All Chapters of รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา: Chapter 21 - Chapter 30

32 Chapters

บทที่ 21

“จำคนผิดหรือ?” เซี่ยเสวียนโจวมองดวงตาเย็นชาเฉยเมยของนาง ความหวังเข้าข้างตนเองเสี้ยวสุดท้ายในใจก็ถูกบดขยี้จนสิ้น ตามมาด้วยความแข็งกร้าวอันไม่ยอมให้ผู้ใดกังขาซึ่งฝังอยู่ในสายเลือดของผู้เป็นฮ่องเต้ และความเดือดดาลจากการถูกเมินเฉย“เฉิงรั่วอวี๋! ต่อให้เจ้ากลายเป็นเถ้าถ่าน ข้าก็จำเจ้าได้!”เขาไม่เปิดโอกาสให้นางดิ้นหลุดอีก พลันช้อนอุ้มนางขึ้นทั้งตัว!“ปล่อยข้า! เซี่ยเสวียนโจว! ปล่อยนะ!” ในที่สุดเฉิงรั่วอวี๋ก็สูญเสียความสงบนิ่ง ดิ้นรนสุดกำลัง เล็บขีดเป็นรอยแดงบนท่อนแขนของเขาแต่เรี่ยวแรงของนาง เมื่ออยู่ต่อหน้าฮ่องเต้ผู้กำลังเดือดดาล ช่างน้อยนิดเกินไป“กลับเมืองหลวง!” เซี่ยเสวียนโจวรัดตัวนางไว้แน่น พลางตวาดสั่งองครักษ์ที่รีบรุดมาเมื่อได้ยินเสียงด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจซึ่งไม่เปิดโอกาสให้ขัดขืน “ออกเดินทางเดี๋ยวนี้!”ตลอดทางไม่มีผู้ใดเอ่ยคำใดไม่ว่าเฉิงรั่วอวี๋จะตอบโต้ด้วยถ้อยคำเย็นชา หรือเลือกนิ่งเงียบ เซี่ยเสวียนโจวก็เพียงจ้องมองนางไม่วางตา ราวกับกลัวว่าเพียงกะพริบตา นางจะหายไปอีกครั้งเมื่อกลับถึงวังหลวง เขาไม่ได้ส่งนางกลับไปยังตำหนักเจาหยางเดิม แต่จัดให้นางพำนักที่ตำหนักฉางเล่อ ซึ่งอยู่
Read more

บทที่ 22

เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างเงียบงัน มองนางเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเดินโซเซออกจากตำหนักฉางเล่อภายในตำหนัก เหลือเพียงเฉิงรั่วอวี๋อยู่ท่ามกลางความหรูหราและความเดียวดายราวกับกรงขังอีกแห่งที่วิจิตรงดงามยิ่งกว่าเดิมความโอ่อ่าของตำหนักฉางเล่อ ไม่อาจมอบไออุ่นให้เฉิงรั่วอวี๋ได้แม้แต่น้อยนางราวกับรูปสลักหยกไร้วิญญาณ นั่งนิ่งอยู่ข้างหน้าต่างทั้งวัน เหม่อมองท้องฟ้าผืนเล็กเหนือกำแพงวัง ไม่พูด ไม่กิน ไม่ดื่มสำรับอาหารเลิศรสที่นำมาส่ง ถูกยกกลับไปโดยไม่แตะต้องส่วนยาต้มที่ยกมา ต่อหน้าสายตาหวาดหวั่นของเหล่าข้ารับใช้ในวัง นางเพียงยกมือปัดคว่ำ น้ำยาร้อนเดือดกระเซ็นลงบนพื้นอิฐทองอันเรียบมัน ค่อย ๆ แผ่ซึมเป็นคราบสีเข้ม ราวกับร่องรอยแห่งความขมขื่น"เหนียงเหนียง! อย่างน้อยก็ทานสักนิดเถิด! หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ร่างกายจะทรุดเอานะ!" เหล่านางกำนัลชั้นผู้ใหญ่ที่เพิ่งถูกย้ายมาพากันคุกเข่าเต็มพื้น น้ำเสียงเจือสะอื้นเฉิงรั่วอวี๋ไม่ไยดี แม้แต่ขนตาก็ไม่ขยับนางกำลังใช้วิธีที่เด็ดขาดที่สุดเพื่อแสดงการต่อต้านเมื่อข่าวไปถึงตำหนักเฉียนหยวน พู่กันชาดในมือเซี่ยเสวียนโจวก็หักดัง “เป๊าะ”เขาทิ้งฎีกาที่กองเต็มโต๊ะ พุ
Read more

