All Chapters of เจ็ดปีที่ไร้รัก หย่าแล้วถูกผู้ทรงอิทธิพลตามเอาใจ: Chapter 11 - Chapter 20

30 Chapters

บทที่ 11

“ค่ะคุณลุงใหญ่ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะพยายามให้เต็มที่”ซางป๋อหวยยิ้มพลางตบหลังมือของซางน่าเบา ๆ “อืม เธอเป็นสายเลือดของตระกูลซาง ลุงเชื่อมั่นในตัวเธออยู่แล้ว ถ้ามีอะไรที่อยากให้ลุงใหญ่ช่วย ก็บอกมาได้เลย”คำพูดนี้แทบไม่ต่างจากคำมั่นสัญญา เมื่อมีซางป๋อหวยคอยหนุนหลัง ไม่ว่าซางน่าจะทำอะไรก็ย่อมง่ายขึ้นเป็นเท่าตัว“หึ” เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นอย่างกะทันหัน ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นภายในห้องพักผู้ป่วยซางจื้อลุกขึ้นจากที่นั่ง ร่างสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ไหล่กว้าง เอวคอด เพียงแค่ยืนขึ้นก็ทอดเงาปกคลุมพื้นที่โดยรอบทันที “อึดอัด ไปสูดอากาศข้างนอกหน่อย”คำพูดนี้ซางจื้อพูดกับซางป๋อหวย เขาไม่แม้แต่จะชายตามองซางน่าสักนิด ก่อนหันหลังเดินออกไปพอเห็นว่าซางจื้อจะเดินออกไปจริง ๆ ซางน่าก็รีบตามไป “พี่ซางจื้อ พี่จะไปสูดอากาศที่ไหนคะ ฉันไปเป็นเพื่อนนะ”ซางจื้อที่เดินมาถึงหน้าประตูชะงักฝีเท้า ก่อนหันกลับมามองซางน่าจากที่สูง “ได้สิ กำลังหงุดหงิดพอดี อยากหาใครระบายอยู่เลย”คำพูดของซางจื้อทำให้ซางน่าตกใจจนเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว“ซางจื้อ น่าน่าก็แค่หวังดี” ซางป๋อหวยเอ่ยขึ้นเพื่อปกป้องซางน่าซางจื้
Read more

บทที่ 12

แน่นอนว่า พอซางป๋อหวยได้ยินคำถามรัวเป็นชุดของซางน่า สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมลงทันที “น่าน่า การมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นเรื่องดี แต่ถ้าอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่อง มันก็ไม่ใช่เรื่องดีแล้ว เข้าใจไหม?”ซางน่าไม่เคยเห็นซางป๋อหวยทำหน้าบึ้งตึงใส่ตัวเองมาก่อน ครั้งนี้เธอถึงกับตกใจจริง ๆใบหน้าของซางน่าซีดเผือด รีบพยักหน้ารัว ๆ “ขอโทษค่ะลุงใหญ่ ฉันรู้ว่าตัวเองผิดแล้ว ต่อไปฉันจะไม่ถามอีกแล้วค่ะ”เมื่อเห็นว่าตัวเองทำเอาซางน่าหน้าซีด ซางป๋อหวยก็ผ่อนคลายสีหน้าลง น้ำเสียงก็อ่อนโยนลงตามไปด้วย“น่าน่า จำไว้นะ เธอแค่ตั้งใจพัฒนาตัวเองก็พอ ลุงจะคอยสนับสนุนเธอในทุกด้าน ส่วนเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเธอ ก็ไม่ต้องไปอยากรู้อีก เข้าใจไหม?”ซางน่าดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว”“เอาล่ะ อย่าร้องไห้เลย ร้องไห้แล้วไม่สวยนะ” ซางป๋อหวยปลอบซางน่าด้วยวิธีที่ตัวเองไม่ค่อยถนัดนักซางน่าเช็ดน้ำตา ปลายจมูกแดงระเรื่อ ดูน่ารักราวกับลูกกวางตัวน้อยอาศัยจังหวะที่ซางป๋อหวยใจอ่อนลง ซางน่าจึงเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน “ลุงใหญ่ ทำไมลุงถึงดีกับฉันขนาดนี้คะ?”ถึงแม้เธอจะเป็นคุณหนูตัวจริงของตระก
Read more

