All Chapters of พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง: Chapter 11 - Chapter 20

30 Chapters

บทที่ 11

“องค์รัชทายาท เรื่องนี้ฝ่าบาททรงทราบหรือไม่?” ซ่งหว่านหนิงเอ่ยถาม“แน่นอน วันนี้ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ข้ามาถามความสมัครใจของเจ้า”นางพยักหน้า “ขอบคุณองค์รัชทายาทที่หวังดี ทว่าเรื่องนี้มีความสำคัญยิ่งนัก เอาไว้พรุ่งนี้ข้าเข้าวังไปทูลขอคำชี้แนะจากฝ่าบาทแล้วค่อยหารือกันใหม่เถิด”องค์รัชทายาทลุกขึ้นยืน ทอดสายตามองนางจากมุมสูง แววตาคล้ายเย้ยหยัน “ข้ายังมีธุระ ไม่รบกวนเวลาพักฟื้นของพระชายาแล้ว ขอตัว”“น้อมส่งองค์รัชทายาท”จวบจนเงาร่างขององค์รัชทายาทและผู้ติดตามลับสายตาไป ซ่งหว่านหนิงจึงกล้าผ่อนคลายลมหายใจ หลับตาลงแล้วเอนกายพิงเตียงความเจ็บปวดที่ถูกมองข้ามเพราะความตื่นเต้นเมื่อครู่ตีตื้นขึ้นมาอีกระลอก ทำให้นึกอยากหลับก็หลับไม่ลง“นางเป็นบุตรสาวของบิดาเจ้าจริงหรือ?”น้ำเสียงของเซี่ยหลินยวนดังขึ้นที่ข้างหูอีกครั้งเขาไม่ได้เอ่ยชื่อ ทว่าทั้งสองต่างรู้อยู่เต็มอกว่ากำลังพูดถึงเฉียวอวี๋เอ๋อร์ซ่งหว่านหนิงฝืนลืมตาขึ้น ถึงได้พบว่าพวกบ่าวไพร่ในห้องหายตัวไปหมดแล้ว เหลือเพียงเขาคนเดียวนั่งอยู่ตรงขอบเตียง“ข้าบอกไปแล้วมิใช่หรือ ว่าข้าไม่เชื่อเรื่องที่บิดาจะมีบุตรสาวนอกสมรส?” นางรู้สึกเหนื่อยล้
Read more

บทที่ 12

“เรื่องบุตรสาวนอกสมรสของตระกูลซ่งใช่หรือไม่?” สุรเสียงของฮ่องเต้ราบเรียบจนมิอาจคาดเดาอารมณ์ได้ซ่งหว่านหนิงจำใจกราบทูลตอบไปว่า “ฝ่าบาททรงปรีชา หากท่านพ่อมีบุตรสาวอีกคนอยู่จริง หม่อมฉันในฐานะบุตรสาวคนโตของตระกูลซ่งย่อมมิควรขัดขวางนางให้กลับคืนสู่ตระกูล เพียงแต่มารดาของหม่อมฉันเพิ่งจะล่วงลับไปได้ไม่นาน เรื่องนี้จึงไม่ควรเร่งรัดจนเกินไป ขอฝ่าบาททรงโปรดเห็นใจด้วยเพคะ”นางมิได้คิดจะทูลขอให้ฮ่องเต้ไม่อนุญาตให้บุตรสาวนอกสมรสผู้นั้นเข้าจวน ทว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำน่าสงสัย นางจึงต้องการเวลาสักเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบว่าเรื่องราวในอดีตเป็นความจริงหรือไม่อีกทั้งยังต้องสืบให้แน่ชัดว่าองค์รัชทายาทกับเฉียวอวี๋เอ๋อร์มีความสัมพันธ์อันใดต่อกัน และพวกเขามีจุดประสงค์สิ่งใดกันแน่“อืม” ฮ่องเต้ทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักพระพักตร์ “ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล คนตายย่อมสำคัญที่สุด เรื่องนี้เอาไว้รอให้พ้นช่วงไว้ทุกข์ของฮูหยินซ่งไปก่อนแล้วค่อยหารือกันใหม่เถิด”ซ่งหว่านหนิงลอบระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกไปเปลาะหนึ่งนางประสานมือจรดหน้าผาก หมอบกราบทำความเคารพอีกครั้ง “หม่อมฉันขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณเพคะ
Read more

