แกล้งตายหนีรักช้ำ แต่งงานใหม่ให้ฝ่าบาทคลั่ง のすべてのチャプター: チャプター 1 - チャプター 10

30 チャプター

บทที่ 1

"จิ่งชวน ข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้นางตาบอดนะ ข้าเพียงแค่อยากช่วยรักษาอาการป่วยให้นาง ไม่รู้เลยว่าฤทธิ์ยาจะทำให้นางตาบอดทั้งสองข้าง ข้าแค่รู้สึกผิดต่อนาง..."ภายในห้อง เสียงสะอื้นไห้อันอ่อนระทวยและน่าสงสารของหญิงสาวดังแว่วมาซ่งเวยมองไม่เห็น ทว่าเสียงนี้กลับคุ้นเคยยิ่งนักนั่นคือคุณหนูตัวปลอมของตระกูลซ่ง เป็นพี่สาวบุญธรรมของนางในยามนี้ด้วยครู่ต่อมา เสียงทุ้มลึกเย็นชาของชายหนุ่มก็ดังลอดผ่านรอยแย้มของประตูออกมา "หวั่นหวั่น เรื่องนี้ไม่โทษเจ้าหรอก"น้ำเสียงราบเรียบอ่อนโยน แฝงไว้ด้วยความปลอบประโลม"เป็นเพราะนางโชคไม่ดีเอง"สายลมหนาวสายหนึ่งพัดพาเสียงของชายผู้นั้นมาถึงซ่งเวย นัยน์ตาที่มืดบอดของนางหมองเหม่อมองเข้าไปด้านในห้องนางมองไม่เห็น แต่เพียงแค่จินตนาการถึงใบหน้าที่คุ้นเคยนั้น ก็นึกออกทันทีว่าเขาใช้สีหน้าที่เมินเฉยและเย็นชาเพียงใดยามเอ่ยถึงนางดวงไม่ดีอย่างนั้นหรือ...ซ่งเวยครุ่นคิดครู่หนึ่งคำพูดของเซี่ยจิ่งชวน ช่างอธิบายช่วงชีวิตยี่สิบปีแรกของนางได้อย่างเหมาะสมยิ่งนักยามยังเป็นทารกในเบาะ นางก็ถูกบ่าวรับใช้สลับตัว จากคุณหนูผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลใหญ่ กลายไปเป็นเพียงหญิงชาวบ้านใ
続きを読む

บทที่ 2

วันต่อมา ฮูหยินซ่งถูกรับตัวเข้าวังตามคำที่เซี่ยจิ่งชวนเคยเอ่ยไว้ซ่งเวยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย แล้วรออยู่ครู่หนึ่ง"เวยเอ๋อร์?" น้ำเสียงนั้นสั่นเครือเล็กน้อยซ่งเวยหันมองไปตามทิศทางของเสียง ทว่ามองไม่เห็นสิ่งใด เพียงรู้สึกได้ว่ามีคนเดินเข้ามาแล้วฮูหยินซ่งมองดูซ่งเวย ดวงตาว่างเปล่าคู่นั้นราวกับไม่มีความรู้สึกใด ๆ ร่างกายซูบผอมลงไปมาก ท้องที่นูนเพราะตั้งครรภ์คล้ายจะถ่วงเหนี่ยวรั้งนางลงมา นับตั้งแต่ออกเดินทางไปยังชายแดนทางเหนือ สองแม่ลูกก็ไม่ได้พบกันเป็นเวลานานแล้วฮูหยินซ่งรู้สึกสับสนยุ่งเหยิงที่สุด ดวงตาชุ่มชื้นเล็กน้อยอย่างประหลาดกับลูกสาวคนนี้ นางมีความรู้สึกผิดและติดค้างอยู่ในใจแต่อย่างไรเสีย...ก็ไม่ใช่เด็กที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เยาว์วัย ต่อให้นางพยายามที่จะไม่ลำเอียง แต่สัญชาตญาณกลับไม่อาจห้ามไม่ให้นางลำเอียงได้"ท่านแม่หรือ" น้ำเสียงของนางราบเรียบและเย็นชาฮูหยินซ่งปาดน้ำตา "ดวงตาของเจ้าดีขึ้นบ้างหรือยัง"นางเคยได้ยินข่าวลือนอกวังมาบ้าง ว่าซ่งเวยป่วยหนักในวังหลวง เนื่องจากกำลังตั้งครรภ์จึงต้องงดยารักษาหลายชนิด จนเป็นเหตุให้ดวงตาบอดสนิทซ่งเวยขยับริมฝีปาก "ก็ค่อยยังช
続きを読む

