All Chapters of รักสิ้น ลมค่ำเหน็บหนาว: Chapter 1 - Chapter 10

14 Chapters

บทที่ 1

พอลูกชายพูดจบ ฉันกับกู้หย่วนเจิงก็ชะงักไปพร้อมกันตลอด 28 วันนับตั้งแต่ฉันรู้ว่าใจกู้หย่วนเจิงไม่ได้อยู่กับครอบครัวของเรา ทุกครั้งที่เขาทิ้งฉันกับลูกไปเพราะไป๋รั่วเวย ฉันจะให้ลูกเรียกเขาว่า “คุณอา”เพื่อเตือนตัวเองและลูกว่า อย่าเสียใจให้คนที่ไม่คู่ควรอีกแต่ลูกชายไม่ได้คิดแบบนั้นเขาเพิ่งเจ็ดขวบ เป็นวัยที่ยังต้องการพ่อมากที่สุดทุกครั้งที่ฉันให้เขาเรียก “คุณอา” เขาจะลังเลอยู่นาน กว่าจะยอมเรียกออกมาเบา ๆ ว่า “คุณอา”แต่วันนี้ เขากลับเป็นฝ่ายเรียกเองทั้งยังเรียกได้อย่างคล่องปากและเป็นธรรมชาติ ราวกับซ้อมคำนี้อยู่ในใจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนเมื่อเห็นเราทั้งคู่ชะงักไป ลูกชายก็เป็นฝ่ายจับมือฉัน ก่อนพูดกับกู้หย่วนเจิงว่า“คุณอา ไปทำธุระเถอะครับ”จากนั้นก็หันมามองฉัน“แม่ครับ เราไปกันเถอะ เดี๋ยวจะเลยเวลาที่นัดไว้”เขาจูงฉันเดินไปยังร้านถ่ายรูปทีละก้าวกู้หย่วนเจิงเป็นฝ่ายเสนอให้มาถ่ายรูปครอบครัว เพื่อชดเชยที่เขาพลาดการประชุมผู้ปกครองของลูกชายลูกชายตั้งตารอวันนี้มาครึ่งเดือนแล้วฉันเดินตามเขาไปอย่างแข็งทื่อ หัวใจราวกับถูกก้อนหินกดทับ อึดอัดจนอยากร้องไห้ฉันรู้เรื่องที่กู้หย่วนเจ
Read more

บทที่ 2

แต่ถ้าเขาทำไม่ได้ ฉันก็จะใช้เวลา 30 วันนี้ทำทุกวิถีทางให้ลูกค่อย ๆ ชินและไม่ต้องเจ็บปวดเพราะพ่ออีกวันนี้เป็นวันที่ 28ลูกชายเป็นฝ่ายเรียกกู้หย่วนเจิงว่า “คุณอา” ด้วยตัวเองฉันสัมผัสได้ว่าร่างของลูกชายกำลังสั่นน้อย ๆ แต่ในใจกลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด ราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงตอนข้ามถนน ในที่สุดกู้หย่วนเจิงก็ตั้งตัวได้เขารีบตามมาหลายก้าว ตั้งใจจะถามลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไป๋รั่วเวยก็โทรมาอีกครั้ง น้ำเสียงยังคงเจือเสียงสะอื้นออดอ้อนเหมือนเดิม“หย่วนเจิง คุณถึงไหนแล้ว เถาเถาร้องไห้ไม่หยุด เอาแต่บอกว่าอยากให้พ่ออยู่ด้วย ฉันปลอบยังไงก็ไม่อยู่เลย”ฝีเท้าของกู้หย่วนเจิงชะงัก เขาถือโทรศัพท์ไว้ในมือพลางจ้องมองแผ่นหลังของฉันกับลูกชาย ก่อนจะตอบกลับไปว่า“ได้ ผมรู้แล้ว เดี๋ยวถึง” พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความหาฉันว่า “คืนนี้ค่อยคุยกัน” แล้วหันหลังจากไปอย่างไม่ลังเลเสียงเครื่องยนต์รถดังขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ ห่างออกไปลูกชายหยุดเดิน ก่อนจะโผเข้ามากอดฉัน น้ำตาเปียกชุ่มอกเสื้อ“แม่ครับ”“เราไม่เอาพ่อแล้วได้ไหมครับ”สุดท้ายรูปครอบครัวก็ไม่ได้ถ่าย ฉันพาลูกชายกลับบ้านทันที
Read more

