LOGIN[ลูกสาวตัวจริงและลูกสาวตัวปลอม ตามง้อเมีย สนามอารมณ์ทั้งครอบครัว] ซ่งเวยมีชีวิตจนถึงอายุสิบหกปี ถึงได้รู้ว่าแท้จริงตนเองคือคุณหนูจากตระกูลใหญ่ แต่เมื่อกลับสู่ตระกูลซ่ง บิดามารดาและพี่ชายต่างก็มีบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เฝ้ารักถนอมอยู่แล้ว ส่วนนางกลับตกเป็นหญิงแพศยาที่แย่งชิงคู่หมั้นของพี่สาว เพื่อปลอบให้หัวใจของชายผู้นั้นอบอุ่น นางทำได้เพียงอยู่เคียงข้างยามเขาถูกเนรเทศ เคียงข้างยามเขาทำศึก และผ่านพ้นวันเวลาอันยากลำบากมากมายไปด้วยกัน กระทั่งต้องเสียดวงตาทั้งสองข้างไป ทว่าสิ่งที่แลกกลับมาหลังจากชายผู้นั้นคืนสู่ตำแหน่งสูงส่ง คือคำพูดอันแสนเย็นชา "คนที่ข้ารักมาตลอดมีเพียงพี่สาวของเจ้า จะโทษก็ต้องโทษที่เจ้าโชคไม่ดีเอง" คำด่าทออันใจร้ายจากบิดามารดา "เหตุใดเจ้าต้องคอยแย่งชิงกับพี่สาวอยู่เรื่อย!" คำสาปแช่งอันไร้เยื่อใยจากพี่ชาย "ทำไมเจ้าถึงไม่ตายไปเสียตั้งแต่วันที่ถูกสลับตัว!" ซ่งเวยจึงทำให้ความปรารถนาของพวกเขาเป็นจริง ด้วยการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ยามนี้ ชายผู้เคยอยู่สูงส่งกลับต้องโซเซเข้ามาดึงชายเสื้อของนางไว้ อ้อนวอนขอให้นางหันกลับไปมองเขาอีกสักครั้ง ซ่งเวยรู้สึกประหลาดใจ "ข้าไม่ได้ตาบอดเสียหน่อย จะไปเป็นภรรยาของท่านได้อย่างไร"
View Moreนับตั้งแต่ซูเซิ่งนำพระราชโองการมาส่ง ซ่งเวยก็เก็บตัวอยู่ในตำหนักเหยียนซี พริบตาเดียวเวลาผ่านไปสามวันซ่งหวั่นเมื่อได้รับข่าวก็โกรธจนหน้าแดงก่ำช่วงนี้นางสร้างเรื่องราวมากมายเช่นนี้ จุดประสงค์ก็เพื่อให้ซ่งเวยได้รับความอับอายขายหน้า ถือโอกาสลดความสำคัญของนางในใจของเซี่ยจิ่งชวนไปด้วยแม้เซี่ยจิ่งชวนจะไม่ได้พูด แต่นางกลับมองออกสามปีที่ชายแดนทางเหนือ ซ่งเวยยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้ในใจของเขาร่องรอยนี้ ทำให้ในใจของซ่งหวั่นเกิดความหวาดหวั่นเซี่ยจิ่งชวนต้องเป็นของนางคนเดียวเท่านั้น นางจะไม่มีวันยอมให้ทางฝั่งเซี่ยจิ่งชวนเกิดเรื่องผิดพลาดเป็นอันขาดเพียงแต่คิดไม่ถึงว่าร่างกายของซ่งเวยจะย่ำแย่ขนาดนี้ แค่เล่นงานไปสองครั้งก็ทนไม่ไหวแล้วน่าแค้นใจนัก!ซ่งหวั่นยกเท้าเตะเก้าอี้อย่างแรงอวิ๋นรั่ว สาวใช้คนสนิทที่อยู่ข้างกายเห็นเหตุการณ์เข้า จึงโบกมือไล่คนรับใช้โดยรอบออกไป แล้วเอ่ยเสียงเบา "คุณหนูอย่าโกรธไปเลยเจ้าค่ะ ต่อให้เวยผินผู้นั้นได้รับความสำคัญเพียงใด ก็ไม่มีทางทัดเทียมตำแหน่งของคุณหนูในพระทัยของฝ่าบาทได้หรอก"ซ่งหวั่นรีบหันตัวกลับมา แล้วหลุดหัวเราะ"นางไม่มีทางทัดเทียมข้าอยู่แล้ว แต
เซี่ยจิ่งชวนนวดหว่างคิ้วเบา ๆ ในที่สุดก็เหลือเพียงเสียงถอนหายใจซ่งเวย เจ้าจะให้เราจัดการกับเจ้าอย่างไรกันแน่ อีกด้านหนึ่ง ในที่สุดซ่งเวยก็เฝ้ารอจนหมอหลวงมาถึงในยามนั้น ใบหน้าของนางซีดเผือดไปหมดแล้ว นอนขดตัวกลมอยู่บนพื้นเหล่านางกำนัลข้างกายพากันลนลาน โดยเฉพาะหมัวมัวที่เอ่ยปากไต่ถามก่อนหน้านี้ ในสมองผุดภาพตนเองสิ้นใจตายขึ้นมาแล้ว"หมอหลวงเล่า? เหตุใดหมอหลวงจึงยังมาไม่ถึงอีก"นางตัวสั่นงก ๆ เอ่ยปากถามนางกำนัลด้านหลัง"บ่าวไม่ทราบ บ่าวจะรีบไปเร่งเเดี๋ยวนี้"นางกำนัลที่เอ่ยปากหมุนตัวกลับ ยามถึงหน้าประตูก็สวนเข้ากับเถาเยาที่ย้อนกลับมาพอดี"หมอหลวงมาแล้ว หมอหลวงมาแล้ว"บนพื้น ซ่งเวยฝืนยกศีรษะขึ้นมา พอแน่ใจว่าเถาเยาพาหมอหลวงกลับมาจริง ๆ ฟันที่ขบแน่นมาโดยตลอดพลันคลายลง"พระสนม! แย่แล้ว พระสนมหมดสติไปแล้วเพคะ!"