Tous les chapitres de : Chapitre 11 - Chapitre 20

33

11. รู้ทัน

ไป่เซิงก็ได้แต่ยืนนิ่งงันอยู่กลางห้อง พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากเย็น เมื่อเห็นท่าทางสุขุมและเย็นชาของคนตรงหน้า ซึ่งดูต่างออกไปจากคราแรกอย่างสิ้นเชิง“คุณหนู ข้าจะไปเตรียมที่นอนและน้ำไว้ให้ท่านอาบนะเจ้าคะ” ชิงอี้เอ่ยโดยมิได้สังเกตเลยว่านายของตนมีท่าทางเช่นไรทันทีที่ชิงอี้ก้าวออกไปจากห้องโถง ไป่เซิงก็เริ่มมีอาการอยู่ไม่สุข เพราะฉางเยว่กำลังจดจ้องเขาด้วยแววตาคมดุ“เอ่อ... ข้ายังต้องเอารถม้าไปเก็บ ขอตัวนะขอรับ” สิ้นคำร่างสูงก็ตั้งท่าจะก้าวออกไป ทว่าเสียงเย็นกลับทำเขาชะงัก“เรือนไม่มีคนอยู่มาเป็นเดือน แต่กลับไม่มีฝุ่นเลยสักนิด ดูท่าหนูในเรือนคงแอบออกมาทำความสะอาดให้กระมัง” ฉางเยว่กล่าวพลางใช้มือลูบไปบนโต๊ะอีกครั้ง จากนั้นก็แบมือไปทางเขาไป่เซิงยืนนิ่งเพียงครู่ก็ก้าวมาหานาง ก่อนจะหยุดอยู่ต่อหน้าด้วยความสูงที่มีมากกว่า จนหญิงสาวต้องเงยขึ้นมองเขา“ไว้ใจข้า อยู่ที่นี่เจ้าจะปลอดภัยจากทุกสิ่ง” ถ้อยคำที่ดูหนักแน่นนั้นเปล่งออกมาพร้อมกับแววตาที่เผยความจริงใจ แต่ที่ทำให้ฉางเยว่ไม่เข้าใจก็คือ เขาเอ่ยจบแล้วก็เดินออกไปทันที“อะไรของเขา ไม่คิดจะอยู่ให้ถามเลยหรือไง” นางพึมพำตามแผ่นหลังกว้างที่เดินห
last updateDernière mise à jour : 2026-07-30
Read More

12. อาศัยบารมี

ไป่เซิงได้แต่นิ่งงันไปกับท่าทางนิ่งสุขุมของสตรีที่ตนเคยแอบมองมาตั้งแต่เด็ก เพราะความน่ารักและไร้เดียงสาของฉางเยว่ในวัยเยาว์ ทำให้เขาผู้เป็นพี่ชายของสหายนางในยามนั้นนึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย เพราะฉางเยว่เป็นเด็กน่ารักพูดเก่งยามนั้น ฉางเยว่มีอายุแค่แปดขวบ บรรดาพี่ ๆ จึงรักและเอ็นดูนางมาก ตัวเขาอายุสิบหกปี เรียกได้ว่าเป็นพี่ใหญ่ที่ต้องดูแลน้อง ๆ อยู่เสมอ ไปไหนมาไหนเขาก็เป็นผู้คุมกระทั่งสี่ปีต่อมา เขาถึงเวลาสวมกวานและต้องกลับไปรับหน้าที่ดูแลตระกูล ทำให้ความสัมพันธ์กับตระกูลหลิงขาดหายไปนับแต่บัดนั้น งานที่ประเดประดังเข้ามาให้ต้องรับผิดชอบ ทำให้การส่งข่าวเริ่มลดน้อยลง จนกระทั่งไม่มีการถามไถ่กันในที่สุดจนมาถึงช่วงที่เขาได้ข่าวว่า ตระกูลหลิงเหลือเพียงฉางเยว่คนเดียวเท่านั้น เขาจึงเริ่มส่งคนตามหาตัวนาง ทว่ามันกลับช้าไปหนึ่งก้าว เพราะฉางเยว่เลือกที่จะครองคู่กับชายที่นางพึงใจไปก่อนไป่เซิงจึงคิดถอดใจ ด้วยว่าตัวเขาเองก็มีคู่หมายอยู่แล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามชะตาลิขิต เขาจึงไม่คิดจะยื้อหรือติดต่อหานางกระทั่งข่าวคราวระหองระแหงของหลี่เป่ยโหวแว่วมาเข้าหูเขาในวันหนึ่ง ไป่เซิงจึงอดไม่ได้ที่จะส่งคนตามดูเมื่อ
last updateDernière mise à jour : 2026-07-30
Read More

