All Chapters of พลิกชีวิตพระชายาผู้ถูกทอดทิ้ง: Chapter 21 - Chapter 30

30 Chapters

บทที่ 21

ผู้คนรอบข้างต่างตกตะลึง ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเพิ่งจะได้สติและกรีดร้องออกมาเซี่ยหลินยวนตั้งสติได้ก็พุ่งตัวเข้าไปอุ้มเฉียวอวี๋เอ๋อร์ขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะตวัดสายตาคมปลาบดุจใบมีดกลับมามองซ่งหว่านหนิงเขาแค่นเสียงเย็นชาเอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง “ยามนี้เจ้าพอใจแล้วหรือยัง?”กล่าวจบก็อุ้มเฉียวอวี๋เอ๋อร์ขึ้นรถม้าไป ทิ้งให้นางยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพังขอบตาของซ่งหว่านหนิงร้อนผ่าว พอยื่นมือไปแตะก็พบว่ามีรอยเปียกชื้นนางพอใจงั้นหรือ?นางสมควรจะพอใจแล้วกระมัง ที่ไม่ต้องปล่อยให้เฉียวอวี๋เอ๋อร์เข้ามาในจวน อีกทั้งยังแตกหักกับเซี่ยหลินยวนได้สำเร็จทว่าเหตุใดกลางอกกลับยังคงรู้สึกขมขื่นจุกแน่นอยู่เล่า จะว่าเจ็บปวดก็เจ็บไม่สุด คล้ายว่าจับต้องไม่ได้ ช่างเลื่อนลอยจนไร้ความรู้สึกที่แท้จริงหลีรุ่ยที่อยู่ข้างกายเอ่ยถามเสียงเบา “คุณหนู พวกเรากลับกันดีหรือไม่เจ้าคะ?”กลับหรือ? จะให้กลับไปที่ใด? จวนอ๋องหรือ?ที่แห่งนั้นยังมีที่ยืนสำหรับนางอยู่อีกหรือ?ซ่งหว่านหนิงแค่นยิ้มเยาะตนเอง “เข้าไปข้างในเถิด พวกเรากลับเรือนกัน”แม้จะไม่ได้กลับมาพำนักที่จวนโหวหลายปีแล้ว ทว่าบรรดาบ่าวไพร่ก็ยังคงเข้ามาทำความสะอาดเรื
Read more

บทที่ 22

“มิน่าเล่าถึงไม่อยากกลับจวน ที่แท้ก็มาลอบพบชายชู้อยู่ที่นี่เอง”มุมปากของเซี่ยหลินยวนกระตุกเล็กน้อย ใบหน้าเขียวคล้ำ คำพูดที่เอ่ยออกมาล้วนเผ็ดร้อนและโหดร้าย ไม่เหลือเยื่อใยแม้แต่น้อยซ่งหว่านหนิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความหึงหวงจากแววตาที่เกรี้ยวกราดของเขาอย่างน่าประหลาดเขาจะหึงหวงนางอย่างนั้นหรือ? อย่างมากก็คงเป็นเพียงความรู้สึกอยากครอบครองกำเริบขึ้นมาเท่านั้นเมื่อตระหนักได้ว่าความคิดนี้ช่างน่าขันเพียงใด นางก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาโทสะของเซี่ยหลินยวนยิ่งปะทุหนักกว่าเดิม “เจ้าหัวเราะอันใด?”“ไม่มีอันใด” ซ่งหว่านหนิงหุบรอยยิ้ม นางคร้านที่จะอธิบายสิ่งใดให้มากความการกระทำเช่นนี้ดูเหมือนจะยิ่งทำให้เขาโกรธเกรี้ยวเป็นฟืนเป็นไฟ เขาพุ่งตัวเข้าไปตรึงร่างนางแนบชิดกำแพงเรือนโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงที่นี่ไม่ใช่จวนอ๋อง การที่นางถูกเขาย่ำยีเกียรติต่อหน้าบ่าวไพร่ของตนเองเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกอับอายและเคียดแค้นจนแทบทนไม่ไหว“เซี่ยหลินยวน ท่านต้องการทำสิ่งใดกันแน่?”เขาหลับตาลง ในหัวเต็มไปด้วยภาพที่นางช่วยปัดใบไม้ร่วงหล่นให้ลู่จิ่งจืออย่างแผ่วเบา ช่างอ่อนโยนและบาดตาบาดใจยิ่งนักความริษยาใ
Read more

