All Chapters of เจ็ดปีที่ไร้รัก หย่าแล้วถูกผู้ทรงอิทธิพลตามเอาใจ: Chapter 1 - Chapter 10

30 Chapters

บทที่ 1

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใช่คุณนายเจียงหรือเปล่าคะ? ดิฉันเสี่ยวจางจากบริษัทรับจัดงานแต่งค่ะ มีรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับลำดับพิธีในวันแต่งงาน อยากขอรบกวนยืนยันกับคุณหน่อยค่ะ”มือที่กำลังคนซุปของอันโย่วเหอชะงักค้าง วันนี้เธออารมณ์ดี จึงยิ้มตอบอีกฝ่ายว่า “ฉันเป็นคุณนายเจียงจริงค่ะ แต่ฉันแต่งงานกับคุณเจียงมาเจ็ดปีแล้ว ช่วงนี้พวกเรายังไม่มีแผนจะจัดงานแต่งนะคะ”อีกฝ่ายนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามย้ำว่า “หรือว่าฉันโทรผิดคะ? ขอถามหน่อยนะคะ คุณคือคุณซูจิ่นเยี่ยน ภรรยาของคุณเจียงซวี่เหิงใช่ไหมคะ?”เคร้ง...ช้อนในมือของอันโย่วเหอหล่นกระแทกพื้น คำพูดของอีกฝ่ายทำให้หูของเธออื้ออึงไปหมด“ฮัลโหล? ยังได้ยินอยู่ไหมคะ? ขอถามอีกครั้งนะคะ คุณคือคุณซูจิ่นเยี่ยนใช่ไหมคะ?”ใบหน้าของอันโย่วเหอซีดเผือด “ฉะ...ฉัน...ไม่ใช่...”“ขอโทษด้วยนะคะ สงสัยว่าฉันโทรผิด” อีกฝ่ายกล่าวขอโทษก่อนวางสายทันทีแต่อันโย่วเหอกลับไม่อาจสงบใจลงได้ เพราะสามีของเธอชื่อเจียงซวี่เหิงเธอแต่งงานกับเจียงซวี่เหิงตั้งแต่อายุยี่สิบเอ็ด จดทะเบียนสมรสมาเจ็ดปี และมีลูกชายวัยหกขวบหนึ่งคนส่วนชื่อซูจิ่นเยี่ยน เธอเองก็ไม่ได้รู้สึกแปลกหู เพ
Read more

บทที่ 2

อันโย่วเหอเดินมาถึงหน้าห้องจัดเลี้ยง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบซูจิ่นเยี่ยนตัวจริง ก่อนหน้านี้ ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ที่เธอรับรู้ ล้วนมาจากปากของเจียงซวี่เหิงอย่างเช่น ซูจิ่นเยี่ยนมีฐานะทางบ้านไม่ดี อดทนต่อความลำบากและขยันขันแข็งมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังเป็นหญิงสาวที่มีการศึกษาสูงที่สุดในเมืองเล็กของพวกเขาอย่างเช่น ซูจิ่นเยี่ยนฉลาดมาก เป็นคนที่ฉลาดที่สุดในบรรดาลูกศิษย์ทั้งหมดที่เจียงซวี่เหิงเคยสอนอย่างเช่น ซูจิ่นเยี่ยนเป็นคนสดใส ทั้งยังเข้มแข็งไม่ยอมแพ้ ราวกับดอกทานตะวันที่พยายามรับแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่เวลานี้ อันโย่วเหอมองซูจิ่นเยี่ยนที่ยืนรอเข้าสู่พิธีอยู่หน้าห้องจัดเลี้ยง อีกฝ่ายทั้งน่ารักและสวยสะดุดตา สวมชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์แสนงดงามยืนอยู่ตรงนั้น บนใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความประหม่าและเขินอายแบบหญิงสาวที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์“ทำยังไงดี... อีกเดี๋ยวก็ต้องเข้าไปในงานแล้ว ฉันประหม่าจัง ถ้าเดินไม่มั่นคงแล้วล้มขึ้นมาจะทำยังไง? ปกติฉันใส่แต่รองเท้าผ้าใบ ไม่เคยชินกับรองเท้าส้นสูงเลย...”พนักงานของบริษัทรับจัดงานแต่งที่ยืนอยู่ทั้งสองฝั่งต่างยิ้มและคอยให้กำลังใจเธอ “ไ
Read more