หลังจากนั้นไม่นาน ข่าวที่ซ่งเวยถูกหามตัวออกจากตำหนักฉือหนิงก็แพร่สะพัดออกไปเพียงแต่เมื่ออยู่ในวัง ต่อหน้าก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากพูดออกมาตรง ๆเซี่ยจิ่งชวนได้รับข่าวก็รีบร้อนไปยังตำหนักเหยียนซี ทันทีที่ก้าวเข้าประตูก็ได้กลิ่นยารุนแรงอบอวลส่วนในห้องข้างใน หมอหลวงหลายคนก
ทันทีที่เอ่ยออกมา ตำหนักหลักของตำหนักฉือหนิงก็ตกอยู่ในความเงียบราวกับป่าช้าไทเฮาสีหน้าเคร่งขรึม "เวยผินไม่รู้จักธรรมเนียม คนรับใช้ข้างกายก็ทำตัวเหลวไหลตามไปด้วย ข้าว่าทางฝั่งตำหนักเหยียนซีคงต้องส่งคนไปคอยจับตาดูเสียหน่อย อย่างน้อยก็ต้องกวดขันเรื่องระเบียบวินัย ฝ่าบาททรงเห็นเป็นเช่นไร"เซี่ยจิ่งชวนเองก็มีความคิดเช่นนี้อยู่พอดี จึงรับปากอย่างไม่ลังเลอีกด้านหนึ่ง เถาเยายังคงเอ่ยขอเชิญตัวหมอหลวงซ้ำ ๆเซี่ยจิ่งชวนฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิดใจ จึงนวดหัวคิ้วเบา ๆ "ซูเซิ่ง""บ่าวจะรีบไปดูเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ"ซูเซิ่งไม่กล้าชักช้า รีบสับเท้าวิ่งออกไปทันทีผ่านไปไม่นาน ด้านนอกก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบเซี่ยจิ่งชวนถอนสายตากลับมา ในชั่วขณะที่หันหน้าไป ก็สบเข้ากับดวงตาของซ่งหวั่นดวงตาอันใสซื่อคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความตื่นตระหนกและเปราะบาง ราวกับกวางน้อยที่กำลังลนลานยามถูกผู้ล่าจ้องมองเพียงแค่สบตาแวบเดียว ความสงสารเอ็นดูในใจของเซี่ยจิ่งชวนก็ถาโถมจนยากจะควบคุม"ฟื้นแล้วหรือ ยามนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง"ซ่งหวั่นยังไม่ทันตอบ ไทเฮาก็นั่งที่ขอบเตียงและจับมือของนางไว้"ไม่สบายตัวตรงไหนหรือไม่"ซ่งหวั่น
ทั้งที่ในใจรู้สึกคับแค้น แต่ปากกลับบอกว่าไม่เป็นไร แถมยังจะช่วยพูดขออภัยให้ซ่งเวยอีกความคิดภายในใจ ทำให้น้ำเสียงและสายตาที่เซี่ยจิ่งชวนมองไปยังซ่งเวยแฝงความไม่พึงพอใจอยู่หลายส่วน"ซ่งเวย เจ้าไม่พอใจบทลงโทษของเราหรือ"ซ่งเวยลูบบริเวณที่ถูกหยิก ก้มศีรษะลงเอ่ย "หม่อมฉันไม่บังอาจ""เราเห็นเจ้ากล้ามากทีเดียว คุกเข่าลงไป"ในดวงตาของเซี่ยจิ่งชวนฉายแววเย็นเยียบซ่งเวยอ้าปากอ้ำอึ้ง ในที่สุดก็คุกเข่าลงอย่างเงียบเชียบเซี่ยจิ่งชวนใช้มือข้างหนึ่งประคองซ่งหวั่น ยามเห็นการกระทำของนาง ในใจพลันเกิดโทสะขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ส่งผลให้สายตาที่มองซ่งเวยยิ่งไม่เป็นมิตรซ่งเวยไม่ได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเซี่ยจิ่งชวน สัมผัสได้ถึงความเงียบสงบสงัดโดยรอบ นางจึงนั่งคุกเข่าก้มหน้าอย่างนอบน้อมแต่ซ่งหวั่นเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของเซี่ยจิ่งชวน ในใจก็เริ่มไม่เป็นสุข แววตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาพลันฉายแววดุร้าย"พี่จิ่งชวน"เสียงเรียกอ่อนปวกเปียกทำลายความเงียบเซี่ยจิ่งชวนเบือนสายตากลับมา "เป็นอะไรไป"ซ่งหวั่นกุมหน้าอก ซบลงบนร่างของเซี่ยจิ่งชวนอย่างอ่อนแรง "รู้สึก...ไม่ค่อยสบายเพคะ"เซี่ยจิ่งชวนยามได

















