All Chapters of สยบรักท่านดอนมาเฟีย: Chapter 21 - Chapter 30

30 Chapters

บทที่ 21

เมื่อเรากลับมาถึงบ้าน ลูก้าก็ช่วยอุ้มลีออนไปที่ห้องนอน ถอดรองเท้า และห่มผ้าให้เขา ตอนจ้องมองเขาค่อยๆ เคลิ้มหลับไป ฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความรักและความเศร้าโศกปนเปกัน มันยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด แต่ฉันรู้ดีว่าไม่ว่าจะยังไง ฉันกำลังพยายามมอบโลกทั้งใบให้กับเขา แม้ว่าตัวฉันเองจะยังไม่มั่นใจในจุดยืนของตัวเองเลยก็ตามขณะที่ลูก้าหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไป ฉันก็พูดรั้งเขาไว้ คำพูดพรั่งพรูหลุดจากปากก่อนที่ฉันจะทันลังเล "แล้วเรื่องครูสอนพิเศษที่นายเคยพูดถึงล่ะ? ลีออนยังไม่ได้เรียนหนังสือเลย แล้วฉันก็ยังไม่ได้ยินข่าวคราวอะไรเลยด้วย"ลูก้าชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตู"ไม่ต้องห่วงหรอก ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมแล้ว ตอนนี้กำลังตรวจสอบประวัติคนอยู่ และภายในสัปดาห์หน้า เธอจะได้ตารางเวลาทั้งหมด เชื่อใจเหอะว่าพวกเขากำลังจัดการทุกอย่างให้ลีออนอยู่"ฉันพยักหน้ารับ ทั้งที่ยังไม่ได้ปักใจเชื่อทั้งหมด แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ทำตามที่เคยสัญญาไว้ สำหรับตอนนี้ ฉันคงต้องรู้สึกขอบคุณกับเรื่องนั้นไปก่อนเวลาเริ่มดึกมากแล้ว และฉันคิดว่ามาเรียคงจะเข้านอนในห้องพักข้างๆ ห้องลีออนแล้ว ฉันไม่อยากรบกวนเธอ โดยเฉพาะตอนที่
Read more

บทที่ 22

ฉันกระสันอยากจะสัมผัสตัวเขาข้างในเรือนร่าง อยากให้เขาเติมเต็มฉัน อยากให้เขาประทับไปทั่วทุกอณู โดยเฉพาะตรงจุดนั้นที่กำลังร่ำร้องเรียกหาเขา... ตรงจุดที่ต้องการเขายิ่งกว่าสิ่งใดในเวลานี้ฉันอยากให้เขาเอากระแทกย่ำยีฉันมือทั้งสองข้างของฉันยื่นออกไปเริ่มลูบไล้แผงอกของเขา มัดกล้ามแน่นแกร่งใต้เรียวนิ้วตัดกับเรือนร่างอันสั่นระริกของฉันอย่างสิ้นเชิง ฉันตั้งใจจะลากไล้ต่ำลงไปตามลอนหน้าท้องอันเด่นชัด แล้วตรงลงไปยังส่วนนั้นของเขาเพื่อสัมผัส และจุดประกายเพลิงตัณหาที่กำลังลุกโชนอยู่ภายในใจทว่าในจังหวะที่มือฉันยื่นออกไป เขากลับคว้าข้อมือฉันไว้ทันที แรงบีบดุจเหล็กกล้ากวาดมือทั้งสองข้างของฉันไปรวบไว้ด้วยมือเดียวของเขา มันรุนแรงหยาบกระด้างเกินกว่าที่ฉันจะชอบ การถูกพันธนาการอย่างกะทันหันส่งกระแสความอึดอัดหวาดหวั่นแล่นผ่านร่าง แล้วเขาก็หยุดทุกการกระทำ พายุหมุนแห่งเสน่หาดับวูบลงในพริบตาเราทั้งคู่ต่างหายใจหอบหนัก อากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความปรารถนาไร้เสียงและความตึงเครียดที่สปาร์กอยู่ระหว่างเรา เขาจ้องลึกเข้ามาในตาฉัน สายตาคมกริบแทงฟัน ส่วนฉันก็จ้องมองเขากลับ ดวงตายังคงพร่ามัวไปด้วยแรงตัณหาในตอนนั้นเ
Read more

