All Chapters of จากนี้ไปคงไร้รัก: Chapter 1 - Chapter 8

8 Chapters

บทที่ 1

แยกกับเพื่อนสนิทแล้ว ฉันก็ตรงไปร้านอาหารแห่งนั้นทันทีเพิ่งเดินเข้าไปก็เห็นพวกเขานั่งคุยกันอย่างออกรสอยู่ตรงมุมริมหน้าต่างอวี่โจวเอียงตัวคุยกับหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม“นิทรรศการภาพวาดแนวอิมเพรสชันนิสม์สัปดาห์หน้า ฉันจองตั๋วไว้แล้วนะ ภาพต้นฉบับของโมเนต์ที่เธอบอกว่าอยากดูคราวก่อนก็จะจัดแสดงด้วย”ซูหว่านสังเกตเห็นสายตาของฉัน จึงยิ้มพลางใช้ส้อมสะกิดแขนเขาเบาๆอวี่โจวมองตามสายตาของเธอขึ้นมา รอยยิ้มบนใบหน้าพลันเลือนหาย คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นปมเขาลุกขึ้นแล้วเดินตรงมาหาฉันอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงแฝงความรำคาญเล็กน้อย“เธอสะกดรอยตามฉันเหรอ ฉันบอกแล้วว่าไม่มีเวลา เธอยังจะตามมาวุ่นวายอะไรอีก ฉันมีธุระสำคัญต้องคุยกับซูหว่าน เธอกลับไปก่อน อย่ามาทำให้ตัวเองขายหน้าอยู่ที่นี่”“รอฉันจัดการธุระเสร็จแล้วค่อยชดเชยวันครบรอบให้ทีหลัง วันนี้เธอก็หาอะไรกินไปเองแล้วกัน”ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไร เขาก็หันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะแล้ว“หว่านหว่าน พุดดิ้งคาราเมลเป็นเมนูขึ้นชื่อของร้านนี้เลยนะ คราวก่อนเธอบอกว่าชอบกินของหวาน ลองชิมดูไหม”ฉันยืนอยู่กับที่ มองภาพที่ทั้งคู่เอียงศีรษะเข้าหากันพลางช่วยกันเลือกเ
Read more

บทที่ 2

แต่แล้วเขากลับตอกหน้าฉันด้วยคำพูดที่ไม่ต่างจากฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ“บ้านหลังนี้ตกแต่งตามสไตล์ที่ซูหว่านชอบแล้วกัน บางครั้งเธอจะมาพักด้วย ต้องทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน”ฉันชะงักไปทันที“อวี่โจว นี่มันบ้านของเรานะ ทำไมต้องตกแต่งตามความชอบของเธอด้วย”สีหน้าของเขาหม่นลง“ก็แค่สไตล์การตกแต่งไม่ใช่เหรอ บ้านที่เราอยู่ตอนนี้ยังตกแต่งตามที่เธอต้องการเลยไม่ใช่หรือไง พ่อแม่ของซูหว่านอยู่ต่างประเทศกันตลอด เธออยู่ที่นี่คนเดียวก็ลำบากมากพอแล้ว ต่อไปเธอก็จะมาพักที่นี่บ่อยๆ ฉันตกแต่งบ้านหลังนี้ให้เป็นแบบที่เธอชอบแล้วมันจะทำไม เธอจะใจแคบเกินไปแล้วหรือเปล่า”ฉันหัวเราะออกมาด้วยความโมโหบ้านของฉันแท้ๆ แต่กลับต้องตกแต่งตามความชอบของผู้หญิงคนอื่นมันสมเหตุสมผลตรงไหนเราต่างไม่ยอมลงให้กัน บ้านหลังนี้จึงยังตกแต่งไม่เสร็จจนถึงตอนนี้พอมาคิดดูตอนนี้ ฉันควรหย่าตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแต่ฉันกลับยังหลอกตัวเองด้วยความหวังเล็กๆ คิดว่าจะรอให้ถึงวันครบรอบแต่งงาน แล้วค่อยคุยกับเขาดีๆ อีกครั้งสุดท้ายฉันก็ต้องยอมตัดใจเสียทีตอนอวี่โจวกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาตีสองแล้วฉันนั่งง่วงจนแทบหลับอยู่บนโซฟา พยายามฝืน
Read more

