分享

บทที่ 3

作者: หรงรั่ว
ฉันสูดหายใจเข้าลึก

พลางชี้ไปยังสัญญาบนโต๊ะ

“ก่อนย้ายเข้าทุกคนก็เซ็นชื่อรับทราบเรื่องการดัดแปลงตึกกันหมดแล้ว มีหลักฐานชัดเจน พวกเขาสมัครใจกันทั้งนั้น”

มุมปากของหลินเยว่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางจนแทบสังเกตไม่เห็น

“พี่เฉินครับ คุณน่าจะรู้ดีกว่าผมนะ ในทางกฎหมายมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ข้อสัญญาสำเร็จรูป’ อยู่ หากข้อสัญญาสำเร็จรูปนั้นขัดต่อข้อบังคับของรัฐ หรือเป็นการปัดความรับผิดชอบของผู้ให้บริการและโยนภาระไปให้อีกฝ่าย ข้อสัญญานั้นก็จะถือเป็นโมฆะทันที”

“ความ ‘สมัครใจ’ ที่พวกคุณเซ็นกันไปน่ะ พอขึ้นศาลแล้วมันก็ไม่มีค่าอะไรหรอก”

จู่ ๆ เสียงเคาะประตูออฟฟิศก็ดังขึ้น

เสี่ยวจาง หญิงสาวที่พักอยู่ชั้นสี่ชะโงกหน้าเข้ามาพร้อมกล่องข้าวในมือ

พอเห็นหลินเยว่อยู่ด้วย เธอก็ดูกระอักกระอ่วนเล็กน้อย

“พี่...พี่เฉินคะ ฉัน...ฉันแค่อยากมาถามว่า หมูสามชั้นน้ำแดงของโรงอาหารคืนนี้ยังมีเหลืออยู่ไหมคะ”

ฉันยังไม่ทันได้ตอบอะไร

หลินเยว่ก็หันไปยิ้มละมุนให้เธอเสียก่อน

“เสี่ยวจาง ผมกำลังคุยกับพี่เฉินเรื่องข้อเสนอแนะของทุกคนอยู่น่ะ เธอวางใจได้เลยนะ เราจะต้องทวงคืนสภาพแวดล้อมการกินอยู่ให้ปลอดภัยและถูกสุขอนามัยกว่านี้ให้ทุกคนได้แน่นอน”

เสี่ยวจางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น

“พี่หลินสู้ ๆ นะคะ! เราทุกคนสนับสนุนพี่ค่ะ!”

พูดจบเธอก็ถอยหลังออกไปแล้วปิดประตูลงเบา ๆ

ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองตั้งใจมาเอาข้าว

ฉันมองหลินเยว่พลางรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นริ้วขึ้นมาตามไขสันหลัง

การเจรจาล้มเหลว

ฉันปฏิเสธ “ข้อเสนอแนะ” ของพวกเขาทุกข้อ

พร้อมบอกไปว่าฟิตเนสกับโรงอาหารเป็นเพียงสวัสดิการ ฉันจะยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้

ส่วนเรื่องห้องกั้นก็เป็นสภาพที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ตอนย้ายเข้าทุกคนก็ยอมรับกันแล้ว จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

หากใครไม่พอใจก็สามารถทำเรื่องย้ายออกล่วงหน้าหนึ่งเดือนได้ตามสัญญา โดยฉันจะไม่หักเงินเลยแม้แต่แดงเดียว

วันต่อมา ที่หน้าประตูออฟฟิศของฉันก็มีกระดาษ A4 แผ่นหนึ่งแปะอยู่

มันคือ ‘คำขาดครั้งสุดท้าย’

เรียกร้องให้ฉันตอบรับและเริ่มดำเนินการตามข้อเรียกร้องของพวกเขาภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง

ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะใช้ “มาตรการทางกฎหมายที่จำเป็นทุกอย่าง”

