แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: หรงรั่ว
สีหน้าของผู้พิพากษาเริ่มเคร่งขรึมขึ้นเรื่อย ๆ สายตาที่มองมาทางฉันก็ยิ่งเย็นเยียบขึ้นเช่นกัน

ฉันรู้ตัวว่าฉันแพ้แล้ว

แพ้มาตั้งแต่ต้น

คดีความครั้งนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ ล้วนเป็นละครฉากหนึ่งที่หลินเยว่วางแผนและกำกับขึ้นมาอย่างแยบยล

เป็นการไล่ต้อนอันสมบูรณ์แบบ ที่ใช้ “กฎหมาย” เป็นอาวุธ และทำในนาม “ความยุติธรรม”

ตอนพักพิจารณาคดี ฉันยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงสุดทางเดิน

หลินเยว่เดินเข้ามาหา

เขายืนอยู่ตรงหน้าฉันในมุมย้อนแสง

“พี่เฉิน จะยอมแพ้ตอนนี้ก็ยังทันนะครับ แค่พี่ตอบตกลงตามเงื่อนไขของพวกเรา พวกเราก็จะถอนฟ้องให้ทันที แบบนี้มันดีต่อตัวพี่ แล้วก็ดีต่อทุกคนด้วยนะครับ”

ฉันมองหน้าเขา

“ถ้าฉันไม่ยอมล่ะ”

เขาหัวเราะ

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็จะชนะ จากนั้นพี่ก็จะสูญเสียทุกอย่าง”

“อะพาร์ตเมนต์จะถูกสั่งปิด พี่จะต้องเผชิญกับค่าปรับมหาศาล ที่สำคัญที่สุดคือภาพลักษณ์ ‘เจ้าของหอเทวดา’ ของพี่จะพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง พี่จะกลายเป็น ‘เจ้าของหอหน้าเลือด’ ในสายตาสื่อทุกสำนัก ชื่อเสียงป่นปี้”

เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด พลางกดเสียงต่ำ

“ทุกสิ่งที่พี่อุตส่าห์สร้างมาอย่างยากลำบากจะต้องพังพินาศไป มันคุ้มกันเหรอครับ”

ฉันขยี้บุหรี่ดับลงบนถังขยะ

“ไปเจอกันที่ศาล”

ฉันทวนคำพูดนี้อีกครั้ง

สีหน้าของเขาพลันขรึมลง

“ไม่รู้ดีรู้ชั่ว”

เขาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ผลคำพิพากษาออกมาแล้ว

ฉันแพ้คดีอย่างไม่เหนือความคาดหมาย

ศาลตัดสินให้ข้อสัญญาที่เกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร ในสัญญาเช่าที่ฉันทำร่วมกับผู้เช่าทุกคนถือเป็นโมฆะ

ฉันถูกสั่งให้รื้อถอนผนังกั้นห้องทั้งหมด และปรับปรุงตึกให้กลับคืนสู่สภาพเดิมภายในหนึ่งเดือน

ขณะเดียวกัน เนื่องจากฟิตเนสและโรงอาหารเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเข้าข่ายประกอบกิจการอย่างผิดกฎหมาย ฉันจึงถูกสั่งปรับเป็นเงินหนึ่งล้านบ้าน

พื้นที่ส่วนกลางของอะพาร์ตเมนต์ ทั้งฟิตเนสและโรงอาหาร ถูกนำกระดาษปิดผนึกมาแปะไว้ทันที

วินาทีที่ศาลอ่านคำพิพากษา เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดีก็ดังกระหึ่มขึ้นจากโซนผู้เข้าร่วมรับฟัง