บทที่ 23

เขาขมวดคิ้ว กล่าวขึ้นมาตามอำเภอใจว่า “เพียงเจ้ากลับไป แล้วเอ่ยปากขอโทษนางเสีย ทุกสิ่งก็ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น เจ้ายังคงเป็นพระชายาของข้า เช่นนี้ไม่ดีหรือ?”ซ่งหว่านหนิงกว่าจะดึงสติตัวเองให้หลุดพ้นจากอาการหน้ามืดตาลายได้ ก็ต้องมาเริ่มสงสัยว่าหูของตนมีปัญหาหรือไม่เขาหมายความว่า จะให้นางไปเอ่ยปากขอโทษเฉียวอวี๋เอ๋อร์อย่างนั้นหรือ?“ท่านอ๋องอย่าได้กล่าววาจาล้อเล่นไปเลย ข้ามีเหตุผลอันใดที่ต้องไปขอโทษนางด้วย?”เซี่ยหลินยวนใบหน้าทะมึนตึงขึ้นมาอีกครา “เจ้าเข้าใจนางผิด ทั้งยังบีบคั้นให้นางต้องใช้ความตายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ นางยังสามารถปล่อยวางไม่ถือสาหาความ แล้วเจ้ายังมีหน้ามาถือดีอันใดอยู่อีก?”วาจาเหล่านี้แม้จะฟังเข้าใจได้กระจ่างชัดทุกถ้อยคำ ทว่าเมื่อนำมาร้อยเรียงรวมกันกลับทำให้นางไม่เข้าใจความหมายขึ้นมาเสียอย่างนั้นอันใดคือการเข้าใจเฉียวอวี๋เอ๋อร์ผิด? และอันใดคือการบีบคั้นเฉียวอวี๋เอ๋อร์ให้ไปตาย?เมื่อเห็นสีหน้ามึนงงของนาง เซี่ยหลินยวนก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ “ยามที่เฉียวอวี๋เอ๋อร์จวนเจียนจะสิ้นใจ นางยังเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมไม่ให้ข้าตำหนิเอาความกับเจ้า นางใจกว้างถึงเพียงนี้ ทว่าเจ้ากลับไร
Read more

บทที่ 24

ซ่งหว่านหนิงชะงักไปเล็กน้อย นางถูกคำถามนี้ทำให้อึ้งไปจริง ๆ “วันนี้มีอันใดหรือ?”“วันนี้เป็นวันเกิดของท่านอย่างไรเล่า!” เซี่ยเหวินอินขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย แฝงแววระอาใจอยู่หลายส่วนเมื่อถูกทักขึ้นมาเช่นนี้ ซ่งหว่านหนิงจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆหลายวันมานี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายนัก นางมักจะเหม่อลอยไร้สติจนลืมวันลืมคืนไปเสียสนิทมิน่าเล่าเมื่อยามเช้าที่นางตื่นขึ้นมา หลีรุ่ยกับแม่นมจ้าวล้วนมีสีหน้าอมทุกข์หนักใจ ที่แท้คงเป็นเพราะในจวนยังไม่พ้นช่วงไว้ทุกข์ จึงไม่รู้ว่าควรจะจัดงานวันเกิดให้นางดีหรือไม่“ขอบคุณองค์หญิงที่ยังจดจำวันเกิดของข้าได้” ซ่งหว่านหนิงกล่าวขอบคุณตามมารยาทยามที่นางอยู่ในวังนั้นสนิทสนมกับเซี่ยเหวินอินเป็นอย่างดี รักใคร่กลมเกลียวดุจพี่น้อง ทว่าหลังออกเรือนไปแล้วปีหนึ่งกลับได้พบหน้าเพียงไม่กี่หน จึงอดไม่ได้ที่จะห่างเหินกันไปบ้างผนวกกับที่นางเพิ่งมีปากเสียงกับเซี่ยหลินยวน เมื่อเห็นหน้าเซี่ยเหวินอินก็ย่อมต้องนึกถึงเขา จึงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้างโชคดีที่เซี่ยเหวินอินเป็นคนเปิดเผยไม่คิดเล็กคิดน้อย นางมีฐานะสูงส่ง อีกทั้งยังมีนิสัยร่าเริ
Read more

