Tous les chapitres de : Chapitre 11 - Chapitre 20

24

บทที่ 10: การเผชิญหน้าของพยัคฆ์ซ่อนเล็บ

บทที่ 10: การเผชิญหน้าของพยัคฆ์ซ่อนเล็บยามอู่ (11.00 - 12.59 น.) ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางฝากฟ้า สาดแสงแรงกล้าลงมายังเมืองเย่เฉิง บรรยากาศภายในโรงหมอไป๋เฉ่าชั้นล่างกำลังวุ่นวายถึงขีดสุด เมื่อมีร่างของบุรุษผู้หนึ่งถูกหามเข้ามาด้วยเปลหามไม้ไผ่ ท่ามกลางเสียงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือที่ดังก้องไปทั่วโถงกว้าง"หมอ! หมออยู่ที่ใด! รีบมาช่วยนายท่านของข้าเร็วเข้า!"ชายฉกรรจ์ในชุดผู้ติดตามแต่งกายด้วยผ้าเนื้อหยาบ ทว่าท่าทางการก้าวเดินกลับมั่นคงแฝงเร้นด้วยวรยุทธ์ เขาวางเปลหามลงบนเตียงตรวจกลางโถงอย่างระมัดระวัง บนเปลนั้นปรากฏร่างของบุรุษร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งสวมชุดไหมสีเข้ม ใบหน้าครึ่งบนถูกปิดบังไว้ด้วยหน้ากากเงินสลักลวดลายพยัคฆ์ ทว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนรอบข้างต้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว คือสภาพร่างกายของเขาผิวหนังของบุรุษผู้นั้นแดงก่ำราวกับเหล็กที่ถูกเผาไฟจนร้อนจัด เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นตามลำคอและท่อนแขนจนเห็นเป็นสีม่วงคล้ำอย่างชัดเจน ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นและแหบพร่า ราวกับมีเปลวเพลิงกำลังแผดเผาอยู่ภายในปอด หยาดเหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มกรอบหน้า ร่างกายกำยำกระตุกเกร็งเป็นระยะด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
last updateDernière mise à jour : 2026-10-01
Read More

บทที่ 11: ข้อต่อรองแห่งหุบเหว

บทที่ 11: ข้อต่อรองแห่งหุบเหวบรรยากาศภายในโถงชั้นล่างของโรงหมอไป๋เฉ่าตึงเครียดจนถึงขีดสุด อากาศคล้ายถูกแช่แข็งด้วยจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจากบุรุษผู้ทรงอำนาจทั้งสองปลายดาบของอู๋หมิงจ่อชิดลำคอของหลิงเทียนซูจนโลหิตสีแดงสดหยดหนึ่งรินไหลซึมผ่านผิวหนัง ทว่าจอมอ๋องทมิฬกลับไม่แยแส เขาเพิกเฉยต่อมัจจุราชที่อยู่ห่างเพียงคืบ นัยน์ตาสีเลือดใต้หน้ากากเงินยังคงจับจ้องเพียงสตรีในอ้อมแขน แรงบีบที่ข้อมือของมู่หรงหนิงอันไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแม้แต่น้อย"ฆ่าข้าสิ..." หลิงเทียนซูแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็นท้าทายอู๋หมิง "ทันทีที่ดาบของเจ้าตัดขั้วหัวใจข้า ลมปราณเฮือกสุดท้ายของข้าจะกระชากสตรีผู้นี้ลงนรกไปพร้อมกัน! เจ้าคิดว่าดาบของเจ้า เร็วกว่าพลังปราณของข้าหรือไม่เล่า!"อู๋หมิงขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน เขารู้ดีว่าหลิงเทียนซูไม่ได้ขู่ บุรุษผู้นี้ฝึกปรือวรยุทธ์สายมารที่สามารถระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อทำลายล้างทุกสิ่งรอบกายได้ หากเขาสับดาบลงไป หนิงอันที่อยู่ชิดติดตัวหลิงเทียนซูย่อมแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี"อู๋หมิง... ถอยดาบออกไป"น้ำเสียงเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวของหนิงอันดังขึ้นทำลายความเงียบ แม้นางจะกำลังตกอยู่ในกำมือของ
last updateDernière mise à jour : 2026-10-01
Read More