บทที่ 3

เจียงซวี่เหิงเม้มริมฝีปาก แววตาฉายแววต่อสู้กับความรู้สึกอยู่ชั่วขณะ แต่สุดท้ายท่ามกลางเสียงเชียร์ “จูบเลย! จูบเลย!” ที่ดังกระหึ่มไม่ขาดสาย เขาก็ค่อย ๆ โน้มเข้าไปหาริมฝีปากแดงระเรื่อของซูจิ่นเยี่ยนซูจิ่นเยี่ยนหลับตา เงยหน้าขึ้น ราวกับเจ้าหญิงที่กำลังรอจุมพิตจากเจ้าชายผู้จะมาช่วยเธอไว้เสียงโห่เชียร์ค่อย ๆ เบาลง จากนั้นเสียงดนตรีอันอ่อนโยนและโรแมนติกก็ดังขึ้นทั่วทั้งงานแต่งอบอวลอยู่ในบรรยากาศหวานชื่น โรแมนติก และชวนเคลิบเคลิ้มแต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงปรบมือที่ไม่เข้ากับบรรยากาศก็ดังขึ้น ขัดจังหวะทุกสิ่งทุกอย่าง“ดี! เยี่ยมมาก! จูบเลย!” อันโย่วเหอปรบมือพร้อมกับเดินขึ้นไปบนเวที รองเท้าส้นสูงของเธอกระทบพื้นเวทีดัง “กึก... กึก...”เธอก้าวออกจากบริเวณมืด ขึ้นไปบนเวทีที่สว่างไสวและอบอวลด้วยบรรยากาศโรแมนติกทั้งงานแต่งตกอยู่ในความโกลาหล ทุกคนต่างมองอันโย่วเหอที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีด้วยสีหน้างุนงงนี่มันเกิดอะไรขึ้น?ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรไป?ไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย! งานแต่งของเขากำลังดำเนินไปด้วยดี วิ่งขึ้นไปบนเวทีทำไมกัน?“เอ๊ะ คุณไม่ใช่ญาติฝั่งบ้านซวี่เหิงหรอกเหรอ? ขึ้นมาบ
Read more

บทที่ 4

เมื่ออันโย่วเหอกลับมาถึงบ้านที่เมืองอันเฉิง เวลาก็ล่วงเข้าสู่เที่ยงคืนแล้วภายในวิลล่าหลังใหญ่ มีเพียงไฟเซ็นเซอร์บริเวณโถงทางเข้าที่ส่องสว่าง นอกนั้นมืดสนิท ไม่มีไฟสักดวงที่เปิดไว้เพื่อรอการกลับมาของเธอไม่ต่างจากตลอดเจ็ดปีที่เธอแต่งงานกับเจียงซวี่เหิง เธอไม่เคยได้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเจียง และไม่มีใครสักคนยอมรับเธอจากใจจริงเมื่อก่อนเธอไม่เคยใส่ใจกับความเย็นชาที่คนในตระกูลเจียงมีต่อเธอ ซ้ำยังเป็นฝ่ายคอยเอาใจและประจบพวกเขาเอง เพื่อไม่ให้เจียงซวี่เหิงต้องลำบากใจเธอคิดว่าแค่มีครอบครัวเล็ก ๆ ของตัวเอง มีสามี มีลูก แค่นั้นเธอก็ไม่ใช่คนไร้บ้านอีกต่อไปแต่ที่แท้ ทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตาที่เธอสร้างขึ้นเองเธอไม่ได้เปิดไฟ แต่คลำทางกลับเข้าไปยังห้องนอนของเธอกับเจียงซวี่เหิง แม้จะเรียกว่าเป็นห้องของทั้งคู่ แต่ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ทั้งสองนอนห้องเดียวกันนับครั้งได้ ส่วนใหญ่เจียงซวี่เหิงมักไปนอนที่ห้องทำงาน หรือไม่ก็ห้องนอนรับรองข้างห้องทำงานที่ผ่านมาเธอเชื่อมาตลอดว่าเจียงซวี่เหิงเป็นคนสงบนิ่งและห่างเหิน ราวกับผู้ละทางโลก สุขุม รู้จักยับยั้งชั่งใจ และไม่หมกมุ่นในเรื่องความรักความใคร่ เขาท
Read more

