All Chapters of แกล้งตายหนีรักช้ำ แต่งงานใหม่ให้ฝ่าบาทคลั่ง: Chapter 21 - Chapter 30

30 Chapters

บทที่ 21

ซ่งเวยเผยอปากเล็กน้อย ความเหน็ดเหนื่อยหนักอึ้งพลันพวยพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจไม่ว่าจะเป็นเซี่ยจิ่งชวน หรือฮูหยินซ่งก็ตามยามทุกคนเอ่ยถึงซ่งหวั่น ก็เน้นย้ำถึงฐานะนี้ไม่หยุดหย่อน ราวกับไม่ได้ยินเสียงของนางนางไม่อยากจะโต้เถียงกับเซี่ยจิ่งชวนเพราะเรื่องนี้อีกแล้วทั้งเปลืองแรงทั้งเปลืองเวลานางหยุดคิดเรื่องนี้ แล้วเอ่ยว่า "รับทราบเพคะ วันพรุ่งนี้ก่อนจะไปตำหนักฉือหนิง จะไปพบพี่หญิงใหญ่สักครู่""เจ้าไม่ต้องไปตำหนักฉือหนิงแล้ว"น้ำเสียงของเซี่ยจิ่งชวนเปลี่ยนไป "ยามนี้เจ้าไม่สบาย เรื่องทางตำหนักฉือหนิงมีมากมาย ให้หวั่นหวั่นไปแทนเจ้าเถิด เจ้าเพียงบอกเล่าด้วยวาจา มอบหมายเรื่องสำคัญในการดูแลอาการประชวรให้หวั่นหวั่น แล้วก็อยู่บำรุงครรภ์ที่ตำหนักเหยียนซีให้สบายใจ"ที่ว่าซ่งหวั่นช่วยนางหมายความว่าอย่างไรกัน เพราะกำลังตกตะลึง ซ่งเวยจึงแย้งกลับไปไม่ทันท่วงทีในสายตาของเซี่ยจิ่งชวน คิดว่าความเงียบของนางคือการตอบตกลง สีหน้าจึงอ่อนโยนลง ปลอบด้วยน้ำเสียงเบา "ไทเฮาเป็นเสด็จอาของหวั่นหวั่น ส่วนหวั่นหวั่นก็เป็นพี่หญิงใหญ่ของเจ้า ความสัมพันธ์ของพวกนางดีมาก เวยเอ๋อร์ เจ้าเสียเปรียบบ้างก็ไม่เป็นไร
Read more

บทที่ 22

"คืนนี้เราจะพักผ่อนที่ตำหนักเหยียนซี"น้ำเสียงของเซี่ยจิ่งชวนราบเรียบ แต่สำหรับซ่งเวยกลับดังกึกก้องประดุจอัสนีบาตนาง 'มอง' ไปเบื้องหน้าอย่างรู้สึกเหลือเชื่อ อ้าปากอ้ำอึ้งอยากปฏิเสธอยู่หลายหน แต่กลับพูดไม่ออกอยู่ดีเซี่ยจิ่งชวน เจ้าช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก!เพื่อซ่งหวั่น ถึงกับเอาตัวเอง..."อ้วก!"ซ่งเวยรู้สึกปั่นป่วนในอกไม่หยุดทันใดนั้น นางก็กุมอกพลางก้มตัวลง พะอืดพะอมไม่หยุดเหตุการณ์ที่กะทันหันนี้ ทำเอาเซี่ยจิ่งชวนชะงักงันลูกใกล้ออกมาลืมตาดูโลกแล้ว ยังจะแพ้ท้องอีกหรือ?"อ้วก"ซ่งเวยส่งเสียงพะอืดพะอมอีกครั้ง น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่อาจควบคุมความเคลื่อนไหวอันต่อเนื่องเช่นนี้ ทำให้เซี่ยจิ่งชวนสีหน้าเคร่งขรึมลง ขมวดคิ้วพลางถอยหลังไปสองก้าวเหล่านางกำนัลที่คอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายตื่นตระหนก พากันคุกเข่าลงตาม ๆ กันชั่วพริบตาต่อมา เซี่ยจิ่งชวนก็ถอยหลังไปอีกสองก้าวซ่งเวยก้มศีรษะหมอบอยู่บนขอบเตียง เส้นผมบดบังใบหน้าของนาง บดบังสีหน้าเจ็บปวดทรมานบนใบหน้าของนางด้วยท่ามกลางความเงียบสงบ ซูเซิ่งแข็งใจเอ่ยปาก "ฝ่าบาท จะทรงให้ตามหมอหลวงมาหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"เซี่ยจิ่งชวนคล้ายกับ
Read more

