INICIAR SESIÓNวันที่ผลสอบเข้ามหาลัยประกาศ ฉันกับแฟนหนุ่มกำลังนั่งรถไฟความเร็วสูงขากลับจากทริปฉลองเรียนจบ ผู้ร่วมเดินทางในทริปนี้ยังมีอวี๋เซิงพี่สาวต่างพ่อต่างแม่ของฉันอีกคน อวี๋เซิงชอบที่นั่งเบาะ F ริมหน้าต่าง จี้ซิวเหยียนก็เลยไปนั่งประกบข้างเธอ ปล่อยให้ฉันกลายเป็นส่วนเกินที่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวเสมอในทริปนี้ “เจียงไหล ฉันกับอวี๋เซิงขอปรึกษากันเรื่องเลือกคณะหน่อยนะ” “คะแนนประเมินของเธอไม่ค่อยสูง เธอไปนั่งดูซีรีส์อยู่ตรงนู้นก่อนแล้วกัน” ตลอดทาง ทั้งสองคนพูดคุยหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างออกรส ในขณะที่ฉันแทรกบทสนทนาไม่ได้เลยแม้แต่คำเดียว และนี่ก็คือทริปฉลองเรียนจบที่จี้ซิวเหยียนสัญญากับฉันมาตลอดสามปี... สิบโมงตรง ผลสอบประกาศออกมาตามกำหนดเวลา อวี๋เซิงโผเข้ากอดจี้ซิวเหยียนด้วยความตื่นเต้นดีใจ “เยี่ยมไปเลย! คะแนนของเราสองคนน่ะ เลือกได้ทุกคณะในมหาวิทยาลัยปักกิ่งเลยนะ!” จี้ซิวเหยียนยิ้มรับ “รีบดูข้อความในกลุ่มสิ พ่อแม่กำลังแสดงความยินดีกับพวกเราใหญ่เลย” ฉันที่นั่งอยู่เบาะหลังได้ยินเสียงของพ่อกับแม่ดังแว่วมา “เซิงเซิงกับซิวเหยียนสอบได้คะแนนดีขนาดนี้ เป็นความภาคภูมิใจของบ้านเราจริง ๆ!” ตามด้วยเสียงชื่นชมจากพ่อแม่ของแฟนฉัน ฉันก้มหน้ากดเปิดไลน์ ฉันไม่ได้ถูกดึงเข้ากลุ่มแชตนั้น และไม่มีใครเอ่ยถามถึงฉันเลยสักคน ช่างเถอะ... ในเมื่อพวกเขาเลือกอวี๋เซิงของตัวเองแล้ว ฉันเองก็ควรจะก้าวเดินไปสู่เจียงไหลของฉันเสียทีเหมือนกัน
Ver másจี้ซิวเหยียนยืนอยู่หน้าตึกเรียน ท่าทางของเขาดูโดดเดี่ยวและอ้างว้างขึ้นมาก ทว่าพอเขาหันมาเห็นฉัน นัยน์ตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายขึ้นมาทันที “หมานหมาน!” “ฉันมาหาเธอตั้งหลายครั้ง ในที่สุดก็ได้เจอสักที” น้ำเสียงที่เขาเอ่ยออกมาเจือแววตัดพ้อจนฟังดูอู้อี้ เขาก้าวเข้ามาทำท่าจะจับมือฉัน แต่ฉันกลับถอยหลังหนีไปหลายก้าว “จี้ซิวเหยียน” “นายจะเอายังไงอีก? เล่นละครพอหรือยัง” ฉันเคยชอบจี้ซิวเหยียนมาหลายปี ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะพูดจารุนแรงกับเขา วินาทีนี้เขาถึงกับชะงักค้างอยู่กับที่ “หมานหมาน... เธอพูดอะไรน่ะ” “เธอรู้ไหมว่าฉันคิดถึงเธอมากแค่ไหน” “ฉันรอเธออยู่ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งมาตลอด แล้วทำไมเธอถึงไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยก่างต้าล่ะ” ฉันเหลือบมองเวลา ใกล้จะถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว จึงหมดความอดทนและตอบเขากลับไปตรง ๆ “เพราะฉันไม่อยากเห็นหน้านายกับอวี๋เซิงไง” “ฉันรำคาญลูกตานาย พอใจหรือยัง?” พูดจบฉันก็เดินเลี่ยงเขาเพื่อจะเข้าตึกเรียน ทว่าจู่ ๆ เขาก็พุ่งเข้ามาสวมกอดฉันจากด้านหลัง “หมานหมาน เธออย่าเป็นแบบนี้สิ”“ฉันกับอวี๋เซิงไม่ได้มีอะไรกันเลยจริง ๆ เธออย่าเข้าใจผิดแบบนี้ได้ไห
เหรียญรางวัลในมือร่วงหล่นลงบนพื้น ฉันถอยหลังกรูดจนสะดุดก้อนหิน ล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้น พ่อกับแม่ปรี่เข้ามาหวังจะช่วยประคองฉันให้ลุกขึ้น แต่ความทรงจำอันเลวร้ายเหล่านั้น... ความทรงจำที่ฉันเกือบจะลืมเลือนไปแล้ว กลับจู่โจมเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับความเจ็บปวดร้าวที่หัวใจ“อย่ามาแตะตัวหนู! อย่ามาแตะ!” มือของพ่อกับแม่ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ แววตาของพวกเขาทั้งสองเจือไปด้วยความขมขื่น “หมานหมาน…” “ลูกเป็นอะไรไป นี่แม่เองนะ” หยาดน้ำตาพรั่งพรูออกจากหางตาไม่ขาดสาย ฉันสะอื้นไห้ เค้นคำพูดออกมาทีละคำ ๆ ถึงช่วงเวลาที่ถูกหมางเมินและไม่เคยได้รับความสำคัญ “ในใจหนู... คุณไม่ใช่แม่มาตั้งนานแล้ว” “หนูไม่มีแม่ที่จำได้แต่ของโปรดของคนอื่นหรอก” “หนูไม่มีแม่ที่ไม่เคยเห็นความพยายามของหนู แล้วเอาแต่คิดว่าหนูทำอะไรก็สู้คนอื่นไม่ได้หรอกนะ” ฉันหันไปมองพ่อที่ยืนเงียบ ๆ แต่มีน้ำตาอาบเต็มสองแก้ม “แล้วหนูก็ไม่มีพ่อที่มักจะทิ้งหนูไว้ข้างหลังเสมอเหมือนกัน”“พวกคุณก็มีอวี๋เซิงอยู่แล้วทั้งคน จะมาปั่นป่วนชีวิตใหม่ที่หนูอุตส่าห์ดิ้นรนแทบตายกว่าจะได้มาทำไมอีก!” แม่พังทลายลง เธอโผเข้ามาสวมกอดฉัน “ไ
ทันทีที่ฉันลงจากเครื่องบินและเปิดมือถือ ข้อความนับร้อยก็เด้งรัวขึ้นมาทันทีราวกับเครื่องติดไวรัส ซ้ำยังมีสายที่ไม่ได้รับจากหลายคนอีกด้วย แม่ทิ้งข้อความไว้ให้ในวีแชต [หมานหมาน ทำไมลูกถึงเอาแต่ใจแบบนี้นะ][ลูกสอบได้คะแนนดีขนาดนี้ ทำไมถึงไม่บอกพ่อกับแม่ล่ะ][หมานหมาน ลูกไปไหนแล้ว? เมื่อไหร่จะทำให้แม่เลิกปวดหัวสักที]ซิวเหยียนก็ส่งข้อความมาหาฉันรัว ๆ เหมือนกัน [เจียงไหล ครั้งนี้เธอสอบได้คะแนนดีมาก ดีจริง ๆ! พวกเราไปเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งด้วยกันได้แล้วนะ][เลิกงอแงได้แล้ว ทำให้คุณน้าต้องเป็นห่วงอีก รีบกลับมาเถอะ][อีกไม่กี่วันพวกเราไปรายงานตัวที่มหาลัยด้วยกันนะ]ฉันขมวดคิ้วอ่านข้อความพวกนั้นจนจบ จากนั้นก็กดบล็อกแล้วลบทิ้งทันที ฉันก้าวเท้าออกจากสนามบิน สายลมของเมืองก่างพัดมาปะทะใบหน้า ด้วยความกล้าหาญที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฉันพร้อมมุ่งหน้าสู่อนาคตที่เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว ตอนที่เดินออกมา ฉันกำลังเปิดแอปพลิเคชันนำทางเพื่อหาเส้นทางไปมหาวิทยาลัย จู่ ๆ ผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก็เอื้อมมือมาตบไหล่ฉัน ฉันเงยหน้าขึ้นมอง เธอเป็นผู้หญิงที่ดูสุภาพอ่อนโยนและสง่างาม ทั่วทั้
จี้ซิวเหยียนลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ก่อนจะพุ่งเข้าไปแย่งโทรศัพท์มาอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองคะแนนและรหัสยืนยันผลบนหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้นก็ล้วงโทรศัพท์ของตัวเองออกมาเทียบดู เขาเงยหน้ามองแม่ ริมฝีปากขยับเปิดปิด แต่กลับพูดแก้ตัวไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ เพราะฉันสอบได้คะแนนสูงขนาดนั้นจริง ๆ และเขาก็เป็นคนพูดเต็มปากเต็มคำว่าฉันต้องซิ่ว “คุณน้าครับ…” แม่ยกมือขึ้นตัดบท ก่อนจะหันหลังเดินออกไป ระหว่างทาง แม่โทรหาฉันไม่หยุด ส่วนจี้ซิวเหยียนก็ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุมห้องจัดเลี้ยง รัวข้อความส่งหาฉันมากมาย แต่ฉันที่อยู่บนเครื่องบิน ไม่ได้รับรู้อะไรเลย ทันทีที่ถึงบ้าน แม่ก็รีบร้อนเปิดประตูเข้าไป เธอตะโกนเรียกชื่อฉันลั่นบ้าน แต่ไม่ว่าจะเรียกดังแค่ไหน ก็ไม่มีเสียงใดตอบรับ พ่อเดินตามเข้ามาติด ๆ เมื่อทั้งสองคนฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นไปชั้นบน สภาพภายในห้องยังคงเหมือนเดิมทุกประการ เว้นเสียแต่ในถังขยะ... ที่มีกระดาษอัดรูปกองโตและรูปโพลารอยด์ถูกตัดขาดวิ่นทิ้งไว้อย่างสะดุดตา แม่ทรุดตัวลงข้างถังขยะ ค่อย ๆ เก็บเศษรูปเหล่านั้นขึ้นมาทีละชิ้น ภาพถ่ายครอ





