All Chapters of เสิ่นหลี เซียนหรือจะสู้ข้า! : Chapter 1 - Chapter 10

20 Chapters

ตอนที่ 1 สุสานมังกร!

ภายใต้แสงอาทิตย์แผดเผาของบ่ายวันเสาร์ เสิ่นหลียืนปัดฝุ่นออกจากกางเกงคาร์โก้สีซีดของเธอพลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ดวงตาเรียวคมภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีดำสนิทกวาดมองไปรอบบริเวณเนินเขาดินลูกรังที่ถูกล้อมด้วยแถบพลาสติกสีเหลืองสลับดำพื้นที่แห่งนี้เดิมทีเป็นเพียงโครงการก่อสร้างทางหลวงชนบทธรรมดา จนกระทั่งคนขับรถขุดดินบังเอิญกระแทกเข้ากับ ‘เพดานหิน’ บางอย่างที่ไม่ควรมีอยู่“อาจารย์เสิ่นครับ! ทางนี้ครับ ทีมงานเตรียมสปอตไลท์กับเครื่องปั่นไฟพร้อมแล้วครับ” เสียงตะโกนจากเจ้าหน้าที่รุ่นน้องทำให้เธอหันไปมองพร้อมกับขยับหมวกแก๊ปให้เข้าที่เสิ่นหลีไม่ได้ตอบรับด้วยคำพูด เธอเพียงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้อุปกรณ์คู่ใจขึ้นมาสะพาย ภายในนั้นมีเครื่องมือที่คนทั่วไปมองว่าเป็นแค่เศษเหล็ก แต่สำหรับเธอ มันคืออาวุธที่ใช้สื่อสารกับคนตาย...โดยเฉพาะ ‘ไม้บรรทัดเหล็กสีหม่น’ ที่เธอชอบพกติดตัวไว้เสมอ แม้มันจะดูเหมือนอุปกรณ์วัดระยะธรรมดาที่หาซื้อได้ตามร้านอุปกรณ์ แต่น้ำหนักและความรู้สึกยามที่มันอยู่ในมือนั้นกลับประหลาดอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งที่มาของมันมาจากร้านของเก่าแห่งหนึ่งซ
last updateLast Updated : 2026-09-10
Read more

ตอนที่ 2 โลกใบใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

ความมืดมิดที่เสิ่นหลีเผชิญไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรเป็น เนื่องจากในโสตประสาทของเธอคล้ายกับมีเสียงกระซิบพร่าเลือนสลับกับเสียงคำรามกึกก้องที่ฟังไม่ได้ศัพท์อยู่ตลอดเวลาซึ่งแตกต่างจากร่างกายที่กำลังรู้สึกเบาหวิวราวกับขนนกที่ถูกทิ้งลงในพายุหมุน ก่อนจะตามมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนถูกภูเขาทั้งลูกกดทับในเสี้ยววินาทีต่อมา ความเจ็บปวดที่ปลายนิ้วชี้หายไปแล้ว แต่ข้อมือซ้ายกลับทวีความร้อนรุ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเธออยากจะกรีดร้อง ทว่าลมหายใจกลับติดขัดเฮือก!หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวพลางสูดอากาศเข้าปอดอย่างแรงจนแสบทรวงอก เธอกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความมึนงงจู่โจมเข้าที่ขมับจนโลกหมุนคว้างไปชั่วขณะเสิ่นหลีหลับตาแน่น พยายามประคองสติที่แตกกระเจิง ภาพสุดท้ายที่จำได้คือแสงสีครามเจิดจ้าและดวงตาเนตรมังกรที่ดูเหมือนจะทะลุทะลวงเข้ามาในจิตวิญญาณของเธอเมื่อความทรงจำเริ่มกลับคืนมา สิ่งแรกที่เสิ่นหลีทำคือการสำรวจสภาพแวดล้อมตามสัญชาตญาณของนักโบราณคดีที่มักจะตื่นตัวในสถานที่แปลกใหม่เสมอทว่า... ที่นี่ไม่ใช่สุสานเธอไม่ได้นอนอยู่บนแท่นหินนิลดำที่
last updateLast Updated : 2026-09-10
Read more

