Teilen

บทที่ 3

ซานซาน
“แต่ผมสาบานได้ ผมมีแต่ความสงสารให้เวยเวยจริง ๆ เธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ผมแค่ไม่อยากให้เธอต้องเสียใจมากเกินไป”

เขาจับมือฉันขึ้นมา แล้ววางลงบนหน้าอกของตัวเองอย่างจริงจัง

“ให้เวลาผมอีกหน่อยนะ ผมจะจัดการเรื่องของเวยเวยกับลูกให้เรียบร้อย จะไม่ปล่อยให้คุณกับลูกต้องเจ็บช้ำอีก”

ฉันได้แต่มองเขานิ่งอย่างอึ้งงัน

แทบจำไม่ได้แล้วว่า ครั้งสุดท้ายที่เขามองฉันอย่างจริงจังแบบนี้คือเมื่อไหร่

อาจจะเป็นวันแต่งงานของเรา

ภายในโบสถ์สีขาวบริสุทธิ์ เขาสอดประสานนิ้วมือกับฉัน แล้วกล่าวคำสาบานว่าจะดีกับฉันไปตลอดชีวิต

หรืออาจจะเป็นวันที่ลูกชายของเราเกิด

ในห้องคลอดของโรงพยาบาล เขาอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม แล้วก้มลงจูบหน้าผากฉันทั้งที่ตัวสั่นเทา

จากนั้นก็พูดว่า

“จือจือ ต่อไปนี้ผมจะไม่มีวันปล่อยให้คุณกับลูกต้องเจ็บช้ำหรือคับข้องใจอีก”

ฉันนึกถึงเรื่องราวในอดีตเหล่านั้น แล้วเงียบไปนาน

สุดท้าย ฉันก็ตัดสินใจบอกเรื่องหย่ากับเขา

“กู้หย่วนเจิง ที่จริงแล้ว...”

“จริงสิ เลโก้รุ่นที่เลิกผลิตแล้วที่คุณซื้อให้ลูกคราวก่อนเก็บไว้ไหนนะ อยู่ในตู้ห้องหนังสือหรือเปล่า? เวยเวยบอกว่าช่วงนี้เถาเถาก็ชอบเลโก้เหมือนกัน ผมว่าจะเอาไปให้เขาเล่นสักสองสามวัน”

พูดจบ กู้หย่วนเจิงก็เข้าไปค้นหาเลโก้กล่องนั้นในห้องหนังสือ พอเจอแล้วก็หยิบกุญแจรถ ก่อนจะรีบออกจากบ้านไป

เสียง “ปัง” ดังขึ้น ประตูบ้านปิดลงตามหลังเขา

ร่างของกู้หย่วนเจิงหายลับไปจากสายตา

ฉันจ้องมองประตูเงียบ ๆ อยู่นาน

ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ค้างอยู่ให้จบ

“ที่จริง...ฉันกับลูกไม่เอาคุณแล้ว”

เหลืออีกเพียงสองวัน พวกเราก็จะจากไปแล้ว

ตอนเที่ยงคืน ในที่สุดฉันก็เก็บทุกอย่างเสร็จ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า

หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้น เป็นข้อความจากกู้หย่วนเจิง

[เถาเถาชอบเลโก้มาก ผมนั่งต่อเป็นเพื่อนเขาทั้งคืน เวยเวยฝากให้ผมขอบคุณคุณเป็นพิเศษ]

เที่ยงคืนแล้ว สามีของฉันยังกล่าวขอบคุณฉันแทนผู้หญิงอีกคนอยู่

ฉันกระตุกมุมปาก ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างพูดไม่ออก

แต่ฉันก็ขี้เกียจจะโกรธแล้ว ยังไงสุดท้ายผลลัพธ์ก็เป็นแบบนั้นอยู่ดี

ฉันเปิดหน้าแชต แล้วตอบเขากลับไปทันที

[ไม่ต้องขอบคุณ ฉันไม่ได้เป็นคนให้เธอ]

[อีกอย่าง เลโก้กล่องนั้นเป็นของขวัญวันเกิดที่ลูกชอบที่สุด เขารอให้คุณมีเวลามานั่งต่อกับเขามาตลอด]