บทที่ 3

"พระสนม ไทเฮามีพระราชเสาวนีย์ให้เข้าเฝ้าเพคะ" อวี้เอ๋อร์ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวซ่งเวยสูดหายใจเบา ๆ สองครั้ง "เมื่อครู่นี้เจ้าหายไปไหนมา"อวี้เอ๋อร์ชะงักเล็กน้อย "เมื่อครู่นี้บ่าวไปเฝ้าดูโอสถของพระสนมเพคะ"ซ่งเวยแววตาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก อาจเป็นเพราะดวงตามืดบอด สีหน้าทั้งหมดของนางจึงยากที่จะคาดเดาได้ อวี้เอ๋อร์กำมือแน่นอย่างตึงเครียด จนกระทั่งได้ยินเสียงนั่น "เปลี่ยนชุดเถิด ไปเข้าเฝ้าไทเฮา"อวี้เอ๋อร์จึงค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากซ่งเวยเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ก็ไปยังตำหนักฉือหนิงไทเฮาเป็นแม่บุญธรรมของเซี่ยจิ่งชวน และยังเป็นท่านอาหญิงของซ่งเวยอีกด้วยตอนที่นางเพิ่งถูกรับตัวกลับมาตระกูลซ่ง ท่านอาหญิงก็อภิเษกสมรสเข้าวังหลวงไปแล้วเมื่อเทียบกับนางแล้ว ไทเฮาย่อมโปรดปรานซ่งหวั่น ผู้เป็นหลานสาวที่เห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยมากกว่าอย่างแน่นอนต่อมาเมื่อทราบว่านาง 'ปีนขึ้นเตียง' เซี่ยจิ่งชวน ไทเฮาก็ยิ่งรังเกียจนางมากขึ้นไปอีกในปีแรกที่แต่งงานเข้ามา นางต้องยืนปรนนิบัติตามธรรมเนียมแทบทุกวัน และต้องทนหิวจนถึงยามอู่ถึงจะได้กินอาหารมื้อแรกต่อมาได้รับผลกระทบเพราะเซี่ยจิ่งชวน จึงถ
続きを読む

บทที่ 4

พอกล่าวจบ ไทเฮาก็เคาะหลังมือซ่งหวั่นเบา ๆ สีหน้าแววตาเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจในตัวนางซ่งหวั่นเม้มริมฝีปาก แทบจะข่มความกระหยิ่มยินดีในใจไม่ไหว ทว่าใบหน้ายังแสร้งทำเป็นลำบากใจ"แต่ว่าเสด็จอา น้องสาว..."นางพูดไม่ทันจบ ก็ชำเลืองหางตาไปมองคนที่อยู่อีกด้าน พร้อมกับแสดงสีหน้าลำบากใจซ่งเวยหลุบตาหลง รูปร่างอันผอมบางดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทว่าสีหน้าของนางกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ราวกับทุกสิ่งไม่เกี่ยวข้องกับตนแต่มีเพียงตัวนางเองเท่านั้นที่รู้ ตอนที่ได้ยินว่าเซี่ยจิ่งชวนก็เห็นพ้องด้วย ความขมขื่นก็พรั่งพรูขึ้นในใจอย่างยากจะเอื้อนเอ่ย เรื่องราวในอดีตฉายชัดขึ้นมาในหัว แต่สุดท้ายก็เหลือเพียงความอ่อนแรงไร้กำลังช่างเถิดอีกไม่นานนางก็จะแกล้งตายเพื่อออกจากวังได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างเรื่องยุ่งยากที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้อีกไทเฮาไม่รู้ถึงความคิดของซ่งเวย เห็นเพียงความซื่อบื้อเงียบขรึมของนาง ในใจพลันหงุดหงิดขึ้นมาเหตุใดลูกสะใภ้ของนางถึงได้เป็นคนเช่นนี้?เมื่อสายตาเคลื่อนไปที่ซ่งหวั่น น้ำเสียงของไทเฮาก็อ่อนโยนลงอีกครั้ง "เจ้าห่วงใยพี่น้อง ข้ารู้ดี แต่ยามนี้เวยผินกำลังตั้งครรภ์ ไม่สะดวกทำงานหนั
続きを読む