บทที่ 23

ฉันกลืนน้ำลายลงคอ เริ่มสัมผัสได้แล้วว่าเรื่องนี้กำลังจะดำเนินไปในทิศทางไหน"ค่ะ""งั้นเธอก็รู้ใช่ไหมว่าห้องนอนของตัวเองอยู่ที่ไหน?""รู้ค่ะ คือห้องนี้... ฉันรู้ค่ะว่านี่คือห้องนอนของฉัน"ดวงตาของเขามืดมนลง "งั้นเธอก็รู้สินะว่าเธอไม่ได้รับอนุญาตให้ไปนอนที่ฝั่งปีกขวา และคนที่อยู่ฝั่งปีกขวาก็ไม่มีสิทธิ์ข้ามมานอนฝั่งปีกซ้าย... เรื่องนี้เธอก็รู้อยู่แก่ใจใช่ไหม?"ฉันพยักหน้ารับ สัมผัสได้ถึงน้ำหนักของคำพูดที่กำลังกดทับลงมาบนตัวฉัน"ตอบเป็นคำพูด" เขาสั่งเสียงเข้ม"ค่ะ ฉันรู้ค่ะ" ฉันตอบรับ เสียงแผ่วเบาแทบเป็นเสียงกระซิบ"เธอก็รู้ว่าเธอมาอยู่ที่นี่เพื่อปฏิบัติตามกฎ และตอบสนองความปรารถนาของฉัน—ตามความต้องการของฉัน" น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าความรู้สึกเป็นใหญ่และทรงอำนาจที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำนั้นชัดเจนอย่างไม่ต้องสงสัย"และหนึ่งในความต้องการพวกนั้น ก็คือการได้เจอเธออยู่ในห้องนอนเฮงซวยนี้ในเวลาที่ฉันต้องการ แล้วทำไมแม่งพอฉันมาที่นี่ ถึงไม่เจอเธออยู่ในพื้นที่ที่จัดสรรไว้ให้?!"พื้นที่ที่จัดสรรไว้ให้...วิธีที่เขาพูด ออกมาเหมือนฉันเป็นนักโทษ เหมือนฉันเป็นสิ่งของที่เขาควบคุมสั่งการได้โดยส
Read more

บทที่ 24

แรงบีบที่ลำคอของเขากระชับแน่นขึ้นเรื่อยๆทุกจังหวะที่ฉันดิ้นรน ทุกความพยายามอันสิ้นหวังที่จะผลักดันตัวเขาให้ออกไป นิ้วมือของเขากลับยิ่งกดลึกลงไปในลำคอของฉันปอดของฉันร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้ ทัศนวิสัยเริ่มเลือนรางพร่ามัว และฉันก็ตระหนักได้ว่า—ฉันกำลังจะตายตรงนี้... ในสภาพแบบนี้... ใต้เรือนร่างของเขาความตื่นตระหนกเข้าเกาะกุมฉันอย่างสมบูรณ์ฉันจะตายไม่ได้เด็ดขาด... ตายไม่ได้จริงๆลีออน... เขายังต้องการฉัน ฉันต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อเขาถ้าฉันไม่อยู่แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเขากัน?แล้วแอชเชอร์จะทำอะไรกับเขา หากฉันไม่ได้อยู่ตรงนี้เพื่อคอยปกป้องเขาอีกต่อไป?หยาดน้ำตาพรั่งพรูไหลรินออกจากดวงตาตอนที่ฉันเริ่มเอ่ยปากอ้อนวอน"แอชเชอร์ ได้โปรด... ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ ได้โปรดเถอะ... ฉันขอร้องนาย" น้ำเสียงของฉันอ่อนแรง แหบแห้ง และแผ่วเบาแทบเป็นเสียงกระซิบ"ได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลยนะ... ฉันขอโทษ..."สายตาของฉันเริ่มมืดดับลง ภาพขอบห้องค่อยๆ สลัวลงเรื่อยๆ ร่างกายอ่อนแรงลงทุกขณะ แขนขาหนักอึ้งและไร้ประโยชน์ แรงฮึดสู้ดิ้นรนกำลังหลุดลอยไปจากตัวฉันและแล้ว—เขาก็ยอมปล่อยมือฉันสำลักหอบ กอบโก
Read more