บทที่ 25

เซี่ยเหวินอินปักดอกไม้ประดิษฐ์สีเรียบง่ายลงบนมวยผมของซ่งหว่านหนิง พลางมองภาพของนางในกระจกทองเหลืองแล้วเอ่ยชมจากใจจริงซ่งหว่านหนิงยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า “ไปกันเถอะ อย่ามัวแต่ล้อข้าเล่นอยู่เลย”เซี่ยเหวินอินหยิบผ้าแถบเส้นหนึ่งออกมา นำมาปิดตานางด้วยรอยยิ้ม “พี่สะใภ้ ท่านแค่เดินตามข้ามาก็พอ รับรองว่าต้องมีเรื่องประหลาดใจเป็นแน่!”เบื้องหน้ามืดมิดไปหมด เซี่ยเหวินอินจูงมือนางพาเดินออกไปจนกระทั่งขึ้นไปนั่งบนรถม้าดูเหมือนจะเดินทางมาไกลเอาการ จนถึงขั้นได้ยินเสียงน้ำไหลเอื่อย ๆ ในที่สุดรถม้าก็หยุดลง“นี่เจ้าพาข้ามาที่ใดกัน?” ซ่งหว่านหนิงก้าวลงจากรถม้าอย่างระมัดระวัง ขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามน้ำเสียงของเซี่ยเหวินอินเจือรอยยิ้ม “อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ประเดี๋ยวท่านก็จะรู้เอง”ซ่งหว่านหนิงคิดจะปลดผ้าปิดตาออก ทว่ากลับถูกเซี่ยเหวินอินจับมือห้ามเอาไว้ “รออีกนิดเถิด หากเห็นก่อนก็ไม่ประหลาดใจแล้ว”นางไม่รู้ว่าเซี่ยเหวินอินต้องการให้รอสิ่งใด จึงทำได้เพียงเดินตามอีกฝ่ายก้าวขึ้นบันไดไปสู่ที่สูงทีละขั้นในที่สุดก็มาถึงชั้นบนสุด ข้างหูแว่วเสียงพลุดอกไม้ไฟระเบิดดังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเซี่ยเหวินอินยอมปลดผ้าผ
Read more

บทที่ 26

เซี่ยหลินยวนประคองเฉียวอวี๋เอ๋อร์เดินขึ้นไปบนกำแพงเมือง เงยหน้ามองดอกไม้ไฟที่เตรียมการมาอย่างพิถีพิถัน ทว่าในใจกลับรู้สึกเหม่อลอยชอบกล“ขอบคุณท่านอ๋องที่อุตส่าห์ใส่ใจ บ่าวดีใจยิ่งนักเจ้าค่ะ” เฉียวอวี๋เอ๋อร์เอนศีรษะซบแผงอกของเขา น้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงนับตั้งแต่หน้าผากกระแทกจนได้รับบาดเจ็บคราวก่อน อาการป่วยของนางก็ยิ่งทรุดหนัก หมอหลวงกล่าวว่าหากไม่ได้โสมพันปีมาเป็นกระสายยา เกรงว่าคงจะมีชีวิตอยู่ไม่พ้นฤดูหนาวนี้หลังจากฟื้นขึ้นมาในวันนั้น นางได้บอกกับเขาว่าตนเองฝันไปเรื่องหนึ่งในความฝันนางยืนอยู่บนป้อมปราการกำแพงเมือง ทอดสายตามองไปทางแคว้นซีเซี่ยอันห่างไกล โดยมีดอกไม้ไฟสว่างไสวเต็มท้องฟ้าอยู่เบื้องหลังเขาจึงเรียกตัวช่างทำดอกไม้ไฟทั่วทั้งเมืองหลวงมาเร่งมือทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อเนรมิตความฝันนี้ให้เป็นจริงในช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตที่เหลืออยู่ของนาง“เจ้ายังมีความปรารถนาใดอีกหรือไม่? ข้าจะช่วยทำให้มันเป็นจริงทุกประการ” เซี่ยหลินยวนยื่นมือลูบไล้เรือนผมของนางพลางเอ่ยถามด้วยความอ่อนโยนเฉียวอวี๋เอ๋อร์เงยหน้าขึ้น เอ่ยถ้อยคำอย่างระแวดระวัง “บ่าวรู้ตัวดีว่ามีฐานะต่ำต้อย มิอาจเอื้อมคู่ควร
Read more