บทที่ 13

ซ่งหว่านหนิงพยักหน้ารับ “ข้าเชื่อว่าเจ้าจะปกครองซีเซี่ยได้เป็นอย่างดี”งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ความอบอุ่นที่อยู่เคียงข้างกันในวัยเยาว์ย่อมมีวันสิ้นสุด เขาต้องกลับไปยังดินแดนอันกว้างใหญ่ของเขา นางควรจะรู้สึกยินดีกับเขาถึงจะถูก“แล้วท่านเล่า?” เซี่ยโหวจิ่งเอ่ยถามซ่งหว่านหนิงตอบไม่ถูก นางมองไม่เห็นอนาคตของตนเอง ช่วงเวลาที่เปี่ยมสุขและเบิกบานที่สุดในชีวิตของนางได้ผ่านพ้นไปเนิ่นนานแล้ว วันคืนหลังจากนี้คงมีเพียงความโดดเดี่ยวและมืดมนไร้แสงตะวันนางมองเขาด้วยแววตาเหม่อลอย นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ“ไม่ไปถวายพระพรไทเฮา แต่มาแอบพบชายอื่นที่นี่งั้นหรือ?”น้ำเสียงเย็นเยียบของเซี่ยหลินยวนดึงภวังค์ความคิดของนางให้กลับคืนมาทั่วร่างของซ่งหว่านหนิงพลันแข็งเกร็งขึ้นมาอีกครา—เมื่อก่อนยามที่อยากพบหน้า เขากลับผลุบ ๆ โผล่ ๆ ไร้ร่องรอย ทว่ายามนี้ที่ไม่อยากเห็นหน้า เขากลับตามติดไม่เลิกราดั่งวิญญาณตามหลอกหลอน“เซี่ยหลินยวน พูดจาให้เกียรติกันบ้าง” เซี่ยโหวจิ่งก้าวมาเบื้องหน้าหนึ่งก้าว ยืนขวางปกป้องนางเอาไว้อาการบาดเจ็บของเซี่ยหลินยวนยังไม่หายดี ยามเดินฝีเท้าจึงไม่มั่นคงนัก เขากัดฟันก้าวเดินมาหยุดอยู่เบื้อง
Read more

บทที่ 14

ยามที่ทั้งสองก้าวเข้ามาในตำหนักโซ่วคัง ไทเฮากำลังเอนกายพิงตั่งโดยมีนางกำนัลคอยปรนนิบัติป้อนยาอยู่ภายในตำหนักมีการจุดกำยาน ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นยาที่ตลบอบอวลอยู่ได้ คาดว่าคงเป็นกลิ่นที่หลงเหลือจากการต้มยามาเนิ่นนานหลายปีซ่งหว่านหนิงย่อกายทำความเคารพ ก่อนจะยื่นมือไปรับชามยาจากนางกำนัลมาถือไว้เอง นางตักยาขึ้นมาหนึ่งช้อนแล้วป้อนถึงริมฝีปากของไทเฮาไทเฮายอมดื่มยาจากมือของนางไปสองคำ ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นอย่างเชื่องช้า “แม่หนูหนิง”เมื่อได้ยินคำเรียกขานนี้ จู่ ๆ นางก็รู้สึกเหม่อลอยไปชั่วขณะนอกจากคนในครอบครัวแล้ว ผู้อื่นล้วนเรียกขานนางว่า “แม่นางซ่ง” หลังจากแต่งงานกับเซี่ยหลินยวน คำเรียกขานก็ถูกเปลี่ยนเป็นพระชายา ทว่ายามนี้บุคคลใกล้ชิดล้วนจากไปทีละคน ผู้ที่ยังเรียกชื่อเล่นของนางอยู่คงมีเพียงไทเฮาผู้เดียวแล้วซ่งหว่านหนิงส่งชามยาคืนให้นางกำนัลที่อยู่ด้านข้าง ใช้ผ้าเช็ดมุมปากให้ไทเฮาอย่างเบามือ จากนั้นจึงยืนหยัดกายตรงเพื่อรอตอบคำถามไทเฮาอายุมากแล้ว ซ้ำยังมีโรคภัยรุมเร้า ยามเอ่ยปากพูดจึงดูเหนื่อยล้าอยู่บ้าง “ได้ยินว่าช่วงนี้พวกเจ้าสองคนมีเรื่องบาดหมางกันหรือ?”ก่อนที่จะมาพบ ซ่งหว่านหนิงคิ
Read more