บทที่ 23

เขาลุกพรวดขึ้น ดวงตาแดงก่ำ ชักมีดสั้นประดับลวดลายวิจิตรที่พกติดเอวออกมา!เคร้ง! เขายัดมีดสั้นเล่มนั้นใส่มืออันเย็นเฉียบของเฉิงรั่วอวี๋!จากนั้นก็ดึงมือนาง กดปลายมีดคมกริบแนบกับอกซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจของตนอย่างแรง!“ดี! ดีมาก! เฉิงรั่วอวี๋!” เขาจ้องนาง ดวงตาแทบคลุ้มคลั่ง น้ำเสียงแหบพร่าแตกสลาย เปี่ยมด้วยความสิ้นหวังราวตัดทางถอยทั้งหมด “เจ้าเกลียดข้า! ใช่หรือไม่? เกลียดที่ข้าทำให้คนทั้งตระกูลของเจ้าต้องตาย! เกลียดที่ข้าบีบคั้นจนไฉ่เยว่ต้องตาย! เกลียดที่ข้าเคยปฏิบัติต่อเจ้าเช่นนั้น!”“เช่นนั้นก็ฆ่าข้าเสีย! ตอนนี้! ใช้มีดเล่มนี้แทงลงมาตรงนี้!”เขากุมมือนางไว้แน่น ออกแรงกดเข้าหาอกของตน ปลายมีดแทงทะลุฉลองพระองค์มังกร เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ซึมออกมา!“เอาชีวิตของข้าชดใช้ให้เจ้า! ชดใช้ให้ตระกูลเฉิง! ชดใช้ให้ไฉ่เยว่!”“สิ่งที่ข้าติดค้างเจ้า ข้าจะชดใช้ด้วยชีวิต! พอหรือยัง?! ว่าอย่างไร?!”“ขอเพียง... ขอร้องเจ้า... อย่าทรมานตนเองอีกเลย... รั่วอวี๋... ข้าขอร้อง...”ประโยคสุดท้าย กลายเป็นคำวิงวอนเจือเสียงสะอื้นมือของเฉิงรั่วอวี๋ถูกเขากำไว้แน่น นางสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ใต้ปลายมีด และเลื
Read more

บทที่ 24

หลายวันต่อจากนั้น ตำหนักด้านข้างของตำหนักฉางเล่อก็กลายเป็นสถานที่ลงทัณฑ์และห้องสอบสวนชั่วคราวเซี่ยเสวียนโจวใช้บทลงโทษที่โหดเหี้ยมที่สุด ลอบจับตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดีตระกูลเฉิง การตายของไฉ่เยว่ และการใส่ร้ายเฉิงรั่วอวี๋ของเย่หว่านซวง ไม่ว่าจะเป็นข้ารับใช้ในวัง ขันที หรือแม้แต่สายสืบที่เย่หว่านซวงเคยส่งไปอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ก็ถูกจับกลับมาทั้งหมดการสอบสวนดำเนินขึ้นในตำหนักด้านข้างระหว่างตำหนักหลักกับตำหนักด้านข้าง มีเพียงฉากกั้นบาง ๆ คั่นไว้เฉิงรั่วอวี๋เอนกายนั่งอยู่บนตั่งด้านหลังฉากกั้น รับฟังทุกอย่างอย่างเงียบงันส่วนเซี่ยเสวียนโจวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือด้านหน้าฉากกั้น สอบปากคำด้วยตนเองคนแรกที่ถูกพาตัวเข้ามา คือขันทีน้อยผู้เคยให้การกล่าวหาพี่ชายของเฉิงรั่วอวี๋ในครั้งนั้น เขาถูกทรมานจนแทบไม่เหลือสภาพคนภายใต้การเค้นถามอย่างดุดันขององครักษ์เงาและการข่มขู่ด้วยเครื่องทรมาน เขาร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล รับสารภาพว่าถูกแม่นมหลี่ทั้งข่มขู่และล่อลวงด้วยผลประโยชน์อย่างไร ทั้งยังแต่งเรื่องใส่ร้ายคุณชายเฉิงว่า “มีสายตาลามก” และ “คิดมิดีมิร้าย” อย่างไร“เป็น... เป็นฮองเฮา... ไม่ เป็นเย่ซ
Read more

