All Chapters of ห่างกันแค่ขุนเขา: Chapter 1 - Chapter 9

9 Chapters

บทที่ 1

จนกระทั่งพนักงานเข็นรถเครื่องดื่มเข้ามาใกล้ จี้ซิวเหยียนถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีฉันอยู่ตรงนี้ เขาเลือกน้ำแตงโมขวดหนึ่ง บิดฝาออกให้อย่างเอาใจใส่แล้ววางลงตรงหน้าอวี๋เซิงจากนั้นถึงค่อยยื่นน้ำแร่ขวดหนึ่งมาให้ฉัน “หมานหมาน ฉันไม่รู้ว่าเธออยากดื่มอะไร ก็เลยสั่งน้ำเปล่ามาให้แทน” เขาจำได้แม่นว่าอวี๋เซิงชอบดื่มน้ำแตงโม แต่กลับไม่รู้เลยว่าฉันที่เป็นแฟนของเขาชอบดื่มอะไร กระบอกตาฉันร้อนผ่าว ความตื่นเต้นยินดีจากคะแนนสอบที่ทำได้ดีเกินคาดเมื่อครู่ มลายหายวับไปในพริบตา ฉันไม่ได้ยื่นมือออกไปรับน้ำขวดนั้น เพียงแค่เรียกพนักงานแล้วสั่งซื้อน้ำแตงโมให้ตัวเองขวดหนึ่ง มือที่ยื่นมาของจี้ซิวเหยียนค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ สีหน้าของเขาฉายแววไม่พอใจขึ้นมาทันที “เจียงไหล เธอไม่ใช่เหรอที่ดึงดันจะมาทริปฉลองเรียนจบให้ได้?”“ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมหลายวันมานี้เธอถึงต้องคอยปั้นหน้าตึงใส่ด้วย” เมื่อสามปีก่อน เพื่อให้ฉันยอมเรียนต่อมัธยมปลายที่เดียวกับเขา เขาเป็นคนสัญญาเองแท้ ๆ ว่าเรียนจบแล้วจะพาฉันไปเที่ยวพังงาฉันเฝ้ารอคอยมาตลอดสามปี วาดฝันถึงฉากที่เราจะได้ยืนมองทะเลด้วยกัน ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
Read more

บทที่ 2

ตอนเดินออกจากสถานีรถไฟความเร็วสูง จี้ซิวเหยียนเข็นกระเป๋าเดินทางของอวี๋เซิงเดินนำหน้าไปก่อน ฉันเดินตามอยู่ด้านหลัง บริเวณหน้าลิฟต์ทางออกมีคนต่อคิวอยู่ไม่น้อย ทว่าทันทีที่ฉันก้าวเท้าเข้าไป ลิฟต์ก็แจ้งเตือนว่าคนเต็มเสียแล้ว แต่อวี๋เซิงยังคงยืนรออยู่ข้างนอก จี้ซิวเหยียนดันกระเป๋าเดินทางของฉันออกไป แล้วดึงตัวอวี๋เซิงเข้ามาในลิฟต์แทน “หมานหมาน กระเป๋าเดินทางของเธอใบใหญ่ มันกินพื้นที่เกินไปน่ะ” “เธอรอขึ้นรอบหน้าก็แล้วกันนะ เดี๋ยวพวกเราไปรอที่ทางออก” ไม่ทันให้ฉันได้เอ่ยปากแย้ง ประตูลิฟต์ก็ปิดลงเสียแล้ว ฉันยืนอยู่หน้าลิฟต์ รถไฟความเร็วสูงขบวนหนึ่งแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว หอบเอาสายลมมาปะทะใบหน้าจนเย็นเยียบ... และพัดพาความเหน็บหนาวซึมลึกไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ พอฉันเดินไปถึงทางออก กลับไม่เห็นวี่แววของทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย แม้แต่พ่อกับแม่ที่นัดแนะว่าจะมารับพวกเรากลับบ้าน ตอนนี้ก็ไร้ร่องรอยเช่นกัน สภาพอากาศในฤดูร้อนช่างเอาแน่เอานอนไม่ได้ จู่ ๆ ฝนก็เทตกลงมา ซ้ำยังตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ฉันที่ไม่ได้พกร่มมาด้วย ทำได้เพียงยืนหลบฝนอยู่ใต้ชายคา พร้อมกับต่อสายหาพ่อกับแม่ ฉันถือสายรออ
Read more

