป็นเพราะคนไม่ดีพวกนั้นมาอีกแล้ว พี่ถึงเสียใจใช่ไหม?”กู้ชิงเฉิงเดินออกมาจากหลังชั้นหนังสือ ในมือถือชาดอกไม้ร้อน ๆ ที่ยังมีไอกรุ่นอยู่แก้วหนึ่งเขาขยับมายืนบังหน้าต่างอย่างแนบเนียน บดบังสายตาจากฝั่งตรงข้ามถนน“จะโทรแจ้งตำรวจไหม?” เขาถามเสียงเบา สายตาเหลือบไปยังรถหรูคันที่จอดอยู่ตรงนั้นมาหนึ่งสัปดาห์แล้วผ่านม่านฝน มองเห็นราง ๆ ว่ามีร่างเล็กสองคนแนบอยู่กับกระจกรถ จ้องมาทางร้านหนังสืออย่างคาดหวังเจียงจี้เยว่าส่ายหน้า พูด

  • ดอกไม้นานาพันธุ์บานมิรู้โรย   บทที่ 21

    ในร้านเวิร์กช็อปเครื่องปั้นดินเผา ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบแล้วเจียงจี้เยว่ปั้นดินในมืออย่างเลื่อนลอย ข้อนิ้วซีดขาวเพราะออกแรงมากเกินไปเฉิงเฉิงนั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างกายเธอ คอยแอบมองเธอด้วยความเป็นห่วงเป็นระยะ“พี่เสี่ยวเจียง...” ในที่สุดเด็กหญิงก็อดถามไม่ได้ ดวงตาใสแจ๋วเปี่ยมไปด้วยความกังวล“พี่กำลังเสียใจใช่ไหม... พี่ดูไม่มีความสุขเลย”มือของเจียงจี้เยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้มออกมา “เปล่าหรอก เฉิงเฉิง ไม่ต้องเป็นห่วงพี่นะ ไปทำชามใบเล็กของหนูต่อเถอะ”กู้ชิงเฉิงยื่นแก้วน้ำอุ่นมาให้เธออย่างเงียบ ๆ ก่อนวางลงข้างตัวเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “พักสักหน่อยดีไหม?”เธอส่ายหน้า สายตาหยุดอยู่ที่ชามดินซึ่งปั้นค้างไว้เพียงครึ่งใบรูปร่างบิดเบี้ยวไม่เป็นทรง เหมือนกับสภาพจิตใจของเธอในเวลานี้ดวงตาแดงก่ำของเฟิงอวี่และเฟิงเยว่เมื่อครู่ ยังคงฉายวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด ทำให้หน้าอกของเธออึดอัดแน่น“พวกเขา...ดูผอมลงนะ” เธอเอ่ยเสียงเบา ราวกับกำลังพึมพำกับตัวเองมากกว่ากู้ชิงเฉิงไม่ได้พูดอะไร เพียงอยู่เคียงข้างเธออย่างเงียบ ๆแสงแดดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ตกกระทบลงบนโต๊ะทำงาน ชามใบเล็กที่เฉิงเฉิงปั้น

  • ดอกไม้นานาพันธุ์บานมิรู้โรย   บทที่ 20

    เธออ้าปากเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มขื่นแล้วเอ่ยถามว่า“คนที่ผลักฉันตกบันได คนที่ใส่ร้ายว่าฉันให้พวกเธอกินมะม่วง ไม่ใช่พวกเธอทำเองหรอกเหรอ”“คนที่บอกว่าไม่ต้องการแม่อย่างฉัน อยากให้เมิ่งซูหานเป็นแม่ของพวกเธอ ไม่ใช่พวกเธอพูดเองหรอกเหรอ”“ฉันคิดมาตลอดว่า ถึงฉันอาจจะไม่ใช่แม่ที่ดีที่สุด แต่ฉันก็ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ตั้งใจดูแลพวกเธอ ตั้งใจรักพวกเธอ”“แต่ไม่รู้ว่าทำไม สุดท้ายถึงได้ผลลัพธ์แบบนี้”เด็กทั้งสองหน้าแดงก่ำ อับอายจนพูดไม่ออก แต่เฟิงอวี้ก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาอ้อนวอนอีกครั้งว่า“แม่ครับ เมื่อก่อนพวกเราไม่รู้เรื่อง... ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผิด ขอร้องแม่ ยกโทษให้พวกเราได้ไหม”เจียงจี้เยว่ายังไม่ทันได้พูด เฉิงเฉิงก็เอ่ยขึ้นอย่างหวาด ๆ“พี่เสี่ยวเจียง...” มือเล็ก ๆ ของเธอกำชายเสื้อของเจียงจี้เยว่ไว้แน่น ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา “พี่จะไปแล้วเหรอ”กู้ชิงเฉิงก้มลงอุ้มหลานสาวขึ้นมา ก่อนจะปลอบเบา ๆ “เฉิงเฉิง อย่ากลัว พี่สาวไม่ทิ้งหนูหรอก... ไม่ว่าพี่สาวจะเลือกไปที่ไหน พวกเราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเธอ”“อีกอย่าง ถึงพี่สาวจะไม่ได้อยู่ที่นี่ ต่อไปก็ยังมาเล่นกับเฉิงเฉิงบ่อย ๆ ได้”เฟิงหลินชวน