ลงชื่อท้ายกระดาษว่า : คณะกรรมการพิทักษ์สิทธิผู้เช่าบ้านมู่หลิน

ผู้รับผิดชอบ : หลินเยว่

บรรยากาศภายในอะพาร์ตเมนต์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

พวกวัยรุ่นที่เคยทักทายฉันอย่างร่าเริงตามโถงทางเดิน ตอนนี้พอเห็นหน้าฉันกลับก้มหน้างุดแล้วรีบจ้ำอ้าวหนีไปราวกับเห็นผี

กลุ่มแชตของอะพาร์ตเมนต์ที่ฉันเป็นคนตั้งขึ้น ตอนนี้กลายสภาพเป็นห้องบัญชาการรบของพวกเขาไปเสียแล้ว

ฉันไม่ได้กดออกจากกลุ่ม

ฉันมองพวกเขาถกเถียงเรื่องการแบ่งงานและวิธีหาหลักฐานกันอยู่เงียบ ๆ

“ใครจะไปถ่ายรูปหลังครัวของโรงอาหารบ้าง เอาให้ติดมุมอับที่สกปรก ๆ มาด้วยนะ”

“ส่วนเครื่องออกกำลังกายในฟิตเนส ก็ลองเช็กดูนะว่ามีอันไหนหมดอายุการใช้งานหรือเปล่า”

“เราทุกคนต้องเขียนคำให้การด้วยนะ เน้นย้ำไปเลยว่าตอนแรกไม่รู้ว่าห้องกั้นมันผิดกฎหมาย โดนเจ้าของหอพักหลอกให้เชื่อ”

“ฉันติดต่อไปหาเพื่อนที่ฝึกงานอยู่สถานีโทรทัศน์แล้ว พวกเขาสนใจหัวข้อ ‘เด็กจบใหม่เรียกร้องสิทธิ’ นี่มากเลย”

หลินเยว่คอยสั่งการอยู่ในกลุ่มอย่างใจเย็น

“ทุกคนฟังนะ เป้าหมายของเราไม่ใช่การทำเรื่องให้บานปลาย แต่เป็นการ ‘ทวงสิทธิตามกฎหมาย’ ดังนั้นการรวบรวมหลักฐานทั้งหมดต้องทำอย่างถูกต้อง อย่าให้เหลือช่องโหว่เด็ดขาด เวลาคุยกับพี่เฉินก็อย่าลืมอัดเสียงไว้ด้วย”

ฉันเห็นว่าคนชื่อเสียวหลี่แอ็กทีฟในกลุ่มที่สุด

“พี่หลินวางใจได้เลย! ผมถ่ายรูปรอยร้าวบนผนังห้องตัวเองไว้แล้ว! ถึงเวลาค่อยบอกไปว่าตึกนี้เป็นตึกอันตราย!”

ฉันจำได้ว่ารอยร้าวนั่น เขาเป็นคนทำพลาดตอนเอาค้อนตอกผนังเพื่อแขวนชั้นหนังสือเองแท้ ๆ

