All Chapters of แกล้งตายหนีรักช้ำ แต่งงานใหม่ให้ฝ่าบาทคลั่ง: Chapter 11 - Chapter 20

30 Chapters

บทที่ 11

พอพูดจบ นางคล้ายเพิ่งรู้สึกตัว ยามชักมือกลับก็อธิบายเสียงเบาว่า "เมื่อครู่ข้าไม่ได้..."เซี่ยจิ่งชวนรีบกุมมือของนางไว้ "เราชอบคำเรียกขานนี้"สายตาประสานกัน ซ่งหวั่นก็ก้มหน้าลงด้วยความเอียงอาย ติ่งหูขาวผ่องพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเซี่ยจิ่งชวนกระแอมไอเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า "เรายังมีราชกิจต้องจัดการ หวั่นหวั่นคุยกับฮูหยินซ่งไปก่อน"พูดจบเขาก็เดินจากไป ทิ้งให้ซ่งหวั่นและฮูหยินซ่งสบตากันชั่วครู่ต่อมา ซ่งหวั่นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ท่านแม่ สีหน้าท่าน...คล้ายจะไม่ค่อยดีนัก"ฮูหยินซ่งยิ้มเจื่อน "เจ้าดูออกหรือ แม่เพิ่งเพิ่งมาจากทางตำหนักเหยียนซีน่ะ"ตำหนักเหยียนซีหรือ?เหตุใดจึงเป็นที่นั่น?ซ่งหวั่นขุ่นเคือง แต่ก็ข่มอารมณ์เอาไว้"เป็นพี่จิ่งชวนที่ให้ท่านแม่ไปทางนั้นก่อนหรือเจ้าคะ อาการของน้องสาว... ไม่ค่อยดีหรือ?"สามคำหลังนี้ ซ่งหวั่นเอ่ยออกมาอย่างระมัดระวังมากท่าทางกังวลใจและขอบตาที่บวมแดงทำให้ฮูหยินซ่งปวดใจ จึงอธิบายว่า "แม่ตั้งใจไปเจอนางเอง""ท่านแม่ต้องการไปเจอนาง?"ซ่งหวั่นทวนคำ เสียงสูงขึ้นอย่างคุมไม่อยู่ "เพราะเหตุใดกัน"เพราะความตกใจ ซ่งหวั่นจึงไม่อาจควบคุ
Read more

บทที่ 12

เซี่ยจิ่งชวนไม่ได้ตอบ เพียงแต่มองซ่งเวยโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียวมองไปมองมา จู่ ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่ารูปร่างของซ่งเวยดูผอมแห้งลงไปอีกแล้วหลังจากพาซ่งหวั่นเดินออกไป เขาก็ได้ยินซูเซิ่งมารายงานว่า ซ่งเวยหกล้มในตำหนักเหยียนซีแต่ซ่งหวั่นสลบไสลอยู่ ในใจเป็นห่วงจึงไม่ได้มา ทำได้เพียงส่งคนออกนอกวังไปเชิญฮูหยินซ่งเข้ามาเขาเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดตนจึงทำเช่นนั้น เพียงรู้สึกอย่างไร้เหตุผลว่าทั้งซ่งหวั่นและซ่งเวยล้วนต้องการนางแต่นี่ไม่ได้หมายความว่า เขาได้มองข้ามเรื่องที่นางกำนัลล่วงเกินไปแล้วหวั่นหวั่นให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์พี่น้อง ถึงกับเศร้าเสียใจเพราะเรื่องนี้ เช่นนั้นเขาก็จะต่อสายสัมพันธ์พี่น้องนี้ให้หวั่นหวั่นเองพิธีสถาปนาฮองเฮาก็คือโอกาสที่ดีที่สุด"อีกสองเดือนข้างหน้าจะเป็นพิธีสถาปนาฮองเฮาของหวั่นหวั่น"พิธีสถาปนาฮองเฮาซ่งเวยชะงัก ปลายเล็บเกร็งจิกแน่นโดยไม่รู้ตัว ลำคอก็พลันแห้งผากตามไปด้วย"ฝ่าบาทเสด็จมาตรัสกับหม่อมฉันถึงที่นี่ ทรงอยากให้หม่อมฉันแสดงความยินดีที่ฝ่าบาทสมหวังหรือเพคะ"เซี่ยจิ่งชวนเอ่ยเรียบ ๆ "คำยินดีแค่พูดไร้ประโยชน์ หากเจ้ามีความตั้งใจ เช่นนั้นพิธีสถาปนาฮ
Read more