13. ทรราช

ฉางเยว่หันมองคนของตนที่เผยแววตาวิตกกังวลอย่างชัดเจน นางเผยยิ้มอ่อนเอ็นดูท่าทางห่วงใยนั้น ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ข้าแค่รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย เป็นท่านซือหม่าต่างหากที่ตื่นตกใจไปเอง” แม้ฉางเยว่จะเอ่ยเรียกอีกฝ่ายอย่างเคารพ แต่ยามอยู่กันเองเช่นนี้คำพูดนางก็มักจะแฝงการหยอกเย้าอยู่เสมอ“ข้าบอกแล้วว่าให้เรียกพี่ไป่เช่นแต่ก่อน ไยถึงสอนไม่จำฮึเจ้าเด็กคนนี้” ไป่เซิงเอ่ยพลางทำหน้าดุใส่นางฉางเยว่ก็เผยยิ้มอ่อนให้เขา “ได้ที่ไหนกัน เกิดเรียกจนติดปาก ยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่นข้าก็ถูกตำหนิแย่น่ะสิ” นางรีบเถียง“ผู้ใดกล้าตำหนิเจ้า ข้าจะตัดลิ้นมันผู้นั้นออกมาเสีย” ไป่เซิงเอ่ยพร้อมกับทำหน้าตาจริงจัง จนคนฟังถึงกับหลุดหัวเราะ“อยากเป็นทรราชหรือเจ้าคะ” ฉางเยว่เย้าเขาไม่จริงจัง “เป็นสิ แต่จะเป็นทรราชที่คอยปกป้องเจ้านะ ใครที่กล้าว่าเจ้าข้าจะไม่ปล่อยให้มันได้ตายดีแน่” ไป่เซิงเอ่ยบอกเสียงจริงจังฉางเยว่ก็ได้แต่นิ่งงันไป เพราะนึกไม่ถึงว่าคนตรงหน้าจะเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมา นางก็แค่เย้าเล่นแต่เขากลับเอ่ยด้วยท่าทางจริงจัง จนนางเริ่มรู้สึกกังวลเกรงปัญหาที่จะตามมาเสียแล้วฐานะนางกับเขานับว่าต่างกันมาก ยามนี้นางก็แค่สตรีที
last updateDernière mise à jour : 2026-07-30
Read More

14. อ่อนโยนนัก

ไป่เซิงหรือซือหม่าไป่ช่างเป็นบุรุษที่อ่อนโยนและละมุนนัก แม้ผละริมฝีปากออกแล้ว เขาก็ยังคงกดจูบเน้นย้ำที่มุมปากนางอย่างหลงใหล ลากไล้จมูกโด่งสันไปตามพวงแก้มและลำคอขาวระหง ฝากรอยจูบที่เปรียบดั่งคำสัญญาไว้แทบจะทุกที่ “อาเยว่...” บางคราเขาก็พึมพำเรียกชื่อนางเสียงพร่าราวกับคนละเมอ ยิ่งได้สูดดมกลิ่นหอมจาง ๆ จากตัวนาง มันยิ่งปลุกเร้าให้เขาอยากทำมากกว่านี้ แต่ด้วยสติที่ยังคงมี เขาจึงหยุดการกระทำเอาไว้ได้ ถึงกระนั้นก็ยังไม่ยอมถอยปลายจมูกห่างจากพวงแก้มนาง ใบหน้าคมคายยังคงคลอเคลียอยู่เช่นนั้น“พอแล้วเจ้าค่ะ ท่านทำให้ข้าดูเหมือนสตรีใจง่ายรู้หรือไม่” ฉางเยว่ตำหนิเขา และนางก็ตำหนิตนเองด้วย เพราะตนเพิ่งหย่าจากสามีได้แค่เดือนกว่า ก็มาทำเรื่องเช่นนี้กับบุรุษอื่นเสียแล้วไป่เซิงได้ยินเช่นนั้นก็ขยับใบหน้าออกมาเพื่อจะได้สบตากัน ทั้งเขายังเอ่ยอ้างข้อเท็จจริงที่นางเถียงไม่ออก“รู้หรือไม่ ต่อให้วันนี้เจ้าไม่ยอมให้ข้าจูบ วันหน้าเจ้าก็ไม่พ้นมือข้าอยู่ดี ฉะนั้นวันนี้หรือวันไหนมันก็ไม่ต่างกัน การที่เจ้ายอมข้ามิได้แปลว่าเจ้าง่าย แต่เป็นเพราะเจ้าก้าวผ่านความทุกข์ในอดีตได้ไวกว่าผู้อื่นต่างหาก ละทิ้งความทุกข์ในวันวา
last updateDernière mise à jour : 2026-07-30
Read More

