สตรีที่ท่านรักเชิญรับจวนไป: ข้าจะอุ้มท้องหนีให้ไกลสุดหล้า!!

สตรีที่ท่านรักเชิญรับจวนไป: ข้าจะอุ้มท้องหนีให้ไกลสุดหล้า!!

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-01
Oleh:  มาตารดาOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
20Bab
35Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"เมื่อรู้ตัวว่ากำลังอุ้มท้องสายเลือดของจอมอ๋องทมิฬ นางจึงโยนป้ายชายาเอกทิ้งแล้วหอบครรภ์หนี! สตรีที่ท่านรักเชิญรับจวนไปเถิด ส่วนข้าจะหนีไปเป็นหมอหญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า... ทว่าเหตุใดจอมอ๋องผู้หยิ่ง??

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ: ตราหยกนี้ ข้าขอคืนให้

บทนำ: ตราหยกนี้ ข้าขอคืนให้

สายลมเหมันต์พัดผ่านระเบียงทางเดินที่ทอดยาว พอบานหน้าต่างไม้แกะสลักถูกกระแทกเปิดออก เปลวเทียนภายในโถงใหญ่ก็พากันสั่นไหวราวกับหวาดกลัวพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอก

เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งนั่งตระหง่านอยู่บนเก้าอี้ประธานที่สลักลวดลายพยัคฆ์เหิน ใบหน้าของเขาหล่อเหลาไร้ที่ติ ทว่าดวงตาที่ทอดมองมากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในสระบัวกลางฤดูหนาว เขามีกลิ่นอายของความตายและอำนาจที่กดทับจนผู้คนในโถงแทบไม่กล้าหายใจแรง

เขาก็คือ หลิงเทียนซู จอมอ๋องผู้กุมอำนาจทางการทหารและเครือข่ายนักฆ่าที่เหี้ยมโหดที่สุดในแคว้น

ทว่าในค่ำคืนนี้ สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องไปที่ศัตรูทางการเมือง หากแต่กำลังมองสตรีผู้หนึ่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

มู่หรงหนิงอันยืนตัวตรงแผ่นหลังตั้งฉาก อาภรณ์สีแดงสดที่สวมใส่ขับเน้นผิวขาวผ่องและเรือนร่างให้ดูเย้ายวน ทว่าใบหน้าของนางกลับเรียบเฉย ไร้ซึ่งแววตารักใคร่หลงใหลเฉกเช่นกาลก่อน ปิ่นทองคำระย้าที่ประดับบนเรือนผมดำขลับส่งเสียงกระทบกันเบาๆ ยามที่นางขยับตัว

ข้างกายของจอมอ๋อง คือสตรีร่างบอบบางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ นางกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่หางตา พลางช้อนตามองหนิงอันด้วยความหวาดกลัวและน่าสงสาร

"มู่หรงหนิงอัน..." น้ำเสียงของหลิงเทียนซูทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยโทสะ "เจ้าวางยาสลบทหารยาม ลักลอบเข้าไปในห้องเก็บสมุนไพรของจวนเพื่อขโมยบัวหิมะพันปี ทั้งๆ ที่รู้ว่าหว่านเอ๋อร์จำเป็นต้องใช้มันเพื่อรักษาโรคหอบหืด เจ้ายังมีจิตใจอยู่หรือไม่!"

หนิงอันแค่นยิ้มมุมปาก นางปรายตามองสตรีดอกบัวขาวที่แสร้งทำตัวอ่อนแอ ก่อนจะละสายตากลับมาที่ผู้เป็นสามีตามนิตินัย

"โรคหอบหืดหรือ?" หนิงอันเลิกคิ้วขึ้น "สมุนไพรฤทธิ์เย็นจัดเช่นบัวหิมะ หากผู้ป่วยโรคหอบหืดสูดดมหรือกลืนกินเข้าไป อาการย่อมกำเริบจนหลอดลมตีบตันและสิ้นใจภายในครึ่งชั่วยาม ท่านอ๋อง... ท่านเก่งกาจเรื่องการบดขยี้กระดูกศัตรู ทว่าเรื่องศาสตร์การแพทย์ ท่านกลับถูกสตรีผู้นี้หลอกใช้จนตาบอด"

"บังอาจ!" หลิงเทียนซูตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ถ้วยชาดินเผาแตกกระจาย "เจ้าอิจฉาริษยานางจนถึงขั้นเสียสติไปแล้วหรือ หากไม่ใช่เพราะราชโองการสมรสพระราชทาน เจ้าคิดว่าสตรีที่มีจิตใจคับแคบเช่นเจ้า จะได้ก้าวเท้าเข้ามาเป็นชายาเอกในจวนของข้าได้หรือ!"