บทที่ 15

“นางกำนัลอาวุโสสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว” เซี่ยหลินยวนก้มหน้าลง ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ความเจ็บปวดรวดร้าวที่อธิบายไม่ถูกสายหนึ่งตีตื้นจากก้นบึ้งหัวใจของซ่งหว่านหนิง พุ่งพล่านขึ้นมาจนถึงลำคอ นางขยับริมฝีปาก ทว่ากลับไม่รู้ว่าควรเอ่ยสิ่งใดสายตาของไทเฮากวาดมองพวกเขาทั้งสองคน ก่อนจะหยุดลงที่ร่างของซ่งหว่านหนิง “แม่หนูหนิง การแต่งงานในครั้งนี้เป็นเจ้าที่ขอร้องให้ข้าเป็นประธานให้ ตอนนี้ข้าจะให้ความเมตตาแก่เจ้าอีกครั้ง หากเจ้าเสียใจภายหลัง ข้าก็อนุญาตให้พวกเจ้าหย่าขาดจากกัน”หย่าขาดอย่างนั้นหรือ?ซ่งหว่านหนิงชะงักงัน จู่ ๆ ในหัวก็ขาวโพลนไปหมดหลายวันมานี้ในหัวของนางมีแต่เรื่องหย่าร้างมาตลอด ทว่ายามนี้กลับพูดไม่ออกเลยสักคำ“เสด็จย่า หลานไม่อยากหย่าพ่ะย่ะค่ะ”เซี่ยหลินยวนคุกเข่าลงกะทันหัน เขาเดินเข่าสองก้าวเข้ามาที่หน้าตั่งเตียงแล้วโขกศีรษะ แผ่นหลังสั่นสะท้านเล็กน้อยซ่งหว่านหนิงก้มมองเขาด้วยความสับสนมึนงง ภายในใจว้าวุ่นจนพันกันยุ่งเหยิง“แม่หนูหนิง แล้วความประสงค์ของเจ้าเล่า?” ไทเฮาเอ่ยถาม“ซ่งหว่านหนิง ตอนนั้นเป็นเจ้าที่เข้ามาพัวพันกับข้าก่อน มีสิทธิ์อันใดมาบอกปล่อยมือก็ปล่อยมือกัน
Read more

บทที่ 16

“เซี่ยหลินยวน ที่ข้าเอ่ยเรื่องหย่าขาดมิใช่เพื่อข่มขู่สิ่งใด แต่เป็นเพราะข้าหมดรักท่านแล้วจริง ๆ”สิ้นคำพูด เซี่ยหลินยวนก็คว้าข้อมือนาง ตามมาด้วยภาพเบื้องหน้าที่หมุนคว้าง แผ่นหลังของนางกระแทกลงบนที่นั่งในรถม้าอย่างแรงจนเจ็บจนน้ำตาเอ่อล้นเซี่ยหลินยวนโถมกายทาบทับลงมา สีหน้าดูย่ำแย่จนน่าหวาดหวั่น “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าตอนนั้นอ้อนวอนขอแต่งกับข้าเช่นไร? มาบัดนี้บอกว่าไม่รักก็ไม่รักกระนั้นหรือ?”ต่อให้รถม้าจะกว้างขวาง ทว่าที่นั่งนั้นกว้างเพียงสองฉื่อ ซ้ำยังถูกท่อนแขนของเขากักขังเอาไว้ ซ่งหว่านหนิงจึงไม่อาจขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อยนางสูดลมหายใจเข้าลึก ช้อนตาถลึงมองเซี่ยหลินยวน “เมื่อก่อนข้าตาบอด ทว่ายามนี้ตาสว่างแล้ว ไม่ได้หรือไร?”ความดุดันในแววตาของเซี่ยหลินยวนลึกล้ำจนสุดหยั่ง “เรื่องนี้หาใช่เจ้าที่จะกำหนดได้”“ไทเฮาตรัสแล้ว อีกสามเดือนให้หลังหากข้ายินยอม นางจะทรงมีพระราชโองการให้เราหย่าขาดจากกัน”เขาหลุบตาลงแค่นหัวเราะ รอยยิ้มนั้นทั้งชั่วร้ายและเหี้ยมเกรียม ราวกับกำลังมองดูเหยื่อที่ดิ้นรนอยู่ในกับดัก“ซ่งหว่านหนิง เจ้าประเมินข้าต่ำเกินไปหรือไม่? หย่าขาดแล้วอย่างไร? ขอเพียงข้าต้อง
Read more