บทที่ 23

รอบข้างถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงบอีกครั้งซ่งเวยนั่งอยู่เงียบ ๆไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด นางเอนกายลงนอนตามผ้านวม ยามลืมตาขึ้นอีกครั้งก็เป็นรุ่งเช้าของวันถัดไปแล้วพอล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็ได้ยินเถาเยาเอ่ยว่า "เมื่อเช้านี้ซูกงกงส่งข่าวมา บอกว่าฝ่าบาททรงมีพระราชโองการให้พระสนมเสด็จไปตำหนักเฉิงเฉียนตอนเที่ยงสักรอบเพคะ"ไปตำหนักเฉิงเฉียนอย่างนั้นหรือ?ดวงตาของซ่งเวยเหม่อมองอยู่กลางอากาศ "เข้าใจแล้ว"แต่ใครจะคิด ยังไม่ทันถึงเที่ยงวัน เซี่ยจิ่งชวนกับซ่งหวั่นก็ปรากฏตัวขึ้นที่ตำหนักเหยียนซีแล้วเถาเยามองซ่งหวั่นที่ขอบตาแดงก่ำ หัวใจเกิดกระตุกวูบ "พระสนม"นางไม่ได้พูดอะไรเยอะ แต่ถ้อยคำสั้น ๆ เพียงสองคำกลับทำให้ซ่งเวยเก็บมาใส่ใจ"ถวายบังคมฝ่าบาท คำนับคุณหนูซ่ง"ท่ามกลางเสียงถวายบังคมโดยรอบ ซ่งเวยถูกประคองไปเบื้องหน้าโดยเถาเหยา "หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ"ชั่วพริบตาต่อมา ซ่งเวยก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ซ่งหวั่นกล่าวเสียงสะอื้น "น้องสาวร่างกายไม่สะดวก ข้าจึงไปปรนนิบัติรับใช้พระอาการประชวรที่ตำหนักฉือหนิงแทนเจ้า แต่เหตุใดเจ้า...เหตุใดต้องทำเรื่องเช่นนั้นด้วย"เรื่องเช่นนั้น?ซ่งเวยยั
Read more

บทที่ 24

"หวั่นหวั่น!"เซี่ยจิ่งชวนมองมือที่ถูกสลัดออก ตะโกนเรียกหนึ่งคำ แล้วตามออกไปทันทีเมื่อรอบข้างตกอยู่ในความเงียบ ร่างกายของซ่งเวยก็พลันโซเซเล็กน้อยเถาเยาที่อยู่ด้านหลังหัวใจกระตุกวูบ รีบก้าวขึ้นไปพยุงตัว "พระสนม เป็นอะไรไปเพคะ"ซ่งเวยมือหนึ่งกุมมือเถาเยาไว้ อีกมือหนึ่งกุมยอดอก น้ำเสียงฟังดูไร้เรี่ยวแรง "ไปตามหมอหลวง บอกว่า..."นางขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงหยุดชะงักลงทันที ผ่านไปชั่วครู่ นางก็ค่อย ๆ ก้มตัวลงเถาเยาตกใจ "พระสนม ใครก็ได้ ไปตามหมอหลวงมาเร็ว"หมอหลวงตรวจชีพจรเสร็จ สายตาก็ฉายแววซับซ้อน"ช่วงนี้พระสนมทรงโศกเศร้ากังวลมากเกินไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ แม้จะบอกว่าใช้โอสถบำรุงได้ แต่หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ต่อให้เป็นโอสถที่ดีเพียงใดก็..."ท่ามกลางน้ำเสียงที่หยุดชะงัก ซ่งเวยกุมท้องน้อยเบา ๆ สัมผัสกลมกลึงใต้ฝ่ามือทำให้นางเหม่อลอยนางรู้ว่าอาการของตนเองไม่ปกติ แต่นางไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตนเองได้หากไม่ใช่เพราะซ่งหวั่นต้องการทารกในครรภ์ของนาง ลำพังแค่เซี่ยจิ่งชวนกับซ่งหวั่นที่สร้างเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อน นางคิดว่าตัวเองอาจมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันคลอดด้วยซ้ำหมอหลวงกำลังมองดู แล้วก้มหน้
Read more