คำพูดนั้นราวกับมีดนับพันเล่มที่กรีดแทงลงบนร่างของเจ้าของร่างเดิม แต่มู่หรงหนิงอันในตอนนี้หาใช่สตรีโง่งมที่เอาแต่โหยหาความรักจากบุรุษไร้ใจอีกต่อไป นางคือผู้ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้ทางการแพทย์และการปรุงยาที่ลึกล้ำ และที่สำคัญที่สุด...

มือเรียวบางเลื่อนลงมาแตะที่หน้าท้องของตนเองอย่างแผ่วเบา ภายใต้ชุดผ้าไหมสีแดงที่พริ้วไหว มีสายเลือดของจอมปีศาจผู้นี้กำลังเติบโตขึ้น หากนางยังรั้งอยู่ที่นี่ ทารกน้อยย่อมไม่อาจมีชีวิตรอดท่ามกลางสงครามชิงอำนาจในเรือนหลังและวังวนการเมืองของเขาได้

นางสูดลมหายใจเข้าลึก ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ ก่อนจะโยนตราประทับหยกสีเลือด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตำแหน่งชายาเอกจอมอ๋อง ลงบนพื้นหินอ่อนตรงหน้าหลิงเทียนซู

เสียงหยกกระทบพื้นดังกังวานไปทั่วโถงใหญ่ ทำให้ดวงตาของจอมอ๋องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

"นี่เจ้าทำอะไร..."

"ท่านอ๋องกล่าวถูกต้องแล้ว" หนิงอันเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงของนางดังกังวานและหนักแน่น "ข้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ และข้าก็เหนื่อยหน่ายที่จะต้องมาแย่งชิงเศษเสี้ยวความเมตตาจากบุรุษที่ไม่มีหัวใจให้ข้า"

นางหันไปมองสตรีชุดขาวที่บัดนี้หน้าซีดเผือด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในจวนต้องตะลึงงัน

"ตราหยกนี้ ข้าขอคืนให้ ตำแหน่งชายาเอกจวนอ๋อง ข้าไม่ต้องการอีกต่อไป! สตรีที่ท่านรัก เชิญรับจวนนี้ไปเถิด..." หนิงอันหมุนตัวหันหลังให้บุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน ชายกระโปรงสีแดงสะบัดพริ้วดุจเปลวเพลิงท่ามกลางความมืด "ส่วนข้า... จะขอไปให้ไกลสุดหล้า ชั่วชีวิตนี้อย่าได้พบพานกันอีกเลย!"

สิ้นคำประกาศิต มู่หรงหนิงอันก็ก้าวเดินออกจากห้องโถงใหญ่ ทิ้งจวนอ๋องที่เต็มไปด้วยความจอมปลอมไว้เบื้องหลัง นางก้าวเข้าสู่พายุฝนที่โหมกระหน่ำ โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว คือการรักษาชีวิตของตนเองและสายเลือดในครรภ์ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของบิดาผู้เหี้ยมโหด!

ทว่านางหารู้ไม่ว่า การหันหลังเดินจากมาในคืนนี้ จะเป็นการปลุกสัญชาตญาณการตามล่าของอ๋องปีศาจที่หลับใหล ให้ตื่นขึ้นมาพลิกแผ่นดินเพื่อตามหาตัวนางอย่างบ้าคลั่งในเวลาต่อมา!


Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
20 Bab
บทนำ: ตราหยกนี้ ข้าขอคืนให้
บทนำ: ตราหยกนี้ ข้าขอคืนให้สายลมเหมันต์พัดผ่านระเบียงทางเดินที่ทอดยาว พอบานหน้าต่างไม้แกะสลักถูกกระแทกเปิดออก เปลวเทียนภายในโถงใหญ่ก็พากันสั่นไหวราวกับหวาดกลัวพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอกเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งนั่งตระหง่านอยู่บนเก้าอี้ประธานที่สลักลวดลายพยัคฆ์เหิน ใบหน้าของเขาหล่อเหลาไร้ที่ติ ทว่าดวงตาที่ทอดมองมากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในสระบัวกลางฤดูหนาว เขามีกลิ่นอายของความตายและอำนาจที่กดทับจนผู้คนในโถงแทบไม่กล้าหายใจแรงเขาก็คือ หลิงเทียนซู จอมอ๋องผู้กุมอำนาจทางการทหารและเครือข่ายนักฆ่าที่เหี้ยมโหดที่สุดในแคว้นทว่าในค่ำคืนนี้ สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องไปที่ศัตรูทางการเมือง หากแต่กำลังมองสตรีผู้หนึ่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามู่หรงหนิงอันยืนตัวตรงแผ่นหลังตั้งฉาก อาภรณ์สีแดงสดที่สวมใส่ขับเน้นผิวขาวผ่องและเรือนร่างให้ดูเย้ายวน ทว่าใบหน้าของนางกลับเรียบเฉย ไร้ซึ่งแววตารักใคร่หลงใหลเฉกเช่นกาลก่อน ปิ่นทองคำระย้าที่ประดับบนเรือนผมดำขลับส่งเสียงกระทบกันเบาๆ ยามที่นางขยับตัวข้างกายของจอมอ๋อง คือสตรีร่างบอบบางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ นางกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่หางตา พลางช้อนตามองหนิงอันด้วยควา
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-01
Baca selengkapnya
บทที่ 1: สลัดทิ้งซึ่งอดีต
บทที่ 1: สลัดทิ้งซึ่งอดีตอสนีบาตฟาดฟันแหวกม่านราตรี เสียงฟ้าคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนฟ้าแห่งนคร สายฝนเม็ดใหญ่สาดกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ราวกับสวรรค์กำลังร่ำไห้มู่หรงหนิงอันก้าวเท้าออกจากโถงใหญ่แห่งจวนอ๋อง แผ่นหลังของนางตั้งตรงสง่างาม แม้พายุฝนจะสาดซัดจนอาภรณ์ไหมสีแดงสดเปียกปอนลู่แนบไปกับเรือนร่าง ทว่าจังหวะการก้าวเดินของนางกลับไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ไม่มีแม้แต่การเหลียวหลังกลับไปมองบุรุษผู้เป็นสามี และสตรีเสแสร้งผู้นั้นความหนาวเย็นของสายฝนที่กรีดแทงลงบนผิวหนัง ไม่อาจเทียบได้กับความหนาวเหน็บในจิตใจที่นางเคยเผชิญมาตลอดสามปีในฐานะชายาเอกแห่งจวนอ๋องเมื่อครั้งอดีต มู่หรงหนิงอันเคยเป็นสตรีที่โง่งม ลุ่มหลงในรักจนยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของบุตรีสายตรงแห่งตระกูลแพทย์หลวง ยอมเก็บซ่อนพรสวรรค์และความรู้ด้านสมุนไพรที่สืบทอดมาจากบรรพชน เพียงเพื่อสวมหน้ากากสตรีผู้เพียบพร้อมและโง่เขลา หวังเพียงให้หลิงเทียนซูหันมามองนางด้วยความรัก ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเย็นชา การหมางเมิน และท้ายที่สุดคือยาพิษไร้สีไร้กลิ่นที่เกือบคร่าชีวิตนางไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อนในห้วงแห่งความเป็นความตาย