บทที่ 25

ฉันไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ฉันรู้ดีอยู่สิ่งหนึ่ง... เรื่องในวันนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างน้ำจิ้มเบาๆ ของอนาคตที่ฉันต้องเผชิญต่อจากนี้เท่านั้นเช้าวันรุ่งขึ้น ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าแอชเชอร์ทิ้งร่องรอยไว้บนลำคอของฉัน ฉันจึงต้องประโคมเครื่องสำอางกลบกลืนรอยพวกนั้นเอาไว้ เพื่อไม่ให้ลีออนสังเกตเห็นและก็เป็นจริงตามคำพูดของเขา มาเรียบอกฉันว่าพวกเขาสรรหาครูสอนพิเศษได้แล้ว เพราะงั้นภายในสัปดาห์หน้า ลีออนจะเริ่มเรียนโฮมสคูลที่ห้องหนังสือกับครูคนใหม่ได้เลยฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องดี ทั้งที่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันปรารถนาให้ลูกเลยสักนิด ฉันอยากให้ลีออนได้ไปโรงเรียน ได้มีเพื่อน ได้เข้าสังคมปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่นๆ ได้วิ่งเล่น และได้สร้างมิตรภาพตามวัยแต่ถ้าแอชเชอร์จะกักขังฉันไว้ที่นี่ แล้วให้ลีออนเรียนโฮมสคูลกับครูสอนพิเศษ นั่นก็หมายความว่าเราสองคนแม่ลูกจะต้องตกเป็นนักโทษไปตลอดชีวิต โดยไม่อาจสร้างปฏิสัมพันธ์หรือผูกพันกับใครในโลกภายนอกได้อีกเลยสำหรับตัวฉันเอง... ฉันคิดว่าฉันทนได้แต่สำหรับลูกชายของฉันล่ะ? ฉันต้องการให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่าง
Read more

บทที่ 26

วันนี้ฉันเหนื่อยเหลือเกิน เลยตัดสินใจพาลีออนเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเหนื่อยขนาดนี้ บางทีอาจเป็นเพราะฉันนั่งรอเขาจนดึกดื่นมาหลายคืน ติดอยู่กับความคิดที่ว่าแอชเชอร์จะโผล่หัวมา... ซึ่งมันโง่สิ้นดี ในเมื่อเราต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจว่าเขาไม่เคยมาเลยสักครั้ง ฉันก็แค่หาเรื่องยืดเวลาความทรมานของตัวเองออกไปก็เท่านั้นแถมฉันยังตื่นเกร็งและระแวงไปหมด คอยคิดว่าแอชเชอร์กำลังวางแผนอะไรอยู่ และเขาจะมาปรากฏตัวในรูปแบบไหน ซึ่งนั่นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย สภาพฉันตอนนี้ดูทรุดโทรมมาก ขอบตาคล้ำเป็นวงกว้าง เครื่องสำอางอาจจะพอช่วยกลบได้ แต่นาทีนี้ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะลุกขึ้นมาแต่งสวยแล้ว เหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรทั้งนั้น คืนนี้ฉันจะนอนพักให้เต็มอิ่ม และถ้าแอชเชอร์นึกอยากจะโผล่หัวมา เขาก็เชิญมาตามสบายเหอะแต่วันนี้ฉันเหนื่อยเกินไปแล้ว และจะไม่ยอมเล่นตามเกมปั่นหัวของเขาอีก ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาคอยปั่นหัวเล่นสนุกตามใจชอบได้อีกต่อไปฉันอาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วสวมเสื้อยืดธรรมดาๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนทันที และในวินาทีที่หัวของฉันสัมผัสหมอน ตอนที่กำลังจัดท่าทางให้นอนสบาย เสียงเปิดประตูก็ดังข
Read more