บทที่ 25

ฮูหยินซ่งหน้าซีดเผือด เพิ่งจะมารู้สึกตัวในภายหลังว่าตัวเองทำเรื่องผิดพลาดไป แต่ปากกลับไม่พูดอะไร ได้แต่มองเถาเยาอยู่เงียบ ๆเถาเยาหัวเราะหึในลำคอ "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านก็รออยู่ที่นี่เถิด อย่างไรเสียทางฝั่งคุณหนูซ่ง..."เถาเยาส่ายหน้าเบา ๆ แล้วหันตัวเดินจากไปฮูหยินซ่งมองคล้อยหลังเถาเยา ตอนแรกยังคิดว่านางตั้งใจวางกลอุบายหลอกลวงเสียอีกแต่ยิ่งยืนอยู่ที่เดิมนานเท่าใด ในใจของนางก็ยิ่งกระสับกระส่ายมากขึ้นเท่านั้นหวั่นหวั่นร่างกายไม่แข็งแรง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา...ไม่ได้การณ์ นางต้องไปดูอาการของหวั่นหวั่นเสียหน่อย"พระสนม ฮูหยินซ่งกลับไปแล้วเจ้าค่ะ"ฮูหยินซ่งเพิ่งจะก้าวออกจากตำหนักเหยียนซี เถาเยาก็ไปส่งข่าวให้ซ่งเวยแล้ว"ทางฝั่งซ่งหวั่นเป็นอย่างไรบ้าง" ซ่งเวยหลุบตาลง"คนที่ไปสืบข่าวยังไม่กลับมาเพคะ" เถาเยาตอบ ซ่งเวยเหม่อลอยเล็กน้อย เกือบจะหนึ่งชั่วยามแล้ว เซี่ยจิ่งชวนยังปลอบซ่งหวั่นไม่สำเร็จอีกหรือ พูดถึงใคร คนนั้นก็มาพอดีชั่วพริบตาต่อมา เซี่ยจิ่งชวนก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู"ถวายบังคมฝ่าบาท""ออกไปให้หมด"ซ่งเวยพิงอยู่ขอบเตียง เงยหน้ามองไปทางทิศทางในความทรงจำดวงตา
Read more

บทที่ 26

คำเตือนจากเถาเยา ทำให้เสียงพูดของซ่งเวยหยุดชะงักนางยืนนิ่งอยู่กับที่ รู้สึกเพียงว่าทั่วทั้งร่างหนาวเหน็บไปหมด หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ จู่ ๆ นางกลับหัวเราะออกมา"พระสนม ท่าน..."เถาเยาชะงักไป ในคำพูดที่ยังเอ่ยไม่จบนั้นเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยซ่งเวยสั่นศีรษะเบา ๆ "ข้าไม่เป็นไร นี่ก็ดึกแล้ว รีบไปพักผ่อนเถิด"ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใดในสีหน้าของนางสักนิดเถาเยาอ้ำอึ้ง ในที่สุดก็ถอยออกจากตำหนักหลักไปโดยไม่เอ่ยคำใดเช้าตรู่วันต่อมาซ่งเวยถูกสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะเสียงจอแจ ยังไม่ทันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็ถูกมือคู่หนึ่งดึงตัวลุกขึ้นมาเสียงที่แฝงความร่วงโรยตามกาลเวลาดังขึ้นข้างหูของนาง"ฝ่าบาททรงมีพระราชโองการ ให้พระสนมเสด็จไปคุกเข่าสวดมนต์ถวายพระพรที่ตำหนักฉือหนิง รีบล้างหน้าล้างตาผลัดเปลี่ยนฉลองพระองค์เถิดเพคะ"ซ่งเวยถูกคนจับแต่งตัวด้วยความงุนงง กระทั่งสายลมยามเช้าพัดโชยปะทะใบหน้า นางถึงดึงสติกลับมาได้"พวกเจ้า..."นางเอ่ยออกมาสองคำ แล้วก็ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวสิ่งใดต่อ สุดท้ายจึงเหลือเพียงรอยยิ้มมุมปากอันขื่นขมเพื่อซ่งหวั่นแล้ว เซี่ยจิ่งชวนนี่ทุ่มสุดตัวจริง ๆตำหนักฉือหนิงซ่งเวยถูกส่
Read more