บทที่ 25

ความโหดร้ายของความจริง ไม่อาจแลกมาซึ่งการให้อภัยจากเฉิงรั่วอวี๋นางยังคงเงียบงัน ไม่ยอมแตะต้องอาหาร เพียงแต่ไม่คิดแสวงหาความตายอย่างเด็ดเดี่ยวเช่นก่อน ราวกับที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็เพื่อเฝ้ามองเขาทรมานด้วยตาตนเองการไถ่บาปของเซี่ยเสวียนโจวดำเนินต่อไปด้วยวิธีที่แทบเป็นการทรมานตนเอง และยิ่งรุนแรงขึ้นทุกทีจากรายงานขององครักษ์ลับและคำบอกเล่าของข้ารับใช้เก่าแก่ในวัง เขาค่อย ๆ ปะติดปะต่อความทุกข์ที่เฉิงรั่วอวี๋เคยต้องทนเพื่อเขาเขาได้รู้ว่า เมื่อครั้งอยู่ในตำหนักเย็น เขาถูกขันทีที่ฮ่องเต้องค์ก่อนส่งมารังแกและผลักไส เฉิงรั่วอวี๋เป็นผู้พุ่งเข้ามาขวางไว้ จึงถูกขันทีผู้นั้นผลักตกบันไดหินอย่างแรงจนขาหัก ต้องนอนติดเตียงอยู่สองเดือนตอนนั้น เขาทำอะไรลงไป?ดูเหมือนเขาเพียงคิดว่านางยุ่งไม่เข้าเรื่อง ก่อปัญหาให้ตน กระทั่งไม่คิดหายารักษาดี ๆ ให้นางด้วยซ้ำวันรุ่งขึ้น เซี่ยเสวียนโจวเพียงลำพังเดินมายังบันไดหินแห่งหนึ่งอันห่างไกลในวัง ซึ่งถูกปล่อยร้างมานานแล้วก็คือที่นี่เขายืนอยู่บนยอดบันได มองแผ่นหินเย็นแข็งเบื้องล่างที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำจากนั้น ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกขององครักษ์ด้านหลัง เขาหล
Read more

บทที่ 26

ข่าวที่ว่าเซี่ยเสวียนโจวปล่อยวังหลังว่างเปล่า ละเลยราชกิจ ทั้งยังทำร้ายตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะสตรีผู้หนึ่งซึ่งไม่ทราบที่มา ในที่สุดก็ปิดไม่มิด ก่อให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่วทั้งราชสำนักการประชุมราชสำนักยามเช้าทุกวัน แทบกลายเป็นเวทีที่เหล่าขุนนางผลัดกันทูลคัดค้าน“ฝ่าบาท! วังหลังจะไร้ผู้เป็นใหญ่แม้เพียงวันเดียวมิได้! เพื่อความมั่นคงของแผ่นดิน ขอฝ่าบาทรับพระสนมเข้าวัง เพื่อสืบทอดพระราชวงศ์!”“ฝ่าบาท! สตรีผู้นั้นไม่ทราบชาติกำเนิด ใช้มารยาล่อลวงท่าน จนทำให้ฝ่าบาทประพฤติตนไม่สมควร เสื่อมเสียพระเกียรติ! ขอฝ่าบาทส่งนางออกจากวัง เพื่อให้ผู้คนสิ้นข้อครหา!”“ฝ่าบาท! รากฐานของบรรพชนสำคัญยิ่ง จะละเลยเพราะสตรีเพียงคนเดียวมิได้!”บรรดาขุนนางตรวจการต่างคุกเข่าเต็มท้องพระโรง กล่าวถ้อยคำอย่างรุนแรง บางคนถึงกับโขกศีรษะลงกับพื้นจนหน้าผากแตก เลือดไหลอาบ แสดงฉากทูลคัดค้านด้วยชีวิตเหนือบัลลังก์มังกร เซี่ยเสวียนโจวฟังทุกอย่างด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ใต้ดวงตามีรอยคล้ำจากความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวัน พร้อมความหงุดหงิดและความเย็นชาที่แทบมองไม่เห็นจนกระทั่งขุนนางอาวุโสผู้รับราชการมาสามรัชกาลคนหนึ่ง เดินโงนเ
Read more