บทที่ 17

ท่านหมอเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ยกมือขึ้นซับเหงื่อที่ผุดซึมตามหางคิ้ว แล้วเอ่ยรายงานด้วยท่าทีระมัดระวัง“เข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านหมอมาก” ซ่งหว่านหนิงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก “หลีรุ่ย ไปส่งท่านหมอที”“ข้าน้อยเห็นพระชายามีสีหน้าซีดเซียวเล็กน้อย ต้องการให้ข้าน้อยช่วยตรวจอาการให้ด้วยหรือไม่ขอรับ?”นางส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่เป็นไร ท่านหมอกลับไปเถิด”คล้อยหลังท่านหมอจากไป จู่ ๆ เฉียวอวี๋เอ๋อร์ก็พุ่งพรวดเข้ามาด้านใน“ท่านอ๋อง ท่านอ๋องเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ...” เฉียวอวี๋เอ๋อร์เดินร้องห่มร้องไห้เข้ามา พร้อมกับผลักร่างของซ่งหว่านหนิงออกไปให้พ้นทางหลีรุ่ยรีบประคองซ่งหว่านหนิงเอาไว้ ก่อนจะตวาดด้วยความกรุ่นโกรธ “เจ้าช่างขวัญกล้าเทียมฟ้านัก!”“ช่างเถิด” ซ่งหว่านหนิงตบหลังมือสาวใช้เบา ๆ “ข้าเหนื่อยแล้ว กลับกันเถอะ”“แต่ว่าคุณหนู...” หลีรุ่ยยังคงรู้สึกไม่ยินยอมนักซ่งหว่านหนิงรู้สึกหมดอารมณ์จะต่อกร แน่นอนว่านางสามารถลงโทษเฉียวอวี๋เอ๋อร์ในข้อหาล่วงเกินได้ แต่ลงโทษแล้วอย่างไรเล่า? มีแต่จะทำให้เซี่ยหลินยวนบันดาลโทสะ ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีอันใดต่อนางเลยแม้แต่น้อยกว่าจะกลับมาถึงเรือนรอง ดวงตะวันก็คล้อยต่ำจวนจ
Read more

บทที่ 18

กล่าวจบเขาก็ขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ซ่งหว่านหนิงเบือนหน้าหลบ ริมฝีปากนั้นจึงประทับลงบนพวงแก้มแทนนางไม่เข้าใจเลยสักนิด ทั้งที่บาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ ทว่าเหตุใดคนผู้นี้ยังคงคิดแต่เรื่องพรรค์นั้นอยู่อีกเซี่ยหลินยวนเพิ่งจะยืดตัวขึ้นเตรียมจะกระทำการขั้นต่อไป ทว่าด้านนอกประตูพลันมีเสียงสาวใช้ตะโกนรายงานขึ้นว่า “เรียนท่านอ๋อง แม่นางเฉียวล้มป่วยกะทันหันจนหมดสติไปแล้วเจ้าค่ะ!”แววตาของเขาพลันกระจ่างใสในชั่วพริบตา ขมวดคิ้วมองซ่งหว่านหนิงที่อยู่ใต้ร่างแวบหนึ่ง ก่อนจะกัดฟันลุกขึ้นยืน เขาสวมเสื้อคลุมตัวนอกแล้วรีบร้อนจากไปโดยไม่เอ่ยคำร่ำลาใด ๆ แม้แต่คำเดียวซ่งหว่านหนิงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเขายังคงไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยจริง ๆ......รุ่งอรุณวันถัดมา ยามที่ซ่งหว่านหนิงลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีคนผู้หนึ่งนอนอยู่เคียงข้างนางใช้ข้อศอกกระทุ้งคนผู้นั้นเบา ๆ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองว่า “เซี่ยหลินยวน เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”เซี่ยหลินยวนยังไม่ทันลืมตาด้วยซ้ำ “ที่นี่คือจวนของข้า ข้าอยากจะอยู่ที่ใดก็ย่อมได้”“ไม่ต้องไปร่วมการประชุมเช้าหรือ?” นางหยัดกายลุกขึ้นนั่ง ยกขาถีบเข้าที่บั้
Read more