ตอนที่ 3 ฟาดไม่เลี้ยง ตีไม่ยั้ง

เสิ่นหลีไม่ได้ตอบคำถามของเสิ่นต้าฟู่ด้วยคำพูด แต่นางตอบด้วยสายตาอันเย็นเยียบจนถึงกระดูก แววตาของนักโบราณคดีสาวผู้เคยเผชิญหน้ากับซากศพและกลไกความตายในสุสานโบราณมานับไม่ถ้วน บัดนี้ถูกหลอมรวมเข้ากับปราณมังกรที่คุกรุ่นอยู่ในจิตวิญญาณ ทุกย่างก้าวที่นางสืบเท้าเข้าหาลุงใจโฉด นั้นหนักแน่นและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“ข้าเป็นใครน่ะหรือ?” เสิ่นหลีแค่นยิ้มมุมปาก มือที่กำด้ามกระบี่ที่ทั้งยาวและตรงราวกับไม้บรรทัดเหล็กขยับเพียงเล็กน้อยจนเกิดเสียงตัดอากาศดังฟืด“ข้าก็คือหลานสาวที่แกเพิ่งบอกว่าจะขายกินอย่างไรเล่า!”“ยะ... อย่าเข้ามานะ! อีเด็กปีศาจ! พวกแกสองคนมัวทำอะไรอยู่ จัดการมันสิ!” เสิ่นต้าฟู่ตะโกนลั่นพลางพยายามถอยกรูดจนหลังไปชนกับโต๊ะเก่าที่จะพังแหล่มิพังแหล่ชายฉกรรจ์อีกคนที่ยังไม่บาดเจ็บ กัดฟันข่มความกลัว เขาชูไม้พลองในมือขึ้นหมายจะฟาดเข้าที่ศีรษะของเด็กสาวอย่างสุดแรง ทว่าในสายตาของเสิ่นหลี การเคลื่อนไหวนั้นช้าเกินไป ประสาทสัมผัสของนางในร่างนี้ดูเหมือนจะถูกยกระดับขึ้นจนมองเห็นวิถีการโจมตีได้อย่างชัดเจน“ฟาดมาทางนี้ใช่ไหม?”เสิ่นหลีเอี้ยวตัวหลบเ
last updateLast Updated : 2026-09-10
Read more

ตอนที่ 4 โลกใบนี้ก็ไม่แย่

ไม้บรรทัดเหล็กขยายความยาวและหนาขึ้นจนดูเหมือนจอบเหล็กชั้นดี เสิ่นหลีใช้ทักษะการขุดสำรวจที่ฝึกฝนมานับสิบปีขุดลงไปยังจุดที่ไม้บรรทัดนำทาง เพียงครู่เดียวเธอก็พบกับก้อนวัตถุบางอย่างที่เรืองแสงสีเขียวอ่อนมัว ๆ อยู่ใต้รากไม้ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับมัน อักขระสีทองบนผิวไม้บรรทัดพลันส่องสว่างขึ้นอย่างเงียบงัน ก่อนที่กรอบแสงสีฟ้าโปร่งแสงจะปรากฏขึ้นตรงหน้าดวงตาของเด็กสาวเพียงผู้เดียว[ตรวจพบสมุนไพรวิญญาณ ชื่อ: โสมโลหิตพฤกษา ระดับ: สมุนไพรวิญญาณขั้นต่ำ อายุโดยประมาณ: 1,137 ปีคุณสมบัติ: บำรุงเลือดลม ฟื้นฟูพลังชีวิต หล่อเลี้ยงเส้นชีพจรพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน: ดูดซับไอปราณไม้มาเป็นเวลานาน ใกล้ถือกำเนิดจิตวิญญาณขั้นต่ำ คำเตือน: กลิ่นของโสมจะดึงดูดสัตว์วิญญาณและสัตว์อสูร คำแนะนำ: ควรเก็บในระยะ 45 องศาไม่ให้รากขาดเพื่อรักษาพลังปราณภายใน]เสิ่น
last updateLast Updated : 2026-09-10
Read more