พอส่งข้อความนั้นเสร็จ ฉันก็ปิดโทรศัพท์ แล้วหลับตานอน

โดยไม่สนใจเลยว่าอีกฝั่งหนึ่ง กู้หย่วนเจิงจะมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความนั้น

แปดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น กู้หย่วนเจิงกลับมาถึงบ้านแต่เช้าอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นนัก

พอเข้าบ้านและถอดเสื้อคลุมออก เขาก็เห็นกระเป๋าเดินทางหลายใบวางเรียงอย่างเป็นระเบียบอยู่ในห้องรับแขก จึงชะงักอยู่กับที่

“ไปเที่ยวต้องเตรียมกระเป๋าเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”

เขายังไม่ทันได้วางเสื้อคลุม ก็รีบเดินเข้ามาถามฉันในห้องนอนด้วยท่าทางลนลานเล็กน้อย

ฉันกำลังช่วยลูกชายแต่งตัวอยู่ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองเขา

“ที่ที่จะไปมันไกล”

พอได้ยินแบบนั้น เขาก็หันไปมองลูกชายทันที เมื่อเห็นลูกพยักหน้ายืนยัน สีหน้าถึงค่อยผ่อนคลายลง

จากนั้นเขาก็วางเสื้อคลุมไว้ข้าง ๆ แล้วหยิบตั๋วยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ออกมาสามใบ

“คุณโกรธผมมาตลอดไม่ใช่เหรอ ที่ผมไม่ได้พาลูกไปยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์”

“ผมซื้อตั๋วของวันนี้มาแล้ว เราสามคนพ่อแม่ลูกไปด้วยกันนะ”

เขาชูตั๋วมาอวดตรงหน้าฉันกับลูกชาย สีหน้าเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู

ชั่วขณะหนึ่ง ฉันถึงกับสงสัยว่าตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่า

ตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นจนถึงตอนนี้ก็เกือบหนึ่งเดือนแล้ว เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้วันนี้งั้นเหรอ?

แต่พอนึกถึงข้อความที่ยังไม่ได้อ่านเป็นชุด ๆ ในโทรศัพท์ตอนตื่นเช้า ฉันก็เข้าใจขึ้นมาทันที

ที่แท้ก็แค่จะชดเชยนี่เอง

ฉันไม่พูดอะไร ยังคงตั้งใจช่วยลูกชายแต่งตัวต่อไป

แต่ลูกชายกลับตื่นเต้นอย่างมาก จ้องมองฉันพลางกะพริบตาปริบ ๆ

“แม่ครับ ผมอยากไป!”

ฉันยิ้มจนตาหยี ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ได้ยินกู้หย่วนเจิงพูดขึ้นอย่างอึกอักว่า

“แต่ถ้าพวกคุณจะไป มีเงื่อนไขอยู่อย่างหนึ่ง คือ...เวยเวยรู้ว่าวันนี้พวกเราจะไปถ่ายรูปครอบครัวกัน เธอกลัวว่าถ้าเถาเถารู้เข้าจะไม่สบายใจ เพราะงั้น...เรื่องถ่ายรูปครอบครัว...เอาไว้คราวหน้าค่อยว่ากันนะ”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • รักสิ้น ลมค่ำเหน็บหนาว   บทที่ 14