บทที่ 3

ราวกับฉันเป็นเพียงแม่บ้านที่ใครเรียกใช้เมื่อไรก็ต้องพร้อมทำงานเมื่อนั้นมองดูข้าวของที่กระจัดกระจายเต็มพื้น ความอึดอัดก็จุกแน่นอยู่ในอกลำคอราวกับมีก้อนสำลีอุดอยู่ แม้แต่ลมหายใจยังเจือความขมขื่นจู่ๆ โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมาเป็นข้อความจากกลุ่มแชตของโรงพยาบาลประกาศรับสมัครเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือทางการแพทย์ระหว่างประเทศฉันจ้องมองข้อความบรรทัดนั้น หัวใจพลันเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยบางที นี่อาจเป็นโอกาสที่ดีมากก็ได้ออกไปจากที่นี่ อยู่ให้ห่างจากอวี่โจวสักหน่อย ให้โอกาสตัวเองได้ก้าวออกจากความสัมพันธ์นี้อย่างแท้จริงฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ ปรับลมหายใจให้สงบ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสมัครเข้าร่วมโครงการหลังสมัครเสร็จ ฉันก็ลุกขึ้นจัดการตัวเอง แล้วไปส่งเอกสารที่โรงพยาบาลเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ฉันก็เปิดวีแชตขึ้นมาหน้าต่างแชตยังคงค้างอยู่ที่ข้อความที่ฉันส่งไป"จัดการธุระเสร็จแล้วติดต่อฉันด้วย มีเรื่องจะคุย"ไม่มีข้อความตอบกลับฉันกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเขา จู่ๆ แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นก็แจ้งเตือนความเคลื่อนไหวใหม่ซูหว่านกำลังอธิบายคุณค่าทางศิลปะของภาพวาดชิ้นหนึ่งหน้ากล้อง เ
Read more

บทที่ 4

“พี่อวี่อัน พี่ไม่ได้มีเรื่องจะคุยกับอวี่โจวเหรอคะ อย่าเพิ่งรีบกลับสิ”อวี่โจวเองก็เริ่มหมดความอดทน เขาเคาะโต๊ะเบาๆ“ใช่ ตกลงเธอจะพูดอะไร ก็รีบพูดมาสิ คืนนี้ฉันกับหว่านหว่านยังต้องไปงานเลี้ยงรุ่นอีก”ฉันยกยิ้มมุมปาก แต่แววตากลับไร้รอยยิ้ม“เรื่องระหว่างฉันกับคุณ รอให้คุณมีเวลาจริงๆ ค่อยคุยกันก็ได้ ตอนนี้ฉันกลับได้หรือยัง”อวี่โจวถึงกับพูดไม่ออก เขาอ้าปากเหมือนอยากอธิบายอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรเขาเงียบไปหลายวินาที ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อย“งั้นเธอกลับไปก่อนแล้วกัน หลังงานเลี้ยงรุ่นคืนนี้จบ ฉันจะไปซื้อเครปมะม่วงที่เธอชอบ แล้วเราค่อยมาคุยกันดีๆ”ฉันโบกมือแล้วเดินจากไป พร้อมหลบมือที่เขายื่นออกมาอย่างแนบเนียนเขาตะโกนไล่หลังมา“อวี่อัน พรุ่งนี้หนังที่เธอชอบจะเข้าฉายแล้วนะ เราไปดูด้วยกัน”ฉันพยักหน้าส่งๆ โดยไม่ได้เก็บมาใส่ใจเมื่อกลับถึงบ้าน ฉันก็เริ่มเก็บกระเป๋าเดินทางฉันวางเอกสารข้อตกลงการหย่าที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วไว้ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดที่สุด แล้ววางกุญแจบ้านทับลงไปจากนั้นก็หันหลังเดินออกจากบ้านฉันเพิ่งนั่งลงในรถ โทรศัพท์ก็ดั
Read more