บทที่ 19

สีหน้าของนางพลันเคร่งขรึม เอ่ยเสียงเย็นชาว่า “อย่ามาเรียกข้าว่าพี่หญิงใหญ่ เรื่องราวยังไม่กระจ่างแจ้ง อย่าเพิ่งมาตีสนิทนับญาติ”เฉียวอวี๋เอ๋อร์เอ่ยว่า “เจ้าค่ะ ข้ารู้ตัวดีว่าฐานะต่ำต้อย ไม่อาจอยู่ในสายตาของพี่หญิงใหญ่ได้ แต่ข้าคือบุตรสาวของท่านพ่อจริงแท้แน่นอน ขอเพียงพี่หญิงใหญ่อนุญาตให้ข้าเข้าไปจุดธูปสักดอก จุดเสร็จข้าจะไปทันที ขอยืนยันว่าจะไม่รบกวนเด็ดขาดเจ้าค่ะ!”ใบหน้าของนางซีดเผือด ท่าทางดูน่าเวทนาสงสารยิ่งนัก กระตุ้นให้ชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบด้านต่างรู้สึกเคืองแค้นแทนคนผู้หนึ่งในฝูงชนตะโกนขึ้นมาเสียงดังว่า “แม่นางซ่ง นางลดตัวอ้อนวอนถึงเพียงนี้แล้ว หากท่านยังไม่ยินยอมอีก เกรงว่าจะทำเกินไปหน่อยกระมัง”คนอื่น ๆ รีบพยักหน้าผสมโรงทันที “ใช่แล้ว เป็นบุตรสาวแท้ ๆ แต่กลับไม่อาจแม้แต่จะเข้าไปจุดธูป วิญญาณของท่านโหวผู้เฒ่าซ่งบนสรวงสวรรค์คงไม่อาจสงบสุขได้เป็นแน่”ซ่งหว่านหนิงแค่นยิ้มเย็นชาพลางเอ่ยกับกลุ่มคนมุงดูว่า “คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าผู้หนึ่งมาแอบอ้างว่าเป็นบุตรสาวของท่านพ่อข้า เช่นนี้แล้วดวงวิญญาณของท่านบนสรวงสวรรค์จะสงบสุขได้งั้นหรือ?”“ข้ามิใช่คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า มีป้ายคำสั่
Read more

บทที่ 20

ยามนี้นางยิ่งอยู่ยิ่งเดาใจเซี่ยหลินยวนไม่ออกแล้ว บุรุษผู้นี้กำลังคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?“ร่างกายของเจ้ายังไม่หายดี เหตุใดจึงเอาแต่ออกมาข้างนอกอยู่เรื่อยเลย?” เขาถือวิสาสะวางมือลงบนเอวของซ่งหว่านหนิงอย่างเป็นธรรมชาติซ่งหว่านหนิงเชิดคางขึ้นชี้ไปทางเฉียวอวี๋เอ๋อร์ “ท่านไปถามนางสิ”เฉียวอวี๋เอ๋อร์หยัดกายลุกขึ้น คว้าแขนอีกข้างของเซี่ยหลินยวนมาเขย่าเบา ๆ “ท่านอ๋อง ท่านก็ทราบดีว่าอาการป่วยของบ่าว ไม่อาจรอไปจนถึงสามเดือนได้แล้ว...”ซ่งหว่านหนิงสัมผัสได้ว่ามือที่โอบเอวนางอยู่ค่อย ๆ คลายออก จากนั้นก็ได้ยินเสียงเซี่ยหลินยวนทอดถอนใจเขากล่าวว่า “อาการป่วยของเจ้า ข้าจะหาทางรักษาให้เอง เจ้าจงทำใจให้สบายเถิด”เฉียวอวี๋เอ๋อร์ยกมือขึ้นกุมหน้าอก เผยท่าทางอ่อนแอบอบบางดั่งหลิวต้องลม งดงามน่าทะนุถนอมประหนึ่งไซซีกุมอกยามป่วยนางเบิกตากว้างที่เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา มองไปยังเซี่ยหลินยวน “ขอบพระคุณท่านอ๋องที่ใส่ใจเจ้าค่ะ แต่ร่างกายของบ่าวเกรงว่าคงจะไม่ไหวแล้ว เพียงแค่หวังว่าก่อนตายจะได้พบหน้าบิดาสักครั้ง เพื่อสะสางความปรารถนาสุดท้ายในชีวิต ทว่าพระชายากลับไม่ยอม...”มือของซ่งหว่านหนิงที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status