บทที่ 27

ทว่าหลังความตกตะลึงผ่านพ้น สิ่งที่เอ่อท้นขึ้นในใจกลับเป็นความน่าขันและความแดกดันที่ยิ่งลึกซึ้งกว่าเดิมนางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สายตาเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งยามสารท จับจ้องใบหน้าของเซี่ยเสวียนโจวที่เปี่ยมด้วยความคาดหวัง“ฝ่าบาท”นางเอ่ยเบา ๆ น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้าและแฝงแววเย้ยหยัน“ท่านไม่มีวันเรียนรู้หรอกว่า ความเคารพที่แท้จริงคืออะไร”“สิ่งที่ข้าต้องการ ไม่เคยเป็นของพวกนี้”“ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งฮองเฮา หรือ ‘อิสรภาพ’ ที่ท่านยอมแลกมาด้วยการสละแผ่นดิน”สิ่งที่ข้าต้องการ มีเพียงความรักอันบริสุทธิ์ ปราศจากการคำนวณผลประโยชน์ ปราศจากการบีบบังคับ และคนผู้หนึ่ง...ที่รู้จักถนอม และเป็นคนที่ข้าสามารถฝากชีวิตไว้ได้“น่าเสียดาย...ท่านไม่ใช่”“เมื่อก่อนก็ไม่ใช่ ตอนนี้...ก็ยังไม่ใช่”ประกายในดวงตาของเซี่ยเสวียนโจวค่อย ๆ เลือนหายไปตามคำพูดของนาง จนสุดท้ายเหลือเพียงความหม่นหมองอันไร้ชีวิตเขาเซถอยหลังหนึ่งก้าว มองตราพยัคฆ์และตราหยกบนโต๊ะที่ราวกับกลายเป็นเรื่องน่าขัน ก่อนหันไปสบดวงตาเย็นชาของเฉิงรั่วอวี๋ที่มองทะลุทุกสิ่ง ความหนาวเย็นอันบาดลึกแล่นจากฝ่าเท้าขึ้นสู่ศีรษะในพริบตาเขาเคยคิดว่า ก
Read more

บทที่ 28

เซี่ยเสวียนโจวบาดเจ็บสาหัส หมดสติ ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายราชกิจจึงอยู่ในการดูแลของเหล่าเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่เป็นการชั่วคราว แต่บรรยากาศภายในวังหลวงกลับหนักอึ้งราวกับจับตัวเป็นน้ำแข็งเฉิงรั่วอวี๋ถูกจัดให้อยู่ในตำหนักด้านข้างของตำหนักเฉียนหยวนเดิมทีนางจะมองดูอย่างเย็นชา หรืออาศัยโอกาสนี้จากไปก็ย่อมได้แต่เมื่อเห็นสีหน้าหวาดหวั่นของเหล่าข้ารับใช้ในวัง และได้ยินหมอหลวงส่ายหน้าถอนใจครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายนางก็...ไม่อาจใจแข็งได้อย่างสิ้นเชิงบุรุษผู้นั้นต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เพราะช่วยนางนางเดินไปข้างเตียงมังกรอย่างเงียบ ๆ รับผ้าเปื้อนเลือดและน้ำอุ่นจากมือข้ารับใช้ในวังจากนั้นจึงเริ่มดูแลเซี่ยเสวียนโจวที่ยังไม่ได้สติด้วยตนเองนางเช็ดคราบเลือดและเหงื่อเย็นบนใบหน้าและร่างกายของเขา เปลี่ยนผ้าพันแผลที่ชุ่มโชกด้วยเลือด แล้วค่อย ๆ ทายาให้บาดแผลอย่างระมัดระวังแม้ท่าทางจะไม่คล่องนัก แต่กลับละเอียดอ่อนและเบามือเป็นพิเศษเมื่อนางถอดเสื้อตัวบนของเขาออก เห็นรอยแส้สลับไขว้เต็มแผ่นหลังซึ่งยังไม่หายดี รวมถึงแผลเหวอะน่าสะพรึงที่สีข้าง นิ้วของนางก็สั่นไหวเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็นบาดแผลทั้ง
Read more