บทที่ 13

ซางโย่วเหอ ตัวปลอมอย่างเธอ!ต่อให้เมื่อก่อนซางจื้อจะดีกับเธอเป็นพิเศษ แล้วจะทำไม?ตอนที่เธอถูกไล่ออกจากตระกูลซาง เขาก็ยังยืนอยู่ข้างคุณลุงใหญ่ด้วยท่าทีเย็นชา ไม่แม้แต่จะชายตามองเธอสักนิด ไม่ใช่เหรอ?ถ้าไม่มีตระกูลซางคอยหนุนหลัง เธอก็ไม่เหลืออะไรทั้งนั้น!ชาตินี้ เธออย่าหวังว่าจะได้กลับมาผงาดอีกเลย!……หลังจากอันโย่วเหอกลับถึงบ้าน เธอก็รีบตรงเข้าห้องทำงานของตัวเองทันทีในบ้านที่เรียกว่าบ้านหลังนี้ เธอกับเจียงซวี่เหิงต่างคนต่างอยู่ แบ่งขอบเขตกันไว้อย่างชัดเจนต่างคนต่างมีห้องแต่งตัวของตัวเอง ห้องน้ำของตัวเอง และห้องทำงานของตัวเองโดยปกติแล้ว ทั้งคู่ต่างยึดหลักต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายกัน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามเมื่อก่อนอันโย่วเหอคิดมาตลอดว่า นั่นเป็นเพราะเจียงซวี่เหิงเป็นคนมีมารยาท และรู้จักรักษาระยะห่างได้เป็นอย่างดีแต่ตอนนี้เธอเพิ่งนึกได้ว่าความจริงเป็นอย่างไร มารยาทอะไรกัน รู้จักวางตัวอะไรกัน ที่แท้เจียงซวี่เหิงก็แค่ไม่อยากมีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตามแต่ตอนนี้เธอไม่แคร์แล้วสัปดาห์หน้าเธอต้องกลับไปที่สถาบันวิจัยแล้ว การห่างหายจากงานวิจัยไปถึงเจ็ดป
Read more

บทที่ 14

คำพูดของเจียงหมิงอวี้ที่ว่าไม่เอาอันโย่วเหอเป็นแม่อีกแล้ว ทำให้ห้องรับแขกอันกว้างใหญ่ตกอยู่ในความเงียบไปหลายวินาที“เจียงหมิงอวี้” เจียงซวี่เหิงมองลูกชายด้วยสีหน้าจริงจัง “เด็กต้องรู้จักมีมารยาท”เจียงหมิงอวี้เม้มปาก ทำท่าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ยังไม่ร้องวันนี้ไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วที่พ่อดุเขาพอเห็นหลานรักกำลังจะร้องไห้ อิ่นชุ่ยฮวาก็รีบปลอบทันที “หมิงอวี้ไม่ร้องนะ หลานพูดถูก แม่คนนี้น่าเบื่อ พวกเราไม่เอาแม่คนนี้แล้ว”“แม่...” เจียงซวี่เหิงมองมารดาด้วยสีหน้าอ่อนล้า “หมิงอวี้ยังเด็ก เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังพูดอะไร แม่จะผสมโรงไปด้วยทำไม”“ฉันไปผสมโรงตรงไหน? ฉันก็แค่สงสารหลานชายของฉัน มีปัญหาอะไรเหรอ?” อิ่นชุ่ยฮวากลอกตาใส่เจียงซวี่เหิงอย่างสง่างาม ก่อนจะหันไปมองเจียงหมิงอวี้ด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูตอนนั้นเอง หญิงสาวที่นั่งอยู่อีกด้านของเจียงหมิงอวี้ น้องสาวแท้ ๆ ของเจียงซวี่เหิง เจียงไฉ่เวย ก็โน้มตัวเข้ามา เธออุ้มเจียงหมิงอวี้ออกจากอ้อมกอดของอิ่นชุ่ยฮวาอย่างคล่องแคล่ว ก่อนพูดหยอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หมิงอวี้อยากเปลี่ยนแม่เหรอ? งั้นอยากให้ใครมาเป็นแม่ของตัวเองล่ะ? ให้อาเป
Read more