15. มือสกปรก

หนึ่งชั่วยามต่อมา...ฉางเยว่ที่หลับไปนานเพราะความอ่อนเพลียก็เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้น นางค่อย ๆ ขยับลุกเมื่อเห็นว่าบรรยากาศและภาพรวมโดยรอบนั้นดูต่างออกไปจากเดิม ทว่าเมื่อหันไปทางซ้ายของห้องนางก็ต้องผงะ เบิกดวงตากว้างขึ้นราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ตาเห็น“หลี่ซือหยาง ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” นางเอ่ยพลางขยับลุกลงจากเตียงมายืนกลางห้อง จ้องมองผู้ที่กำลังเดินเข้ามาหาด้วยใจที่เต้นรัว ไม่ต่างไปจากครั้งที่นางได้พบหน้าเขาเป็นคราแรก “หิวหรือไม่ ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่ทันได้กินอะไร” หลี่เป่ยโหวเอ่ยกับนางก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้ที่ยืนอยู่มุมห้อง “ไปเตรียมอาหารมาให้ฮูหยิน ดูที่เหมาะกับคนตั้งครรภ์เท่านั้น”ฉางเยว่ได้ยินคำสั่งที่เขาเอื้อนเอ่ยกับสาวใช้ นางก็ได้แต่ยืนนิ่งงัน แต่เมื่อเห็นเขายื่นมือมาหมายจะประคองนางก็เบี่ยงตัวหนี “อย่ามาแตะข้า เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรท่าน ท่านโหวอย่าได้ใส่ใจ”“หึ! ไม่ใช่บุตรข้า เช่นนั้นเจ้าจะบอกว่าเด็กในครรภ์เป็นบุตรของซือหม่าไป่กระนั้นหรือ” ซือหยางสาวเท้าเข้ามาใกล้นาง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า “ฉางเยว่ เจ้าคงไม่รู้ว่าข้าส่งคนตามเจ้ามาตลอด หากเจ้ากับคนผู้นั้นเกินเลยกันจริง เหตุใดเขาต้องออกจ
last updateDernière mise à jour : 2026-07-30
Read More

16. สายไปแล้ว

จากที่พยายามจะรั้งเอาร่างตรงหน้าเข้ามากอด หลี่เป่ยโหวก็นั่งแหมะลงราวกับคนหมดซึ่งเรี่ยวแรง ไม่ใช่ว่าเจ็บกับการถูกตบ หรือเกรงสายตาที่กำลังจ้องมองมาอย่างแค้นเคืองแต่เป็นเพราะคำขาดที่ว่า นางยอมกลั้นใจตาย ดีกว่าจะให้เขาแตะต้องต่างหาก ที่ทำให้ท่านโหวผู้ทรงอำนาจสิ้นเรี่ยวแรง“ฉางเย่ว ข้ารู้ว่าที่ผ่านมาข้าทำไม่ดีกับเจ้าเอาไว้มาก แต่นั่นเป็นเพราะข้ายังไม่รู้ใจตนเองว่ารักเจ้ามากเพียงใด แต่บัดนี้ข้ารู้แล้วนะ ข้ารักเจ้า รักสุดหัวใจ รักมากกว่าชีวิตของตนเลยด้วยซ้ำ” ซือหยางพยายามเอ่ยความรู้สึกของตนเองออกมาในขณะที่มีโอกาสเอื้อนเอ่ย และมันก็ทำให้คนตรงหน้านิ่งงันไปทันที“ฉางเยว่ เป็นข้าที่ผิดเองเป็นข้าทั้งหมด ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า ข้าไม่เคยรักอินหรง นางเป็นเพียงบุตรสาวของผู้มีพระคุณที่ข้าต้องดูแล ทว่าที่ข้าเอานางมาอ้าง ก็เพราะ... เพราะข้าโกรธที่เจ้าใช้ราชโองการมาบีบบังคับข้าให้แต่งงานด้วยก็เท่านั้นเอง”ประโยคช่วงท้ายน้ำเสียงท่านโหวผู้องอาจกลับเบาลง จากนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นมาอีกว่า “ข้ารู้ว่าการกระทำนี้โง่เขลาและเอาแต่ใจ ทว่าการแต่งงานของเรามันก็เกิดขึ้นเพราะความเอาแต่ใจของเจ้าเช่นกันมิใช่หรือ ยามนั้นข้ายัง
last updateDernière mise à jour : 2026-07-30
Read More