ตอนที่ 5 ผู้ฝึกตน น่ารังเกียจ

คำว่า “โลกใบนี้ก็ไม่แย่” เพิ่งหลุดออกจากปากเสิ่นหลีได้ไม่นานเท่าไหร่หลังจากที่นางจัดการถอนขนไก่และล้างทำความสะอาดรวมถึงนำมาต้มกับโสมล้ำค่าที่เก็บได้ ในขณะที่น้องสาวกับนางกำลังกินกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังคราแรกเสิ่นหลีคิดว่าเป็นสัตว์อสูร จึงเอื้อมมือไปหยิบไม้บรรทัดเหล็กที่วางอยู่ข้างกายทันที ทว่าเพียงอึดใจต่อมาเสียงหัวเราะเย่อหยิ่งของคนหนุ่มก็ดังขึ้นเสียก่อน“กลิ่นอาหารวิญญาณ? ใครกันถึงกล้านำของดีมาต้มกินกลางป่าหมอกลวงตา”เสิ่นหลีนิ่งไปเล็กน้อย ‘คน?’ เพราะจากความทรงจำของร่างเดิม ป่าหมอกลวงตาไม่ใช่ป่าธรรมดา แต่เป็นสถานที่ฝึกฝนขั้นต้นของเหล่าผู้ฝึกตนในเขตชิงหลานอวี้ ผู้ฝึกตนระดับล่างมักเข้ามาล่าสัตว์อสูร เก็บสมุนไพร หรือทดสอบวิชากันที่นี่ ดังนั้นจึงทำให้ไม่มีคนธรรมดากล้าย่างกรายเข้ามา ด้วยส่วนหนึ่งเพราะต้องการหลีกเลี่ยงการปะทะกับคนเหล่านี้นอกจากสัตว์อสูรซึ่งแน่นอนว่า “ระดับล่าง” ของผู้ฝึกตน ก็ยังสูงกว่าชาวบ้านธรรมดามากพอให้คนเหล่านี้มองคนเหล่านั้นเป็นมดปลวกนั่นเอง ไม่นานนักชายหนุ่มสามคนในชุดศิษย์สำนักสีเทาขาวก็เ
last updateLast Updated : 2026-09-11
Read more

ตอนที่ 6 มรดกเร้นลับใต้ม่านหมอก

หลังจากกระต่ายน้อยได้รับอาหารเลิศรสที่หากว่าผู้ฝึกตนมาเห็นอาจจะกระอักเลือด เจ้าตัวก็มีใจคิดอยากตอบแทนจึงได้ทำท่าทางให้เสิ่นหลีตามมันไป“อาเจี่ยเจ้าตัวนี้คงอยากให้เราตามไปใช่ไหมเจ้าคะ”“พี่ก็คิดว่าอย่างนั้น ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ อยู่ตรงนี้นาน ๆ ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย”ท่ามกลางสายลมเย็นเยือกที่หอบเอาละอองความชื้นจากม่านหมอกมาปะทะผิวแก้ม เสิ่นหลีกระชับมือเล็กของเสิ่นเหยา เอาไว้แน่น พลางจับจ้องไปยัง “กระต่ายหิมะจันทรา” ตัวน้อยที่ลงมายืนบนพื้นและกำลังกระโดดนำหน้าไปอย่างร่าเริงบรรยากาศรอบกายสองพี่น้องเริ่มแปรเปลี่ยนจากป่าทึบที่มองเห็นเพียงเงาไม้แน่นหนา และหมอกสีขาวโพลนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยแสงเรืองรองสีครามและม่วง อีกทั้งต้นไม้ใหญ่บางต้นยังมีเถาวัลย์เรืองแสงพันเกี่ยวประหนึ่งโคมไฟประทีปที่คอยนำทางตามธรรมชาติ เสิ่นหลีใช้สายตาของนักโบราณคดีลอบสังเกตภูมิประเทศรอบตัวอย่างละเอียด นางพบว่าเส้นทางที่กระต่ายน้อยนำไปนั้นมิใช่สุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นการเลาะเลียบไปตามจุดที่มีกระแสพลังวิญญาณไหลเวียนหนาแน่น“อาเจี่ย ดูนั่นสิเจ้าคะ! ดอกไม้พวกนั้นเต้
last updateLast Updated : 2026-09-11
Read more