บทที่ 13

เซี่ยจิ่งชวนพูดเองรอบหนึ่งยังไม่พอ ถึงกับข่มขู่นางอีกด้วยความเงียบสงบแผ่ขยายออกไป ซูเซิ่งแอบถอนหายใจ เมื่อนึกถึงการร่วมทุกข์ร่วมสุขกันตลอดสามปีที่ชายแดนทางเหนือ เขาก็กระแอมเบา ๆ ทีหนึ่ง"พระสนม ทรงไม่เป็นอะไรนะพ่ะย่ะค่ะ?"ซ่งเวยจิกปลายเล็บแน่น หลังจากดึงสติตนเองกลับมาได้ ก็ฝืนยิ้มออกมา "ขอบใจกงกงที่เป็นห่วง ฝากกงกงไปกราบทูลฝ่าบาทด้วยว่า ข้า...รับทราบแล้ว""พระสนมไม่ต้องห่วง บ่าวจะไปกราบทูลแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ"ซูเซิ่งทำความเคารพ ก่อนจะเดินจากไปก็เอ่ยขึ้นอีกเรื่องหนึ่ง"นางกำนัลสองคนที่ล่วงเกินคุณหนูซ่ง บ่าวนำตัวกลับมาส่งแล้ว อยู่ที่ห้องพักเดิมของพวกนางพ่ะย่ะค่ะ""เข้าใจแล้ว" ซ่งเวยเอ่ยเสียงเรียบซูเซิ่งยืนอยู่ที่ประตู หลังจากอึกอักลังเล ในที่สุดก็เดินจากไปอย่างเงียบ ๆเวยผินทำเพื่อฝ่าบาทมากมายนัก แต่คนที่ฝ่าบาทรักอย่างไรเสียก็มีเพียงคนเดียวเรื่องความรักเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผล ได้แต่หวังว่าเวยผินจะทำใจยอมรับได้โดยไวซ่งเวยไม่ได้รับรู้ความคิดของซูเซิ่ง นางหลุบตานั่งลงอยู่ชั่วครู่แล้วจึงเข้านอนวันรุ่งขึ้นหลังจากซ่งเวยล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็เรียกเถาเยาให้ไปตามหาอวี้เอ๋อร์และลวี่เ
Read more

บทที่ 14

คำว่า 'ล่วงเกินเจ้านาย' ที่เอ่ยออกจากปากของซ่งเวย ทำให้รอบข้างตกอยู่ในความเงียบสงัดในพริบตาต่อมา เสียงตุ้บพลันดังขึ้น"บ่าวสำนึกแล้ว พระสนมโปรดลงโทษเพคะ"แม้จะเป็นการขอรับโทษ แต่น้ำเสียงของเถาเยาก็ยังคงเต็มไปด้วยความนอบน้อมซ่งเวยเงียบขรึม ผ่านไปครู่ใหญ่จึงถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง "ลุกขึ้นเถิด"เถาเยาเป็นคนที่เซี่ยจิ่งชวนส่งมาเป็นพิเศษ หากไม่มีความจำเป็น นางจะไม่ลงโทษเด็ดขาดไม่ใช่เพราะอะไร ยามนี้นางจำเป็นต้องทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตนยิ่งไปกว่านั้น การที่ซ่งเวยเอ่ยปาก ก็เพียงเพื่อต้องการข่มเถาเยาไว้ชั่วคราวเท่านั้น"พระสนม กฎระเบียบ..."ซ่งเวยยกมือขึ้นเล็กน้อย ถ้อยคำที่เถาเยาพูดไปได้ครึ่งหนึ่งก็หยุดชะงักลงทันที"ข้าไม่รู้ว่าก่อนมาเจ้าถูกผู้ใดกำชับสิ่งใดมาบ้าง แต่ที่นี่คือตำหนักเหยียนซี คำพูดของข้าก็คือกฎระเบียบ" ซ่งเวยเอ่ย หลังจากชะงักไปครู่เดียว นางก็เอ่ยต่อ "ไม่ต้องคุกเข่าแล้ว ลุกขึ้นไปตามหมอหลวง"เถาเยาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาฉายแววซับซ้อนอยู่บ้างแต่ผ่านไปไม่นาน นางก็สะกดข่มอารมณ์ที่พุ่งพล่านไว้ "เพคะ บ่าวจะรีบส่งคนไปตามหมอหลวงเดี๋ยวนี้"ก่อนจะเดินออกไป ซ่งเวยก็กำชับขึ้นอ
Read more