    “มีอะไร?”เขาเหลือบมองชายหนุ่มที่กำลังซื้อไอศกรีมให้เล่อเล่ออยู่ไม่ไกล น้ำเสียงทั้งต่ำและแหบพร่า“คุณจะคบใคร ผมไม่ห้าม”“แต่...” ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง“คบกันเล่น ๆ ได้ไหม อย่าแต่งงานเลย”ฉันชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเล่อเล่อถือไอศกรีมกลับมาพอดี พอได้ยินประโยคนี้ก็หัวเราะเหมือนกันเขาเงยหน้าถามกู้หย่วนเจิง“คุณอากู้กำลังขอร้องแม่ผมอยู่เหรอครับ?”สีหน้าของกู้หย่วนเจิงดูอึดอัด แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ“ใช่”เล่อเล่อเลียไอศกรีมหนึ่งคำ ก่อนครุ่นคิดอย่างจริงจัง“แต่แม่ผมอยากแต่งงานกับใครก็เป็นสิทธิ์ของแม่นะครับ”“เมื่อก่อนคุณอาไม่เห็นคุณค่าของแม่ ตอนนี้ก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับแม่เหมือนกัน”แววตาของกู้หย่วนเจิงค่อย ๆ หม่นลงฉันมองเขาแล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเขาช่างแปลกหน้าเหลือเกินผู้ชายที่ครั้งหนึ่งฉันเคยรักสุดหัวใจ บัดนี้ยืนอยู่ตรงหน้าฉันอย่างต่ำต้อย สำนึกเสียใจ และหมดสภาพแต่ฉันกลับไม่รู้สึกสะใจที่ได้เอาคืนอีกแล้วในใจมีเพียงความสงบนิ่ง“กู้หย่วนเจิง”“รู้ไหม เมื่อก่อนสิ่งที่ฉันต้องการที่สุด คืออยากให้คุณหันกลับมามองฉันกับเล่อเล่อสักครั้ง”“แต่ต่อมาฉันถึงได้ร

  • รักสิ้น ลมค่ำเหน็บหนาว   บทที่ 13

    ฉันไม่อยากรับแต่เล่อเล่อกลับพูดอย่างจริงจังว่า“แม่ครับ นี่เป็นสิ่งที่เขาควรให้”“เมื่อก่อนเขาติดค้างผมไว้”ฉันชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยอมตกลงทั้งเงินและของขวัญ พวกเรารับไว้ทั้งหมดแต่เล่อเล่อไม่เคยเรียกเขาว่าพ่ออีกเลยทุกครั้งที่กู้หย่วนเจิงมา เล่อเล่อจะพยักหน้าให้อย่างสุภาพ“สวัสดีครับคุณอากู้” ทุกครั้งที่ได้ยินคำเรียกนั้น สีหน้าของกู้หย่วนเจิงจะซีดลงเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่กล้าท้วงอีกแล้วเมื่อก่อนเป็นฉันกับเล่อเล่อที่คอยวิ่งตามเขาคอยถามว่าเมื่อไหร่เขาจะกลับบ้านคอยถามว่าเขาจะอยู่เป็นเพื่อนลูกได้ไหมคอยถามว่าในใจเขายังมีพวกเราอยู่บ้างหรือเปล่าแต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับกันแล้วกลายเป็นเขาที่คอยตามฉันกับเล่อเล่อแต่พวกเราไม่หันกลับไปอีกแล้วทุกเทศกาลและวันหยุด ฉันจะพาเล่อเล่อไปเที่ยวตรุษจีนไปฮอกไกโดดูหิมะวันแรงงานไปเล่นเซิร์ฟที่ทะเลปิดเทอมฤดูร้อนไปยุโรปดูปราสาทไม่รู้กู้หย่วนเจิงไปได้กำหนดการเดินทางของเรามาจากไหน เขามักจะแอบตามมาเงียบ ๆตอนเรานั่งรอขึ้นเครื่องที่สนามบิน เขาก็นั่งอยู่ไม่ไกลตอนเรากินอาหารเช้าที่โรงแรม เขาก็นั่งมองอยู่ห่างออกไปสองโต๊ะตอนเล่อเล่อเ