บทที่ 5

ห้องครัวที่เคยกว้างขวาง ในตอนนี้กลับดูคับแคบจนอึดอัดเป็นพิเศษเย่ชุนยืนอย่างกระอักกระอ่วนอยู่ด้านหลังอันโย่วเหอกับเจียงซวี่เหิง อึ้งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบตอบอย่างลนลานว่า “เสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจัดใส่กล่องให้เลย”เจียงซวี่เหิงพยักหน้า ก่อนจะหันไปมองอันโย่วเหอ สายตาที่มองเธอยังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม “คุณอยู่ก็ดีแล้ว ไปโรงพยาบาลกับผม ไปขอโทษจิ่นเยี่ยน เรื่องที่คุณทำเมื่อวานทั้งหุนหันพลันแล่นและไม่ยั้งคิด ทำให้จิ่นเยี่ยนได้รับผลกระทบในทางลบอย่างมาก”อันโย่วเหอหัวเราะออกมาด้วยความโมโห “เจียงซวี่เหิง ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม? คนที่นอกใจฉันไปจัดงานแต่งกับซูจิ่นเยี่ยนคือคุณ แต่ตอนนี้กลับจะให้ฉันไปขอโทษผู้หญิงที่เป็นมือที่สามอย่างนั้นเหรอ?”“นอกใจอะไรกัน? คุณไม่รู้อะไรเลยสักนิด!” เจียงซวี่เหิงพูดเสียงเข้ม แววตาพลันเย็นเยียบ ขณะเดียวกันก็มีแรงกดดันที่มองไม่เห็นแผ่ออกมาจากตัวเขา“งานแต่งเป็นแค่การจัดฉาก ผมแค่ช่วยจิ่นเยี่ยนเท่านั้น ครอบครัวของเธอหัวโบราณมาก แถมยังลำเอียงเข้าข้างลูกชาย กว่าเธอจะได้เรียนถึงระดับปริญญาโท ก็ต้องทุ่มเทอย่างสุดกำลัง พ่อแม่บังคับให้เธอแต่งงาน แถมยังจะให้แต่งกับผู้ชายที่
Read more

บทที่ 6

สถานพักฟื้นสำหรับข้าราชการมีมาตรการตรวจสอบการเข้าออกอย่างเข้มงวด อันโย่วเหอกรอกแบบฟอร์มและลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในบนทางเดินหน้าห้องพักผู้ป่วย ยังไม่ทันเดินเข้าไปใกล้ เธอก็ได้ยินเสียงตะโกนอย่างฉุนเฉียวของอาจารย์อันดังมาแต่ไกล“นายไม่ได้บอกเหรอว่าวันนี้ยัยอันโย่วเหอจะมาเยี่ยมฉัน! แล้วตัวคนล่ะ! ทำไมยังไม่มาสักที! หรือว่านายหลอกฉัน เพื่อให้ฉันยอมกินยากันแน่!”“โธ่ อาจารย์ ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ... ผมไม่ได้หลอกอาจารย์ เสี่ยวเหอต้องมาครับ...”“โกหก! นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว! นายนั่นแหละกำลังหลอกฉัน!”จากนั้นก็มีเสียงถ้วยชามตกกระแทกพื้นดังขึ้นอันโย่วเหอรู้สึกว่าแย่แล้ว อาจารย์คงโกรธจริง ๆ จึงรีบเร่งฝีเท้าแต่พอเดินมาถึงหน้าประตูห้องพักผู้ป่วย เธอกลับหยุดชะงักลงกะทันหันในวินาทีนั้นเอง เธอเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ความรู้สึกยิ่งเข้าใกล้สิ่งที่โหยหา ยิ่งไม่กล้าเผชิญนั้นเป็นอย่างไรภายในห้องพักผู้ป่วย เหลียงเฉิงกวงกำลังก้มเก็บยาและแก้วน้ำที่อาจารย์อันปาลงพื้นด้วยสีหน้าทุกข์ระทม พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นอันโย่วเหอยืนอยู่หน้าประตู นิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ยอมเดินเข้ามาเสียที
Read more