บทที่ 12: โอสถสยบมังกร 

บทที่ 12: โอสถสยบมังกร กลิ่นกำยานหอมกรุ่นที่จุดเพื่อผ่อนคลายประสาท ลอยอวลอยู่ภายในห้องพักชั้นสามของโรงหมอไป๋เฉ่า แสงเทียนสลัวสะท้อนใบหน้าที่ยังคงซีดเซียวของมู่หรงหนิงอัน นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดหน่วงที่ช่องท้องทุเลาลงมากแล้ว เหลือเพียงความอ่อนเพลียที่เกาะกุมไปทั่วสรรพางค์กาย"คุณหนู! ฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ" ชุยจู๋ที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่าง รีบขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า "ท่านหลับไปข้ามวันข้ามคืน ข้าตกใจแทบแย่ นึกว่า...""ข้าไม่เป็นไรแล้ว..." หนิงอันเอ่ยเสียงแหบพร่า มือบางเลื่อนลงไปลูบหน้าท้องของตนเองโดยสัญชาตญาณ ทันทีที่สัมผัสถึงจังหวะการดิ้นเบาๆ ของทารกน้อยในครรภ์ หยาดน้ำตาแห่งความโล่งอกก็ไหลรินออกจากหางตา "ลูกยังอยู่... เขาช่างอดทนยิ่งนัก""เป็นเพราะท่านผู้นำอู๋หมิงลงเข็มได้แม่นยำและถ่ายทอดลมปราณคุ้มครองครรภ์ให้ท่านตลอดทั้งคืนเจ้าค่ะ" ชุยจู๋รายงานหนิงอันชะงักไปเล็กน้อย นางกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก็พบร่างสูงใหญ่ของผู้นำหอปรโลกยืนเอามือไพล่หลังทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แม้เขาจะสวมหน้ากากหนังมนุษย์ แต่แผ่นหลังที่ตั้งตรงและบรรยากาศรอบตัวกลับดูเหนื่
last updateDernière mise à jour : 2026-10-01
Read More

บทที่ 13: กำเนิดทายาทแห่งรอยแค้น

บทที่ 13: กำเนิดทายาทแห่งรอยแค้นเสียงล้อรถม้าบดขยี้ก้อนกรวดบนถนนดินลูกรังดังสะท้านไปทั่วหุบเขา รถม้าคันใหญ่ที่ถูกคุ้มกันแน่นหนาโดยกองกำลังหอเงากำลังพุ่งทะยานมุ่งหน้ากลับสู่ชายแดนแคว้นต้าฉิงด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ม้าศึกจะทำได้ภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างวิจิตร หลิงเทียนซูนั่งหลับตาพิงพนักเบาะบุกำมะหยี่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยก้าวร้าวและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ บัดนี้ซีดเซียวและเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเย็นเยียบ เขาพยายามกำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างเชื่องช้า เพื่อตรวจสอบความผิดปกติภายในร่างกายของตนเอง‘นางวางยาข้า... สตรีที่ข้าเคยมองว่าโง่เขลาผู้นั้น กล้าวางยาจอมอ๋องเช่นข้า!’หลิงเทียนซูขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด เขาไม่เชื่อคำขู่ของมู่หรงหนิงอันทั้งหมด ด้วยความหยิ่งยโสในวรยุทธ์ขั้นสูงที่ตนเองฝึกปรือมาตั้งแต่เยาว์วัย เขาคิดว่าเพียงแค่การโคจรลมปราณทะลวงจุดชีพจร ย่อมสามารถขับพิษสมุนไพรชั้นต่ำเหล่านั้นออกมาได้ เขาจึงรวบรวมสมาธิ ดึงพลังจากจุดตันเถียน หมายจะทะลวงเส้นประสาทที่ถูกปิดกั้นทว่า... วินาทีที่พลังลมปราณอันมหาศาลถูกขับเคลื่อนขึ้นมาถึงกลางอก ความรู้สึกราวกับมีเข็มเหล็กนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้น
last updateDernière mise à jour : 2026-10-01
Read More