บทที่ 15

เจียงหมิงอวี้ที่กำลังหลับเคลิ้ม ได้ยินคุณย่าพูดถึงซูจิ่นเยี่ยนราง ๆ เขาอ้าปากเล็ก ๆ อย่างสะลึมสะลือ ก่อนพึมพำละเมอเบา ๆ “อื้อ... น้าเยี่ยนเยี่ยนดี... ผมอยากให้น้าเยี่ยนเยี่ยนเป็นแม่...”อิ่นชุ่ยฮวายิ้ม ก่อนใช้มือลูบหน้าผากของเจียงหมิงอวี้เบา ๆ “เห็นไหม แม้แต่หมิงอวี้ก็ยังชอบเธอ”“แม่” เจียงซวี่เหิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า “ทำไมแม่ถึงพูดแบบนี้ด้วย ผมขอพูดอีกครั้งนะ จิ่นเยี่ยนเป็นแค่ลูกศิษย์กับลูกน้องของผมเท่านั้น ระหว่างพวกเราไม่มีอะไรเกินเลยกัน”“พี่ เมื่อไหร่พี่จะยอมรับความรู้สึกของตัวเองสักที?” เจียงไฉ่เวยทนฟังไม่ไหวจึงแทรกขึ้น “ถ้าพี่มองเสี่ยวซูเป็นแค่ลูกศิษย์ แล้วพี่จะไปจัดงานแต่งกับเธอทำไม?”“ฉันก็แค่ช่วยเฉย ๆ” เจียงซวี่เหิงรีบแก้ตัวทันทีเจียงไฉ่เวยเบะปาก “ฉันไม่เคยได้ยินหรอกว่ามีอาจารย์คนไหนช่วยลูกศิษย์ด้วยการไปจัดงานแต่งกับเธอ ไม่ใช่แค่ตัวเองไปนะ ยังพาแม่กับลูกชายไปด้วยอีก พูดตามตรง ถ้าฉันเป็นอันโย่วเหอ ฉันก็คงโกรธเหมือนกัน”“เธอ...” เจียงซวี่เหิงฟังคำพูดของน้องสาวตัวเองแล้ว ถึงกับพูดไม่ออกอยู่ชั่วขณะ ไม่รู้จะโต้กลับอย่างไรเจียงไฉ่เวยพูดต่อ “แล้วที่พี่คอยดูแลซูจิ่นเยี่ยนม
Read more

บทที่ 16

เจียงซวี่เหิงรู้จักพ่อของตัวเองดี คนที่ปกติสุขุม อ่อนโยน และวางตัวดี จู่ ๆ กลับหงุดหงิดกระวนกระวายขนาดนี้ แสดงว่าต้องเจอปัญหาที่จัดการได้ยากแน่“พ่อ เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอครับ?”อิ่นชุ่ยฮวารับเสื้อสูทที่เจียงเวิ่นเฉียวถอดออกมา ก่อนเอ่ยถามสามีด้วยความเป็นห่วง “ยังหาตัวนักหมากล้อมอัจฉริยะคนนั้นไม่เจออีกเหรอ?”“นักหมากล้อมอัจฉริยะอะไรเหรอครับ?” เจียงซวี่เหิงถามอย่างสนใจยังไม่ต้องพูดถึงเลยว่า ทำไมแม่ผู้สง่างามของเขาถึงพูดคำที่ฟังดูชวนเขินอย่าง "นักหมากล้อมอัจฉริยะ" ออกมาได้เอาแค่พ่อของเขา เจียงเวิ่นเฉียว ซึ่งเป็นรองประธานสมาคมหมากล้อม ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสถาบันหมากล้อมชั้นนำระดับประเทศ รวมถึงอดีตนักหมากล้อมอาชีพระดับเก้าดั้งคลุกคลีอยู่ในวงการหมากล้อมมาหลายปี มีทั้งตำแหน่งและประสบการณ์มากมายขนาดนี้ นักหมากล้อมอัจฉริยะแบบไหนที่เขาไม่เคยพบเจอ?แล้วต้องเป็นอัจฉริยะขนาดไหน ถึงทำให้พ่อของเขาทั้งร้อนใจและพยายามตามหาตัวถึงเพียงนี้?เมื่อเจียงเวิ่นเฉียวเห็นลูกชายสนใจถาม อีกทั้งนึกถึงสถานะของเจียงซวี่เหิงในสังคมตอนนี้ ซึ่งอาจช่วยตามหาคนได้ จึงอธิบายว่า “อีกไม่นานก็จะถึงการแข่ง
Read more