บรรดาผู้เช่าต่างสวมกอดกัน เพื่อเฉลิมฉลองให้กับ “ชัยชนะ” ของพวกเขา

หลินเยว่ถูกกลุ่มนักข่าวรุมล้อม

แสงแฟลชสาดอย่างต่อเนื่อง

เขาเผชิญหน้ากับกล้องด้วยท่าทางฮึกเหิม

“วันนี้ไม่ใช่ชัยชนะส่วนตัวของพวกเรา แต่เป็นชัยชนะของกฎหมาย เป็นชัยชนะของความยุติธรรม! มันบอกให้คนหนุ่มสาวทุกคนรู้ว่า เวลาที่พวกเราต้องเผชิญกับความอยุติธรรม อย่าได้นิ่งเงียบ อย่าได้ยอมจำนน แต่ต้องกล้าที่จะหยิบอาวุธทางกฎหมายขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเองครับ!”

มีนักข่าวยื่นไมโครโฟนมาจ่อตรงหน้าฉัน

“คุณเฉินคะ ไม่ทราบว่าคุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับผลคำพิพากษาคะ จะยื่นอุทธรณ์ต่อไหมคะ”

“คุณเฉินคะ ในฐานะที่อดีตเคยเป็น ‘เจ้าของหอเทวดา’ แต่ตอนนี้กลับถูกตัดสินว่าประกอบกิจการผิดกฎหมาย คุณมีอะไรอยากจะกล่าวกับสังคมไหมคะ”

ฉันไม่ตอบอะไรเลยสักคำ ได้แต่เบียดตัวฝ่าฝูงชนออกมาโดยมีทนายคอยคุ้มกัน

ฉันเดินมาถึงหน้าศาล และกำลังเตรียมตัวจะขึ้นรถ

เสียงของหลินเยว่ก็ดังมาจากด้านหลัง

“เจ้าของหอครับ”

ฉันชะงักฝีเท้าโดยไม่ได้หันกลับไปมอง

เขาเดินเข้ามาหาและหยุดยืนเคียงข้างฉัน

พวกนักข่าวรีบกรูเข้ามารุมล้อมอีกครั้งทันที

เขาจ้องมองฉันต่อหน้ากล้องทุกตัว มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อย

“ตอนนี้มันยุคใหม่แล้วนะครับ”

เสียงของเขาไม่ดังนัก ทว่ากลับดังก้องเข้าไปในหูของทุกคนอย่างชัดเจน

“ยุคที่คอยหาช่องโหว่ทางกฎหมาย แล้วใช้ไพ่ความเห็นอกเห็นใจมาหาเงินน่ะ มันจบไปแล้วละครับ คนหนุ่มสาวสมัยนี้ไม่ได้หลอกง่ายหรอกนะครับ”

ฉันหันขวับไปมองตาเขา

ดวงตาคู่ที่ซ่อนอยู่หลังแว่นตากรอบทองนั้น ทอประกายของดวงตาผู้ชนะ

ฉันไม่ได้พูดอะไรออกไป

เพียงแค่จ้องมองเขาเขม็งอยู่ครู่หนึ่ง

จากนั้นจึงดึงประตูรถเปิดออก แล้วสอดตัวเข้าไปนั่ง

รถแล่นออกไป ฉันมองผ่านกระจกมองหลัง เห็นเขายังคงยืนอยู่ที่เดิม รายล้อมไปด้วยพวกนักข่าวและผู้เช่าที่กำลังโห่ร้องยินดี ราวกับวีรบุรุษที่คว้าชัยกลับมา