บทที่ 15

"ทางฝั่งนางไม่ค่อยเหมาะสมนัก" ฮูหยินซ่งตอบออกไปตามสัญชาตญาณ เพิ่งจะสิ้นเสียง ฮูหยินซ่งก็ตระหนักได้ว่าไม่ถูกต้อง รีบเอ่ยอธิบายทันที "แม่หมายความว่าหวั่นหวั่นร่างกายอ่อนแอ นางต้องการ..."คำว่า 'พักผ่อน' ยังทันไม่เอ่ยออกจากปาก ฮูหยินซ่งก็เงียบเสียงลงอีกครั้งเพราะนางตระหนักได้ว่า ยิ่งตนพูดมากเพียงใด ปัญหาก็ยิ่งโผล่มามากเท่านั้นในเมื่ออาการของซ่งหวั่นไม่ค่อยดี ซ่งเวยเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไรในขณะเดียวกันนี้เอง ในหัวของซ่งเวยพลันปรากฏเรือนร่างของเซี่ยจิ่งชวนขึ้นมา ปลายเล็บสั่นสะท้านครู่หนึ่ง ในใจรู้สึกแสบเคืองเล็กน้อยเซี่ยจิ่งชวนไปหาซ่งหวั่นอยู่เป็นประจำ ฮูหยินซ่งจึงไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นั่นต่อจริง ๆอีกด้านหนึ่ง ในใจของฮูหยินซ่งมีความกระวนกระวายเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยหากจะบอกว่าก่อนหน้านี้ยังรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่เมื่อเผชิญกับความเงียบของซ่งเวย ความรู้สึกผิดนั้นกลับกลายเป็นการกล่าวโทษนาง"เจ้าเงียบตลอด ไม่ต้องการให้แม่พักอยู่ในตำหนักเหยียนซีหรือ"คำถามของฮูหยินซ่งดึงสติของซ่งเวยกลับมา แต่นางยังไม่ทันเอ่ยอะไร ก็ได้ยินเสียงฮูหยินซ่งเอ่ยต่อ "แม่อยากพักอยู่ที่ตำหนักเหยียนซี ด้
Read more

บทที่ 16

เถาเยาทำท่าผายมือเชิญ คำพูดที่ฮูหยินซ่งเอ่ยไปได้ครึ่งหนึ่งพลันหยุดชะงัก สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก"แม่ยังมี...""ฮูหยินซ่ง เชิญเถิดเจ้าค่ะ"ฮูหยินซ่งพยายามจะเอ่ยต่อ แต่เถาเยาก็ส่งเสียงแทรกขึ้นมา น้ำเสียงที่จงใจเอ่ยให้ดังขึ้นนั้นกลบเสียงของฮูหยินซ่งไปเสียมิดในขณะเดียวกัน ซ่งเวยก็เบือนสายตาหนีฮูหยินซ่งติดอยู่ตรงกลาง จึงจำเป็นต้องลุกขึ้นเดินจากไปขณะได้ยินเสียงฝีเท้าจางเลือนไป ซ่งเวยก็คลำทางเดินไปยังขอบเตียง ยื่นมือข้างหนึ่งเข้าไปใต้หมอน ความเย็นเยียบอันเป็นเอกลักษณ์ของขวดกระเบื้องพลันแผ่ซ่านไปตามปลายเล็บเม็ดยาที่ตกทอดของตระกูลซ่งเม็ดนี้ ถูกนางเก็บรักษาไว้อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษเพียงแต่ยามลูบคลำขวดกระเบื้อง ความคิดของนางก็หยุดที่คำพูดของเถาเยา ความสงสัยที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวานผุดขึ้นมาในใจอีกครั้งเหตุใดอวี้เอ๋อร์จึงได้รับบาดเจ็บเบากว่าลวี่เฝ่ยความแตกต่างของพวกนางอยู่ที่ใดกันหรือจะบอกว่า...ข้อสงสัยพรั่งพรูขึ้นมา ซ่งเวยหลับตาลงเบา ๆ ผ่านไปนานจึงค่อยเก็บขวดกระเบื้องกลับเข้าไปใต้หมอนอีกครั้งอีกด้านหนึ่ง เถาเยาจัดแจงที่พักให้ฮูหยินซ่งเรียบร้อย กำลังจะเดินจากไป ก็ถูกฮูหยินซ่งร
Read more