ตอนที่ 7 หยกปริศนาและสายเลือดต้องห้าม

เสิ่นหลีมองท่าทางของเสี่ยวไป๋ที่รีบกระโดดเข้ามาขวางด้วยความซาบซึ้งใจ นางเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องมีระบบแปลภาษา สัตว์วิญญาณตัวนี้คงผูกพันกับเจ้านายเก่าและรู้ดีว่ากลไกที่ปกป้องถุงสีดำใบนั้นน่ากลัวเพียงใด“เข้าใจแล้ว ข้าไม่จับมันหรอก” เสิ่นหลีเอ่ยพลางลอบคิดในใจที่ตัวเองไม่ใช่พวกโลภมากนักโบราณคดีสาวรู้ดีจากประสบการณ์ขุดค้นว่า สิ่งของบางชิ้นหากยังไม่ถึงเวลาอันควร หรือไม่มีความรู้ในการจัดการที่ถูกต้อง การฝืนครอบครองก็ไม่ต่างจากการรนหาที่ตาย ยิ่งระบบจากไม้บรรทัดเหล็กคู่ใจระบุชัดเจนถึงคำว่า ‘สายเลือดปฐมกาลไท่ชู’ ยิ่งทำให้นางตระหนักว่าเบื้องหลังร่างที่นางมาอาศัยอยู่นี้ และเทคโนโลยีโบราณที่แฝงอยู่ในไม้บรรทัดเหล็กสัมฤทธิ์ อาจมีความลับระดับสะเทือนฟ้าดินซ่อนอยู่นางหันไปมองเสิ่นเหยาที่บัดนี้กำลังกอดเสี่ยวไป๋ไว้แน่นอีกครั้ง เด็กน้อยยังคงส่งยิ้มให้เจ้ากระต่ายอย่างอ่อนโยน โดยที่เสิ่นเหยาเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าหลังจากที่นางกลืนโอสถชำระไขกระดูกปรับฐานรากเข้าไป พลังงานบริสุทธิ์สายหนึ่งได้เข้าไปปลุกดวงจิตวิญญาณบางอย่างในตัวของนางให้เริ่มขยับไหวอย่างเงียบเชียบ ที่ใจกลาง
last updateLast Updated : 2026-09-11
Read more

ตอนที่ 8 ชีวิตใหม่ในโลกเซียน

หลังอาหารเช้าของวันใหม่ผ่านพ้น เสิ่นหลีก็คุกเข่าลงตรงหน้าสุสานของชายชราอีกครั้ง ภายในถ้ำเงียบสงบ มีเพียงเสียงน้ำตกด้านนอกที่ดังแว่วคลออยู่ไม่ขาดสาย แสงสีทองอ่อนของยามเช้าส่องผ่านม่านน้ำเข้ามาตกกระทบสุสานเจ้าของถ้ำราวกับกำลังส่งเขาเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน เสิ่นหลีประสานมือคำนับอย่างจริงจัง‘ผู้อาวุโส แม้ข้าจะมิใช่คนของโลกนี้ แต่ในเมื่อได้รับวาสนาจากท่าน ข้าย่อมไม่ลืมบุญคุณ’ นางเอ่ยในใจ ก่อนจะหยุดไปเล็กน้อย และกล่าวต่อเสียงเบา“เสี่ยวไป๋ ข้าจะดูแลมันให้ดีที่สุด”เสี่ยวไป๋ที่นั่งอยู่ข้างเสิ่นเหยากระดิกหูไปมาพลางก้มศีรษะลงคล้ายทำความเคารพเจ้าของเดิมอย่างสำนึกในบุญคุณเก่าก่อนเสิ่นเหยามองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย แม้ไม่เข้าใจเรื่องความเป็นความตายมากนัก หลังคำนับเสร็จเสิ่นหลีก็ลุกขึ้น ก่อนกวาดสายตามองถ้ำแห่งนี้อีกครั้ง เมื่อคืนมันเป็น “ที่หลบภัย” แต่ตอนนี้นางเริ่มรู้สึกว่ามันคล้าย “จุดเริ่มต้น” มากกว่าทว่าต่อให้ปลอดภัยเพียงใด พวกนางก็ไม่อาจอยู่ที่นี่ตลอดไป โลกภายนอกยังรออยู่ และสิ่งสำคัญที่สุด คือ พวกนางต้องมีเงิน ต้องมีที่อยู่ ต้องเรียนรู้
last updateLast Updated : 2026-09-11
Read more