บทที่ 7

เสียงดังมาจากทางซ้าย อันโย่วเหอชะงักฝีเท้า ก่อนจะหันไปมองห้องผู้ป่วยทางด้านนั้นประตูห้องไม่ได้ปิดสนิท อันโย่วเหอจึงมองเห็นภาพภายในห้องผู้ป่วยผ่านช่องประตูกว้างได้อย่างชัดเจนซูจิ่นเยี่ยนกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย เจียงหมิงอวี้ตัวน้อยฟุบอยู่ข้างเตียง มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างกุมมือของซูจิ่นเยี่ยนไว้แน่นเจียงซวี่เหิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ไกลจากทั้งสองคน ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม แววตาอ่อนโยนหากใครไม่รู้เรื่องราว ก็คงคิดว่าพวกเขาเป็นครอบครัวสามคนที่รักใคร่กลมเกลียวกันซูจิ่นเยี่ยนมองเจียงหมิงอวี้ด้วยแววตาเปี่ยมด้วยความเอ็นดู ปล่อยให้เด็กน้อยเขย่าแขนของเธอ พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “น้าไม่เป็นไรแล้วจ้ะ ทำให้หมิงอวี้ตัวน้อยที่น่ารักของน้าต้องเป็นห่วง น้าปวดใจแทบแย่ที่ทำให้หมิงอวี้ต้องเป็นห่วง”พูดจบ ซูจิ่นเยี่ยนก็ก้มลงจุมพิตหน้าผากของเจียงหมิงอวี้อย่างสนิทสนมเจียงหมิงอวี้ไม่มีท่าทีต่อต้านแม้แต่น้อย กลับหน้าแดงขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก ทว่าคำพูดที่หลุดออกมาจากปาก กลับทำให้อันโย่วเหอที่ยืนอยู่หน้าประตูรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งหัวใจ“ทั้งหมดเป็นความผิดของ
Read more

บทที่ 8

ภายในห้องผู้ป่วยตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะริมฝีปากบางของเจียงซวี่เหิงขยับ ราวกับกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ซูจิ่นเยี่ยนกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน “อาจารย์หญิง ได้โปรดอย่าหย่ากับอาจารย์เจียงเลยค่ะ ทุกอย่างเป็นความผิดของฉัน ฉันขอโทษ ฉันยอมคุกเข่าให้คุณก็ได้ ฉันรู้ว่าตัวเองผิดแล้ว ต้องทำยังไงคุณถึงจะยกโทษให้ฉัน แล้วเลิกเข้าใจอาจารย์เจียงผิดคะ?”พูดจบ ซูจิ่นเยี่ยนก็เลิกผ้าห่มออก ก่อนจะลงจากเตียงทั้งที่ยังเท้าเปล่า ก่อนที่ทุกคนจะทันตั้งตัว เธอก็คุกเข่าลงตรงหน้าอันโย่วเหออย่างฉับพลัน เสียงดังตุ้บมือเรียวทั้งสองข้างกำชายกางเกงของอันโย่วเหอไว้แน่น ร้องไห้จนเสียงแหบพร่าแทบหมดแรง “อาจารย์หญิง ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าโกรธอาจารย์เจียงอีกเลย ทุกอย่างเป็นความผิดของฉัน ฉันคุกเข่าให้คุณแล้ว แบบนี้ได้ไหมคะ?”แววชะงักที่ทำให้สีหน้าของเจียงซวี่เหิงผ่อนลงเล็กน้อย พลันหายไปทันทีที่เห็นซูจิ่นเยี่ยนคุกเข่า“จิ่นเยี่ยน เธอทำอะไร! ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!” เขาหันตัวเดินไปหาซูจิ่นเยี่ยนทันที ก่อนจะยื่นมือหมายดึงเธอให้ลุกขึ้น“ไม่!” ซูจิ่นเยี่ยนดิ้นรนสุดแรงพร้อมส่ายหน้า “ถ้าอาจารย์หญิงยังไม่ยกโทษให้ฉัน ฉันจะไม่ลุก”
Read more