บทที่ 27

ทั้งที่ในใจรู้สึกคับแค้น แต่ปากกลับบอกว่าไม่เป็นไร แถมยังจะช่วยพูดขออภัยให้ซ่งเวยอีกความคิดภายในใจ ทำให้น้ำเสียงและสายตาที่เซี่ยจิ่งชวนมองไปยังซ่งเวยแฝงความไม่พึงพอใจอยู่หลายส่วน"ซ่งเวย เจ้าไม่พอใจบทลงโทษของเราหรือ"ซ่งเวยลูบบริเวณที่ถูกหยิก ก้มศีรษะลงเอ่ย "หม่อมฉันไม่บังอาจ""เราเห็นเจ้ากล้ามากทีเดียว คุกเข่าลงไป"ในดวงตาของเซี่ยจิ่งชวนฉายแววเย็นเยียบซ่งเวยอ้าปากอ้ำอึ้ง ในที่สุดก็คุกเข่าลงอย่างเงียบเชียบเซี่ยจิ่งชวนใช้มือข้างหนึ่งประคองซ่งหวั่น ยามเห็นการกระทำของนาง ในใจพลันเกิดโทสะขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ส่งผลให้สายตาที่มองซ่งเวยยิ่งไม่เป็นมิตรซ่งเวยไม่ได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเซี่ยจิ่งชวน สัมผัสได้ถึงความเงียบสงบสงัดโดยรอบ นางจึงนั่งคุกเข่าก้มหน้าอย่างนอบน้อมแต่ซ่งหวั่นเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของเซี่ยจิ่งชวน ในใจก็เริ่มไม่เป็นสุข แววตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาพลันฉายแววดุร้าย"พี่จิ่งชวน"เสียงเรียกอ่อนปวกเปียกทำลายความเงียบเซี่ยจิ่งชวนเบือนสายตากลับมา "เป็นอะไรไป"ซ่งหวั่นกุมหน้าอก ซบลงบนร่างของเซี่ยจิ่งชวนอย่างอ่อนแรง "รู้สึก...ไม่ค่อยสบายเพคะ"เซี่ยจิ่งชวนยามได
Read more

บทที่ 28

ทันทีที่เอ่ยออกมา ตำหนักหลักของตำหนักฉือหนิงก็ตกอยู่ในความเงียบราวกับป่าช้าไทเฮาสีหน้าเคร่งขรึม "เวยผินไม่รู้จักธรรมเนียม คนรับใช้ข้างกายก็ทำตัวเหลวไหลตามไปด้วย ข้าว่าทางฝั่งตำหนักเหยียนซีคงต้องส่งคนไปคอยจับตาดูเสียหน่อย อย่างน้อยก็ต้องกวดขันเรื่องระเบียบวินัย ฝ่าบาททรงเห็นเป็นเช่นไร"เซี่ยจิ่งชวนเองก็มีความคิดเช่นนี้อยู่พอดี จึงรับปากอย่างไม่ลังเลอีกด้านหนึ่ง เถาเยายังคงเอ่ยขอเชิญตัวหมอหลวงซ้ำ ๆเซี่ยจิ่งชวนฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิดใจ จึงนวดหัวคิ้วเบา ๆ "ซูเซิ่ง""บ่าวจะรีบไปดูเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ"ซูเซิ่งไม่กล้าชักช้า รีบสับเท้าวิ่งออกไปทันทีผ่านไปไม่นาน ด้านนอกก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบเซี่ยจิ่งชวนถอนสายตากลับมา ในชั่วขณะที่หันหน้าไป ก็สบเข้ากับดวงตาของซ่งหวั่นดวงตาอันใสซื่อคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความตื่นตระหนกและเปราะบาง ราวกับกวางน้อยที่กำลังลนลานยามถูกผู้ล่าจ้องมองเพียงแค่สบตาแวบเดียว ความสงสารเอ็นดูในใจของเซี่ยจิ่งชวนก็ถาโถมจนยากจะควบคุม"ฟื้นแล้วหรือ ยามนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง"ซ่งหวั่นยังไม่ทันตอบ ไทเฮาก็นั่งที่ขอบเตียงและจับมือของนางไว้"ไม่สบายตัวตรงไหนหรือไม่"ซ่งหวั่น
Read more