บทที่ 14: รุ่งอรุณแรก 

บทที่ 14: รุ่งอรุณแรก แสงแรกแห่งยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้ที่แกะสลักลวดลายดอกเหมย ขับไล่ความมืดมิดและลมหนาวของค่ำคืนที่แสนยาวนานให้มลายหายไป กลิ่นคาวเลือดจางๆ ภายในห้องพักชั้นสามของโรงหมอไป๋เฉ่าถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรต้มและกลิ่นควันกำยานที่ถูกจุดขึ้นใหม่เพื่อปรับสมดุลธาตุในอากาศมู่หรงหนิงอันนอนเอนกายอยู่บนเตียงเตาที่ถูกปูลาดด้วยผ้าไหมหนานุ่ม ร่างกายของนางบอบช้ำและอ่อนล้าอย่างแสนสาหัสจากการทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดให้กับการให้กำเนิดชีวิตใหม่ ใบหน้างดงามยังคงซีดเซียวไร้สีเลือด ทว่าดวงตาสีดำขลับกลับทอประกายความอ่อนโยนและหวงแหนอย่างลึกซึ้ง ขณะทอดมองห่อผ้าไหมสีขาวที่วางอยู่แนบอกมู่หรงเฉิน ทารกน้อยเพิ่งจะดื่มนมหยดแรกจากอกมารดาเสร็จสิ้น บัดนี้หลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้าจากการออกมาระชากลมหายใจแรกบนโลกมนุษย์ ลมหายใจเข้าออกของเขาแผ่วเบาและสม่ำเสมอ ผิวเนื้อที่เคยก่ำแดงเริ่มปรับสภาพเป็นสีชมพูระเรื่อ"คุณหนูเจ้าคะ..." ชุยจู๋เดินเข้ามาใกล้เตียงด้วยฝีเท้าแผ่วเบาที่สุด ในมือถือชามกระเบื้องเคลือบที่ส่งควันกรุ่น "น้ำแกงไก่ดำตุ๋นตังกุยและขิงแก่เสร็จแล้วเจ้าค่ะ หมอตำแยบ
last updateDernière mise à jour : 2026-10-01
Read More

บทที่ 15: ม่านลวงตา

บทที่ 15: ม่านลวงตาสามวันผ่านไปนับตั้งแต่มู่หรงหนิงอันให้กำเนิดบุตรชาย บรรยากาศภายในห้องพักชั้นสามของโรงหมอไป๋เฉ่าถูกปิดตายอย่างมิดชิด บานหน้าต่างทุกบานถูกตอกปิดด้วยแผ่นไม้และบุทับด้วยกระดาษฟางหนาถึงสามชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ลมหนาวจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาได้แม้แต่สายเดียว ภายในห้องมีเตาอั้งโล่สองเตาที่จุดด้วยถ่านไม้ไร้ควัน ให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทุกตารางนิ้วตามธรรมเนียมการ ‘อยู่ไฟ’ มู่หรงหนิงอันต้องสวมเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหนา ศีรษะโพกด้วยผ้ากอดผืนยาวเพื่อป้องกันลมปราณเย็นแทรกซึมเข้าทางกระหม่อม นางกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ใบหน้ายังคงซีดเซียวแต่แววตากลับแจ่มใสและตื่นตัวอยู่เสมอข้างกายของนางคือเปลไม้แกะสลักอย่างดี มู่หรงเฉิน ทารกน้อยวัยสามวันกำลังหลับสนิท ริมฝีปากเล็กๆ ขยับมุบมิบราวกับกำลังดื่มนมในความฝันบนตักของหนิงอันมีถาดไม้ใบเล็กวางอยู่ ภายในถาดมีโกร่งบดยาย่อส่วนและสมุนไพรแห้งหลายชนิด นางกำลังใช้สากกระเบื้องบด ‘เมล็ดพุทราเปรี้ยว’ และ ‘ดอกเหมยอวี้’ อย่างช้าๆ และเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้กระเทือนถึงแผลภายใน การเคลื่อนไหวของนางเป็นไปอย่างเนิบนาบ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีการฝืนเรี่ยวแรงของตนเ
last updateDernière mise à jour : 2026-10-01
Read More