บทที่ 3

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เสียงโวยวายจากชั้นล่างปลุกฉันให้ตื่นขึ้น ฉันฝืนลุกขึ้นไปดูด้วยอาการสะลึมสะลือ จี้ซิวเหยียนแต่งตัวเต็มยศนั่งอยู่ชั้นล่าง พอเห็นฉัน เขาก็กวักมือเรียก “หมานหมาน วันนี้มีพิธีจบการศึกษานะ ทำไมเธอยังไม่เตรียมตัวอีก?” ฉันที่พิษไข้ขึ้นจนสติเบลอ ไม่ได้เปิดดูข้อความในแชตกลุ่มของห้องเลยสักนิด ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบอะไร อวี๋เซิงก็เดินออกมาจากห้องเสียก่อน ชุดราตรีที่เธอสวมอยู่นั้น เป็นชุดที่ฉันอุตส่าห์ไปเรียนตัดเย็บและลงมือทำด้วยตัวเองล่วงหน้าตั้งครึ่งปี ปักเป็นลวดลายกระต่ายน้อยกับจิ้งจอกน้อย แถมยังเป็นชุดคู่กับที่จี้ซิวเหยียนสวมอยู่พอดี ชุดราตรีเรียบง่ายแค่สองชุด แต่ฉันจำไม่ได้แล้วว่าต้องโดนเข็มทิ่มนิ้วไปตั้งกี่หน อวี๋เซิงในชุดราตรียืนบีบชายกระโปรงแน่นด้วยความประหม่า “หมานหมาน ฉันชอบชุดนี้มากเลย... คุณน้าบอกว่าฉันใส่แล้วดูดี” “แต่ถ้าเธอไม่พอใจ ฉันถอดคืนให้ตอนนี้เลยก็ได้นะ” ปากก็พูดว่าจะถอด แต่มือกลับกำชายกระโปรงเอาไว้แน่นกว่าเดิม จี้ซิวเหยียนรีบวิ่งขึ้นมาขวางหน้าเพื่อปกป้องอวี๋เซิงทันที “หมานหมาน เธอมีชุดสวย ๆ ตั้งเยอะแยะ เซิงเซิงแค่อยากได้ชุดนี้
Read more

บทที่ 4

พิธีจบการศึกษาจบลง ทุกคนต่างพากันเดินกลับ จนกระทั่งอวี๋เซิงเอ่ยเตือน พ่อแม่และจี้ซิวเหยียนถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีฉันอยู่ “หมานหมาน ทำไมลูกชอบวิ่งเพ่นพ่านไปทั่วอีกแล้วเนี่ย” ฉันไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ก้าวขึ้นรถไปเงียบ ๆ และเลือกเดินไปนั่งเบาะแถวหลังสุดด้วยตัวเอง พวกเขาไม่ได้ใส่ใจอะไร พอขึ้นรถก็พากันคุยเรื่องมหาวิทยาลัยและคณะที่จะเรียนต่ออย่างออกรส “เซิงเซิง ลูกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งกับซิวเหยียน มีเขาคอยดูแลลูกแบบนี้ พวกเราก็หมดห่วงแล้วล่ะ”อวี๋เซิงหน้าแดงระเรื่อ พยักหน้ารับคำ ส่วนเรื่องจะเลือกเรียนคณะอะไร พ่อกับแม่มีความเห็นไม่ตรงกันจนเถียงกันขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะให้เกียรติการตัดสินใจของอวี๋เซิง “เซิงเซิงทั้งฉลาดและมีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่เหมือนกับหมานหมาน พวกเราไม่ต้องมานั่งปวดหัวเลยสักนิด” ฉันยังคงปิดปากเงียบมาตลอดทาง จนกระทั่งรถใกล้จะถึงบ้าน พวกเขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นฉันที่นั่งอยู่เบาะหลังสุด แม่หันมาถามฉัน “หมานหมาน แล้วลูกล่ะ ตั้งใจจะเอายังไงต่อ” แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะอ้าปากตอบ จี้ซิวเหยียนก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “คุณน้าครับ หมานหมานทำคะแนนสอบ
Read more