บทที่ 3

“แต่ผมสาบานได้ ผมมีแต่ความสงสารให้เวยเวยจริง ๆ เธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ผมแค่ไม่อยากให้เธอต้องเสียใจมากเกินไป”เขาจับมือฉันขึ้นมา แล้ววางลงบนหน้าอกของตัวเองอย่างจริงจัง“ให้เวลาผมอีกหน่อยนะ ผมจะจัดการเรื่องของเวยเวยกับลูกให้เรียบร้อย จะไม่ปล่อยให้คุณกับลูกต้องเจ็บช้ำอีก”ฉันได้แต่มองเขานิ่งอย่างอึ้งงันแทบจำไม่ได้แล้วว่า ครั้งสุดท้ายที่เขามองฉันอย่างจริงจังแบบนี้คือเมื่อไหร่อาจจะเป็นวันแต่งงานของเราภายในโบสถ์สีขาวบริสุทธิ์ เขาสอดประสานนิ้วมือกับฉัน แล้วกล่าวคำสาบานว่าจะดีกับฉันไปตลอดชีวิตหรืออาจจะเป็นวันที่ลูกชายของเราเกิดในห้องคลอดของโรงพยาบาล เขาอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม แล้วก้มลงจูบหน้าผากฉันทั้งที่ตัวสั่นเทาจากนั้นก็พูดว่า“จือจือ ต่อไปนี้ผมจะไม่มีวันปล่อยให้คุณกับลูกต้องเจ็บช้ำหรือคับข้องใจอีก”ฉันนึกถึงเรื่องราวในอดีตเหล่านั้น แล้วเงียบไปนานสุดท้าย ฉันก็ตัดสินใจบอกเรื่องหย่ากับเขา“กู้หย่วนเจิง ที่จริงแล้ว...”“จริงสิ เลโก้รุ่นที่เลิกผลิตแล้วที่คุณซื้อให้ลูกคราวก่อนเก็บไว้ไหนนะ อยู่ในตู้ห้องหนังสือหรือเปล่า? เวยเวยบอกว่าช่วงนี้เถาเถาก็ชอบเลโก้เหมือนกัน
Read more

บทที่ 4

ตอนพูดประโยคนี้ สีหน้าของเขาดูมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัดลูกชายชะงักไป รอยยิ้มในแววตาค่อย ๆ เลือนหายลงทีละน้อยจนมองเห็นได้ชัด“อย่างนั้นเหรอครับ...”เขาค่อย ๆ ก้มหน้าลง ไม่พูดอะไรอีก ขอบตาเริ่มแดงขึ้นแต่กู้หย่วนเจิงกลับไม่ทันสังเกตเห็น ยังคงพูดต่อว่า“เวยเวยมีคำขอเล็ก ๆ แค่นี้เอง ผมคิดดูแล้ว ก็คงไม่ได้มีผลอะไรมาก”“ก็แค่ครั้งนี้ไม่ได้ถ่าย ยังมีครั้งหน้าอีกนี่”“เล่อเล่อ ลูกว่าไงล่ะ?”เขาไม่รู้เลยว่า พรุ่งนี้ฉันกับลูกชายก็จะจากไปแล้วนี่คือโอกาสสุดท้ายของเขาแต่ทั้งฉันและลูกชายไม่มีใครพูดอะไร เพียงพยักหน้าเงียบ ๆ เท่านั้น“ได้”“ได้ครับ”กู้หย่วนเจิงถอนหายใจอย่างโล่งอก รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด ราวกับยกภาระหนักออกจากอก“งั้นผมไปบอกเวยเวยตอนนี้เลย บ่ายสามเจอกันที่ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์”พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นเดินออกไปทันทีพอเกือบถึงประตู เขาก็หันกลับมาอีกครั้ง“ที่รัก ลูก พวกคุณดีกับผมจริง ๆ”ฉันกับลูกชายไม่ได้พูดอะไรพอเขาออกไป ลูกชายก็กระโดดลงจากเตียง แล้วหยิบกระเป๋านักเรียนที่เตรียมไว้ตั้งนานแล้วออกมาจากตู้เสื้อผ้า“แม่ครับ ผมไม่อยากเจอคุณอาอีกแล้ว เราออกเด
Read more

