ภายในตำหนักเฉียนหยวน แสงโคมสว่างไสวเซี่ยเสวียนโจวกำลังตรวจฎีกา พู่กันชาดลากผ่านกระดาษ เกิดเสียงเสียดสีแผ่วเบาภายในตำหนัก ควันกำยานลอยอ้อยอิ่ง ทุกอย่างเป็นปกติจนกระทั่งเสียงฝีเท้าเร่งร้อนลนลานดังมาจากนอกตำหนัก ทำลายความสงบลงเจ้ากรมขันทีคลานลุกคลุกคลานพุ่งเข้ามา ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ ทรุดเข่าลงกับพื้นทันที เสียงสั่นจนแทบไม่ได้ศัพท์ “ฝ่า...ฝ่าบาท! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! วัดหลวงนอกเมือง...วัดหลวงนอกเมือง...เมื่อคืนเกิดเพลิงไหม้! ไฟลุกลามหนัก...ฮุ่ยเฟยเหนียงเหนียง...ฮุ่ยเฟยเหนียงเหนียง...หนีออกมาไม่ทัน...”พู่กันชาดชะงักกึก หยดหมึกเข้มข้นหยดลงบนฎีกา แผ่เป็นรอยด่างในพริบตาเซี่ยเสวียนโจวเงยหน้าขึ้น ขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและความรู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างเหลวไหล“เจ้าว่าอะไรนะ?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ แฝงอำนาจมิอาจขัดขืน “พูดอีกครั้ง”“ฝ่า...ฝ่าบาท...เป็นความจริงทุกประการพ่ะย่ะค่ะ! เจ้าอาวาสส่งคนมาแจ้ง...กุฏิที่ฮุ่ยเฟยเหนียงเหนียงพัก...ถูกไฟไหม้หนักที่สุด...พอดับไฟได้...ก็...ก็...” เจ้ากรมขันทีหมอบอยู่กับพื้น ตัวสั่นเทา ไม่กล้าพูดต่อ“เหลวไหล!” เซี่ยเสวียนโจวขว้างพู่กันชา
Read more