All Chapters of หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

วันที่หลินเยว่มาทำเรื่องย้ายเข้า ฉันเป็นคนต้อนรับเขาด้วยตัวเองโปรไฟล์การศึกษาของเขาสูงมาก จบจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย C แถมยังกวาดทุนการศึกษามานับไม่ถ้วนฉันพาเขาเดินชมอะพาร์ตเมนต์และแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ“ฟิตเนสใช้ฟรีนะ โรงอาหารมีบริการอาหารสามมื้อ ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ตก็เหมาจ่ายรวมไว้หมดแล้ว”ฉันชี้ไปที่ป้ายราคาบนผนัง“นี่เป็นเมนู กับข้าวเนื้อสัตว์สองอย่างผักหนึ่งอย่าง ราคาแค่หกสิบบาท”เขาพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร สายตาหยุดอยู่ที่ประตูครัวด้านหลังโรงอาหารอยู่ครู่หนึ่งพอเดินผ่านโถงทางเดิน จู่ ๆ เขาก็ชะงักฝีเท้าลงก่อนจะชี้ไปยังถังดับเพลิงตรงมุมผนัง“พี่เฉินครับ ป้ายตรวจสอบของถังดับเพลิงถังนี้หมดอายุตั้งแต่เดือนที่แล้วแล้วนะครับ”ฉันชะงักไปเล็กน้อย“อาจเพราะ...คนที่รับผิดชอบเรื่องตรวจเช็กความปลอดภัยลืมเปลี่ยนน่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบให้เขามาจัดการให้นะ”“เรื่องความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นะครับ”น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่ากลับแฝงความกดดันชนิดที่ไม่อาจโต้แย้งได้ลึก ๆ ในใจฉันรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์นัก แต่ก็ยังฝืนยิ้มรับคำ“นายพูดถูก เดี๋ยวฉันจะรีบเปลี่ยนให้ทันทีเ
Read more

บทที่ 2

ฉันจำได้ว่าวันนั้นให้รปภ. เปลี่ยนใหม่ไปแล้วนี่นาฝีเท้าของฉันชะงักอยู่ตรงหน้าประตูโรงอาหารสายลมยามค่ำคืนพัดผ่านมาให้ความรู้สึกเย็นเยียบเล็กน้อยฉันไม่ได้เดินเข้าไป แต่เลือกที่จะหันหลังเดินจากมาเมื่อกลับมาถึงออฟฟิศ ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ นิ่งงันอยู่นานฉันรื้อค้นสัญญาเช่าของผู้เช่าทุกคนออกมาดูท้ายสัญญาทุกฉบับแนบ ‘หนังสือแจ้งเตือนความปลอดภัย’ ที่มีลายเซ็นกำกับด้วยมือของฉันเองในนั้นระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “ห้องพักบางส่วนของอะพาร์ตเมนต์เป็นการดัดแปลงต่อเติมในภายหลัง ผู้เช่าได้รับทราบข้อมูลครบถ้วนและสมัครใจเข้าพัก”ทุกคนล้วนเซ็นชื่อรับทราบวันต่อมา กลุ่มแชตของอะพาร์ตเมนต์ก็แทบแตกหลินเยว่ส่ง ‘หนังสือเสนอแนะเพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมและมาตรฐานความปลอดภัยของบ้านมู่หลิน’ ลงในกลุ่มเนื้อหายาวเหยียดกว่าสามพันคำ ตั้งแต่ความปลอดภัยด้านอัคคีภัย สุขอนามัยของอาหาร ไปจนถึงเงื่อนไขในสัญญาทุกข้อล้วนอ้างอิงหลักการอย่างชัดเจน พร้อมแนบภาพแคปหน้าจอมาตราทางกฎหมายประกอบในตอนท้าย เขายังระบุ “ข้อเสนอแนะ” ไว้อีกสองสามข้อข้อหนึ่ง เรียกร้องให้ฉันรื้อถอนผนังกั้นห้องทั้งหมด แล้วปรับโครงสร้างตึกกลั
Read more