บทที่ 9

อันโย่วเหอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ก็สบเข้ากับสายตาระแวดระวังและจับจ้องประเมินของซางน่า“เป็นเธอจริง ๆ ด้วย!” หลังจากประหลาดใจ ซางน่าก็เผยสีหน้าเยาะเย้ย “อ้อ ไม่สิ เธอไม่ได้ใช้นามสกุลซางมานานแล้วนี่ ตัวปลอมที่แย่งตัวตนของฉันไป หลังจากถูกตระกูลซางไล่ออก ชีวิตคงลำบากน่าดูสินะ?”อันโย่วเหอไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าจะมาเจอคนจากตระกูลซางที่นี่ หากเลือกได้ ชาตินี้เธอก็ไม่อยากข้องเกี่ยวกับคนตระกูลซางอีกเมื่อเผชิญกับคำเยาะเย้ยของซางน่า เธอก็ไม่มีอะไรอยากพูด เพียงก้มหน้าเดินอ้อมอีกฝ่ายไป หวังจะรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่ซางน่ากลับไม่ยอมรามือ เธอหันไปสั่งผู้ช่วยส่วนตัว “ขวางเธอไว้!”เมื่อทางถูกขวาง อันโย่วเหอก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมปล่อยให้เธอจากไปง่าย ๆ แน่“ตัวปลอม บอกมาตามตรง ไม่มีธุระแล้วมาที่โรงพยาบาลทำไม?” ซางน่าจ้องอันโย่วเหอเขม็ง ไม่ยอมปล่อยให้ความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยบนใบหน้าของเธอหลุดรอดสายตา“มาหาหมอ” อันโย่วเหอไม่อยากเสียเวลาพัวพันกับอีกฝ่าย เพียงอยากรีบจากไปให้เร็วที่สุด“โกหก! ถ้ามาหาหมอ ทำไมไม่ไปแผนกผู้ป่วยนอก แต่มาที่อาคารผู้ป่วยในทำไม!” ซางน่าไม่ได้โง่นัก จึงพูดแทงใจดำออกมาทัน
Read more

บทที่ 10

เป็นที่รู้กันดีว่า อาจารย์อันฉงซวี่คือบุคคลระดับปรมาจารย์แห่งวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศท่านอุทิศทั้งชีวิตให้กับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ไม่เคยแต่งงานและไม่มีบุตรเพื่อทุ่มเทให้กับงานวิจัยอย่างเต็มที่ ท่านจึงแทบไม่รับดูแลนักศึกษาเลย นักศึกษาทุกคนที่เคยได้รับการสั่งสอนจากท่าน ปัจจุบันล้วนกลายเป็นบุคลากรคนสำคัญของประเทศศาสตราจารย์เหลียงเฉิงกวงเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของอาจารย์อันฉงซวี่ ปัจจุบัน เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ อาจารย์อันจึงต้องถอยไปทำงานเบื้องหลัง ศาสตราจารย์เหลียงเฉิงกวงจึงรับช่วงดูแลสถาบันวิจัยของท่านจะกล่าวว่าศาสตราจารย์เหลียงเฉิงกวงคือผู้สืบทอดของอาจารย์อันฉงซวี่ก็ไม่ถือว่าเกินจริงเมื่ออาจารย์อันเลิกรับศิษย์มานานแล้ว การได้เป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์เหลียงเฉิงกวงจึงกลายเป็นเป้าหมายที่นักศึกษาในสายนี้ต่างแย่งชิงโอกาสกันอย่างหนักการที่ซางน่าได้เป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์เหลียงเฉิงกวง ทำให้ซางป๋อหวยดีใจเป็นอย่างมาก เพราะนั่นหมายความว่า ซางน่าเข้าใกล้จุดสูงสุดของวงการนี้ไปอีกเพียงไม่กี่ก้าว“ดี สมกับเป็นสายเลือดของตระกูลซางจริง ๆ” ซางป๋อหวยกล่าวชื่นชมซางน่าอย่างไม่ป
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status