ฉันหยิบมือถือขึ้นมาปิดเครื่อง

ก่อนจะหลับตาลง

หนึ่งสัปดาห์

ฉันขอเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ   บทที่ 10

    “ชื่ออะไร”“เขาบอกว่าชื่อหลินเยว่ครับ”มือของฉันชะงักไป“ให้เขาขึ้นมา”ไม่กี่นาทีต่อมา หลินเยว่ก็มาปรากฏตัวอยู่หน้าประตูออฟฟิศฉันเขาไม่ใช่บัณฑิตหัวกะทิจากคณะนิติศาสตร์ที่เคยมีท่าทีฮึกเหิมคนนั้นอีกแล้วเขาสวมเสื้อยืดเก่าซีดจนเป็นสีขาว ผมเผ้ายุ่งเหยิง แววตาหม่นหมอง แถมยังมีหนวดเคราขึ้นเฟิ้มแว่นตากรอบทองก็หายไป บนสันจมูกเหลือเพียงรอยกดทับจาง ๆเขาซูบผอมลงมาก ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายความซึมเซาของคนที่ถูกชีวิตบดขยี้จนหมดสิ้นความเย่อหยิ่ง“พี่เฉินครับ”เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่าฉันชี้ไปที่โซฟาฝั่งตรงข้าม“นั่งสิ”เขาทิ้งตัวลงนั่งอย่างเก้ ๆ กัง ๆ วางมือทั้งสองข้างไว้บนเข่า ราวกับนักโทษที่กำลังรอรับฟังคำพิพากษาระหว่างเรามีเพียงความเงียบงันอันยาวนานท้ายที่สุด เขาก็เป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นมาก่อน“ผม...ผมหางานไม่ได้เลยครับ”เขาเอ่ยขึ้น“หลังจากคดีความครั้งนั้น ชื่อของผมก็ ‘โด่งดัง’ ไปทั่วทั้งวงการกฎหมาย ไม่มีสำนักงานทนายความที่ไหนยอมรับผมเข้าทำงานเลย พอผมไปสอบบรรจุข้าราชการ ก็ตรวจสอบประวัติทางการเมืองไม่ผ่านอีก”“แฟนผม...เธอก็ขอเลิกกับผมแล้วครับ”เขาหัวเราะเยาะเย้ยตัวเอง

  • หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ   บทที่ 9

    คืนนี้ฉันเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงรับรองพาร์ตเนอร์ทุกคนที่ช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องเส้นสายและทำใบอนุญาตให้สถานที่จัดงานก็คือภัตตาคารหมุนบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมบ้านมู่หลินที่นั่นเคยเป็นดาดฟ้าที่ฉันตั้งใจจะเก็บไว้ให้พวกผู้เช่าจัดปาร์ตี้กันแต่ตอนนี้มันเปิดให้บริการเฉพาะลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดเท่านั้นโรงแรมเปิดกิจการแล้วต้องขอบคุณคดีความที่ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกออนไลน์ก่อนหน้านี้ ที่ทำให้โรงแรมบ้านมู่หลินโด่งดังเป็นพลุแตกในชั่วข้ามคืนมีคนจำนวนมากแห่กันมาเปิดห้องพักด้วยความอยากรู้อยากเห็นพวกเขาอยากจะเห็นว่า โรงแรมที่เปิดโดย “เจ้าของหอหน้าเลือด” ผู้ไล่ตะเพิดเด็กจบใหม่กว่าหนึ่งร้อยชีวิตออกจากบ้านนั้น หน้าตาเป็นอย่างไรผลปรากฏว่าพวกเขาพอใจกันมากสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมล้วนเป็นของใหม่เอี่ยม บริการก็เป็นเลิศระดับเฟิร์สคลาส อาหารการกินก็จัดอยู่ในระดับท็อปราคาห้องพักวันละสี่พันบาท เมื่อเทียบกับทำเลใจกลางเมืองแบบนี้ คุ้มค่าคุ้มราคาอย่างเห็นได้ชัดอัตราการเข้าพักของโรงแรมทะยานทะลุเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาอันรวดเร็วช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ถึงขั้นที่หาห้องว่างไม่ได้ทนายคว

  • หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ   บทที่ 8

    “กว่านายจะอุทธรณ์เสร็จ เราก็คงอดตายกันอยู่ข้างนอกหมดแล้ว!”ฉันมองดูละครฉากนี้ด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในอาคารสำนักงานโดยไม่หันกลับไปมองพวกเขาอีกเลยผู้ช่วยเดินตามหลังฉันมา พลางกระซิบถาม “ผู้จัดการเฉินครับ จะเคลียร์พื้นที่ตอนหกโมงเย็นจริง ๆ เหรอครับ พวกเขาคนเยอะขนาดนี้ ขืนเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมา...”“เคลียร์”ฉันตอบไปแค่คำเดียว“ถ้ารปภ. ไม่พอ ก็เพิ่มคนอีกเท่าตัว ติดต่อสถานีตำรวจใกล้ ๆ ไว้ด้วย แล้วอัดวิดีโอไว้ตลอดเวลา ใครกล้าไม่ยอมไป หรือทำลายทรัพย์สินของโรงแรม ก็แจ้งตำรวจจัดการได้เลย”“ครับ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”ฉันกลับมาที่ออฟฟิศของตัวเองที่นี่ได้รับการตกแต่งใหม่จนกลายเป็นห้องทำงานของผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมแล้วฉันทิ้งตัวลงนั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เคยทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นใจ บัดนี้กลับบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ ความหวาดกลัว และความสับสนมึนงงห้าโมงครึ่งการทะเลาะในลานกว้างยังคงดำเนินต่อไปแต่ก็เริ่มมีบางคนวิ่งขึ้นไปเก็บบนห้องเงียบ ๆ แล้วคนแรกที่ลากกระเป๋าเดินทางออกมาคือคนที่ชื่อเสียวหลี่เขาก้มหน้างุด ไม่กล้าส

  • หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ   บทที่ 7

    “เฉินจิ้ง! นี่มันการเอาคืนอย่างมุ่งร้าย! บีบให้ย้ายออกทางอ้อมนี่นา! ผมจะฟ้องคุณ! เรายื่นเรื่องขอให้ศาลบังคับคดี เพื่อเรียกร้องให้คุณปฏิบัติตามสัญญาเช่าฉบับเดิมได้นะ!”ทนายความคนใหม่ของฉันก้าวออกมายืนขวางหน้าฉันไว้เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งยื่นไปตรงหน้าหลินเยว่“คุณหลินครับ กรุณาดูให้ชัดเจนนะครับ นี่คือคำพิพากษาของศาล คำพิพากษาระบุว่า สัญญาเช่าฉบับเดิมขัดต่อข้อบังคับของรัฐ ทำให้เงื่อนไขสำคัญในสัญญาตกเป็นโมฆะ ส่งผลให้จุดประสงค์ของสัญญาไม่สามารถบรรลุผลได้ ดังนั้นสัญญาฉบับเดิมจึงถือเป็นโมฆะนับตั้งแต่วันที่คำพิพากษามีผลบังคับใช้ครับ”“หรือพูดอีกอย่างคือ ความสัมพันธ์ในการเช่าระหว่างพวกคุณกับคุณเฉินได้ถูกศาลยุติลงด้วยมือของศาลเองแล้วครับ ตอนนี้พวกคุณก็เป็นแค่คนทั่วไปที่ตกค้างอยู่ที่นี่ และกำลังครอบครองพื้นที่ธุรกิจของคนอื่นอย่างผิดกฎหมาย”ทุกถ้อยคำของทนายความราวกับค้อนเหล็กหนักอึ้ง ที่ทุบลงกลางใจของหลินเยว่และผู้เช่าทุกคน“ส่วนเรื่องการบังคับที่คุณพูดถึง...”ทนายความแค่นหัวเราะ“ไม่ทราบว่าคุณจะให้ศาลบังคับเรื่องอะไรเหรอครับ บังคับตามสัญญาที่ถูกตัดสินให้เป็นโมฆะไปแล้วงั้นเหรอ หรือจะให้บัง

  • หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ   บทที่ 6

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา บนบอร์ดประกาศของบ้านมู่หลินก็มีป้ายประกาศแผ่นใหม่แปะไว้‘ประกาศเรื่องการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาเช่าและยกระดับรูปแบบธุรกิจของอะพาร์ตเมนต์บ้านมู่หลิน’เวลาการประชุม: บ่าย 3 โมงวันนี้สถานที่จัดการประชุม: ลานกว้างของอะพาร์ตเมนต์ขอให้ผู้เช่าทุกคนเข้าร่วมตามเวลาลงชื่อท้ายประกาศด้วยชื่อของฉันทันทีที่ประกาศนี้ถูกแปะออกไป ในกลุ่มแชตของผู้เช่าก็แทบแตก“การประชุมยกเลิกสัญญาเช่าเหรอ หมายความว่าไง เธอคิดจะไล่พวกเราออกงั้นเหรอ”“เป็นไปไม่ได้! ศาลตัดสินให้พวกเราชนะแล้วนะ! เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่พวกเรา”“เธอคิดจะตุกติกหรือเปล่า ฉันว่าแล้วเชียวว่าเธอไว้ใจไม่ได้!”“พี่หลิน เอาไงดีครับ”หลินเยว่ส่งข้อความเสียงเข้ามาในกลุ่ม น้ำเสียงของเขายังคงสุขุมเหมือนเช่นเคย“ทุกคนใจเย็น ๆ ก่อนครับ เธอไม่มีสิทธิ์มายกเลิกสัญญาเช่าฝ่ายเดียว ถึงข้อสัญญาบางส่วนจะเป็นโมฆะ แต่ความสัมพันธ์ในการเช่ายังคงอยู่ ถ้าเธอคิดจะบังคับไล่พวกเราออก ก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย ช่วงบ่ายทุกคนก็ลงไปกันให้หมด พกมือถือไปถ่ายวิดีโอไว้ด้วย จะได้ดูว่าเธอคิดจะเล่นลูกไม้อะไร ในเมื่อกฎหมายอยู่ในมือพวกเรา ก็ไม่มีอะไ

  • หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ   บทที่ 5

    สีหน้าของผู้พิพากษาเริ่มเคร่งขรึมขึ้นเรื่อย ๆ สายตาที่มองมาทางฉันก็ยิ่งเย็นเยียบขึ้นเช่นกันฉันรู้ตัวว่าฉันแพ้แล้วแพ้มาตั้งแต่ต้นคดีความครั้งนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ ล้วนเป็นละครฉากหนึ่งที่หลินเยว่วางแผนและกำกับขึ้นมาอย่างแยบยลเป็นการไล่ต้อนอันสมบูรณ์แบบ ที่ใช้ “กฎหมาย” เป็นอาวุธ และทำในนาม “ความยุติธรรม”ตอนพักพิจารณาคดี ฉันยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงสุดทางเดินหลินเยว่เดินเข้ามาหาเขายืนอยู่ตรงหน้าฉันในมุมย้อนแสง“พี่เฉิน จะยอมแพ้ตอนนี้ก็ยังทันนะครับ แค่พี่ตอบตกลงตามเงื่อนไขของพวกเรา พวกเราก็จะถอนฟ้องให้ทันที แบบนี้มันดีต่อตัวพี่ แล้วก็ดีต่อทุกคนด้วยนะครับ”ฉันมองหน้าเขา“ถ้าฉันไม่ยอมล่ะ”เขาหัวเราะ“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็จะชนะ จากนั้นพี่ก็จะสูญเสียทุกอย่าง”“อะพาร์ตเมนต์จะถูกสั่งปิด พี่จะต้องเผชิญกับค่าปรับมหาศาล ที่สำคัญที่สุดคือภาพลักษณ์ ‘เจ้าของหอเทวดา’ ของพี่จะพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง พี่จะกลายเป็น ‘เจ้าของหอหน้าเลือด’ ในสายตาสื่อทุกสำนัก ชื่อเสียงป่นปี้”เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด พลางกดเสียงต่ำ“ทุกสิ่งที่พี่อุตส่าห์สร้างมาอย่างยากลำบากจะต้องพังพินาศไป มันคุ้มกันเหรอครับ”ฉั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status