บทที่ 3

ฉันสูดหายใจเข้าลึกพลางชี้ไปยังสัญญาบนโต๊ะ“ก่อนย้ายเข้าทุกคนก็เซ็นชื่อรับทราบเรื่องการดัดแปลงตึกกันหมดแล้ว มีหลักฐานชัดเจน พวกเขาสมัครใจกันทั้งนั้น”มุมปากของหลินเยว่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางจนแทบสังเกตไม่เห็น“พี่เฉินครับ คุณน่าจะรู้ดีกว่าผมนะ ในทางกฎหมายมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ข้อสัญญาสำเร็จรูป’ อยู่ หากข้อสัญญาสำเร็จรูปนั้นขัดต่อข้อบังคับของรัฐ หรือเป็นการปัดความรับผิดชอบของผู้ให้บริการและโยนภาระไปให้อีกฝ่าย ข้อสัญญานั้นก็จะถือเป็นโมฆะทันที”“ความ ‘สมัครใจ’ ที่พวกคุณเซ็นกันไปน่ะ พอขึ้นศาลแล้วมันก็ไม่มีค่าอะไรหรอก”จู่ ๆ เสียงเคาะประตูออฟฟิศก็ดังขึ้นเสี่ยวจาง หญิงสาวที่พักอยู่ชั้นสี่ชะโงกหน้าเข้ามาพร้อมกล่องข้าวในมือพอเห็นหลินเยว่อยู่ด้วย เธอก็ดูกระอักกระอ่วนเล็กน้อย“พี่...พี่เฉินคะ ฉัน...ฉันแค่อยากมาถามว่า หมูสามชั้นน้ำแดงของโรงอาหารคืนนี้ยังมีเหลืออยู่ไหมคะ”ฉันยังไม่ทันได้ตอบอะไรหลินเยว่ก็หันไปยิ้มละมุนให้เธอเสียก่อน“เสี่ยวจาง ผมกำลังคุยกับพี่เฉินเรื่องข้อเสนอแนะของทุกคนอยู่น่ะ เธอวางใจได้เลยนะ เราจะต้องทวงคืนสภาพแวดล้อมการกินอยู่ให้ปลอดภัยและถูกสุขอนามัยกว่านี้ให้ทุกคนได้
Read more

บทที่ 4

ฉันโยนหมายเรียกทิ้งลงบนโต๊ะ แล้วต่อสายหาทนายความ“เพื่อนยาก มีเรื่องยุ่ง ๆ อยากให้นายช่วยหน่อย”หลังรับฟังเรื่องราวทั้งหมด ทนายก็เงียบไปพักใหญ่“รับมือยากแฮะ รับมือยากมากด้วย”เขาเอ่ยขึ้น“ตัวแทนของอีกฝ่าย หรือจะเรียกว่าตัวตั้งตัวตีก็ได้ หมอนั่นเป็นยอดฝีมือเลย เขาเล่นงานจุดอ่อนสำคัญที่สุดของเธอสองจุด คือเรื่องดัดแปลงโครงสร้างตึกกับประกอบกิจการไม่มีใบอนุญาต ในทางกฎหมายแล้ว สองข้อนี้เธอแทบไม่มีทางชนะเลย”“แล้วสัญญาพวกล่ะ พวกเขาเซ็นชื่อกันหมดแล้วนะ”“ก็อย่างที่คนแซ่หลินนั่นบอกนั่นแหละ มันมีสิทธิ์สูงมากที่จะถูกตัดสินให้เป็นข้อสัญญาสำเร็จรูปที่เป็นโมฆะ อีกฝ่ายคนเยอะ แถมยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งเข้าข่าย ‘กลุ่มเปราะบาง’ ศาลก็มักจะเห็นใจได้ง่าย ตอนนี้ไม่ว่าจะในแง่กระแสสังคมหรือข้อกฎหมาย เธอก็ตกเป็นรองอย่างสมบูรณ์เลย”“งั้นก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอ”“ทางออกเดียวคือการไกล่เกลี่ยนอกศาล ยอมรับเงื่อนไขของพวกเขาบางส่วน เช่นลดค่าเช่าหรือจ่ายค่าชดเชย แล้วขอให้พวกเขาถอนฟ้อง นี่เป็นวิธีที่เจ็บตัวน้อยที่สุดแล้ว”ฉันกดวางสายไกล่เกลี่ยเหรอฉันสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ตรงลานกว้างมีผู้เช่าหลายคนกำลังพูด
Read more