  • รักสิ้น ลมค่ำเหน็บหนาว   บทที่ 12

    เช้าวันรุ่งขึ้นตอนฉันตื่น กู้หย่วนเจิงก็ไม่อยู่หน้าประตูแล้วพนักงานต้อนรับนำจดหมายฉบับหนึ่งมาให้ลายมือบนซองเป็นของเขา[จือจือ เล่อเล่อ ผมจะไม่ยอมแพ้]ฉันอ่านจบก็โยนลงถังขยะทันทีเล่อเล่อนั่งแทะขนมปังอยู่ข้างเตียง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองฉันแวบหนึ่ง“แม่ครับ เขาเขียนว่าอะไรเหรอ?”ฉันยิ้มเล็กน้อย“ไม่มีอะไรหรอก”“พยากรณ์อากาศน่ะ”เล่อเล่อเองก็ยิ้มออกมานั่นเป็นครั้งแรกที่เขายิ้มออกมาจากใจจริง นับตั้งแต่เราจากกู้หย่วนเจิงมาตลอดหนึ่งปีหลังจากนั้น มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเรื่องแรกคือไป๋รั่วเวยเกิดเรื่องพยาบาลของโรงพยาบาลนำคลิปวิดีโอที่เธอจงใจป้อนมะม่วงให้เถาเถาไปมอบให้ตำรวจในคลิป เธอรู้อยู่เต็มอกว่าเด็กแพ้มะม่วง แต่กลับหลอกล่อให้เขากินเข้าไปครั้งแล้วครั้งเล่าตำรวจจึงเปิดคดีสอบสวนตอนแรกไป๋รั่วเวยยังพยายามแก้ตัวบอกว่าตัวเองแค่ “ไม่ทันระวัง”แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางเดินของโรงพยาบาล บันทึกเสียงของพยาบาล คำให้การของเถาเถา รวมถึงประวัติแชตระหว่างเธอกับกู้หย่วนเจิง ล้วนกลายเป็นหลักฐานที่ผ่านมา เธอมักใช้ข้ออ้างว่า “เถาเถาคิดถึงพ่อ” “เถาเถาล้ม” หรือ “เถาเถาเป็นไข้” เพื

  • รักสิ้น ลมค่ำเหน็บหนาว   บทที่ 11

    “จือจือ ผมขอร้อง”“ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะ”“เห็นแก่เล่อเล่อเถอะ”พอได้ยินชื่อเล่อเล่อ แววตาของฉันก็เย็นชาลงอย่างสิ้นเชิง“คุณเพิ่งจะนึกถึงเล่อเล่อตอนนี้เหรอ?”กู้หย่วนเจิงอ้าปาก แต่กลับพูดอะไรไม่ออกเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังมาจากด้านหลังเล่อเล่อยืนอยู่ข้างหลังฉัน กอดตุ๊กตาไดโนเสาร์ตัวน้อยของตัวเองไว้แน่นเขามองกู้หย่วนเจิงที่คุกเข่าอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าสงบนิ่งกู้หย่วนเจิงราวกับคว้าความหวังสุดท้ายเอาไว้ได้ จึงยื่นมือหมายจะสัมผัสเขา“เล่อเล่อ”“พ่อมาแล้ว”“ลูกช่วยพ่อเกลี้ยกล่อมแม่หน่อยได้ไหม?”“พ่อไม่อยากหย่ากับแม่”เขาคิดว่าเล่อเล่อจะใจอ่อนเพราะเมื่อก่อน เล่อเล่อติดเขามากที่สุดแค่เขากลับบ้าน เล่อเล่อก็จะวิ่งเข้าไปกอดขาเรียกพ่อซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ครั้งนี้ เล่อเล่อเพียงถอยไปหลบหลังฉันครึ่งก้าวก่อนจะพูดอย่างสงบนิ่งว่า“คุณอา ไปอยู่กับเด็กคนนั้นข้างนอกเถอะ”“อย่ามารบกวนผมกับแม่อีกเลย”กู้หย่วนเจิงตัวแข็งทื่อมือของเขาค้างอยู่กลางอากาศ“เล่อเล่อ พ่อเป็นพ่อนะ”“ลูกจะเรียกพ่อว่าคุณอาได้ยังไง?”เล่อเล่อมองเขาดวงตาแดงก่ำ แต่กลับไม่ร้องไห้“คุณอาเป็นคนไม่เอาผมกับแ