บทที่ 17

ช่วงแรกซ่งเวยยังไม่ค่อยคุ้นชิน แต่เมื่อฮูหยินซ่งปรากฏตัวถี่ขึ้น นางก็สามารถมองข้ามอีกฝ่ายไปได้ด้วยความสงบแล้ววันเวลาในช่วงที่บำรุงร่างกายเงียบสงบมากเพราะเซี่ยจิ่งชวนและซ่งหวั่นไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าซ่งเวยเลย ไม่น่าเชื่อว่านางจะรู้สึกราง ๆ ว่าตำหนักเหยียนซีกลายเป็นดินแดนอิสระอีกแห่งหนึ่งแปลกมาก แต่กลับทำให้ซ่งเวยรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกจนกระทั่งครึ่งเดือนให้หลัง ไทเฮาประชวรขึ้นมากะทันหัน พระเสาวนีย์ฉบับหนึ่งถูกส่งเข้ามายังตำหนักเหยียนซี"ไทเฮาทรงมีพระเสาวนีย์ เชิญเวยผินเสด็จไปยังตำหนักฉือหนิงเพื่อถวายการดูแลพระอาการประชวร"ถวายการดูแลพระอาการประชวร!ร่างกายของซ่งเวยเกร็งแข็ง ปลายเล็บกำแน่นเข้าหากันโดยไม่รู้ตัวหลายปีที่ชายแดนทางเหนือ ไทเฮาประชวรอยู่บ่อยครั้งเพราะร่างกายอ่อนแอ ทุกครั้งล้วนเป็นซ่งเวยที่คอยปรนนิบัติดูแลในยามนั้น นางทุ่มเทใจให้ไทเฮา ดึกดื่นมักจะคุกเข่ากราบไหว้ต่อหน้าพระพุทธรูป คัดลอกคัมภีร์ด้วยความศรัทธาแรงกล้าแต่ในยามนั้น ดวงตาของนางยังปกติดี และยังไม่ได้ตั้งครรภ์มาบัดนี้..."เวยผิน เวยผินเหนียงพ่ะย่ะค่ะ?"ซ่งเวยดึงสติกลับมา ห้วงความคิดนับพันนับห
Read more

บทที่ 18

เมื่อเอ่ยคำนี้ออกมา ทั่วทั้งตำหนักในก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ซ่งหวั่นเอียงศีรษะเล็กน้อย สายตาที่จับจ้องค้นหาแฝงไว้ด้วยเจตนาร้ายอยู่บ้างเดิมทีอารมณ์ของไทเฮาก็ไม่ได้ดีอย่างที่แสดงออกมา ซ่งเวยตอบเช่นนี้เกรงว่าจะเจอเรื่องใหญ่แล้วทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ทำให้นางไม่พอใจเช่นกันเหตุใดไทเฮาจึงยืนกรานให้ซ่งเวยคอยดูแลตอนป่วยมาโดยตลอด?ทั้งที่นางก็อยู่ที่นี่ แต่กลับเจาะจงจะ..."แค่ก ๆ ๆ..."เสียงไออย่างรุนแรงระลอกหนึ่งดังขึ้นห้วงความคิดของซ่งหวั่นถูกขัดจังหวะในเวลาเดียวกัน ผู้คนรอบข้างต่างพากันกรูเข้าไปล้อมรอบเตียงไทเฮารู้สึกเพียงว่าคันคอจนเกินจะทนไหว มีนางกำนัลยื่นน้ำชาเข้ามา นางฝืนจิบไปคำหนึ่งอย่างยากลำบาก"เสด็จอา เสด็จอาทรงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ หมอหลวง รีบมาตรวจดูเร็วเข้า""..."ซ่งเวยยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง นางมองไม่เห็นภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า แต่ฟังจากเสียงกลับรับรู้ได้ถึงความวุ่นวายสับสน ยามไทเฮาต้องลมเป็นไข้หวัด เพียงอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมา ก็จะไออย่างรุนแรงหากเป็นที่ชายแดนทางเหนือ นางคงจัดเตรียมน้ำสาลี่บำรุงปอดไว้ให้ทันทีแต่ในยามนี้ นางทำได้เพียงฟังอยู่เงียบ ๆทันใดนั้น มื
Read more