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-01
Baca selengkapnya
บทที่ 2: เถ้ากระดูกลวงตา
บทที่ 2: เถ้ากระดูกลวงตายามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) ท้องฟ้าเหนือกรุงจิงเฉิงยังคงถูกปกคลุมด้วยเมฆครึ้ม ทว่าพายุฝนที่โหมกระหน่ำมาตลอดทั้งคืนได้ซาลงเหลือเพียงละอองหยาดน้ำค้างที่เกาะพราวบนชายคา กลิ่นควันไฟคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจวนอ๋อง ผสมปนเปกับกลิ่นอายความชื้นของดินและเถ้าถ่านณ เรือนท้ายจวนที่เคยเป็นสถานที่กักบริเวณพระชายาเอก บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังสีดำทะมึน เสาไม้ซุงขนาดใหญ่หักโค่นลงมา กองเพลิงถูกน้ำจากบ่อสาดดับไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงกลุ่มควันสีขาวขุ่นที่ลอยอวลขึ้นสู่ท้องฟ้าหลิงเทียนซูยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ากองเถ้าถ่านนั้น อาภรณ์สีดำขลิบทองของเขาเปียกชื้นเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยเย็นชา บัดนี้กลับมีรอยขมวดคิ้วที่ฉายแววเคร่งเครียดอย่างปิดไม่มิด ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวทอดมองไปยังซากเตียงไม้ที่ถูกเผาจนดำเป็นตอตะโกเบื้องหน้าของเขาคือหน่วยองครักษ์เงาและหมอชันสูตรหลวงที่ถูกเรียกตัวมากลางดึก ทุกคนคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นดินที่เต็มไปด้วยโคลน ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าสบตากับจอมปีศาจแห่งราชสำนัก"กราบทูลท่านอ๋อง..." หมอชันสูตรหลวงวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ศีรษะแ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-01
Baca selengkapnya
บทที่ 3: บุรุษนิรนามในอารามร้าง
บทที่ 3: บุรุษนิรนามในอารามร้างป่าเขาทางทิศตะวันตกของเมืองหลวงนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสลับซับซ้อนและอันตราย แม้แต่พรานป่าผู้ชำนาญทางยังต้องคิดทบทวนให้ดีก่อนจะก้าวเท้าเข้าไป โดยเฉพาะในช่วงหลังพายุฝนฤดูเหมันต์ที่พื้นดินกลายเป็นโคลนดูดและโขดหินลื่นชัน ทว่าสำหรับมู่หรงหนิงอัน สถานที่อันตรายที่สุดกลับกลายเป็นเกราะกำบังที่ปลอดภัยที่สุดในยามนี้สองนายบ่าวเดินลัดเลาะฝ่าดงหนามและเถาวัลย์มาตลอดช่วงเช้า เสื้อผ้าที่เคยแห้งสนิทบัดนี้ชื้นแฉะไปด้วยหยาดน้ำค้างและเหงื่อไคล รองเท้าผ้าพื้นบางของชุยจู๋ขาดวิ่นจนเห็นนิ้วเท้า ในขณะที่หนิงอันต้องใช้กิ่งไม้คอยค้ำยันร่างที่เริ่มหนักอึ้ง อาการปวดหน่วงที่ท้องแม้จะทุเลาลงเพราะฤทธิ์ยา แต่ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนและเดินเท้าก็กำลังบั่นทอนพละกำลังของนางลงอย่างรวดเร็ว"คุณหนู นั่งพักตรงโขดหินนี้ก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะไปหาแหล่งน้ำมาให้" ชุยจู๋ประคองนายหญิงให้นั่งลงใต้ร่มไม้ใหญ่ ก่อนจะปลดกระบอกไม้ไผ่ที่เอวออก"ระวังตัวด้วย อย่าไปไกลนัก และจำไว้ว่าอย่าดื่มน้ำที่นิ่งขัง ให้ตักน้ำจากลำธารที่ไหลเวียนเท่านั้น หากมีใบไม้เน่าเปื่อยอยู่รอบๆ ห้ามแตะต้องเด็ดขาด" หนิงอันกำชับด้วยน้ำ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-01