17. เด็กดีอย่าร้องไห้

เหล่าทหารที่ยืนคุมเชิงอยู่รีบยกดาบขึ้นมา พร้อมกับชี้ไปยังฝ่ายตรงข้ามโดยไม่คิดจะกลัวเกรง ต่างฝ่ายต่างจ้องกันเอาเป็นเอาตาย รวมถึงนายของพวกเขาที่สาวเท้าเข้ามาประจันหน้ากัน“ซือหม่าไป่ ท่านกล้าดีอย่างไรมาทำร้ายข้าถึงในเรือน ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองเลยหรือ” ซือหยางคำรามใส่คนที่ตัวเท่ากัน ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีท่าทีหวาดหวั่นเขาเลยสักนิด“ข้าควรถามเจ้ามากกว่าหลี่เป่ยโหว เจ้าฉุดคร่าสตรีมาไม่เกรงกลัวกฎหมายของแคว้นบ้างหรือ” ไป่เซิงย้อนถามเสียงดังซือหยางขยับเดินผ่านหน้าอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยว่า “ฉุดคร่าที่ไหนกัน สตรีที่ท่านว่าคือมารดาของบุตรข้า ข้ารับนางกลับมาดูแลมันก็ถูกแล้วมิใช่หรือ กฎหมายข้อใดห้ามไม่ให้บิดาดูแลบุตรของตนกันล่ะท่านซือหม่า” ซือหยางเอ่ยอ้างความถูกต้องทันทีนำพาฝ่ายของผู้บุกรุกสะอึกนิ่งงัน แต่ถึงกระนั้นไป่เซิงก็ยังไม่รามือ “นางกับเจ้าหย่าขาดกันแล้ว เจ้าไม่มีสิทธิ์พานางมา”“ทว่านางอยากมากับข้า มิเช่นนั้นจะยอมนอนอยู่บนเตียงเดียวกับข้าหรือ” หลี่เป่ยโหวยังคงไม่ยอม แม้ต้องกล่าวโกหกก็ตาม “ท่านซือหม่า ข้าว่าท่านกลับไปดีกว่านะ มาตามตอแยภรรยาผู้อื่นเช่นนี้ ท่านไม่เกรงชื่อเสียงของตระกูลไป่จะแป
last updateDernière mise à jour : 2026-07-30
Read More

18. ชะตาที่หนีไม่พ้น

ฉางเยว่ยืนมองร่างสูงที่เดินจากไป โดยไม่แยแสการล่ำลาของกลุ่มผู้มาเยือนแม้แต่น้อย ทันทีที่ประตูจวนปิดลง ร่างกายนางก็ทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างคนไร้ซึ่งเรี่ยวแรงชิงอี้ที่ติดตามไป่เซิงมาและไม่ได้กลับไปกับคนเหล่านั้น รีบตรงเข้ามาประคองนายของตน โดยอีกข้างมีซือหยางกำลังโน้มตัวลงมาหมายจะช้อนอุ้มเอาอดีตภรรยาตนขึ้น ทว่าฉางเยว่กลับเบี่ยงตัวหนี พร้อมกับชักเอาปิ่นปักผมของตนซึ่งมีปลายแหลมคมออกมาจ่อที่คอ และมันก็ทิ่มจนมีโลหิตไหลออกมา“ถอยออกไป อย่าเอามือสกปรกของท่านมาแตะต้องตัวข้า”“ฉางเยว่ ไยเจ้าถึง” ซือหยางชะงักนิ่ง เมื่อเห็นท่าทางต่อต้านของอดีตภรรยารุนแรงกว่าที่เคย “เมื่อครู่เจ้ายัง”ฉางเยว่ยกยิ้มพลางจ้องมองสามีตนด้วยแววตาเย็นชา“หลี่ซือหยาง ข้าแต่งกับท่านเป็นปี ทว่าท่านกลับไม่รู้จักข้าเลย ผิดกับคนที่ข้าเพิ่งเจอแค่เดือนกว่าลิบลับ”“หมายความว่าอย่างไร” ซือหยางเริ่มเสียงแข็ง“ก็หมายความว่า คำพูดทำร้ายจิตใจที่ข้าเอื้อนเอ่ยมากมายเมื่อครู่ ชายที่บอกว่ารักข้าเขาเข้าใจหมดทุกอย่างน่ะสิ เขารู้ว่าข้าต้องอดกลั้นเพียงใดกับการหักหาญน้ำใจเขา ซือหม่าไป่ไม่ได้จากไปเพราะเขาพ่ายแพ้ แต่เขาไปเพราะไม่อาจทนเห็นข้าต้องทนท
last updateDernière mise à jour : 2026-07-30
Read More