บทที่ 16: รอยร้าวในใจพยัคฆ์

บทที่ 16: รอยร้าวในใจพยัคฆ์ณ นครหลวงแห่งแคว้นต้าฉิง ระยะทางห่างไกลจากเมืองเย่เฉิงนับพันลี้สายลมเหมันต์พัดกระโชกแรงจนกิ่งไม้แห้งกรอบสั่นไหว ภายในจวนอ๋องทมิฬที่เคยยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม บัดนี้กลับถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศที่อึมครึมและกดดันจนเหล่าบ่าวไพร่แทบไม่กล้าหายใจแรง ตั้งแต่หลิงเทียนซูกลับมาจากการเดินทางเยือนแคว้นเว่ยด้วยสภาพที่อ่อนเพลียและเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องหนังสือ ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าพบแม้แต่เซียวหว่านเอ๋อร์สตรีที่เขาเคยโปรดปรานภายในห้องหนังสือที่จุดเตาผิงจนร้อนระอุ หลิงเทียนซูนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับด้วยความหยิ่งยโส บัดนี้ซูบผอมลงเล็กน้อย ใต้ดวงตามีรอยคล้ำจางๆ จากการอดนอน เขากำลังพยายามรวบรวมสมาธิ กำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อโคจรลมปราณตามวิชาที่ฝึกปรือมาตั้งแต่เด็กทว่า เพียงแค่เขารีดเค้นพลังจากจุดตันเถียนให้ไหลเวียนขึ้นมาถึงกลางอก ความรู้สึกปวดแปลบราวกับถูกเข็มเหล็กนับพันเล่มทิ่มแทงก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง!"อึก!"จอมอ๋องทมิฬเบิกตากว้าง ร่างกายกำยำกระตุกเกร็ง มือหนาที่วางอยู่บนพนักเก้าอี้กำแน่นจนสั่นสะท้าน เขาต้องรีบสลายพลังลมปราณทิ้ง
last updateDernière mise à jour : 2026-10-01
Read More

บทที่ 17: การปรากฏตัวของ 'กุยซิน'

บทที่ 17: การปรากฏตัวของ 'กุยซิน'เวลาหนึ่งเดือนแห่งการ 'อยู่ไฟ' ล่วงเลยผ่านไปอย่างเชื่องช้าทว่าสงบเงียบ ภายใต้การคุ้มกันอย่างแน่นหนาของหอปรโลกและม่านลวงตาที่ มู่หรงหนิงอันสร้างขึ้น สายลับของหอเงาที่ซุ่มดูอยู่ภายนอกต่างก็ทยอยถอนกำลังไปเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงคนกวาดถนนที่คอยจับตาดูอยู่ห่างๆ ตามคำสั่งสุดท้ายของหลิงเทียนซู ซึ่งรายงานกลับไปต้าฉิงเพียงว่า หมอหญิงเสิ่นยังคงไม่ปรากฏตัว และน่าจะกลายเป็นคนพิการติดเตียงไปแล้วเช้าตรู่วันที่สามสิบเอ็ด สายลมฤดูสารทพัดพาใบไม้เปลี่ยนสีร่วงหล่นลงสู่พื้นดินภายในห้องพักชั้นสามของโรงหมอไป๋เฉ่า หน้าต่างไม้ที่ถูกปิดตายมาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม บัดนี้ถูกชุยจู๋ผลักเปิดออกกว้าง แสงแดดอุ่นๆ ของยามเช้าและสายลมบริสุทธิ์พัดผ่านตาข่ายเหล็กบางๆ เข้ามาปะทะใบหน้า ขับไล่ความอับชื้นและกลิ่นยาต้มที่อวลอยู่ในห้องมาเนิ่นนานมู่หรงหนิงอันยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลืองบานใหญ่ นางเพิ่งได้อาบน้ำอุ่นที่ต้มด้วยสมุนไพรหอมระเหยเป็นครั้งแรกในรอบเดือน คราบไคลและความเหนื่อยล้าถูกชำระล้างออกไปจนหมดสิ้น ผิวพรรณของนางกลับมาขาวผ่องอมชมพูดุจกลีบดอกอิงฮวา แม้รูปร่างจะยังไม่กลับมาเพรียวบางเท่าก่อ
last updateDernière mise à jour : 2026-10-01
Read More