Baca selengkapnya
บทที่ 4: ร่วมทางกับมัจจุราช
บทที่ 4: ร่วมทางกับมัจจุราชกลิ่นยาต้มขมปร่าลอยอวลปะปนกับกลิ่นชื้นของมอสและตะไคร่น้ำในอารามร้าง แสงแดดยามเฉิน (07.00 - 08.59 น.) สาดส่องลอดรอยแตกของหลังคาลงมาอาบไล้ใบหน้าซีดเซียวของอู๋หมิง เขารับชามดินเผาที่บรรจุน้ำยาสีเข้มข้นจากมือของสาวใช้ชุยจู๋ ก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ แม้ว่ารสชาติของมันจะขมจนแทบกลืนไม่ลงก็ตามอู๋หมิงปรายตามองสตรีที่เรียกตนเองว่า 'หนิง' นางกำลังง่วนอยู่กับการจัดเก็บเข็มเงินและขวดยาลงในหีบไม้ใบเล็ก ท่วงท่าการขยับตัวของนางแม้จะดูเชื่องช้าลงกว่าเมื่อคืน แต่กลับแฝงไปด้วยความระแวดระวัง ทว่าสิ่งที่ทำให้ผู้นำหอปรโลกเช่นเขาสะดุดตาที่สุด คือรอยด่างดำบนใบหน้านั้น... มันไม่ใช่รอยกร้านแดดกร้านลมของสตรีชาวบ้าน แต่เป็นรอยที่เกิดจากการใช้สมุนไพรพรางตาทั้งสิ้น"ชาวบ้านป่าเช่นเจ้า มีบัวหิมะพันปีซ่อนไว้ในหีบยา ซ้ำยังรู้จักชื่อพิษเจ็ดก้าวกลืนวิญญาณ... ดูท่าเส้นทางหลบหนีของข้าครั้งนี้ คงมีสตรีสวมหน้ากากร่วมทางเสียแล้ว" อู๋หมิงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับคมกริบดุจใบมีดที่กำลังชำแหละความลับของสตรีตรงหน้ามู่หรงหนิงอันชะงักมือที่กำลังปิดฝาหีบ นางหันมาสบตากับบุรุษช
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-01
Baca selengkapnya
บทที่ 5: หุบเขาคนโฉด
บทที่ 5: หุบเขาคนโฉดป่าดิบชื้นแห่งเทือกเขาหลงซานเปรียบดั่งเขาวงกตที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อกลืนกินผู้พลัดหลง ยิ่งลึกเข้าไป แสงตะวันที่เคยสาดส่องก็ยิ่งถูกบดบังด้วยเรือนยอดไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาประสานกันจนหนาทึบ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าปกคลุมไปด้วยซากใบไม้ทับถมที่ส่งกลิ่นเหม็นอับชื้น เห็ดราสีสันฉูดฉาดที่แฝงไปด้วยพิษร้ายผุดขึ้นตามโขดหินการเดินทางผ่านหุบเขาในวันที่สองเต็มไปด้วยความยากลำบาก มู่หรงหนิงอันอาศัยไม้เท้าที่เหลาจากกิ่งไม้เนื้อแข็งคอยพยุงร่างที่บอบช้ำ ทุกย่างก้าวของนางเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายเต็มกรอบหน้า แม้จะเหน็ดเหนื่อยจนแทบขาดใจ แต่นางก็ยังคงกัดฟันทน ไม่ยอมปริปากขอร้องให้ผู้ใดหยุดพักอู๋หมิง ผู้นำแห่งหอปรโลก เดินนำหน้าอยู่ห่างออกไปราวสามช่วงตัว แม้จะเพิ่งฟื้นตัวจากพิษร้าย ทว่าลมปราณและพละกำลังของเขากลับฟื้นฟูได้รวดเร็วจนน่าตระหนก เขาก้าวเดินอย่างมั่นคง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบด้านเพื่อระแวดระวังภัย ทว่าในขณะเดียวกัน ประสาทสัมผัสของเขาก็คอยจับจังหวะการก้าวเดินของสตรีที่อยู่เบื้องหลังตลอดเวลาเขาผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน สตรีที่เขาเคยพบเจอ หากไม่อ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-01