บทที่ 5

สีหน้าของผู้พิพากษาเริ่มเคร่งขรึมขึ้นเรื่อย ๆ สายตาที่มองมาทางฉันก็ยิ่งเย็นเยียบขึ้นเช่นกันฉันรู้ตัวว่าฉันแพ้แล้วแพ้มาตั้งแต่ต้นคดีความครั้งนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ ล้วนเป็นละครฉากหนึ่งที่หลินเยว่วางแผนและกำกับขึ้นมาอย่างแยบยลเป็นการไล่ต้อนอันสมบูรณ์แบบ ที่ใช้ “กฎหมาย” เป็นอาวุธ และทำในนาม “ความยุติธรรม”ตอนพักพิจารณาคดี ฉันยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงสุดทางเดินหลินเยว่เดินเข้ามาหาเขายืนอยู่ตรงหน้าฉันในมุมย้อนแสง“พี่เฉิน จะยอมแพ้ตอนนี้ก็ยังทันนะครับ แค่พี่ตอบตกลงตามเงื่อนไขของพวกเรา พวกเราก็จะถอนฟ้องให้ทันที แบบนี้มันดีต่อตัวพี่ แล้วก็ดีต่อทุกคนด้วยนะครับ”ฉันมองหน้าเขา“ถ้าฉันไม่ยอมล่ะ”เขาหัวเราะ“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็จะชนะ จากนั้นพี่ก็จะสูญเสียทุกอย่าง”“อะพาร์ตเมนต์จะถูกสั่งปิด พี่จะต้องเผชิญกับค่าปรับมหาศาล ที่สำคัญที่สุดคือภาพลักษณ์ ‘เจ้าของหอเทวดา’ ของพี่จะพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง พี่จะกลายเป็น ‘เจ้าของหอหน้าเลือด’ ในสายตาสื่อทุกสำนัก ชื่อเสียงป่นปี้”เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด พลางกดเสียงต่ำ“ทุกสิ่งที่พี่อุตส่าห์สร้างมาอย่างยากลำบากจะต้องพังพินาศไป มันคุ้มกันเหรอครับ”ฉั
Read more

บทที่ 6

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา บนบอร์ดประกาศของบ้านมู่หลินก็มีป้ายประกาศแผ่นใหม่แปะไว้‘ประกาศเรื่องการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาเช่าและยกระดับรูปแบบธุรกิจของอะพาร์ตเมนต์บ้านมู่หลิน’เวลาการประชุม: บ่าย 3 โมงวันนี้สถานที่จัดการประชุม: ลานกว้างของอะพาร์ตเมนต์ขอให้ผู้เช่าทุกคนเข้าร่วมตามเวลาลงชื่อท้ายประกาศด้วยชื่อของฉันทันทีที่ประกาศนี้ถูกแปะออกไป ในกลุ่มแชตของผู้เช่าก็แทบแตก“การประชุมยกเลิกสัญญาเช่าเหรอ หมายความว่าไง เธอคิดจะไล่พวกเราออกงั้นเหรอ”“เป็นไปไม่ได้! ศาลตัดสินให้พวกเราชนะแล้วนะ! เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่พวกเรา”“เธอคิดจะตุกติกหรือเปล่า ฉันว่าแล้วเชียวว่าเธอไว้ใจไม่ได้!”“พี่หลิน เอาไงดีครับ”หลินเยว่ส่งข้อความเสียงเข้ามาในกลุ่ม น้ำเสียงของเขายังคงสุขุมเหมือนเช่นเคย“ทุกคนใจเย็น ๆ ก่อนครับ เธอไม่มีสิทธิ์มายกเลิกสัญญาเช่าฝ่ายเดียว ถึงข้อสัญญาบางส่วนจะเป็นโมฆะ แต่ความสัมพันธ์ในการเช่ายังคงอยู่ ถ้าเธอคิดจะบังคับไล่พวกเราออก ก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย ช่วงบ่ายทุกคนก็ลงไปกันให้หมด พกมือถือไปถ่ายวิดีโอไว้ด้วย จะได้ดูว่าเธอคิดจะเล่นลูกไม้อะไร ในเมื่อกฎหมายอยู่ในมือพวกเรา ก็ไม่มีอะไ
Read more