บทที่ 17

“ในสมาคมหมากล้อมเองก็หาไม่เจอเหมือนกันเหรอ?” เจียงซวี่เหิงยังไม่ยอมละความพยายามเจียงเวิ่นเฉียวยังคงส่ายหน้า "หาไม่เจอ... ในสมาคม ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเธอหายไปหมดแล้ว จึงไม่สามารถค้นหาได้เลย"เจียงซวี่เหิงตกอยู่ในห้วงความคิด นึกไม่ถึงว่าจะมีนักหมากล้อมที่แม้แต่พ่อของเขายังตามหาไม่เจอ แถมข้อมูลทั้งหมดในสมาคมยังหายไปอย่างไร้ร่องรอย มีความเป็นไปได้อยู่สองอย่าง อย่างแรกคืออีกฝ่ายจ้างแฮ็กเกอร์ให้เจาะระบบของสมาคม แล้วลบข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับตัวเองทิ้ง หรืออีกอย่างคืออีกฝ่ายมีภูมิหลังที่ทรงอิทธิพลมาก จนมีอิทธิพลแทรกซึมเข้าไปถึงภายในสมาคมไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน การที่พ่อของเขาจะตามหาเธอก็เป็นเรื่องยากมาก“พวกพ่อมายืนทำอะไรกันอยู่หน้าประตู?” เจียงไฉ่เวยอุ้มเจียงหมิงอวี้ที่หลับไปแล้วเดินเข้ามาคำพูดที่โพล่งขึ้นมาอย่างกะทันหันของเธอ ตัดบทสนทนาทั้งหมดลงในทันที“อุ้มหมิงอวี้มาทำไม? เด็กหลับแล้วก็รีบพากลับห้องสิ เดี๋ยวจะหนาวเอา” อิ่นชุ่ยฮวาตำหนิเจียงไฉ่เวยเสียงเบาพอได้ยินว่าหมิงอวี้อาจจะหนาว เจียงไฉ่เวยก็รีบขานรับ ก่อนจะอุ้มเด็กกลับห้องอย่างทะนุถนอมอิ่นชุ่ยฮวายังไม่วางใจ จึงเดินตามไปด้วยต
Read more

บทที่ 18

หลังได้ยินคำพูดของอันโย่วเหอ เย่ชุนก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนและซับซ้อน “คุณนาย... อย่าก่อเรื่องอีกเลยค่ะ ทุกวันนี้คุณผู้ชายก็เหนื่อยมากพอแล้ว ถ้ายังก่อเรื่องต่อไป ก็ไม่เป็นผลดีกับคุณนะคะ ฉันเองก็หวังดีกับคุณ...”“พอเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว” อันโย่วเหอขัดคำพูดที่เย่ชุนอ้างว่าทำไปเพื่อหวังดีกับเธอ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ เพียงประโยคเดียว “ฉันเคารพการตัดสินใจของพี่”พูดจบ เธอก็เดินออกไปทันที ก่อนขับรถมุ่งหน้าไปยังสำนักงานเขตเย่ชุนมองรถของอันโย่วเหอแล่นออกจากบริเวณบ้าน ก่อนส่ายหน้าอย่างหมดคำจะพูดเช้าวันจันทร์เป็นช่วงเวลาเร่งด่วนพอดี การจราจรจึงติดขัดอย่างหนักอันโย่วเหอเร่งรีบมาตลอดทาง จนมาถึงสำนักงานเขตก่อนเวลานัดห้านาทีเธอพบว่าคิวฝั่งจดทะเบียนหย่ายาวเหยียด แถมยังยาวกว่าฝั่งจดทะเบียนสมรสเสียอีกอันโย่วเหอรับบัตรคิวแล้วต่อแถวตามปกติ เวลาผ่านไปทีละนาที แต่ก็ยังไม่เห็นเจียงซวี่เหิงทั้งที่เมื่อคืนก่อน เธอส่งข้อความย้ำที่อยู่ของสำนักงานเขตและเวลานัดให้เจียงซวี่เหิงอีกครั้งแล้วอันโย่วเหอไม่อยากเสียเวลารอเจียงซวี่เหิงโดยเปล่าประโยชน์ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเขาทันทีสายแรก อีกฝ่าย
Read more