ตอนที่ 9 กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

เสิ่นหลีจูงมือเสิ่นเหยาเดินนำไปข้างหน้า ด้านหลังมีเสี่ยวไป๋ กระโดดดุ๊กดิ๊กตามมาติด ๆ ส่วนไป๋หู่ก็เดินกะเผลกอยู่ไม่ห่าง แม้จะพยายามเชิดหน้ารักษาศักดิ์ศรีของสัตว์อสูรโบราณเอาไว้เต็มที่ แต่สภาพในตอนนี้กลับดูไม่ต่างจากแมวจรจัดที่ถูกเก็บมาเลี้ยงเท่าใดนัก“อาเจี่ย”“หืม?”“ข้าหิวอีกแล้วเจ้าค่ะ”เสิ่นหลีถึงกับเท้าสะดุด “ช่วงเช้าเจ้ากินข้าวต้มไปตั้งสองถ้วยมิใช่หรือ?”“แต่นั่นเมื่อเช้านะเจ้าคะ” เด็กหญิงตอบด้วยสีหน้าจริงจังจนคนเป็นพี่พูดไม่ออกด้านหลังไป๋หู่ส่งเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นในหัวของนาง ‘มนุษย์นี่ช่างอ่อนแอเสียจริง กินไม่กี่อึดใจก็หิวอีกแล้ว’เสิ่นหลีหันไปมองมันทันที เนื่องจากเจ้าตัวนี้กล้าบังอาจมาว่าน้องสาวสุดที่รักของตน“แล้วเจ้าล่ะ?”‘ข้าหรือ?’ จิ้งจอกขาวเชิดหน้าจนเสิ่นหลีคิดว่ามันไม่กลัวคอจะหลุดบ้างเลยเหรอ‘สัตว์อสูรโบราณอย่างข้า หลับครั้งหนึ่งก็ตื่นอีกทีหลายวัน ไม่จำเป็นต้องกินพร่ำเพรื่อเหมือนพวกเจ้า’“โอ้” เด็กสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ “เช่นนั้นก็ดีเลย จะได้ประหยัดเสบียง”ไป๋หู่ชะงัก มั
last updateLast Updated : 2026-09-12
Read more

ตอนที่ 10 ไหนว่าไม่กิน

โลกเซียนแห่งนี้ไม่ใช่โลกเดิมของนาง ต่อให้ตอนนี้เธอมีระบบ มีสมบัติ หรือมีวาสนาเพียงใด หากไม่แข็งแกร่งพอ ทุกอย่างก็อาจถูกช่วงชิงไปได้ทุกเมื่อซึ่งเธอมีสิ่งสำคัญที่สุดต้องปกป้องนั่นก็คือเสิ่นเหยา...นางจะไม่ยอมให้น้องสาวต้องกลับไปใช้ชีวิตอดอยากอีกเป็นอันขาด ขณะที่เสิ่นหลีกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นเอง หูของนางก็พลันได้ยินเสียงดังบางอย่างจากฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองและก็พบว่าไป๋หู่กำลังเลียก้นชามดินเผาอย่างเอาเป็นเอาตาย เสิ่นเหยาถึงกับอ้าปากค้าง ส่วนเสิ่นหลีหนังตากระตุกเสี่ยวไป๋เองก็เบิกตากลมโตมองมันเช่นกัน“หมดแล้วหรือ” น้ำเสียงของเสิ่นหลีทำให้จิ้งจอกผู้หยิ่งทระนงถึงกับชะงัก ก่อนจะรีบเชิดหน้าขึ้นทันที“ข้า... ข้าเพียงไม่อยากให้พวกเจ้าสิ้นเปลืองอาหาร!”เสิ่นหลีเลิกคิ้วสูง แววตาของนางเต็มไปด้วยความขบขัน“อย่างนั้นหรือ?”“แน่นอน!”“แต่เมื่อครู่เจ้าเพิ่งบอกว่าอาหารมนุษย์ไม่มีค่า”“ข้า... ข้ากำลังพิสูจน์ต่างหาก!”“พิสูจน์อะไร?”“พิสูจน์ว่ามันไม่มีค่า!”เสิ่นหลีถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แม้แต
last updateLast Updated : 2026-09-12
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status