Baca selengkapnya
บทที่ 6: เพลิงกัมปนาทเบิกทาง 
บทที่ 6: เพลิงกัมปนาทเบิกทาง ห่อผ้าขนาดเล็กที่บรรจุ 'ผงเพลิงกัมปนาท' พุ่งทะยานแหวกม่านราตรีด้วยลมปราณอันกล้าแข็งของผู้นำหอปรโลก มันพุ่งตรงดิ่งเข้าปะทะกับกองไฟขนาดใหญ่กลางค่ายโจรเบื้องล่างอย่างแม่นยำไร้ที่ติเวลาคล้ายหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ความมืดมิดของหุบเขาคนโฉดจะถูกฉีกกระชาก!ตูมมม!!!เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งหุบเขา ประกายไฟสีส้มแดงสว่างวาบขึ้นบาดตา คลื่นความร้อนและแรงอัดอากาศกระแทกเข้ากับเพิงไม้และโขดหินจนแตกกระจาย เศษฟืนที่ติดไฟปลิวว่อนไปทั่วสารทิศราวกับห่าฝนเพลิง กลุ่มควันสีเทาเข้มพวยพุ่งขึ้นบดบังทัศนวิสัยจนมืดมิดยิ่งกว่าเดิม"อ๊ากกก!" "ตาข้า! ตาข้ามองไม่เห็น!" "สวรรค์ลงทัณฑ์! หนีเร็วเข้า!"เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกดังระงมไปทั่วค่าย โจรป่าที่กำลังเมามายไร้สติ บัดนี้ต่างวิ่งชนกันเองล้มลุกคลุกคลาน บางคนเสื้อผ้าติดไฟต้องกลิ้งเกลือกไปกับพื้นดิน ความโกลาหลขั้นสุดยอดเกิดขึ้นภายในพริบตา พวกที่กำลังปีนหน้าผาตามขึ้นมาก็ตกใจจนพลัดตกลงไปเบื้องล่างหนิงอันที่ยกแขนขึ้นบังแรงลมและเศษฝุ่น ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองผลงานของตนเองด้วยสายตาที่เยือกเย็
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-01
Baca selengkapnya
บทที่ 7: พรางชีพจรซ่อนชะตา
บทที่ 7: พรางชีพจรซ่อนชะตาแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า ยามเฉิน (07.00 - 08.59 น.) เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับอากาศที่หนาวเย็นยะเยือกของฤดูเหมันต์ภายในศาลเจ้าร้าง มู่หรงหนิงอันใช้เศษกระจกทองเหลืองบานเล็กที่พกติดตัวมา ตรวจสอบผลงานการแปลงโฉมของตนเองเป็นครั้งสุดท้าย สตรีผิวขาวผ่องดุจหิมะ บัดนี้กลายเป็นเด็กหนุ่มผิวสีแทนหยาบกร้าน คิ้วที่เคยโก่งดั่งคันศรถูกวาดให้หนาและตกลงเล็กน้อย ริมฝีปากที่เคยแดงระเรื่อถูกแต้มด้วยผงยาสีซีด ก้อนขี้ผึ้งพิเศษถูกปั้นเสริมบริเวณสันจมูกและแนวกราม ทำให้โครงหน้าดูแข็งกระด้างขึ้นลำคอระหงถูกพันด้วยผ้าพันคอผืนหนาเพื่อปิดบังลูกกระเดือกที่ไม่มีอยู่จริง ส่วนทรวดทรงที่เริ่มมีน้ำมีนวลจากการตั้งครรภ์ ก็ถูกรัดรึงด้วยผ้าฝ้ายหลายชั้นและสวมทับด้วยเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่เสริมฟองน้ำช่วงไหล่ให้ดูผายออก"แม้แต่ข้าที่เป็นคนดูท่านทำตั้งแต่ต้น ยังแทบไม่เชื่อสายตาเลยเจ้าค่ะคุณหนู... เอ่อ คุณชาย" ชุยจู๋ในคราบเด็กรับใช้ชายหน้าตามอมแมมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทึ่งจัดอู๋หมิงเดินกลับเข้ามาในศาลเจ้า หลังจากออกไปดูลาดเลาด้านนอก เขายืนชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็น 'เด็กหนุ่ม' ร่างผอมบางสองคนยืนอยู่ตรงหน้า หากไม่ใช่นัยน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-01