บทที่ 29

เฉิงรั่วอวี๋ปิดม้วนหนังสือ เงยหน้ามองเขา แววตาเจือคำถามบางเบาเซี่ยเสวียนโจวฝืนลุกขึ้นนั่ง จนกระเทือนบาดแผลที่ท้อง คิ้วขมวดเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น เหงื่อเย็นเม็ดละเอียดซึมออกมาตามขมับแต่เขายังคงฝืนกาย โดยมีขันทีคอยประคอง แล้วสวมเสื้อคลุมสีดำหนาหนัก“ไม่ต้องใช้เกี้ยว...ข้าอยากเดิน”เขาปฏิเสธการประคองจากขันที แม้ฝีเท้าจะโซเซ แต่ยังยืนกรานเดินด้วยตนเองทีละก้าว มุ่งหน้าไปยังจุดสูงสุดของวังหลวง—หอดูดาวเฉิงรั่วอวี๋เดินตามหลังเขาห่างออกไปไม่กี่ก้าวอย่างเงียบงัน มองแผ่นหลังที่ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังค้อมเล็กน้อย ดูบอบบางและเปลี่ยวร้างเป็นพิเศษท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ร่วงเส้นทางนี้เขาเดินอย่างเชื่องช้าและยากลำบาก เป็นระยะยังต้องหยุดพักหายใจแต่เขาไม่หันกลับมา และไม่เร่งนางในที่สุด ทั้งสองก็ขึ้นมาถึงหอดูดาวที่นี่คือจุดสูงสุดของวังหลวง สามารถมองลงไปเห็นหลังคาทองของตำหนักน้อยใหญ่เรียงซ้อนกันอย่างหนาแน่น ตลอดจนบ้านเรือนและแนวขุนเขาอันเลือนรางในที่ไกล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโลกเสรีนอกกำแพงวังสายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดกรรโชก ชายอาภรณ์ของทั้งสองปลิวสะบัดเซี่ยเสวียนโจวประคองกายกับราวกั้
Read more

บทที่ 30

เฉิงรั่วอวี๋ยืนอยู่กับที่ มองเอกสารแสดงตัวตนและตั๋วเงินที่ยื่นมาตรงหน้า ก่อนมองบุรุษผู้หันหลังให้นาง หัวไหล่ของเขาสั่นสะท้านเบา ๆ แต่นางยังคงยืนนิ่งอยู่นานโดยไม่เคลื่อนไหวสายลมพัดปอยผมบนหน้าผากของนางให้ปลิว เผยหน้าผากเกลี้ยงเกลาและดวงตาที่สงบนิ่งเกินไปคู่นั้นภายในใจของนางกลับมีคลื่นมหึมาโหมกระหน่ำอิสรภาพหรือ?อิสรภาพที่นางโหยหามานาน ดิ้นรนมานาน กระทั่งไม่ลังเลที่จะใช้ความตายบีบบังคับ บัดนี้กลับถูกวางไว้ตรงหน้าอย่างง่ายดายเช่นนี้หรือ?เซี่ยเสวียนโจว...เขายอมปล่อยนางไปจริง ๆ หรือ?ด้วยวิธีที่...แทบตัดทางถอยของตนเองจนหมดสิ้นเช่นนี้หรือ?นางมองเขาที่พยายามฝืนสงบ ทว่าแม้เพียงแผ่นหลังก็ยังเผยความเศร้าโศกมหาศาล ภาพมากมายพลันผุดขึ้นในความคิดอย่างห้ามไม่อยู่—แววตาเด็ดเดี่ยวตอนที่เขาพุ่งเข้ามารับคมดาบแทนนาง...คือคำละเมอและคำสำนึกผิดที่เขาพร่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่ายามมีไข้สูง...ร่างที่ฝืนยืนอยู่กลางหิมะทั้งที่ขาบาดเจ็บ...ภาพที่เขาวางตราพยัคฆ์และตราหยกตรงหน้านาง พลางกล่าวอย่างบ้าคลั่งว่า “แผ่นดินหมื่นลี้ยังไม่อาจเทียบรอยยิ้มของเจ้า”...และในยามนี้ มือที่สั่นเทาขณะยื่นเอกสารแสดงตัวตนให้น
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status