แถมยังวิ่งโร่มาถามฉันว่าพอจะช่วยซ่อมให้ได้ไหมด้วยซ้ำ

ฉันนั่งสูบบุหรี่อยู่ในออฟฟิศมวนแล้วมวนเล่า

ไม่นานที่เขี่ยบุหรี่ก็เต็ม

เจ็ดสิบสองชั่วโมงผ่านไป

ฉันไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยสักอย่าง

เช้าวันที่สี่ ฉันก็ได้รับหมายเรียกจากศาล

โจทก์ : หลินเยว่ และผู้เช่าคนอื่น ๆ อีกเก้าสิบแปดคน

จำเลย : ฉัน

ฐานความผิด : ข้อพิพาทเรื่องสัญญาเช่า และประกอบกิจการโดยผิดกฎหมาย

ฉันไล่สายตามองรายชื่ออันคุ้นเคยที่ยาวเหยียดบนหมายเรียก

ชื่อแรกสุดคือหลินเยว่

ส่วนชื่อสุดท้าย คือเสี่ยวจางที่เพิ่งมาถามหาหมูสามชั้นน้ำแดงเมื่อไม่กี่วันก่อน

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ   บทที่ 10

    “ชื่ออะไร”“เขาบอกว่าชื่อหลินเยว่ครับ”มือของฉันชะงักไป“ให้เขาขึ้นมา”ไม่กี่นาทีต่อมา หลินเยว่ก็มาปรากฏตัวอยู่หน้าประตูออฟฟิศฉันเขาไม่ใช่บัณฑิตหัวกะทิจากคณะนิติศาสตร์ที่เคยมีท่าทีฮึกเหิมคนนั้นอีกแล้วเขาสวมเสื้อยืดเก่าซีดจนเป็นสีขาว ผมเผ้ายุ่งเหยิง แววตาหม่นหมอง แถมยังมีหนวดเคราขึ้นเฟิ้มแว่นตากรอบทองก็หายไป บนสันจมูกเหลือเพียงรอยกดทับจาง ๆเขาซูบผอมลงมาก ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายความซึมเซาของคนที่ถูกชีวิตบดขยี้จนหมดสิ้นความเย่อหยิ่ง“พี่เฉินครับ”เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่าฉันชี้ไปที่โซฟาฝั่งตรงข้าม“นั่งสิ”เขาทิ้งตัวลงนั่งอย่างเก้ ๆ กัง ๆ วางมือทั้งสองข้างไว้บนเข่า ราวกับนักโทษที่กำลังรอรับฟังคำพิพากษาระหว่างเรามีเพียงความเงียบงันอันยาวนานท้ายที่สุด เขาก็เป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นมาก่อน“ผม...ผมหางานไม่ได้เลยครับ”เขาเอ่ยขึ้น“หลังจากคดีความครั้งนั้น ชื่อของผมก็ ‘โด่งดัง’ ไปทั่วทั้งวงการกฎหมาย ไม่มีสำนักงานทนายความที่ไหนยอมรับผมเข้าทำงานเลย พอผมไปสอบบรรจุข้าราชการ ก็ตรวจสอบประวัติทางการเมืองไม่ผ่านอีก”“แฟนผม...เธอก็ขอเลิกกับผมแล้วครับ”เขาหัวเราะเยาะเย้ยตัวเอง

  • หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ   บทที่ 9

    คืนนี้ฉันเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงรับรองพาร์ตเนอร์ทุกคนที่ช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องเส้นสายและทำใบอนุญาตให้สถานที่จัดงานก็คือภัตตาคารหมุนบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมบ้านมู่หลินที่นั่นเคยเป็นดาดฟ้าที่ฉันตั้งใจจะเก็บไว้ให้พวกผู้เช่าจัดปาร์ตี้กันแต่ตอนนี้มันเปิดให้บริการเฉพาะลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดเท่านั้นโรงแรมเปิดกิจการแล้วต้องขอบคุณคดีความที่ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกออนไลน์ก่อนหน้านี้ ที่ทำให้โรงแรมบ้านมู่หลินโด่งดังเป็นพลุแตกในชั่วข้ามคืนมีคนจำนวนมากแห่กันมาเปิดห้องพักด้วยความอยากรู้อยากเห็นพวกเขาอยากจะเห็นว่า โรงแรมที่เปิดโดย “เจ้าของหอหน้าเลือด” ผู้ไล่ตะเพิดเด็กจบใหม่กว่าหนึ่งร้อยชีวิตออกจากบ้านนั้น หน้าตาเป็นอย่างไรผลปรากฏว่าพวกเขาพอใจกันมากสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมล้วนเป็นของใหม่เอี่ยม บริการก็เป็นเลิศระดับเฟิร์สคลาส อาหารการกินก็จัดอยู่ในระดับท็อปราคาห้องพักวันละสี่พันบาท เมื่อเทียบกับทำเลใจกลางเมืองแบบนี้ คุ้มค่าคุ้มราคาอย่างเห็นได้ชัดอัตราการเข้าพักของโรงแรมทะยานทะลุเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาอันรวดเร็วช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ถึงขั้นที่หาห้องว่างไม่ได้ทนายคว

  • หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ   บทที่ 8

    “กว่านายจะอุทธรณ์เสร็จ เราก็คงอดตายกันอยู่ข้างนอกหมดแล้ว!”ฉันมองดูละครฉากนี้ด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในอาคารสำนักงานโดยไม่หันกลับไปมองพวกเขาอีกเลยผู้ช่วยเดินตามหลังฉันมา พลางกระซิบถาม “ผู้จัดการเฉินครับ จะเคลียร์พื้นที่ตอนหกโมงเย็นจริง ๆ เหรอครับ พวกเขาคนเยอะขนาดนี้ ขืนเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมา...”“เคลียร์”ฉันตอบไปแค่คำเดียว“ถ้ารปภ. ไม่พอ ก็เพิ่มคนอีกเท่าตัว ติดต่อสถานีตำรวจใกล้ ๆ ไว้ด้วย แล้วอัดวิดีโอไว้ตลอดเวลา ใครกล้าไม่ยอมไป หรือทำลายทรัพย์สินของโรงแรม ก็แจ้งตำรวจจัดการได้เลย”“ครับ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”ฉันกลับมาที่ออฟฟิศของตัวเองที่นี่ได้รับการตกแต่งใหม่จนกลายเป็นห้องทำงานของผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมแล้วฉันทิ้งตัวลงนั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เคยทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นใจ บัดนี้กลับบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ ความหวาดกลัว และความสับสนมึนงงห้าโมงครึ่งการทะเลาะในลานกว้างยังคงดำเนินต่อไปแต่ก็เริ่มมีบางคนวิ่งขึ้นไปเก็บบนห้องเงียบ ๆ แล้วคนแรกที่ลากกระเป๋าเดินทางออกมาคือคนที่ชื่อเสียวหลี่เขาก้มหน้างุด ไม่กล้าส

  • หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ   บทที่ 7

    “เฉินจิ้ง! นี่มันการเอาคืนอย่างมุ่งร้าย! บีบให้ย้ายออกทางอ้อมนี่นา! ผมจะฟ้องคุณ! เรายื่นเรื่องขอให้ศาลบังคับคดี เพื่อเรียกร้องให้คุณปฏิบัติตามสัญญาเช่าฉบับเดิมได้นะ!”ทนายความคนใหม่ของฉันก้าวออกมายืนขวางหน้าฉันไว้เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งยื่นไปตรงหน้าหลินเยว่“คุณหลินครับ กรุณาดูให้ชัดเจนนะครับ นี่คือคำพิพากษาของศาล คำพิพากษาระบุว่า สัญญาเช่าฉบับเดิมขัดต่อข้อบังคับของรัฐ ทำให้เงื่อนไขสำคัญในสัญญาตกเป็นโมฆะ ส่งผลให้จุดประสงค์ของสัญญาไม่สามารถบรรลุผลได้ ดังนั้นสัญญาฉบับเดิมจึงถือเป็นโมฆะนับตั้งแต่วันที่คำพิพากษามีผลบังคับใช้ครับ”“หรือพูดอีกอย่างคือ ความสัมพันธ์ในการเช่าระหว่างพวกคุณกับคุณเฉินได้ถูกศาลยุติลงด้วยมือของศาลเองแล้วครับ ตอนนี้พวกคุณก็เป็นแค่คนทั่วไปที่ตกค้างอยู่ที่นี่ และกำลังครอบครองพื้นที่ธุรกิจของคนอื่นอย่างผิดกฎหมาย”ทุกถ้อยคำของทนายความราวกับค้อนเหล็กหนักอึ้ง ที่ทุบลงกลางใจของหลินเยว่และผู้เช่าทุกคน“ส่วนเรื่องการบังคับที่คุณพูดถึง...”ทนายความแค่นหัวเราะ“ไม่ทราบว่าคุณจะให้ศาลบังคับเรื่องอะไรเหรอครับ บังคับตามสัญญาที่ถูกตัดสินให้เป็นโมฆะไปแล้วงั้นเหรอ หรือจะให้บัง

  • หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ   บทที่ 6

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา บนบอร์ดประกาศของบ้านมู่หลินก็มีป้ายประกาศแผ่นใหม่แปะไว้‘ประกาศเรื่องการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาเช่าและยกระดับรูปแบบธุรกิจของอะพาร์ตเมนต์บ้านมู่หลิน’เวลาการประชุม: บ่าย 3 โมงวันนี้สถานที่จัดการประชุม: ลานกว้างของอะพาร์ตเมนต์ขอให้ผู้เช่าทุกคนเข้าร่วมตามเวลาลงชื่อท้ายประกาศด้วยชื่อของฉันทันทีที่ประกาศนี้ถูกแปะออกไป ในกลุ่มแชตของผู้เช่าก็แทบแตก“การประชุมยกเลิกสัญญาเช่าเหรอ หมายความว่าไง เธอคิดจะไล่พวกเราออกงั้นเหรอ”“เป็นไปไม่ได้! ศาลตัดสินให้พวกเราชนะแล้วนะ! เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่พวกเรา”“เธอคิดจะตุกติกหรือเปล่า ฉันว่าแล้วเชียวว่าเธอไว้ใจไม่ได้!”“พี่หลิน เอาไงดีครับ”หลินเยว่ส่งข้อความเสียงเข้ามาในกลุ่ม น้ำเสียงของเขายังคงสุขุมเหมือนเช่นเคย“ทุกคนใจเย็น ๆ ก่อนครับ เธอไม่มีสิทธิ์มายกเลิกสัญญาเช่าฝ่ายเดียว ถึงข้อสัญญาบางส่วนจะเป็นโมฆะ แต่ความสัมพันธ์ในการเช่ายังคงอยู่ ถ้าเธอคิดจะบังคับไล่พวกเราออก ก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย ช่วงบ่ายทุกคนก็ลงไปกันให้หมด พกมือถือไปถ่ายวิดีโอไว้ด้วย จะได้ดูว่าเธอคิดจะเล่นลูกไม้อะไร ในเมื่อกฎหมายอยู่ในมือพวกเรา ก็ไม่มีอะไ

  • หลังฉันล้ม พวกเขาถึงโอดครวญ   บทที่ 5

    สีหน้าของผู้พิพากษาเริ่มเคร่งขรึมขึ้นเรื่อย ๆ สายตาที่มองมาทางฉันก็ยิ่งเย็นเยียบขึ้นเช่นกันฉันรู้ตัวว่าฉันแพ้แล้วแพ้มาตั้งแต่ต้นคดีความครั้งนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ ล้วนเป็นละครฉากหนึ่งที่หลินเยว่วางแผนและกำกับขึ้นมาอย่างแยบยลเป็นการไล่ต้อนอันสมบูรณ์แบบ ที่ใช้ “กฎหมาย” เป็นอาวุธ และทำในนาม “ความยุติธรรม”ตอนพักพิจารณาคดี ฉันยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงสุดทางเดินหลินเยว่เดินเข้ามาหาเขายืนอยู่ตรงหน้าฉันในมุมย้อนแสง“พี่เฉิน จะยอมแพ้ตอนนี้ก็ยังทันนะครับ แค่พี่ตอบตกลงตามเงื่อนไขของพวกเรา พวกเราก็จะถอนฟ้องให้ทันที แบบนี้มันดีต่อตัวพี่ แล้วก็ดีต่อทุกคนด้วยนะครับ”ฉันมองหน้าเขา“ถ้าฉันไม่ยอมล่ะ”เขาหัวเราะ“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็จะชนะ จากนั้นพี่ก็จะสูญเสียทุกอย่าง”“อะพาร์ตเมนต์จะถูกสั่งปิด พี่จะต้องเผชิญกับค่าปรับมหาศาล ที่สำคัญที่สุดคือภาพลักษณ์ ‘เจ้าของหอเทวดา’ ของพี่จะพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง พี่จะกลายเป็น ‘เจ้าของหอหน้าเลือด’ ในสายตาสื่อทุกสำนัก ชื่อเสียงป่นปี้”เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด พลางกดเสียงต่ำ“ทุกสิ่งที่พี่อุตส่าห์สร้างมาอย่างยากลำบากจะต้องพังพินาศไป มันคุ้มกันเหรอครับ”ฉั

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status