บทที่ 29

เซี่ยจิ่งชวนนวดหว่างคิ้วเบา ๆ ในที่สุดก็เหลือเพียงเสียงถอนหายใจซ่งเวย เจ้าจะให้เราจัดการกับเจ้าอย่างไรกันแน่ อีกด้านหนึ่ง ในที่สุดซ่งเวยก็เฝ้ารอจนหมอหลวงมาถึงในยามนั้น ใบหน้าของนางซีดเผือดไปหมดแล้ว นอนขดตัวกลมอยู่บนพื้นเหล่านางกำนัลข้างกายพากันลนลาน โดยเฉพาะหมัวมัวที่เอ่ยปากไต่ถามก่อนหน้านี้ ในสมองผุดภาพตนเองสิ้นใจตายขึ้นมาแล้ว"หมอหลวงเล่า? เหตุใดหมอหลวงจึงยังมาไม่ถึงอีก"นางตัวสั่นงก ๆ เอ่ยปากถามนางกำนัลด้านหลัง"บ่าวไม่ทราบ บ่าวจะรีบไปเร่งเเดี๋ยวนี้"นางกำนัลที่เอ่ยปากหมุนตัวกลับ ยามถึงหน้าประตูก็สวนเข้ากับเถาเยาที่ย้อนกลับมาพอดี"หมอหลวงมาแล้ว หมอหลวงมาแล้ว"บนพื้น ซ่งเวยฝืนยกศีรษะขึ้นมา พอแน่ใจว่าเถาเยาพาหมอหลวงกลับมาจริง ๆ ฟันที่ขบแน่นมาโดยตลอดพลันคลายลง"พระสนม! แย่แล้ว พระสนมหมดสติไปแล้วเพคะ!"หลังจากนั้นไม่นาน ข่าวที่ซ่งเวยถูกหามตัวออกจากตำหนักฉือหนิงก็แพร่สะพัดออกไปเพียงแต่เมื่ออยู่ในวัง ต่อหน้าก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากพูดออกมาตรง ๆเซี่ยจิ่งชวนได้รับข่าวก็รีบร้อนไปยังตำหนักเหยียนซี ทันทีที่ก้าวเข้าประตูก็ได้กลิ่นยารุนแรงอบอวลส่วนในห้องข้างใน หมอหลวงหลายคนก
Read more

บทที่ 30

นับตั้งแต่ซูเซิ่งนำพระราชโองการมาส่ง ซ่งเวยก็เก็บตัวอยู่ในตำหนักเหยียนซี พริบตาเดียวเวลาผ่านไปสามวันซ่งหวั่นเมื่อได้รับข่าวก็โกรธจนหน้าแดงก่ำช่วงนี้นางสร้างเรื่องราวมากมายเช่นนี้ จุดประสงค์ก็เพื่อให้ซ่งเวยได้รับความอับอายขายหน้า ถือโอกาสลดความสำคัญของนางในใจของเซี่ยจิ่งชวนไปด้วยแม้เซี่ยจิ่งชวนจะไม่ได้พูด แต่นางกลับมองออกสามปีที่ชายแดนทางเหนือ ซ่งเวยยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้ในใจของเขาร่องรอยนี้ ทำให้ในใจของซ่งหวั่นเกิดความหวาดหวั่นเซี่ยจิ่งชวนต้องเป็นของนางคนเดียวเท่านั้น นางจะไม่มีวันยอมให้ทางฝั่งเซี่ยจิ่งชวนเกิดเรื่องผิดพลาดเป็นอันขาดเพียงแต่คิดไม่ถึงว่าร่างกายของซ่งเวยจะย่ำแย่ขนาดนี้ แค่เล่นงานไปสองครั้งก็ทนไม่ไหวแล้วน่าแค้นใจนัก!ซ่งหวั่นยกเท้าเตะเก้าอี้อย่างแรงอวิ๋นรั่ว สาวใช้คนสนิทที่อยู่ข้างกายเห็นเหตุการณ์เข้า จึงโบกมือไล่คนรับใช้โดยรอบออกไป แล้วเอ่ยเสียงเบา "คุณหนูอย่าโกรธไปเลยเจ้าค่ะ ต่อให้เวยผินผู้นั้นได้รับความสำคัญเพียงใด ก็ไม่มีทางทัดเทียมตำแหน่งของคุณหนูในพระทัยของฝ่าบาทได้หรอก"ซ่งหวั่นรีบหันตัวกลับมา แล้วหลุดหัวเราะ"นางไม่มีทางทัดเทียมข้าอยู่แล้ว แต
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status