บทที่ 27

แอชเชอร์พูดเป็นเชิงสั่งให้ฉันทำลาซานญ่า... ลาซานญ่าเนี่ยนะ! รู้ไหมว่ามันต้องใช้เวลานานขนาดไหน?! ฉันรู้ว่ามันเป็นของโปรดของเขา แต่นี่มันกลางดึกแล้วนะ!เริ่มแรกต้องผัดซอฟฟรีตโต หั่นผักเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นก็เคี่ยวน้ำซอสโบโลเนส ใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการเคี่ยวเนื้อบด ไวน์แดง และมะเขือเทศ ระหว่างนั้นฉันก็ต้องทำเบชาเมลซอส คอยตะกร้อคนนมกับเนยจนแขนล้าไปหมดขั้นสุดท้ายคือการจัดเรียงเป็นชั้นๆ แผ่นพาสต้า ซอสเนื้อ ริคอตต้าชีส มอสซาเรลล่าชีส และเบชาเมลซอส ซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ ชั้น จากนั้นก็นำเข้าเตาอบนานเกือบชั่วโมง จนกระทั่งชีสปุดๆ กลายเป็นสีเหลืองทองสวยงามฉันสาบานเลยว่ามันใช้เวลาอย่างน้อยสามชั่วโมง หรืออาจจะมากกว่านั้นอีก นั่งหลังขดหลังแข็งทำอาหารตั้งหลายชั่วโมง ทั้งที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากนอน! แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่ากลิ่นหอมของมันทำเอาฉันน้ำลายสอได้เหมือนกันระหว่างที่รอลาซานญ่าอยู่ในเตาอบ ฉันก็ใช้เวลานี้คั้นน้ำผลไม้สดให้เขา ฉันรู้ดีว่าเขาชอบดื่มน้ำผลไม้สดขนาดไหน โดยเฉพาะน้ำแอปเปิ้ล ฉันเลยหยิบแอปเปิ้ลสีแดงกรอบๆ มาทำน้ำแอปเปิ้ลคั้นสดให้เขา พอถาดอาหารเสร็จเรียบร้อย เสียงชีสซู่ซ่าปุดๆ
Read more

บทที่ 28

"ใครอนุญาตให้เธอมาแตะต้องตัวฉัน?""โอเคค่ะ... พอแล้ว! ฉันขอโทษ ฉันจะไม่แตะตัวนายอีกแล้ว มือฉันจะหักแล้วนะ!" ฉันตะโกนลนลาน เสียงสั่นเครือด้วยความตกใจ เพราะแรงบีบที่ข้อมือเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบเกินทนแล้วเขาก็นั่งอยู่ตรงนั้นบนเตียง หันหน้ามาหาฉัน ดวงตาเย็นชาและแข็งกร้าว ขณะเค้นเสียงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแผ่วเบาจนน่าขนลุก"แล้วถ้าฉันอยากจะหักแขนเธอขึ้นมาจริงๆ ล่ะ? แล้วถ้าฉันอยากจะหักคอเธอซะเลยล่ะ จะทำไม?" เขาพูดพลางปล่อยมือฉันออก การปลดปล่อยอย่างกะทันหันส่งคลื่นความโล่งอกผสมปนเปกับความหวาดกลัวแล่นผ่านไปทั่วร่างแต่แล้วในชั่วพริบตาเดียวนั้น มือก็นิ้วสอดเลื่อนตรงมาที่ลำคอฉัน รังสีคุกคามคละคลุมชัดเจน เศษเสี้ยวของชายหนุ่มที่ฉันเคยรู้จักอันตรธานหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงชายแปลกหน้าไร้หัวใจตรงหน้าคนนี้"แล้วถ้าฉันอยากจะหักคอเธอจริงๆ ล่ะ? ถ้าฉันจะทำขึ้นมาจริงๆ จะว่ายังไง?" เขาถาม เสียงกระซิบเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจจากนั้นเขาก็ผลักฉันออกไปข้างๆ อย่างรวดเร็วแล้วปล่อยตัวฉันเป็นอิสระ การปลดปล่อยที่ไม่ทันตั้งตัวทำเอาฉันหอบหายใจไม่ทัน... แต่อย่างน้อยรอบนี้เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะบีบคอฉันจริงๆ
Read more