  • ดอกไม้นานาพันธุ์บานมิรู้โรย   บทที่ 19

    เฟิงหลินชวนเดินทางมาถึงเมืองอวิ๋นด้วยเครื่องบินส่วนตัวในวันนั้นเองแสงแดดร้อนแรงจนแสบตา เขาหรี่ตาลง มองบอดี้การ์ดอุ้มเด็กทั้งสองลงจากเครื่อง“พ่อคะ พวกเราจะได้เจอแม่จริง ๆ ใช่ไหม” เฟิงเยว่เงยหน้าขึ้นถาม ดวงตาเต็มไปด้วยทั้งความคาดหวังและความไม่มั่นใจ“ได้เจอแน่นอน” เฟิงหลินชวนจัดเสื้อผ้าของตัวเอง น้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง“แม่เห็นพวกลูกแล้ว จะต้องดีใจมากแน่”ผู้ช่วยเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมยื่นเอกสารชุดหนึ่งให้ “ท่านประธานเฟิงครับ ยืนยันตำแหน่งของคุณนายแล้ว ตอนนี้เธออยู่ที่ร้านเซรามิกแห่งหนึ่งทางฝั่งตะวันออกของเมือง และ... อยู่กับคนสองคนนั้นครับ”ในเอกสารแนบรูปถ่ายที่แอบถ่ายมาไว้หนึ่งใบเจียงจี้เยว่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าหนูน้อยคนหนึ่ง ใช้ผ้าเช็ดคราบดินบนใบหน้าให้อย่างอ่อนโยนข้างกายเธอมีชายร่างสูงสวมแว่นคนหนึ่งกำลังมองพวกเธอด้วยรอยยิ้มแสงอาทิตย์สาดผ่านกระจกตกลงบนร่างของทั้งสาม ภาพนั้นอบอุ่นจนแสบตานิ้วของเฟิงหลินชวนกำรูปถ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว จนขอบกระดาษยับย่นสายตาที่ผู้ชายคนนั้นใช้มองเจียงจี้เยว่ เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นคือสายตาที่อ่อนโยนแบบที่เขาไม่เคยมอบให้เธอเลย“เ

  • ดอกไม้นานาพันธุ์บานมิรู้โรย   บทที่ 18

    เฟิงหลินชวนยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องหนังสือ ปลายนิ้วเคาะโต๊ะทำงานไม้แดงเป็นจังหวะรูปถ่ายที่ผู้ช่วยเพิ่งนำมาส่งกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ แต่ละใบราวกับมีดที่ค่อย ๆ กรีดลึกลงไปในดวงตาของเขา“ยืนยันว่าเป็นเธอแน่” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำจนน่าหวาดหวั่น“แน่นอนครับ” ผู้ช่วยยกมือเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก “คุณผู้หญิงเปิดร้านหนังสืออยู่ที่เมืองอวิ๋น ธุรกิจกำลังไปได้ดี นี่คือรูปที่พวกเราถ่ายได้เมื่อสัปดาห์ก่อน”ในรูป เจียงจี้เยว่ายืนอยู่หน้าร้านหนังสือที่ชื่อว่า “จี้เยว่”แสงแดดลอดผ่านใบต้นอู่ถง ทอดเงาเป็นลวดลายลงบนร่างของเธอเธอสวมชุดเดรสผ้าลินินเรียบง่าย ปลายผมสั้นกว่าตอนจากไปเล็กน้อย กำลังก้มตัวพูดอะไรบางอย่างกับเด็กผู้หญิงวัยห้าหกขวบคนหนึ่งระหว่างคิ้วและดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่เขาไม่ได้เห็นมานานแต่สิ่งที่บาดตาที่สุด คือผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเธอรูปร่างสูงโปร่งสง่า แววตาหลังแว่นกรอบทองทอดมองเจียงจี้เยว่ด้วยความอ่อนโยนชายคนนั้นอุ้มเด็กผู้หญิงตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน ภาพของคนทั้งสามที่ยืนอยู่ด้วยกัน กลมกลืนเสียจนชวนให้หายใจไม่ออก“ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างคุณผู้หญิงคือใคร” ปลายนิ้วของเฟิงหลินชว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status