บทที่ 5

หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ไป๋รั่วเวยร้องไห้น้ำตานองหน้า มือกำแขนเสื้อของกู้หย่วนเจิงไว้แน่น“หย่วนเจิง ทำยังไงดี เถาเถาตกบันได เลือดออกเยอะมาก ฉันกลัวจริง ๆ”เถาเถามีกระดาษทิชชูแปะอยู่บนหน้าผาก ร้องไห้จนแทบหายใจไม่ทันตลอดทาง กู้หย่วนเจิงหน้าซีดเผือดเขาอุ้มเด็กไว้พลางโทรหาฉันไปพลางพอฉันรับสาย เขาก็ไม่รอให้ฉันพูด รีบร้อนเอ่ยขึ้นทันทีว่า“จือจือ ช่วยบอกลูกแทนผมทีว่าผมขอโทษ”“เถาเถาหกล้มจนบาดเจ็บ ผมต้องพาเขาไปโรงพยาบาล”“ผมไม่รู้ว่าบ่ายสามจะไปทันไหม ถ้ารอแล้วผมยังไม่มา พวกคุณก็กลับบ้านไปก่อนนะ”“ช่วยบอกลูกแทนผมด้วยว่าผมขอโทษ!”พูดจบ เขาก็วางสายทันทีเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาทิ้งหน้าที่อธิบายไว้ให้ฉัน ส่วนความผิดหวังก็ทิ้งไว้ให้เล่อเล่อเขาคิดว่าพวกเราจะยังคงรอเขาอยู่และยังคิดว่าคำขอโทษเพียงคำเดียว จะทำให้แววตาของลูกกลับมาเป็นประกายได้อีกครั้งไม่นานหมอก็ตรวจอาการของเถาเถาเสร็จเด็กมีเพียงแผลถลอกที่หัวเข่าและข้อศอก ส่วนหน้าผากก็กระแทกเพียงเล็กน้อย ไม่มีอาการสมองกระทบกระเทือนตอนพยาบาลทำความสะอาดแผลให้เถาเถา เขาร้องออกมาเพียงสองเสียงก็หยุดหมอยื่นเอกสารผลตรวจให้กู้หย่ว
Read more

บทที่ 6

เขาดึงมือของไป๋รั่วเวยออก“รั่วเวย เถาเถายังมีคุณอยู่”“แต่วันนี้เล่อเล่อเองก็รอผมอยู่เหมือนกัน”น้ำตาบนใบหน้าของไป๋รั่วเวยหยุดไหลไปชั่วขณะเธอมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ“หย่วนเจิง เมื่อก่อนคุณไม่ใช่คนแบบนี้นี่”“เมื่อก่อนจือจือรอคุณมาตั้งกี่ครั้ง ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่”“เธอรักคุณขนาดนั้น แถมยังเป็นคนรู้ความ รออีกสักครั้งจะเป็นอะไรไปล่ะ?”สีหน้าของกู้หย่วนเจิงเปลี่ยนไปทันทีในที่สุดเขาก็รู้สึกว่าคำพูดนี้ฟังแล้วช่างขัดหูเหลือเกินที่แท้ในสายตาของไป๋รั่วเวย การที่ฉันกับเล่อเล่อต้องรอเขาเป็นเรื่องที่ควรเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วฉันไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย ก็เลยหมายความว่าฉันไม่รู้สึกเจ็บสินะเล่อเล่อไม่ร้องดิ้นอาละวาด ก็เลยหมายความว่าเขาไม่สำคัญสินะกู้หย่วนเจิงเงียบไปสองวินาที“ผมรับปากพวกเขาไว้แล้ว”“ครั้งนี้ผมต้องไปให้ได้”ไป๋รั่วเวยยังคิดจะรั้งเขาไว้แต่เขาหยิบกุญแจรถขึ้นมาแล้วก่อนจะออกไป เขาย่อตัวลงลูบศีรษะเถาเถาเบา ๆ“เป็นเด็กดีนะ เชื่อฟังแม่ล่ะ”“พรุ่งนี้อากู้จะมาหาหนูอีกนะ”เถาเถาร้องไห้พลางยื่นมือไปหา อยากให้เขาอุ้มไป๋รั่วเวยเองก็ตาแดงก่ำ ร้องเรียกเขาไว้“หย่วนเจิ
Read more