บทที่ 18: ข้อแลกเปลี่ยนแห่งจวนเจ้าเมือง

บทที่ 18: ข้อแลกเปลี่ยนแห่งจวนเจ้าเมืองรถหน้าเทียมม้าคันใหญ่ของโรงหมอไป๋เฉ่าแล่นผ่านถนนสายหลักของเมืองเย่เฉิง มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองอันเป็นที่ตั้งของจวนเจ้าเมือง ภายในรถม้า มู่หรงหนิงอันนั่งหลับตาทำสมาธิ ทบทวนขั้นตอนการรักษาอยู่ในหัว อาภรณ์สีเขียวอ่อนของนางถูกคลุมทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวสีเทาหม่นเพื่อความรัดกุม ม่านผ้าโปร่งสีขาวบนหมวกปีกกว้างทิ้งตัวลงมาปิดบังใบหน้าจนมิดชิดข้างกายของนางคืออู๋หมิงในคราบผู้ติดตามและผู้คุ้มกัน เขาสวมชุดผ้าฝ้ายสีเข้ม พกดาบเล่มยาวไว้ข้างเอว แววตาคมกริบคอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวภายนอกผ่านม่านหน้าต่างรถม้า"จวนเจ้าเมืองคุ้มกันแน่นหนากว่าปกติ" อู๋หมิงเอ่ยทำลายความเงียบ "มีทหารยามเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ข่าวลือที่ว่าเจ้าเมืองป่วยหนักปางตายคงเป็นความจริง ญาติพี่น้องและขุนนางใต้บังคับบัญชาคงกำลังเตรียมแก่งแย่งอำนาจกันหากเขาตายนอกตำแหน่ง""ความตายของผู้นำ มักเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายเสมอ" หนิงอันลืมตาขึ้น น้ำเสียงของนางเรียบสนิท "แต่ความวุ่นวายนั้น จะเป็นบันไดให้พวกเราเหยียบย่างขึ้นไป"เมื่อรถม้าจอดเทียบหน้าประตูจวนอันโอ่อ่า ทหารยามสองนายก็ยกหอกขึ้นขวางทางทันที
last updateDernière mise à jour : 2026-10-01
Read More

บทที่ 19: ปลดโซ่ตรวน..

บทที่ 19: ปลดโซ่ตรวน..ความมืดมิดและกลิ่นเหม็นอับชื้นของราตะไคร่ ลอยคละคลุ้งอยู่ภายในคุกใต้ดินของเมืองเย่เฉิง ที่นี่คือสถานที่คุมขังนักโทษอุกฉกรรจ์ที่รอวันประหาร เสียงหยดน้ำจากเพดานหินกระทบพื้นดังสะท้อนไปตามโถงทางเดินที่สลัวด้วยแสงคบเพลิงริบหรี่อู๋หมิงเดินตามหลังพ่อบ้านสวีและพัศดีผู้คุมคุกเข้าไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของเรือนจำ เสียงฝีเท้าของผู้นำหอปรโลกเงียบกริบดุจเงา แตกต่างจากผู้คุมที่เดินขาสั่นเทาเมื่อต้องเข้าใกล้กรงขังในสุด"ทะ... ท่านผู้คุ้มกัน" พัศดีหันมากล่าวกับอู๋หมิงด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก "นักโทษกุยซินผู้นี้ วิกลจริตและดุร้ายยิ่งนัก แม้จะถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กกล้าทะลุกระดูกไหปลาร้ามาถึงสามปี แต่เขาก็ยังเคยกัดหูผู้คุมที่เข้าไปส่งข้าวปลาจนขาดกระจุย ท่านต้องระวังตัวให้ดีนะขอรับ"อู๋หมิงไม่ได้ตอบรับ เขามองลอดลูกกรงเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าท่อนแขนเข้าไปด้านในท่ามกลางกองฟางที่เปียกชื้นและเน่าเหม็น ร่างของบุรุษผู้หนึ่งนอนขดตัวอยู่ สภาพของเขาไม่ต่างจากเดรัจฉานที่ถูกทอดทิ้ง เรือนผมยาวรุงรังพันกันเป็นสังกะตังบดบังใบหน้า เสื้อผ้าขาดวิ่นจนแทบไม่ปกปิดร่างกายที่ผ่ายผอมจนเห็นซี่โครง ทว่าสิ่
last updateDernière mise à jour : 2026-10-01
Read More
Dernier
123
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status