  • รักสิ้น ลมค่ำเหน็บหนาว   บทที่ 10

    แต่เขาชะงักเพียงวินาทีเดียวจากนั้นก็เร่งฝีเท้าเดินออกไปเร็วกว่าเดิมไป๋รั่วเวยโมโหจนคว้าแก้วน้ำข้างเตียงปาใส่เขาแก้วน้ำแตกกระจายอยู่ตรงหน้าประตูขณะเดียวกัน เถาเถาที่อยู่บนเตียงก็ชักเกร็งขึ้นมาอย่างรุนแรงใบหน้าที่ซีดขาวของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ ลำคอส่งเสียงหอบหวีดด้วยความทรมานพยาบาลรีบพุ่งเข้าไปทันที“คนไข้มีอาการกล่องเสียงบวม!”“รีบเรียกหมอ!”“เตรียมกู้ชีพ!”ไป๋รั่วเวยตกใจจนขาอ่อน ทรุดนั่งลงกับพื้นกู้หย่วนเจิงรีบไปสนามบินในคืนนั้นทันทีเที่ยวบินแรกสุดไปเมืองเซินไม่มีตั๋วเหลือแล้วเขาจึงนั่งรออยู่ในโถงสนามบินจนล่วงเข้าหลังเที่ยงคืนระหว่างนั้น เขาโทรหาฉันหลายสิบสายส่งข้อความมานับร้อยข้อความ[จือจือ ผมรู้แล้วว่าผมผิด][คุณอยู่ที่ไหน? ให้ผมเจอคุณสักครั้งเถอะ][เล่อเล่อเป็นยังไงบ้าง?][ผมไม่ได้ตั้งใจทำร้ายคุณกับลูกจริง ๆ][ขอร้อง รับสายผมเถอะ]ข้อความเหล่านั้น ฉันไม่ได้เปิดอ่านแม้แต่ข้อความเดียวตอนเครื่องบินลงจอดที่เมืองเซิน เล่อเล่อหลับไปแล้วศีรษะเล็ก ๆ ของเขาพิงอยู่บนไหล่ฉันขนตายังมีคราบน้ำตาแห้งติดอยู่จาง ๆฉันอุ้มเขาลงจากเครื่อง แล้วเรียกแท็กซ

  • รักสิ้น ลมค่ำเหน็บหนาว   บทที่ 9

    เสียงของกู้หย่วนเจิงราวกับเค้นลอดไรฟันออกมาไป๋รั่วเวยชะงักจนตัวแข็งทื่อกล่องมะม่วงในมือร่วงลงพื้นเนื้อมะม่วงสีเหลืองกลิ้งกระจายเกลื่อนพื้นความลนลานบนใบหน้าของเธอปรากฏอยู่เพียงวินาทีเดียว ก่อนจะรีบบีบน้ำตาออกมา“หย่วนเจิง ฟังฉันอธิบายก่อน ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด...”กู้หย่วนเจิงพุ่งเข้าไป แย่งมะม่วงที่เหลือจากมือเธอแล้วฟาดลงพื้นอย่างแรง“เข้าใจผิดเหรอ?”“ทั้งที่คุณรู้อยู่แล้วว่าเขาแพ้มะม่วง ยังบังคับให้เขากินอีกเหรอ?”“ไป๋รั่วเวย เขาเป็นลูกแท้ ๆ ของคุณนะ!”“อาการแพ้อาหารรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ คุณรู้ไหม!”ไป๋รั่วเวยถูกเขาตวาดจนหน้าซีดเผือดเถาเถาที่อยู่บนเตียงตกใจจนร้องไห้ออกมาพยาบาลได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งเข้ามา“ญาติคนไข้หยุดทะเลาะกันก่อนค่ะ! ตอนนี้อาการของเด็กยังไม่คงที่!”กู้หย่วนเจิงจ้องไป๋รั่วเวยเขม็งวินาทีนั้น แววตาที่เขามองเธอไม่เหลือความปวดใจหรือความเอ็นดูอีกต่อไปมีเพียงความรังเกียจเมื่อไป๋รั่วเวยเห็นว่าเสแสร้งต่อไปไม่ได้ เธอก็เลิกร้องไห้เสียเลยเธอเช็ดน้ำตาออก ก่อนแค่นหัวเราะ“ใช่ ฉันจงใจเอง”“แต่ฉันจะทำยังไงได้ล่ะ?”“ผู้หญิงหย่าร้างมีลูกติดอ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status