บทที่ 19

“มีนัดไว้หรือเปล่าคะ?”“ไม่มีค่ะ” อันโย่วเหอตอบตามตรงพนักงานต้อนรับสาวทั้งสองสบตากันอีกครั้ง แววตาราวกับกำลังบอกว่า “ว่าแล้วเชียว”“ขอโทษนะคะ ประธานเจียงงานยุ่งมาก ถ้าไม่มีนัดไว้ล่วงหน้า ก็ไม่สามารถเข้าพบได้ค่ะ”พนักงานต้อนรับตอบกลับอย่างที่ยังถือว่าสุภาพตอนนั้นเอง พนักงานต้อนรับสาวอีกคนก็พูดขึ้นว่า “ไม่อย่างนั้น คุณลองโทรหาคุณเจียงดูสิคะ”อันโย่วเหอมองรอยยิ้มตามหน้าที่ของพนักงานต้อนรับทั้งสองเป็นครั้งสุดท้าย รู้ว่าพูดต่อไปก็ไม่มีประโยชน์เธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์โทรหาเจียงซวี่เหิง แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าผู้ชายคนนั้นเพิ่งบล็อกเธอไปเมื่อครู่นี้เธอถอนหายใจอย่างจนปัญญา ก่อนหันไปมองพนักงานต้อนรับอีกครั้ง “รบกวนช่วยโทรสายภายในหาเจียงซวี่เหิงให้หน่อยค่ะ บอกเขาว่าฉันรออยู่ที่นี่ ฉันเป็น...”“อันโย่วเหอ?”อันโย่วเหอยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะอันโย่วเหอหันกลับไปตามสัญชาตญาณ มองไปยังผู้ชายที่เรียกชื่อเธอจิ้นเซี่ยงตงเพิ่งเดินเข้าบริษัท ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูคล้ายอันโย่วเหอยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เมื่อแน่ใจว่าเป็นอันโย่วเหอจริง ๆ จิ้นเซี่ยงตงก็ขมวด
Read more

บทที่ 20

ตอนที่เลขาพาจิ้นเซี่ยงตงเข้ามาในห้อง เจียงซวี่เหิงกำลังก้มหน้าจัดการงานอยู่ที่โต๊ะทำงานบริษัทแห่งนี้เจียงซวี่เหิงกับจิ้นเซี่ยงตงร่วมกันก่อตั้ง โดยเจียงซวี่เหิงรับผิดชอบด้านเทคโนโลยีและการบริหาร ส่วนจิ้นเซี่ยงตงรับผิดชอบด้านเงินทุนและการตลาดทั้งสองเป็นเพื่อนสมัยมัธยม ต่างจากตระกูลเจียงที่เป็นตระกูลนักวิชาการ ตระกูลจิ้นเป็นเศรษฐีใหม่โดยแท้เมื่อหลายปีก่อน ตระกูลจิ้นทำเงินก้อนโตจากการเล่นหุ้น เก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ และเงินชดเชยจากการรื้อถอนย้ายที่อยู่ หลังจากนั้นก็ลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ จนสะสมทุนก้อนแรกได้สำเร็จทุกวันนี้ ตระกูลจิ้นเป็นตระกูลนักลงทุนที่มีชื่อเสียงในเมืองอันเฉิงจิ้นเซี่ยงตงในฐานะคุณชายผู้สืบทอดตระกูลจิ้น เรียนรู้เรื่องการลงทุนและการบริหารเงินจากพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นเจียงซวี่เหิงอยากเปิดบริษัทเทคโนโลยี แต่หากจะทำให้ได้ตามขนาดที่เขาคาดหวัง เงินทุนกลับไม่เพียงพอ จิ้นเซี่ยงตงรู้เข้าก็ลงทุนร่วมถือหุ้นทันทีโดยไม่ลังเลเพียงไม่กี่ปี ทั้งสองก็พัฒนาบริษัทเทคโนโลยีแห่งนี้จนก้าวขึ้นเป็นบริษัทแถวหน้าของประเทศเมื่อรู้ว่าคนที่เข้ามาคือจิ้นเซี่ยงตง เจียงซวี่เหิงก็ไม่เงยหน้
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status