บทที่ 27

“เจ้าว่ากระไรนะ?” เซี่ยหลินยวนอ้าปากค้างอยู่นาน กว่าจะเค้นคำพูดเหล่านี้ออกมาได้เซี่ยเหวินอินโกรธจัดจนดึงกำไลหยกในมือปาใส่เขา กำไลวงน้อยร่วงกระแทกพื้นเสียงดัง “เคร้ง” แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย“ท่านถึงกับเตรียมดอกไม้ไฟให้หญิงอื่นในวันเกิดของพี่สะใภ้ เสด็จพี่ ข้านึกไม่ถึงเลยว่าท่านจะเป็นคนเช่นนี้!” นัยน์ตาของนางเต็มไปด้วยความดูแคลนเซี่ยหลินยวนแสร้งทำสีหน้าเรียบเฉย โพล่งออกไปว่า “ข้าไม่รู้ว่าเป็นวันเกิดของนาง เฉียวอวี๋เอ๋อร์ใกล้จะตายแล้ว ข้าช่วยทำความปรารถนาของนางให้เป็นจริงมันผิดตรงไหนกัน?”เหตุใดเขาต้องรู้ด้วยว่าเป็นวันเกิดของซ่งหว่านหนิง? เขาไม่ได้เป็นฝ่ายอ้อนวอนให้นางแต่งงานด้วยเสียหน่อยเขาอยากจะดีกับผู้ใด ก็ยังไม่ถึงคราวให้คนอื่นมาสอดปากวิจารณ์ข้ออ้างเหล่านี้โน้มน้าวใจเขาได้สำเร็จ ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที แววตาพลันเยียบเย็นลงทว่าในใจกลับยังคงเจ็บปวดอยู่จาง ๆ ราวกับมีหนามแหลมทิ่มแทงอยู่ตรงนั้น มันคอยทิ่มลึกลงในเนื้อทุกจังหวะลมหายใจเข้าออก“ผิดตรงไหนหรือ? เสด็จพี่ ท่านยังมีหัวใจอยู่หรือไม่?” เซี่ยเหวินอินผุดลุกขึ้น ยืนเท้าสะเอวเอ่ยถามอย่างเอาเรื่องนางชี้ไปที่ห
Read more

บทที่ 28

เมื่อกลับมาถึงจวนอ๋อง เซี่ยหลินยวนก็รื้อค้นข้าวของในคลังอยู่เป็นนาน ทว่ากลับไม่พบสิ่งใดที่ถูกตาต้องใจเลยแม้แต่น้อยเขาจึงเรียกสาวใช้ในห้องของซ่งหว่านหนิงมาไต่ถาม “ยามปกติพระชายาชอบทำสิ่งใดหรือ?”สาวใช้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบกลับว่า “เรียนท่านอ๋อง ยามปกติพระชายานอกเสียจากจัดการดูแลเรื่องราวในจวนแล้ว สถานที่ที่อยู่บ่อยที่สุดก็คือห้องภาพเจ้าค่ะ คิดว่าคงจะชอบวาดภาพ”ชอบวาดภาพอย่างนั้นหรือ? นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยหลินยวนเพิ่งรู้ว่านางวาดภาพเป็นด้วยซ้ำเขายังไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในจวนของตนเองจะมีห้องภาพอยู่ด้วยทว่ายามนี้คงไม่มีเวลาไปเดินชมแล้ว เขากวาดสายตามองไปรอบชั้นวางของ ก่อนที่สายตาจะหยุดลงตรงแท่นฝนหมึกอันหนึ่งของสิ่งนั้นเขาซื้อกลับมาจากเจียงหนานเมื่อหลายปีก่อน แม้จะเป็นเพียงชิ้นเล็ก ๆ แต่มูลค่ากลับสูงลิ่ว ทว่าเขาไม่โปรดปรานงานกวีและอักษรศิลป์จึงไม่เคยหยิบออกมาใช้เลยเขาสั่งให้องครักษ์หยิบแท่นฝนหมึกนั้นมา ทั้งยังเลือกกระดาษชั้นเลิศอีกปึกหนึ่งใส่รวมเข้าไปในกล่อง แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังจวนหนิงหย่วนโหวยามที่เซี่ยหลินยวนมาถึง ซ่งหว่านหนิงกำลังคุกเข่าสวดมนต์อยู่ในศาลบรรพชน“เรียน
Read more