บทที่ 7

ม้าหมุนร้านขายของที่ระลึกทุกที่ที่เล่อเล่อเคยบอกว่าอยากไป เขาตระเวนไปมาจนครบทุกแห่งเขาถึงกับยืนอยู่หน้าตุ๊กตามินเนียนอยู่นานตอนวันเกิดครบหกขวบ เล่อเล่อเคยกอดหนังสือนิทานแล้วอธิษฐานว่าอยากมาที่นี่“พ่อครับ ผมอยากไปดูมินเนียนที่ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์”ตอนนั้นเขาตอบลูกว่าอย่างไรนะ?เขาบอกว่า“เป็นเรื่องของเด็ก ๆ”“คนเยอะ วุ่นวาย”“รอโตกว่านี้แล้วค่อยว่ากัน”แต่ต่อมา เขากลับพาไป๋รั่วเวยกับเถาเถามาที่นี่แถมยังถ่ายรูปไว้ด้วยในรูป เขาอุ้มเถาเถาไว้ในอ้อมแขน ยิ้มราวกับเป็นพ่อของเด็กจริง ๆจู่ ๆ กู้หย่วนเจิงก็ย่อตัวลงข้างทาง แล้วยกมือขึ้นปิดหน้าเพิ่งตอนนี้เองที่เขาตระหนักว่า ความเจ็บปวดบางอย่างไม่ได้จบลงเพียงเพราะมันผ่านไปแล้วทุกอย่างถูกจดลงบัญชีไว้หมดแล้วทีละรายการ ทีละรายการเพียงรอวันหนึ่งที่จะย้อนกลับมาหาเขาทั้งต้นทั้งดอกช่วงเย็น เขาเห็นแม่ลูกคู่หนึ่งอยู่หน้าร้านอาหารผู้หญิงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ส่วนเด็กสะพายกระเป๋านักเรียนสีน้ำเงินแผ่นหลังของทั้งคู่ดูคล้ายฉันกับเล่อเล่อมากดวงตาของกู้หย่วนเจิงเป็นประกายขึ้นทันที เขารีบพุ่งเข้าไปตะโกนเรียก“จือจือ!”“เล่อเล่อ
Read more

บทที่ 8

ที่แท้ฉันก็เคยให้โอกาสเขาแล้วเป็นเขาเองที่ไม่ต้องการใต้กระดาษแผ่นนั้นยังมีสมุดเล่มบางวางอยู่เล่มหนึ่งบนปกเขียนตัวอักษรไว้หนึ่งประโยค[บันทึกการลดความยึดติด]กู้หย่วนเจิงเปิดหน้าแรกลายมือของฉันชัดเจน[วันที่ 1 ลูกชายมีไข้ 39.6 องศา กู้หย่วนเจิงรับสายจากไป๋รั่วเวยแล้วออกจากโรงพยาบาล เล่อเล่อร้องไห้ 17 นาที ถามว่าพ่อไม่ชอบเขาแล้วใช่ไหม][คืนนั้น ฉันให้เล่อเล่อเรียกเขาว่า “คุณอา” เล่อเล่อลังเล 43 วินาที]หน้าที่สอง[วันที่ 6 โรงเรียนของเล่อเล่อมีกิจกรรมงานประดิษฐ์สำหรับผู้ปกครองและลูก กู้หย่วนเจิงรับปากว่าจะไปด้วย ไป๋รั่วเวยบอกว่าเถาเถาจะถูกล้อถ้าไม่มีพ่อไปด้วย สุดท้ายกู้หย่วนเจิงก็ไม่ได้มา เล่อเล่อยืนรออยู่หน้าห้องเรียน 38 นาที][เล่อเล่อเรียกว่า “คุณอา” หลังจากลังเล 31 วินาที]หน้าที่สาม[วันที่ 12 กู้หย่วนเจิงพาเถาเถาไปยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ แคปภาพโพสต์เก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว หลังจากเล่อเล่อเห็นรูปถ่ายของทั้งสามคน ก็ซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มร้องไห้จนถึงตีหนึ่ง][เล่อเล่อเรียกว่า “คุณอา” หลังจากลังเล 19 วินาที]หน้าที่สี่[วันที่ 19 ประชุมผู้ปกครอง กู้หย่วนเจิงออกไปกะทันหัน
Read more