บทที่ 7

“เฉินจิ้ง! นี่มันการเอาคืนอย่างมุ่งร้าย! บีบให้ย้ายออกทางอ้อมนี่นา! ผมจะฟ้องคุณ! เรายื่นเรื่องขอให้ศาลบังคับคดี เพื่อเรียกร้องให้คุณปฏิบัติตามสัญญาเช่าฉบับเดิมได้นะ!”ทนายความคนใหม่ของฉันก้าวออกมายืนขวางหน้าฉันไว้เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งยื่นไปตรงหน้าหลินเยว่“คุณหลินครับ กรุณาดูให้ชัดเจนนะครับ นี่คือคำพิพากษาของศาล คำพิพากษาระบุว่า สัญญาเช่าฉบับเดิมขัดต่อข้อบังคับของรัฐ ทำให้เงื่อนไขสำคัญในสัญญาตกเป็นโมฆะ ส่งผลให้จุดประสงค์ของสัญญาไม่สามารถบรรลุผลได้ ดังนั้นสัญญาฉบับเดิมจึงถือเป็นโมฆะนับตั้งแต่วันที่คำพิพากษามีผลบังคับใช้ครับ”“หรือพูดอีกอย่างคือ ความสัมพันธ์ในการเช่าระหว่างพวกคุณกับคุณเฉินได้ถูกศาลยุติลงด้วยมือของศาลเองแล้วครับ ตอนนี้พวกคุณก็เป็นแค่คนทั่วไปที่ตกค้างอยู่ที่นี่ และกำลังครอบครองพื้นที่ธุรกิจของคนอื่นอย่างผิดกฎหมาย”ทุกถ้อยคำของทนายความราวกับค้อนเหล็กหนักอึ้ง ที่ทุบลงกลางใจของหลินเยว่และผู้เช่าทุกคน“ส่วนเรื่องการบังคับที่คุณพูดถึง...”ทนายความแค่นหัวเราะ“ไม่ทราบว่าคุณจะให้ศาลบังคับเรื่องอะไรเหรอครับ บังคับตามสัญญาที่ถูกตัดสินให้เป็นโมฆะไปแล้วงั้นเหรอ หรือจะให้บัง
Read more

บทที่ 8

“กว่านายจะอุทธรณ์เสร็จ เราก็คงอดตายกันอยู่ข้างนอกหมดแล้ว!”ฉันมองดูละครฉากนี้ด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในอาคารสำนักงานโดยไม่หันกลับไปมองพวกเขาอีกเลยผู้ช่วยเดินตามหลังฉันมา พลางกระซิบถาม “ผู้จัดการเฉินครับ จะเคลียร์พื้นที่ตอนหกโมงเย็นจริง ๆ เหรอครับ พวกเขาคนเยอะขนาดนี้ ขืนเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมา...”“เคลียร์”ฉันตอบไปแค่คำเดียว“ถ้ารปภ. ไม่พอ ก็เพิ่มคนอีกเท่าตัว ติดต่อสถานีตำรวจใกล้ ๆ ไว้ด้วย แล้วอัดวิดีโอไว้ตลอดเวลา ใครกล้าไม่ยอมไป หรือทำลายทรัพย์สินของโรงแรม ก็แจ้งตำรวจจัดการได้เลย”“ครับ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”ฉันกลับมาที่ออฟฟิศของตัวเองที่นี่ได้รับการตกแต่งใหม่จนกลายเป็นห้องทำงานของผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมแล้วฉันทิ้งตัวลงนั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เคยทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นใจ บัดนี้กลับบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ ความหวาดกลัว และความสับสนมึนงงห้าโมงครึ่งการทะเลาะในลานกว้างยังคงดำเนินต่อไปแต่ก็เริ่มมีบางคนวิ่งขึ้นไปเก็บบนห้องเงียบ ๆ แล้วคนแรกที่ลากกระเป๋าเดินทางออกมาคือคนที่ชื่อเสียวหลี่เขาก้มหน้างุด ไม่กล้าส
Read more