บทที่ 5

เคร้ง! โทรศัพท์มือถือร่วงหล่นลงพื้น คนเป็นแม่ยืนอึ้งนิ่งงันอยู่กับที่ ผู้เป็นพ่อเองก็ตกใจกับท่าทีของเธอเช่นกัน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยถามซ้ำอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง “อาจารย์เฉินครับ คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า” “อวี๋เซิงยังสอบได้แค่ 670 แล้วเจียงไหลลูกบ้านเราจะสอบได้คะแนนสูงขนาดนั้นได้ยังไงกันครับ” คราวนี้ครูประจำชั้นยิ่งงุนงงไปกันใหญ่ เธอคิดไม่ออกเลยว่าทำไมถึงมีผู้ปกครองที่ไม่ใส่ใจลูกได้ขนาดนี้ เพิ่งจะมารู้คะแนนเอาป่านนี้ก็ว่าแย่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ปฏิกิริยาแรกหลังจากที่รู้กลับไม่ใช่ความดีใจ แต่เป็นการปฏิเสธไม่ยอมเชื่ออย่างสิ้นเชิง “คุณพ่อของเจียงไหลคะ ครูมั่นใจมาก ๆ ค่ะว่าครั้งนี้เจียงไหลทำข้อสอบได้ดีเยี่ยมเลยจริง ๆ” “เธอสอบได้ 686 คะแนนจริง ๆ ค่ะ” เรี่ยวแรงของผู้เป็นพ่อหดหายไปในพริบตา เขาทรุดฮวบลงกับเก้าอี้ จังหวะนั้น พิธีกรบนเวทีก็ประกาศเรียกพวกเขาขึ้นไปกล่าวความรู้สึกในฐานะผู้ปกครองของอวี๋เซิง แสงไฟทั้งห้องจัดเลี้ยงสาดส่องมารวมกันที่ใบหน้าของพวกเขาทั้งสอง ทว่าในวินาทีนี้ บนใบหน้าของทั้งคู่กลับเหลือเพียงความขาวซีดไร้สีเลือด ภายใต้สายต
Read more

บทที่ 6

จี้ซิวเหยียนลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ก่อนจะพุ่งเข้าไปแย่งโทรศัพท์มาอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองคะแนนและรหัสยืนยันผลบนหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้นก็ล้วงโทรศัพท์ของตัวเองออกมาเทียบดู เขาเงยหน้ามองแม่ ริมฝีปากขยับเปิดปิด แต่กลับพูดแก้ตัวไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ เพราะฉันสอบได้คะแนนสูงขนาดนั้นจริง ๆ และเขาก็เป็นคนพูดเต็มปากเต็มคำว่าฉันต้องซิ่ว “คุณน้าครับ…” แม่ยกมือขึ้นตัดบท ก่อนจะหันหลังเดินออกไป ระหว่างทาง แม่โทรหาฉันไม่หยุด ส่วนจี้ซิวเหยียนก็ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุมห้องจัดเลี้ยง รัวข้อความส่งหาฉันมากมาย แต่ฉันที่อยู่บนเครื่องบิน ไม่ได้รับรู้อะไรเลย ทันทีที่ถึงบ้าน แม่ก็รีบร้อนเปิดประตูเข้าไป เธอตะโกนเรียกชื่อฉันลั่นบ้าน แต่ไม่ว่าจะเรียกดังแค่ไหน ก็ไม่มีเสียงใดตอบรับ พ่อเดินตามเข้ามาติด ๆ เมื่อทั้งสองคนฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นไปชั้นบน สภาพภายในห้องยังคงเหมือนเดิมทุกประการ เว้นเสียแต่ในถังขยะ... ที่มีกระดาษอัดรูปกองโตและรูปโพลารอยด์ถูกตัดขาดวิ่นทิ้งไว้อย่างสะดุดตา แม่ทรุดตัวลงข้างถังขยะ ค่อย ๆ เก็บเศษรูปเหล่านั้นขึ้นมาทีละชิ้น ภาพถ่ายครอ
Read more

บทที่ 7

ทันทีที่ฉันลงจากเครื่องบินและเปิดมือถือ ข้อความนับร้อยก็เด้งรัวขึ้นมาทันทีราวกับเครื่องติดไวรัส ซ้ำยังมีสายที่ไม่ได้รับจากหลายคนอีกด้วย แม่ทิ้งข้อความไว้ให้ในวีแชต [หมานหมาน ทำไมลูกถึงเอาแต่ใจแบบนี้นะ][ลูกสอบได้คะแนนดีขนาดนี้ ทำไมถึงไม่บอกพ่อกับแม่ล่ะ][หมานหมาน ลูกไปไหนแล้ว? เมื่อไหร่จะทำให้แม่เลิกปวดหัวสักที]ซิวเหยียนก็ส่งข้อความมาหาฉันรัว ๆ เหมือนกัน [เจียงไหล ครั้งนี้เธอสอบได้คะแนนดีมาก ดีจริง ๆ! พวกเราไปเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งด้วยกันได้แล้วนะ][เลิกงอแงได้แล้ว ทำให้คุณน้าต้องเป็นห่วงอีก รีบกลับมาเถอะ][อีกไม่กี่วันพวกเราไปรายงานตัวที่มหาลัยด้วยกันนะ]ฉันขมวดคิ้วอ่านข้อความพวกนั้นจนจบ จากนั้นก็กดบล็อกแล้วลบทิ้งทันที ฉันก้าวเท้าออกจากสนามบิน สายลมของเมืองก่างพัดมาปะทะใบหน้า ด้วยความกล้าหาญที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฉันพร้อมมุ่งหน้าสู่อนาคตที่เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว ตอนที่เดินออกมา ฉันกำลังเปิดแอปพลิเคชันนำทางเพื่อหาเส้นทางไปมหาวิทยาลัย จู่ ๆ ผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็เอื้อมมือมาตบไหล่ฉัน ฉันเงยหน้าขึ้นมอง เธอเป็นผู้หญิงที่ดูสุภาพอ่อนโยนและสง่างาม ทั่วทั้
Read more