บทที่ 9

เสียงของกู้หย่วนเจิงราวกับเค้นลอดไรฟันออกมาไป๋รั่วเวยชะงักจนตัวแข็งทื่อกล่องมะม่วงในมือร่วงลงพื้นเนื้อมะม่วงสีเหลืองกลิ้งกระจายเกลื่อนพื้นความลนลานบนใบหน้าของเธอปรากฏอยู่เพียงวินาทีเดียว ก่อนจะรีบบีบน้ำตาออกมา“หย่วนเจิง ฟังฉันอธิบายก่อน ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด...”กู้หย่วนเจิงพุ่งเข้าไป แย่งมะม่วงที่เหลือจากมือเธอแล้วฟาดลงพื้นอย่างแรง“เข้าใจผิดเหรอ?”“ทั้งที่คุณรู้อยู่แล้วว่าเขาแพ้มะม่วง ยังบังคับให้เขากินอีกเหรอ?”“ไป๋รั่วเวย เขาเป็นลูกแท้ ๆ ของคุณนะ!”“อาการแพ้อาหารรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ คุณรู้ไหม!”ไป๋รั่วเวยถูกเขาตวาดจนหน้าซีดเผือดเถาเถาที่อยู่บนเตียงตกใจจนร้องไห้ออกมาพยาบาลได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งเข้ามา“ญาติคนไข้หยุดทะเลาะกันก่อนค่ะ! ตอนนี้อาการของเด็กยังไม่คงที่!”กู้หย่วนเจิงจ้องไป๋รั่วเวยเขม็งวินาทีนั้น แววตาที่เขามองเธอไม่เหลือความปวดใจหรือความเอ็นดูอีกต่อไปมีเพียงความรังเกียจเมื่อไป๋รั่วเวยเห็นว่าเสแสร้งต่อไปไม่ได้ เธอก็เลิกร้องไห้เสียเลยเธอเช็ดน้ำตาออก ก่อนแค่นหัวเราะ“ใช่ ฉันจงใจเอง”“แต่ฉันจะทำยังไงได้ล่ะ?”“ผู้หญิงหย่าร้างมีลูกติดอ
Read more

บทที่ 10

แต่เขาชะงักเพียงวินาทีเดียวจากนั้นก็เร่งฝีเท้าเดินออกไปเร็วกว่าเดิมไป๋รั่วเวยโมโหจนคว้าแก้วน้ำข้างเตียงปาใส่เขาแก้วน้ำแตกกระจายอยู่ตรงหน้าประตูขณะเดียวกัน เถาเถาที่อยู่บนเตียงก็ชักเกร็งขึ้นมาอย่างรุนแรงใบหน้าที่ซีดขาวของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ ลำคอส่งเสียงหอบหวีดด้วยความทรมานพยาบาลรีบพุ่งเข้าไปทันที“คนไข้มีอาการกล่องเสียงบวม!”“รีบเรียกหมอ!”“เตรียมกู้ชีพ!”ไป๋รั่วเวยตกใจจนขาอ่อน ทรุดนั่งลงกับพื้นกู้หย่วนเจิงรีบไปสนามบินในคืนนั้นทันทีเที่ยวบินแรกสุดไปเมืองเซินไม่มีตั๋วเหลือแล้วเขาจึงนั่งรออยู่ในโถงสนามบินจนล่วงเข้าหลังเที่ยงคืนระหว่างนั้น เขาโทรหาฉันหลายสิบสายส่งข้อความมานับร้อยข้อความ[จือจือ ผมรู้แล้วว่าผมผิด][คุณอยู่ที่ไหน? ให้ผมเจอคุณสักครั้งเถอะ][เล่อเล่อเป็นยังไงบ้าง?][ผมไม่ได้ตั้งใจทำร้ายคุณกับลูกจริง ๆ][ขอร้อง รับสายผมเถอะ]ข้อความเหล่านั้น ฉันไม่ได้เปิดอ่านแม้แต่ข้อความเดียวตอนเครื่องบินลงจอดที่เมืองเซิน เล่อเล่อหลับไปแล้วศีรษะเล็ก ๆ ของเขาพิงอยู่บนไหล่ฉันขนตายังมีคราบน้ำตาแห้งติดอยู่จาง ๆฉันอุ้มเขาลงจากเครื่อง แล้วเรียกแท็กซ
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status