บทที่ 19

ความมืดมิดบวกกับการคาดเดาในใจ ก่อเกิดเป็นความตื่นตระหนก เห็นว่าจะควบคุมไม่อยู่แล้วแท้ ๆ มือข้างหนึ่งก็แตะลงบนไหล่ของนาง"บ่าวอยู่ตรงนี้เพคะ"เถาเยา!หัวใจที่ตื่นตระหนกของซ่งเวยพลันสงบลงทันทีผ่านไปครู่เดียว นางลองใช้มือสัมผัสเบื้องหน้า เพื่อยืนยันว่าตัวเองอยู่ข้างเตียง"พระสนมนั่งลงก่อนได้เพคะ บ่าวจะคอยเฝ้าไทเฮาแทนพระสนมเอง"เสียงของเถาเยาแผ่วเบามาก แต่ทว่าทุก ๆ ถ้อยคำกลับผ่านเข้าหูซ่งเวยอย่างชัดเจนซ่งเวยสั่นศีรษะเบา ๆ ปฏิเสธข้อเสนอของเถาเยาไทเฮาในยามนี้ต่างจากตอนอยู่ที่ชายแดนทางเหนือโดยสิ้นเชิง หากโดนนางจับผิดขึ้นมา เกรงว่า...นางหลับตาลง แสร้งทำเป็นพักสายตาบำรุงกำลังไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ไทเฮาก็ตื่นขึ้นมา พอลืมตาขึ้นก็ร้องเรียกซ่งเวยทันทีซ่งเวยคลำทางลุกขึ้นยืน เนื่องจากตาบอด จึงเผลอชนเข้ากับหัวเข่าโดยไม่ทันระวังความเจ็บปวดแล่นเข้ามา ร่างกายของนางเกร็งแข็งทันที แม้กระทั่งจังหวะหายใจก็ช้าลงตามไปด้วย"เจ้ากำลังทำอะไรอยู่"คำถามของไทเฮาแฝงไว้ด้วยความเย็นชาซ่งเวยสูดหายใจลึก "เผลอชนเข้าโดยไม่ทันระวังเพคะ"พอพูดจบ นางก็สั่งไปทางด้านหลัง "ไปยกน้ำชามาถ้วยหนึ่ง"ไ
Read more

บทที่ 20

ความตกตะลึงในใจทำให้ซ่งเวยยื่นมือออกไปตามสัญชาตญาณ เพิ่งจะคว้าชายเสื้อได้นิดเดียว ก็ได้ยินเสียง 'เพียะ' ดังขึ้น มือที่ยื่นออกไปถูกตีสวนกลับมาอย่างแรง คนที่เคยแนบชิดกายเมื่อครู่รีบถอยร่นไปด้านหลัง "กรี๊ด ๆ ๆ!"ทันใดนั้น เสียงกรีดก้องก็ดังขึ้นซ่งเวยขมวดคิ้วแน่น ยังไม่ทันได้ส่งเสียงอะไร ก็ได้ถ้อยคำดังมาเป็นชุด"เจ้าเป็นใคร เหตุใดต้องจับตัวข้า ปลอม เป็นของปลอมหมดเลย ไสหัวไป! ใครก็อย่าคิดจะทำร้ายข้าเลย อย่าหวังจะทำร้ายข้า..."คำพูดที่ไม่ปะติดปะต่อพรั่งพรูออกจากปากของหญิงบ้าอย่างรวดเร็วซ่งเวยมองไม่เห็นตำแหน่งของอีกฝ่าย ทำได้เพียงปลอบประโลมอย่างใจเย็นแต่เอ่ยไปได้ไม่กี่คำ ตรงจุดไกล ๆ ก็มีเสียงร้องตะโกนดังแว่วเข้ามาซ่งเวยเพียงเสียสมาธิเล็กน้อย หญิงบ้าก็วิ่งหนีหายไปจากตรงหน้านางเสียแล้วหลังจากนั้นครู่หนึ่ง นางก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งล้อมหน้าล้อมหลังเอาไว้"พระสนมทรงไม่เป็นอะไรนะเพคะ หญิงบ้าผู้นั้นเล่า? ไม่ได้ทำร้ายท่านใช่หรือไม่"เสียงหายใจที่ถี่กระชั้นเล็กน้อยดังมา ซ่งเวยรวบรวมสติ สั่นศีรษะเบา ๆ "ข้าไม่ได้บาดเจ็บ หญิงคนนั้นวิ่งหนีไปเอง"นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม "นางมีที่มา
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status