บทที่ 5

เที่ยวบินรอบดึกเงียบสงัดฉันสะลึมสะลือฝันถึงคำพูดสุดท้ายที่หลินซี เพื่อนสนิทของฉันพูดกับฉันในวันนั้น“เธอไม่ได้เป็นแบบนี้เพราะมื้ออาหารมื้อนี้หรอก แต่เป็นเพราะมื้ออาหารแบบนี้นับครั้งไม่ถ้วนต่างหาก”“อวี่อัน อย่าฝืนทนทำร้ายตัวเองอีกเลย”วันนั้นฉันยังคงถ่ายภาพแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สวยงามเอาไว้ เพียงแต่ไม่ได้ส่งให้ อวี่โจวอีกต่อไป และไม่ได้พูดเรื่องไร้สาระที่ชวนให้เขารำคาญเหมือนเมื่อก่อนฉันเก็บภาพนั้นไว้ในอัลบั้มรูปแทนฉันเชื่อว่าสักวันจะได้พบคนที่เต็มใจฟังเรื่องไร้สาระของฉัน และยอมอยู่ดูแสงอาทิตย์ยามเย็นเป็นเพื่อนฉันเมื่อเครื่องบินลงจอดที่ไนโรบี ก็เป็นเวลาตีสี่ตามเวลาท้องถิ่นแล้วฉันเหนื่อยจนแทบลืมตาไม่ขึ้น จึงขึ้นรถของทีมแพทย์ตรงไปยังค่ายพักทันทีฉันทิ้งตัวลงบนเตียงไม้แข็งๆ และหลับสนิทไปอย่างหนักอึ้งเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แสงแดดนอกเต็นท์ก็สว่างจ้าจนแสบตาแล้วเกือบเที่ยงวันอยู่รอมร่อพอเสียบสายชาร์จโทรศัพท์แล้วเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เสียงสั่นเตือนก็ดังรัวขึ้นมาทันทีราวกับเสียงหึ่งๆ ของฝูงผึ้งหน้าจอกะพริบไม่หยุด ตัวเลขสายที่ไม่ได้รับสีแดงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีมากกว่าเจ็ดสิบ
Read more

บทที่ 6

ปลายสาย อวี่โจวยังไม่ยอมแพ้ กดโทรออกอีกครั้งแต่หมายเลขที่ก่อนหน้านี้ยังโทรติดกลับกลายเป็นเสียงผู้หญิงจากระบบตอบรับอัตโนมัติอีกครั้ง ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจบางอย่างขึ้นมาอวี่โจวทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างหมดอาลัยตายอยากยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้อย่างหนักช่วงเวลาที่อยู่ในค่ายเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ก็มีความหมายทุกวันฉันไม่อยู่ในห้องผ่าตัด ก็อยู่ระหว่างทางไปตรวจรักษาผู้ป่วยเหนื่อยจนหัวถึงหมอนก็หลับทันที ไม่มีเวลาให้คิดฟุ้งซ่านเลยแม้แต่น้อยเพื่อนร่วมทีมทุกคนดีมาก พวกเรามาจากทั่วทุกมุมโลก มารวมตัวกันด้วยเป้าหมายเดียวกันไม่มีใครรู้เรื่องราวในอดีตของฉัน และไม่มีใครพูดถึงอวี่โจวกับซูหว่านในที่สุดฉันก็ได้กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง เป็นเจียงอวี่อัน ศัลยแพทย์ที่ช่วยชีวิตผู้คน ไม่ใช่ภรรยาของอวี่โจวหลินซีจะวิดีโอคอลมาหาฉันทุกสองวัน เล่าเรื่องซุบซิบในประเทศให้ฟัง พร้อมด่าอวี่โจวว่าสมควรแล้วที่ต้องเจอแบบนี้พ่อแม่ไม่เคยตำหนิฉันเลยสักครั้ง ทุกครั้งที่วิดีโอคอลกัน พวกท่านจะคอยกำชับให้ฉันระวังตัวและกินข้าวให้ตรงเวลาความอบอุ่นจากการที่มีคนห่วงใยฉันอย่างจริงใจ และทะนุถนอมฉันอย่างระมัดระวัง ค่
Read more