Baca selengkapnya
บทที่ 8: แดนอิสระ 
บทที่ 8: แดนอิสระ รถม้าขนเสบียงของกองคาราวานหอปรโลกเคลื่อนตัวผ่านพ้นแนวชายแดนแคว้นเว่ยเข้ามาลึกหลายสี้ ทิวทัศน์สองข้างทางแปรเปลี่ยนจากผืนป่าทึบและภูเขาสลับซับซ้อน เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลและเมืองการค้าชายแดนที่คึกคัก ผู้คนแต่งกายด้วยชุดชนเผ่าและภาษาที่แตกต่างออกไปจากนครหลวงอย่างสิ้นเชิง ที่นี่... ไร้ซึ่งอำนาจของหอเงา ไร้ซึ่งเงื้อมมือของจอมอ๋องทมิฬ และที่สำคัญที่สุด คือความเป็นอิสระที่มู่หรงหนิงอันโหยหามาตลอดสามปีภายในเรือนพักรับรองของหอปรโลกประจำเมืองชายแดน หนิงอันกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้ นางล้างคราบขี้ผึ้งและผงยาที่พรางใบหน้าออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องและใบหน้างดงามหมดจดดั่งเดิม ดวงตากลมโตทอประกายความโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด นางจัดแจงถอดผ้าพันแผลที่รัดหน้าอกและหน้าท้องออก เพื่อให้ทารกน้อยในครรภ์ได้รับอากาศและการไหลเวียนของโลหิตอย่างสะดวก"ฟู่ว..." หนิงอันพ่นลมหายใจยาว นางหยิบเข็มเงินขึ้นมาฝังกระตุ้นจุดชีพจรเพื่อขับพิษยาพรางชีพจรออกจากร่างกาย ทันทีที่เข็มเล่มสุดท้ายถูกดึงออก ชีพจรที่เคยเต้นอ่อนแรงก็กลับมาเต้นเป็นจังหวะลื่นไหลและมั่นคงอีกครั้งชุยจู๋เดินยกชามน้ำแกงสมุนไพรบำร
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-01
Baca selengkapnya
บทที่ 9: หมอหญิงหลังม่านไม้ไผ่
บทที่ 9: หมอหญิงหลังม่านไม้ไผ่วสันตฤดูมาเยือนแคว้นเว่ย สายลมที่เคยหนาวเหน็บถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบาน ห้าเดือนผ่านไปนับตั้งแต่ มู่หรงหนิงอันหลบหนีออกจากด่านตรวจเมืองผิงเหยา บัดนี้ครรภ์ของนางเข้าสู่เดือนที่เจ็ดแล้ว หน้าท้องที่นูนเด่นชัดทำให้การเคลื่อนไหวของนางเชื่องช้าลง ทว่ามันกลับเติมเต็มความรู้สึกของการเป็นมารดาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นณ 'เมืองเย่เฉิง' ศูนย์กลางการค้าที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นเว่ย ซึ่งคึกคักไปด้วยพ่อค้าต่างแคว้นและชาวยุทธ์บนถนนสายหลักที่พลุกพล่านที่สุด อาคารไม้สามชั้นโอ่อ่าตั้งตระหง่าน ป้ายชื่อสลักอักษรสีทองอร่ามว่า 'โรงหมอไป๋เฉ่า' ที่นี่ไม่ใช่เพียงโรงหมอธรรมดา แต่เป็นเครือข่ายการแพทย์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ภายใต้การสนับสนุนเงินทุนลับๆ จากหอปรโลกชั้นล่างของโรงหมอเปิดรักษาชาวบ้านยากจนในราคาถูก ชั้นสองเป็นห้องพักฟื้นและขายยาสมุนไพรหายาก ส่วนชั้นสาม... เป็นพื้นที่หวงห้ามและจุดรับส่งข่าวกรองที่สำคัญที่สุดของหอปรโลกภายในโถงชั้นสามที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานและสมุนไพร มู่หรงหนิงอันในชุดคลุมผ้าฝ้ายเนื้อดีสีฟ้าอ่อนที่ตัดเย็บให้หล
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-01
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status