บทที่ 9

คืนนี้ฉันเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงรับรองพาร์ตเนอร์ทุกคนที่ช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องเส้นสายและทำใบอนุญาตให้สถานที่จัดงานก็คือภัตตาคารหมุนบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมบ้านมู่หลินที่นั่นเคยเป็นดาดฟ้าที่ฉันตั้งใจจะเก็บไว้ให้พวกผู้เช่าจัดปาร์ตี้กันแต่ตอนนี้มันเปิดให้บริการเฉพาะลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดเท่านั้นโรงแรมเปิดกิจการแล้วต้องขอบคุณคดีความที่ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกออนไลน์ก่อนหน้านี้ ที่ทำให้โรงแรมบ้านมู่หลินโด่งดังเป็นพลุแตกในชั่วข้ามคืนมีคนจำนวนมากแห่กันมาเปิดห้องพักด้วยความอยากรู้อยากเห็นพวกเขาอยากจะเห็นว่า โรงแรมที่เปิดโดย “เจ้าของหอหน้าเลือด” ผู้ไล่ตะเพิดเด็กจบใหม่กว่าหนึ่งร้อยชีวิตออกจากบ้านนั้น หน้าตาเป็นอย่างไรผลปรากฏว่าพวกเขาพอใจกันมากสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมล้วนเป็นของใหม่เอี่ยม บริการก็เป็นเลิศระดับเฟิร์สคลาส อาหารการกินก็จัดอยู่ในระดับท็อปราคาห้องพักวันละสี่พันบาท เมื่อเทียบกับทำเลใจกลางเมืองแบบนี้ คุ้มค่าคุ้มราคาอย่างเห็นได้ชัดอัตราการเข้าพักของโรงแรมทะยานทะลุเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาอันรวดเร็วช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ถึงขั้นที่หาห้องว่างไม่ได้ทนายคว
Read more

บทที่ 10

“ชื่ออะไร”“เขาบอกว่าชื่อหลินเยว่ครับ”มือของฉันชะงักไป“ให้เขาขึ้นมา”ไม่กี่นาทีต่อมา หลินเยว่ก็มาปรากฏตัวอยู่หน้าประตูออฟฟิศฉันเขาไม่ใช่บัณฑิตหัวกะทิจากคณะนิติศาสตร์ที่เคยมีท่าทีฮึกเหิมคนนั้นอีกแล้วเขาสวมเสื้อยืดเก่าซีดจนเป็นสีขาว ผมเผ้ายุ่งเหยิง แววตาหม่นหมอง แถมยังมีหนวดเคราขึ้นเฟิ้มแว่นตากรอบทองก็หายไป บนสันจมูกเหลือเพียงรอยกดทับจาง ๆเขาซูบผอมลงมาก ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายความซึมเซาของคนที่ถูกชีวิตบดขยี้จนหมดสิ้นความเย่อหยิ่ง“พี่เฉินครับ”เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่าฉันชี้ไปที่โซฟาฝั่งตรงข้าม“นั่งสิ”เขาทิ้งตัวลงนั่งอย่างเก้ ๆ กัง ๆ วางมือทั้งสองข้างไว้บนเข่า ราวกับนักโทษที่กำลังรอรับฟังคำพิพากษาระหว่างเรามีเพียงความเงียบงันอันยาวนานท้ายที่สุด เขาก็เป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นมาก่อน“ผม...ผมหางานไม่ได้เลยครับ”เขาเอ่ยขึ้น“หลังจากคดีความครั้งนั้น ชื่อของผมก็ ‘โด่งดัง’ ไปทั่วทั้งวงการกฎหมาย ไม่มีสำนักงานทนายความที่ไหนยอมรับผมเข้าทำงานเลย พอผมไปสอบบรรจุข้าราชการ ก็ตรวจสอบประวัติทางการเมืองไม่ผ่านอีก”“แฟนผม...เธอก็ขอเลิกกับผมแล้วครับ”เขาหัวเราะเยาะเย้ยตัวเอง
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status