“บ่นไรวะ” ไม่ว่าเปล่ามือหนาก็ยื่นมาบีบแก้มฉัน และเป็นการบีบเข้าหากันจนปากยู่! “ปากนี่สินะชอบเถียง”“อื้อ! กูเจ็บนะ!” ปัดมือเขาออกแล้วหันไปตวัดตามองด้วยความไม่ชอบใจ แต่ยังไม่ทันได้พูดคำใด มือหนาก็สอดประสานเข้ามาในมือฉันซะก่อน“กูขอโทษที่ไม่เข้าใจมึง” ว่าแล้วนิ้วมือใหญ่ ๆ ก็ถูนิ้วฉันไปมา “ยกโทษให้กูได้ไหม”การกระทำแรกคือสอดประสานนิ้วเข้ามา ฉันคิดว่าเป็นการกระทำที่ส่งผลต่อหัวใจมากแล้ว พอเจอคำพูดสำนึกผิดที่มาด้วยน้ำเสียงเว้าวอน กลับกลายเป็นว่ามันส่งผลยิ่งกว่า จากตอนแรกที่ฉันหันไปมองภีมเต็ม ๆ ตา ตอนนี้ไม่กล้ามองเขาด้วยซ้ำ กลัวตัวเองจะเผยความในใจผ่านสีหน้าให้เขาได้เห็น“กูก็ขอโทษที่ไม่ยอมฟังมึง ขอโทษที่ทำให้มึงเป็นห่วง” เอ่ยปากขอโทษเขาบ้าง “เอาเป็นว่าเราหายกันนะ”บรรยากาศระหว่างเรากลับมาเงียบอีกครั้ง กระทั่งภีมพาฉันขับรถมาถึงบ้านหลังที่คุ้นเคย และเป็นบ้านที่ฉันไม่อยากกลับมาเหยียบเลยสักครั้ง“มึงพร้อมที่จะเจอทรงพลใช่ไหม” ภีมหันมามองฉันก่อนที่เราจะลงจากรถ “มันเพิ่งออกจากคุกเมื่อช่วงเดือนก่อน”“มีมึงอยู่กูไม่กลัว” บอกเขาไปตามความจริง ซึ่งก็ได้รับคำตอบกลับมาคือฝ่ามือหนาโยกหัวฉันเบา ๆ แล้วเราก็ล
Última actualización : 2026-09-03 Leer más