บทที่ 7

ปัง !สายถูกตัดไปอย่างแรงอวี่โจวถือโทรศัพท์ไว้ ถูกด่ากราดจนแทบไม่มีช่องให้พูด แม้แต่ความรู้สึกโกรธก็ยังไม่มีแรงจะมี ตอนนี้เขาเพียงอยากตามหาฉันให้เจอ อยากพบหน้าฉัน และบอกฉันให้ชัดเจนว่าเขาเสียใจแล้ว เขารู้ตัวว่าผิดไปแล้วในปีที่สองของการอยู่แอฟริกา ฉันกลายเป็นกำลังหลักของทีมแพทย์ไปแล้วบ่ายวันหนึ่ง จู่ๆ ก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาถึงค่ายอวี่โจวยืนอยู่ด้านนอกเต็นท์เขาดูทรุดโทรมอย่างหนัก หนวดเครารุงรัง แววตาเลื่อนลอย ผิวคล้ำแดดจนดำสนิท ไม่เหลือเค้าของสถาปนิกหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยความมั่นใจและมีชีวิตชีวาในวันวานแม้แต่น้อยฉันไม่ได้แปลกใจที่เขาจะตามมาถึงที่นี่หลินซีบอกฉันตั้งนานแล้วว่า เขาใช้เวลาตลอดทั้งปีถึงจะสืบรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่เพื่อนร่วมทีมสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงพากันเข้ามาล้อมไว้ มองเขาด้วยความระแวดระวังฉันโบกมือให้พวกเขาเป็นสัญญาณว่าไม่เป็นไร“ที่นี่ไม่สะดวกคุยกัน ข้างหน้ามีร้านกาแฟอยู่ร้านหนึ่ง เราควรคุยกันให้ดีสักครั้ง”แสงแดดยามบ่ายในแอฟริการ้อนแรงจนแสบตาฉันไม่ได้สั่งกาแฟ แค่ขอน้ำเย็นหนึ่งแก้วอวี่โจวจ้องมือที่ฉันประคองแก้วไว้ ริมฝีปากขยับเหมือนอยากพูดอะไร แต่ฉันข
Read more

บทที่ 8

“ตอนนี้ฉันใช้ชีวิตได้ดีมาก ทุกวันได้ช่วยชีวิตผู้คน มีเพื่อนที่มีอุดมการณ์เดียวกันอยู่รอบตัว ไม่ต้องคอยเอาใจใครอีก ไม่ต้องคอยดูสีหน้าใครอีกแล้ว”“อวี่โจว ฉันไม่รักคุณแล้ว”ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา อวี่โจวก็เหมือนถูกพรากเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายไป ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงเขาพึมพำซ้ำไปซ้ำมา น้ำตาไหลอาบหน้า แต่ก็ยังพยายามรั้งฉันไว้อย่างไร้ประโยชน์“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ อวี่อัน”“ฉันจะรอคุณเอง รอจนกว่าวันไหนคุณอยากกลับมา ฉันก็จะอยู่ตรงนี้เสมอ”ฉันไม่อยากฟังคำสำนึกผิดที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้อีก จึงลุกขึ้นผลักประตูร้านกาแฟออกไปนับจากวันนั้น อวี่โจวก็ปักหลักอยู่ใกล้ค่ายเขาเช่าบ้านหลังเล็กๆ ไว้หลังหนึ่ง และมารอฉันที่หน้าค่ายทุกวันเขาเอาอาหารเช้ามาให้ เอาน้ำมาให้ ช่วยฉันขนย้ายอุปกรณ์การแพทย์เขาบอกว่าตัดขาดกับซูหว่านอย่างสิ้นเชิงแล้วเขาขายบ้านทั้งสองหลังในประเทศไปแล้ว และจะไม่กลับไปอีกข้อความส่งมาทีละข้อความ เพื่อพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าเขาเปลี่ยนไปแล้วฉันไม่เคยตอบกลับเลยแม้แต่ครั้งเดียวตัวอักษรเหล่านั้นลอยเข้ามาในโทรศัพท์ของฉันราวกับสายลม แล้วก็ร่วงหล่นลงราวกับฝุ่นผงฉันยังคงไปทำงาน
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status