บทที่ 8

เหรียญรางวัลในมือร่วงหล่นลงบนพื้น ฉันถอยหลังกรูดจนสะดุดก้อนหิน ล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้น พ่อกับแม่ปรี่เข้ามาหวังจะช่วยประคองฉันให้ลุกขึ้น แต่ความทรงจำอันเลวร้ายเหล่านั้น... ความทรงจำที่ฉันเกือบจะลืมเลือนไปแล้ว กลับจู่โจมเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับความเจ็บปวดร้าวที่หัวใจ“อย่ามาแตะตัวหนู! อย่ามาแตะ!” มือของพ่อกับแม่ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ แววตาของพวกเขาทั้งสองเจือไปด้วยความขมขื่น “หมานหมาน…” “ลูกเป็นอะไรไป นี่แม่เองนะ” หยาดน้ำตาพรั่งพรูออกจากหางตาไม่ขาดสาย ฉันสะอื้นไห้ เค้นคำพูดออกมาทีละคำ ๆ ถึงช่วงเวลาที่ถูกหมางเมินและไม่เคยได้รับความสำคัญ “ในใจหนู... คุณไม่ใช่แม่มาตั้งนานแล้ว” “หนูไม่มีแม่ที่จำได้แต่ของโปรดของคนอื่นหรอก” “หนูไม่มีแม่ที่ไม่เคยเห็นความพยายามของหนู แล้วเอาแต่คิดว่าหนูทำอะไรก็สู้คนอื่นไม่ได้หรอกนะ” ฉันหันไปมองพ่อที่ยืนเงียบ ๆ แต่มีน้ำตาอาบเต็มสองแก้ม “แล้วหนูก็ไม่มีพ่อที่มักจะทิ้งหนูไว้ข้างหลังเสมอเหมือนกัน”“พวกคุณก็มีอวี๋เซิงอยู่แล้วทั้งคน จะมาปั่นป่วนชีวิตใหม่ที่หนูอุตส่าห์ดิ้นรนแทบตายกว่าจะได้มาทำไมอีก!” แม่พังทลายลง เธอโผเข้ามาสวมกอดฉัน “ไ
Read more

บทที่ 9

จี้ซิวเหยียนยืนอยู่หน้าตึกเรียน ท่าทางของเขาดูโดดเดี่ยวและอ้างว้างขึ้นมาก ทว่าพอเขาหันมาเห็นฉัน นัยน์ตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายขึ้นมาทันที “หมานหมาน!” “ฉันมาหาเธอตั้งหลายครั้ง ในที่สุดก็ได้เจอสักที” น้ำเสียงที่เขาเอ่ยออกมาเจือแววตัดพ้อจนฟังดูอู้อี้ เขาก้าวเข้ามาทำท่าจะจับมือฉัน แต่ฉันกลับถอยหลังหนีไปหลายก้าว “จี้ซิวเหยียน” “นายจะเอายังไงอีก? เล่นละครพอหรือยัง” ฉันเคยชอบจี้ซิวเหยียนมาหลายปี ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะพูดจารุนแรงกับเขา วินาทีนี้เขาถึงกับชะงักค้างอยู่กับที่ “หมานหมาน... เธอพูดอะไรน่ะ” “เธอรู้ไหมว่าฉันคิดถึงเธอมากแค่ไหน” “ฉันรอเธออยู่ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งมาตลอด แล้วทำไมเธอถึงไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยก่างต้าล่ะ” ฉันเหลือบมองเวลา ใกล้จะถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว จึงหมดความอดทนและตอบเขากลับไปตรง ๆ “เพราะฉันไม่อยากเห็นหน้านายกับอวี๋เซิงไง” “ฉันรำคาญลูกตานาย พอใจหรือยัง?” พูดจบฉันก็เดินเลี่ยงเขาเพื่อจะเข้าตึกเรียน ทว่าจู่ ๆ เขาก็พุ่งเข้ามาสวมกอดฉันจากด้านหลัง “หมานหมาน เธออย่าเป็นแบบนี้สิ”“ฉันกับอวี๋เซิงไม่ได้มีอะไรกันเลยจริง ๆ เธออย่าเข้าใจผิดแบบนี้ได้ไห
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status