บทที่ 5

"ขออภัยเพคะ"น้ำเสียงของซ่งเวยเบามาก แฝงความอ่อนแออยู่หลายส่วนแต่แผ่นหลังของนางกลับตั้งตรง แม้จะคุกเข่าอยู่ ก็ยังเปี่ยมไปด้วยความดื้อรั้นเซี่ยจิ่งชวนมองซ่งเวยจากมุมสูงร่างกายที่ผอมบางคุกเข่าอยู่บนพื้น ทั้งบอบบางทั้งอ่อนแอ แต่กลับมีกลิ่นอายที่ไม่ยอมแพ้ยามอยู่ที่ชายแดนทางเหนือ สิ่งที่เขาชอบที่สุดก็คือลักษณะพิเศษนี้ของซ่งเวย ยามนี้เมื่อได้เห็น บนใบหน้าของเซี่ยจิ่งชวนจึงปรากฏความอ่อนโยนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวในตอนนั้นเอง เสียงร้องเรียกเบา ๆ ก็ดังขึ้น"ฝ่าบาท"เซี่ยจิ่งชวนชะงัก สายตาเหลือบไปเห็นขอบตาแดงระเรื่อของซ่งหวั่นอีกครั้ง ความหวั่นไหวที่เพิ่งเกิดขึ้นพลันเปลี่ยนเป็นความเย็นชาไม่ว่ายามอยู่ชายแดนทางเหนือจะเป็นเช่นไร ยามนี้ซ่งเวยรังแกซ่งหวั่น ก็นับเป็นความผิดใหญ่หลวงให้นางคุกเข่าขอโทษเป็นเพียงบทเรียนเล็กน้อยเท่านั้น เป็นสิ่งที่นางสมควรได้รับแล้วเมื่อตัดสินใจได้แล้ว เซี่ยจิ่งชวนจึงปลอบซ่งหวั่นสองสามคำ แล้วก้าวไปทำความเคารพไทเฮา ไม่น่าเชื่อว่าจะเมินเฉยต่อซ่งเวยไปเลยซ่งหวั่นเห็นดังนั้น ก็ยกมุมปากขึ้นเบา ๆนางมองออกถึงความเปลี่ยนแปลงของเซี่ยจิ่งชวน แต่นางไม่สนใจ ขอเพียงนางยั
続きを読む

บทที่ 6

น่าสงสาร?สีหน้าของซ่งเวยเผยความตะลึงงันเล็กน้อยองค์หญิงอวี้โหรวคอยสังเกตท่าทางของนางอยู่ตลอด จึงอดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปาก "ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น คือว่า..."ซ่งเวยเอ่ยขัดนาง "หม่อมฉันเข้าใจความหมายขององค์หญิง แต่การที่องค์หญิงออกมาได้ คงเพราะรับปากเรื่องบางอย่างกับไทเฮาไว้สินะเพคะ"ไทเฮาไม่ชอบนางมาแต่ไหนแต่ไร หากองค์หญิงอวี้โหรวไม่ได้รับปากเรื่องใดไว้ ต่อให้หาเหตุผลปลีกตัวออกมาได้ ก็ไม่มีทางตรงมาหานางเช่นนี้เป็นไปตามคาด สิ้นเสียงของซ่งเวย องค์หญิงอวี้โหรวก็ตกอยู่ในความเงียบงันเมื่อเห็นสถานการณ์ดังนั้น ซ่งเวยก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเช่นกัน เพียงข่มความเจ็บปวดที่หัวเข่า อาศัยแรงประคองจากนางกำนัลทั้งสองค่อย ๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าไม่นาน ขบวนคนก็มาถึงตำหนักที่พักของซ่งเวยในระหว่างนี้ ซ่งเวยคาดเดาคำตอบได้แล้ว นางจึงเรียกลวี่เฝ่ย นางกำนัลคนสนิทอีกคนเข้ามา"ไปนำตราหงส์มา มอบให้องค์หญิงอวี้โหรว"เมื่อกล่าวคำนี้ออกมา สีหน้าขององค์หญิงอวี้โหรวก็พลันแข็งค้าง"เจ้า...เจ้าเดาออกได้อย่างไร..."พูดได้เพียงครึ่งเดียว องค์หญิงอวี้โหรวก็ชะงักไป สีหน้าดูหม่นหมองลงเล็กน้อย ซ่งเวยยังคงเฉลียวฉลา
続きを読む