บทที่ 29

ฉันเคยรักแอชเชอร์ โรมาโน่... มีตรงไหนของเขาบ้างล่ะที่ไม่น่ารัก?คุณน่าจะได้เห็นเขา... ทั้งรอยยิ้ม และประกายตาที่วิบวับยามเขาพูดถึงสิ่งที่ทำให้เขาสนุกหรือตื่นเต้น มันมีเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นบ้าคุณน่าจะได้เห็นเขาเวลาหงุดหงิด สีหน้าแบบนั้นของเขาก็ฮอตสุดๆ เหมือนกันแอชเชอร์ก็มีมุมโกรธเหมือนกัน คนอื่นมักบอกว่าเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน ในฐานะที่เขาเป็นทายาทและต้องขึ้นสืบทอดตำแหน่งในวันข้างหน้า ใครๆ จึงคอยเตือนให้เขาลดความใจร้อนลงหน่อย แต่เขาเคยบอกฉันว่าบางทีเขาก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ เวลาเขาโกรธ ดวงตาคู่นั้นจะลุกโชนไปด้วยไฟอารมณ์ สันกรามเกร็งแน่น เข่นเคี้ยวเคี้ยวฟัน และกำหมัดแน่น... คุณน่าจะได้เห็นเขาในมุมนั้น... ดุดันและมีเสน่ห์ชวนหลงใหลชะมัดฉันนี่มันโง่หัวปักหัวปำเพราะเขาจริงๆฉันตกหลุมรักแอชเชอร์มาเกือบจะทั้งชีวิต มันเริ่มขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย เขาแก่กว่าฉันห้าปี คนอื่นเลยมักจะหัวเราะเยาะความรักแบบเด็กๆ ของฉัน ผู้หญิงตั้งมากมายต่างก็หลงใหลคลั่งไคล้ แอชเชอร์ โรมาโน่ ทั้งผู้หญิงจากตระฉันลใหญ่ผู้มีพร้อมทุกอย่าง ซึ่งเป็นคนที่มีโอกาสสมหวังกับเขาจริงๆ...ไม่มีใครคิดหรอกว่าคนอย่างฉันจะได้เขามาครอบครอ
Read more

บทที่ 30

ฉันไม่ได้เป็นคนโดดเด่นอะไร ไม่ใช่สาวป็อปปูลาร์คนนั้นด้วยซ้ำ ฉันเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาๆ ที่ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว และทำเรื่องของตัวเองไป—เป็นผู้หญิงประเภทที่ชอบจมหายไปกับฉากหลังมากกว่าฉันส่งเสียงร้องอุทานหลุดปาก "ขอโทษค่ะ" คิดว่าคำนั้นจะทำให้เขาปล่อยผ่านแล้วเดินจากไป แต่นั้นเอง เขากลับมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น... ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เพราะอยู่ๆ ความโกรธก็ผุดขึ้นมาในดวงตาของเขาเขามองฉันเหมือนฉันไปทำความผิดร้ายแรงใส่เขา และสายตาคู่นั้นก็ทิ่มแทงมาดุจมีดบิน ดวงตาของเขาล็อกประสานกับฉันแน่นิ่ง และฉันสาบานเลยว่าสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากสายตานั้น เหงื่อซึมโชกไปทั่วตัว นึกเสียใจที่เผลอไปทักทายเขาฉันหวังว่าคำว่า "ขอโทษ" จะทำให้เขาเดินหนีไป แต่กลับกลายเป็นว่ามันยิ่งยั่วโทสะเขาให้หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมฉันรู้ดีเรื่องอารมณ์ร้ายของแอชเชอร์ ใครๆ ต่างก็เรียกเขาว่า 'เทพเจ้าแห่งความโกรธา' และฉันก็ดันไปจุดชนวนเพลิงโทสะของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ฉันถึงขั้นแอบคิดจะโกยอ้าววิ่งหนีไปซะ... โง่ชะมัด ฉันรู้ตัวดีแต่แล้วเขาก็พูดขึ้น น้ำเสียงเย็นชา "ไม่... ฉันอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงเข้ามาทักฉัน? ฉันรู้จักเธอเหรอ?"ท
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status