19. วันสุดท้าย

ห้าวันต่อมา...ขบวนของนักโทษก็มาถึงหน้าประตูเมือง ซึ่งมีชาวเมืองมากมายกำลังเดินขวักไขว่ เพราะมันคือเวลาที่ผู้คนออกมาจับจ่ายหาอาหารค่ำ และออกมาเดินเที่ยวชมบรรยากาศในยามค่ำคืนทันทีที่รถลากกรงขังนั้นเคลื่อนเข้าประตูเมือง เสียงเซ็งแซ่ของชาวเมืองเริ่มดังขึ้น หลายเสียงล่วงรู้ความผิดของผู้ต้องหา แต่อีกหลายคนก็ยังสงสัยว่าสตรีนางนี้มีความผิดอันใดกันเสียงเหล่านั้นยังคงดังก้องไปเรื่อย จนกระทั่งถึงลานประหารที่ถูกสร้างขึ้นกลางเมือง เพื่อใช้เรื่องนี้ฝากไว้เป็นบทเรียนให้แก่ผู้คนในรุ่นหลัง ไม่ให้สตรีใดคิดเอาเป็นเยี่ยงอย่างอีกฉางเยว่ถูกพาออกมาจากกรงพร้อมเสียงประกาศกล่าวโทษของผู้พิพากษาที่ยืนอยู่บนแท่นประหาร นำพาให้เสียงเซ็งแซ่ของชาวเมืองดังขึ้นมาทันทีที่เขากล่าวโทษนางจบ“ไร้ยางอายยิ่งนัก”“มักมากจนสวรรค์ลงโทษ แม้แต่บุตรก็ยังให้สูญเสีย”“ข้าว่านะนางตั้งใจทำให้ตนแท้งบุตรมากกว่า เพื่อจะได้กลับไปหาซือหม่าไป่อย่างไรเล่า”“ใช่ ๆ ต้องเป็นเช่นนั้นแน่”ถ้อยคำหยามเหยียดนั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ และส่วนมากมันก็ดังมาจากเหล่าสตรีที่เป็นเพศเดียวกัน จนผู้ถูกกล่าวหาได้แต่ยกยิ้ม“ข้าก็ว่าตนเองโง่เขลาแล้วนะ ยังจะมีคนที่โง
last updateDernière mise à jour : 2026-07-30
Read More

20. ชะตาหนที่สาม

เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเศร้าโศกของผู้คนที่รู้สึกสะเทือนใจกับภาพตรงหน้า แม้บางคนจะเคยก่นด่าและขว้างปาสิ่งของใส่ จนทำให้ใบหน้าของฉางเยว่บวมปูดหรือโชกเลือดทว่าเมื่อรู้ความจริงหลายอย่าง พวกเขาก็กระจ่างแก่ใจว่า ความผิดมิได้อยู่ที่สตรีนางนี้ นางก็แค่ถูกเลือกจากบุรุษสองคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็หมายแต่จะเอาชนะในยามนั้นผู้ที่อยู่ตรงกลางจึงกลายเป็นผู้รับกรรมไปเพื่อให้เรื่องมันจบ ซึ่งกฎระเบียบเหล่านี้มักเกิดกับคนชนชั้นสูงอยู่เสมอ หากเป็นชาวบ้านธรรมดา หลิงฉางเยว่อาจโดนแค่โทษเนรเทศก็เป็นได้แม้สตรีอันเป็นที่รักจะผลักไสด้วยท่าทางเมินเฉย ทว่าขุนนางผู้ปกครองทิศเหนือ กลับมิได้ขยับถอยออกแม้แต่น้อย“อาเยว่ ข้ารักเจ้า ข้าจะไม่มีวันทิ้งเจ้าไว้ลำพัง” ไป่เซิงเอ่ยพลางเชยคางนางขึ้น เขายิ้มอ่อนให้นาง ซึ่งมันแทบจะมองไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ เพราะหนวดเคราปกคลุมจนเห็นเพียงมุมปากด้านล่างสิ้นคำ เขาก็ล้วงเอาบางสิ่งออกมาแล้วเปิดฝาออก ก่อนจะกรอกมันใส่ปากตนจนหมด จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาตรึงท้ายทอยนาง แล้วกดริมฝีปากเข้ามาจนแนบชิดท่ามกลางสายตาผู้คนฉางเยว่นิ่งงันพร้อมเบิกตากว้าง แต่เพียงครู่นางก็เผยยิ้
last updateDernière mise à jour : 2026-07-30
Read More
Dernier
1234
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status