บทที่ 7

พอพูดจบ ซ่งเวยก็ส่ายหน้าอีก ปฏิเสธคำพูดตัวเอง "ช่างเถิด ไม่ต้องไปนางหรอก"นางเพียงรอเวลาแกล้งตายเพื่อออกจากวัง ยามนี้หากไปปะทะกับซ่งหวั่นก็จะเป็นการสร้างเรื่องยุ่งยากโดยไม่จำเป็น ไม่ค่อยสมควรนัก"แต่เรื่องห้องเครื่องจะทำอย่างไรเพคะ" ลวี่เฝ่ยขมวดคิ้ว ดวงตาของนางแฝงไปด้วยความปวดใจยิ่งนักพระสนมกำลังตั้งครรภ์ ยามนี้ต้องการอาหารการกินที่ดี จะปล่อยให้ห้องเครื่องมาทำส่งเดชได้อย่างไร?ซ่งเวยเอนกายอิงขอบเตียง มือข้างหนึ่งลูบหน้าท้องเบา ๆ โดยไม่รู้ตัวผ่านครู่ใหญ่ นางจึงเอ่ยเสียงเบา "พรุ่งนี้ เจ้าไปเรียกขันทีที่คุมห้องเครื่องมา"ในเมื่อสร้างปัญหาแทรกขึ้นมาไม่ได้ ก็ตักเตือนขันทีผู้ดูแลเสียหน่อย อดทนให้ผ่านพ้นไม่กี่เดือนนี้ไปก็พอแล้วลวี่เฝ่ยยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด อวี้เอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ทนไม่ไหวอีกครั้ง"เรียกขันทีคุมห้องเครื่องมาจะมีประโยชน์อะไรเพคะ พระสนมเสด็จไปหาฝ่าบาทดีกว่า ยามนี้พระสนมกำลังทรงครรภ์ ไม่อาจ..."ซ่งเวยเอียงศีรษะเล็กน้อย ดวงตาอันมืดบอดทอดมองไปยังความว่างเปล่ากลางอากาศนางไม่ได้มองอวี้เอ๋อร์ ทว่าเมื่ออวี้เอ๋อร์สบเข้ากับดวงตาคู่นั้น คำพูดที่เอ่ยไปได้ครึ่งหนึ่งก็เ
続きを読む

บทที่ 8

"น้องสาวอย่าได้โทษฝ่าบาทเลย เป็นเพราะนางกำนัลสองคนนั้นพูดจาไม่น่าฟัง ตามกฎวังแล้วเดิมทีต้องโดนโบยจนตาย ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาจึงลดโทษเหลือเพียงโบยห้าสิบไม้..."พูดมาถึงตรงนี้ ซ่งหวั่นก็เอามือกุมหน้าอก "เป็นความผิดของข้าเองที่ไม่ดี ไม่ควรเอ่ยเรื่องให้น้องสาวช่วยจัดพิธีแต่งตั้งฮองเฮา จนเป็นเหตุให้นางกำนัลสองคนนั้นต้องรับโทษ"หน้าหน้าซีด ร่างกายโอนเอนตาม ก่อนจะล้มพับไปด้านหน้า"หวั่นหวั่น! รีบไปตามหมอหลวงมาเร็ว!"เซี่ยจิ่งชวนรับร่างซ่งหวั่นไว้ได้ทันท่วงที ตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงร้อนรนซ่งหวั่นอิงอยู่ในอ้อมอกเขา หางตากวาดมองซ่งเวย ในดวงตาฉายแววลำพองใจวูบหนึ่ง ก่อนจะหลับตาลง ร่างอ่อนระทวยไปในทันทีเซี่ยจิ่งชวนเห็นดังนั้นก็ยิ่งร้อนใจ"รีบไปเร่งหมอหลวง!"สิ้นเสียง สายตาของเขาก็ตกลงบนร่างของซ่งเวย สายตาพลันเกรี้ยวกราดดุดันขึ้นทันที"ซ่งเวย เราจะบอกเจ้าไว้ก่อน ตำแหน่งฮองเฮาต้องเป็นของหวั่นหวั่นเท่านั้น ต่อให้เจ้าจะยั่วโมโหหวั่นหวั่นอย่างไร เจ้าก็อย่าหวังจะได้เป็นฮองเฮา!"ซ่งเวยตัวแข็งค้าง เดิมทีนางแปลกใจอยู่แล้วว่าเหตุใดคนทั้งสองจึงมายังตำหนักเหยียนซีที่แท้เรื่องราวมากมายเพียงนี้ ก็เพ
続きを読む