บทที่ 29

นางเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ทว่า ท่านอ๋องคงจะไม่เคยเห็นภาพวาดของข้า ข้าไม่เคยวาดภาพพู่กันจีน ทั้งยังไม่ชอบเขียนบทกวีลงบนภาพ จานฝนหมึกอันนี้เกรงว่าจะไร้ประโยชน์แล้ว”เซี่ยหลินยวนอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวสิ่งใดดีซ่งหว่านหนิงเอ่ยต่อว่า “จานฝนหมึกที่ไร้ประโยชน์ชิ้นหนึ่ง ของขวัญที่เลยเวลาไปแล้วชิ้นหนึ่ง ในสายตาท่าน ข้าคู่ควรได้รับเพียงของพรรค์นี้เท่านั้น ใช่หรือไม่?”รูปร่างของนางซูบผอม ราวกับเพียงลมพัดวูบเดียวก็อาจล้มพับได้ ทว่ากลับหยัดแผ่นหลังตั้งตรงอย่างดื้อรั้น สบตากับเขาด้วยแววตาเย็นชาเขาอยากจะเอ่ยแย้ง ทว่ากลับไม่รู้จะเริ่มกล่าวจากตรงไหนดี“แต่ในเมื่อท่านอ๋องมอบให้แล้ว ก็ย่อมต้องใช้ให้คุ้มค่า” ซ่งหว่านหนิงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกล่อง แล้วเดินเข้าไปในห้องด้านใน “จานฝนหมึกชิ้นนี้ล้ำค่าเกินไป ใช้ของข้าจะดีกว่า”นางคลี่กระดาษปูลงบนโต๊ะริมหน้าต่าง แล้วให้หลีรุ่ยฝนหมึก จากนั้นจึงจรดพู่กันเริ่มเขียน“ด้วยวาสนาสิ้นสุด ไมตรีมิอาจประสาน ยินยอมพร้อมใจหย่าร้าง จึงเขียนหนังสือฉบับนี้ไว้เป็นหลักฐาน นับแต่ครองคู่กันมานานกว่าสามปี ระหว่างสามีภรรยา กลับเกิดความบาดหมางขึ้นเรื่อยมา จนท้ายที่
Read more

บทที่ 30

“ที่นี่...คือที่ใดกัน?” ซ่งหว่านหนิงคิดอยากจะถอยหนีเซี่ยเหวินอินไม่รอให้เอ่ยปากก็ดึงนางเดินเข้าไปด้านใน ไม่เปิดโอกาสให้นางได้ถอยกลับทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นประตู ซ่งหว่านหนิงก็รู้สึกได้ว่าเลือดลมทั่วร่างพากันสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้านางมองเห็นเวทีกลางโถงชั้นหนึ่ง บนนั้นมีเด็กหนุ่มชุดขาวผู้หนึ่งกำลังร่ายรำกระบี่ท่วงท่ากระบี่มิได้วิจิตรงดงามอันใดนัก ทว่าสาบเสื้อของเขากลับผูกไว้ไม่แน่นหนา ยามขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวจึงเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกและหน้าท้องรำไรทัศนียภาพวับ ๆ แวม ๆ เช่นนี้นับว่ายั่วยวนใจผู้คนได้ดีที่สุดก่อนหน้านี้ซ่งหว่านหนิงเคยได้ยินมาว่าในเมืองหลวงมีหอคณิกาชายไว้ให้เหล่าสตรีสูงศักดิ์มาหาความสำราญ ทว่านางยังไม่เคยมาเปิดหูเปิดตาด้วยตนเองเลยสักครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อแท้ของนางยังคงเป็นคนหัวโบราณ การยอมรับเรื่องชายบำเรอจึงมีไม่มากนักนางอยากจะหนีไปให้พ้นเสียจริง“โอ้ นี่องค์หญิงเจาหยางมิใช่หรือขอรับ?” บุรุษผู้มีน้ำเสียงติดจะนุ่มนวลใช้พัดจีบกึ่งบังกึ่งเผยใบหน้าเดินตรงมาหาพวกนาง พลางเอ่ยกระเง้ากระงอด “ท่านไม่ได้มาเยือนเสียนานเลยนะขอรับ”เขาพินิจมองซ่งหว่านหนิงครู่
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status