บทที่ 9

ในตอนนี้เอง เสียงที่แฝงไปด้วยความยินดีตื่นเต้นก็ดังขึ้น"ฮูหยิน พระสนมฟื้นแล้วเจ้าค่ะ"ที่แท้ข้างเตียงตั่งมีสาวใช้คอยเฝ้าซ่งเวยอยู่ตลอด ก่อนหน้านี้นางไม่ได้ขยับ สาวใช้จึงไม่ทันสังเกตเห็นยามนี้พอขยับตัวนิดเดียว จึงสังเกตเห็นทันทีฮูหยินซ่งที่กำลังสนทนากับหมอหลวงอยู่รีบเดินเข้ามา สายตาที่มองมายังซ่งเวยเต็มไปด้วยความห่วงใยและกังวล"เวยเอ๋อร์ ตอนนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ยังมีตรงไหนไม่สบายตัวอีกหรือไม่"ซ่งเวยมองตรงไปข้างหน้าดวงตาของนางมองไม่เห็นสิ่งใดแล้ว แต่ยามนี้นางเพียงอยากมองขึ้นไปเบื้องบน แล้วปล่อยให้ความคิดของตนล่องลอยไปฮูหยินซ่งเห็นดังนั้น ร่างกายก็ชะงักเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวผ่านไปครู่หนึ่ง ฮูหยินซ่งก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เจ้ากำลังคิดถึงฝ่าบาทอยู่ใช่หรือไม่ เขากำลังดูแลหวั่นหวั่นอยู่ ปลีกตัวมาไม่ได้ จึงมีพระราชโองการพิเศษให้แม่เข้าวังมาดูแลเจ้า เวยเอ๋อร์ ฝ่าบาททรงเป็นโอรสสวรรค์ผู้เกรียงไกร ทรงใส่พระทัยถึงเพียงนี้ ก็นับว่าดีต่อเจ้ามากแล้ว""อย่างนั้นหรือ"ซ่งเวยเอ่ยปาก พบว่าเสียงของตนแหบแห้งน่ากลัวยิ่งนัก"แน่อยู่แล้ว"เมื่อเห็นนางยอมเอ่ยปาก ฮูหยินซ่งก็ผ่อนคลายลง แ
続きを読む

บทที่ 10

หลังจากคำว่าล้มเหลว ซ่งเวยตั้งใจชะงักไว้ก่อน นางรู้ว่าฮูหยินซ่งกำลังมองนางอยู่ จึงค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้น แล้วเอ่ยต่อ "หากข้าล้มเหลว ข้าก็จะไม่ยอมให้ซ่งหวั่นสมปรารถนาเช่นกัน"การแกล้งตายเพื่อออกจากวังคือความหวังเดียวที่นางยึดเหนี่ยวไว้ในยามนี้ในฐานะผู้รู้เห็น ฮูหยินซ่งย่อมไม่ยินยอมให้ทางฝั่งนี้เกิดเรื่องผิดพลาดเป็นอันขาดฮูหยินซ่งหน้าถอดสีลงทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดเฉียบขาดขึ้นเล็กน้อย "ซ่งเวย แม่เอาของมาให้เจ้าแล้ว เจ้าอย่าได้ทำอะไรส่งเดช!"ซ่งเวยหลับตาลง ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของฮูหยินซ่งฮูหยินซ่งอยากจะเอ่ยบางอย่าง แต่คำพูดที่จ่อขึ้นมาบนปากก็หยุดชะงักอีก นางมองซ่งเวย แล้วก็นึกถึงซ่งหวั่นขึ้นมาอีกครั้งเดิมทีคิดจะเอ่ยเตือนไม่ให้ซ่งเวยจากไป แต่คำขู่ของซ่งเวยกลับทำให้นางโมโหเป็นมากคำเตือนที่หวังดีไม่อาจเตือนสติผู้รนหาที่ตายช่างเถิดนางจะไม่สนใจซ่งเวยอีกแล้ว!ทางที่ตัวเองเลือกเอง เช่นนั้นก็จงรับผลที่ตามมาเอาเองฮูหยินซ่งมองซ่งเวยด้วยสายตาล้ำลึกแวบหนึ่ง ก่อนจะหันตัวเดินจากไปยามนี้นางจะไปหาซ่งหวั่นสักหน่อยภายในตำหนักตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับไร้ผู้คนซ่งเวยคลำหาเพื่อเปิดขวดยากระเบ
続きを読む
前へ
123
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status