บททั้งหมดของ วิศวะมีเกียร์ อยากได้เมียเป็นหมอ: บทที่ 11 - บทที่ 20

40

บทที่ 11: ศึกชิงเสื้อช็อป

บทที่ 11: ศึกชิงเสื้อช็อปลมบ่ายพัดหอบเอาไอร้อนปนละอองสนิมเหล็กและกลิ่นน้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักรหมุนวนอยู่ใต้ถุนอาคารเรียนรวมคณะวิศวกรรมศาสตร์ เสียงเครื่องเจียรเหล็กจากโรงประลองเครื่องกลที่ดังแว่วมาเป็นจังหวะ ผสมผสานกับเสียงพูดคุยโหวกเหวกตามประสาเด็กช่างกล้ามโตที่นั่งจับกลุ่มกันตามโต๊ะม้าหินอ่อน ม้านั่งไม้ และแนวขอบบันไดปูน แม้จะเป็นช่วงพักระหว่างคาบเรียน แต่บรรยากาศรอบลานเกียร์ก็ไม่เคยเงียบเหงาลงเลยแม้แต่นาทีเดียวโต๊ะม้าหินอ่อนตัวยาวใต้ร่มเงาต้นประดู่ใหญ่ประจำกลุ่มนักศึกษาปีสามกำลังคึกคักเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะข้อสอบคำนวณโครงสร้างอันแสนปวดหัว แต่เป็นเพราะพฤติกรรมผิดหูผิดตาของกัปตันทีมว่ายน้ำที่นั่งเท้าคางเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะ พร้อมฮัมเพลงผิวปากอยู่ในลำคอมาเกือบครึ่งชั่วโมง“กูว่ามันอาการหนักว่ะ หนักจนกู่ไม่กลับแล้ว”ไต้ฝุ่นเคาะแท่งชอล์กเขียนกระดานลงบนโต๊ะ หันไปพยักพเยิดกับเพื่อนร่วมโต๊ะ “ตั้งแต่เมื่อวานเย็นที่มันขับรถกระบะกลับมาจากค่ายแพทย์ หน้าตามันก็ลอยเคลิ้มไปถึงสวรรค์ชั้นเจ็ด ยิ้มจนฟันแห้งเหงือกจะพังอยู่แล้วเนี่ย มึงโดนคุณหมอเขาวางยาสลบแล้วผ่าตัดสมองส่วนหน้ามารึไงวะไอ้เกียร์”“คนไม
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-12
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 12: ติวเตอร์สายขู่เข็ญ

บทที่ 12: ติวเตอร์สายขู่เข็ญกระดาษคำตอบข้อสอบกลางภาควิชาความน่าจะเป็นและสถิติสำหรับวิศวกร ถูกโยนฟาดลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ถุนอาคารเรียนรวมคณะวิศวกรรมศาสตร์เสียงดังเพียะ หมึกปากกาสีแดงสดตวัดตัวเลขคะแนนตัวโตแปดเต็มสี่สิบคะแนนไว้ตรงหัวกระดาษ พร้อมลายเซ็นตวัดหางยาวของอาจารย์ประจำวิชาที่ตอกย้ำด้วยการวงกลมสีแดงซ้ำสองรอบอย่างเลือดเย็น“แปดคะแนน...”เจมส์เอามือกุมขมับ ถอนหายใจเฮือกใหญ่จนตัวโยน “กูหลับตาเดาข้อกากายังได้สิบสองเลยไอ้เกียร์ มึงเอาสมองส่วนไหนไปนั่งทำข้อสอบวะเนี่ย เหลืออีกแค่สามคะแนนก็จะแตะเส้นต่ำสุดของมีนแล้วนะเว้ย”“ข้อสอบมันเป็นภาษาคนซะที่ไหนล่ะวะ” เกียร์ที่นั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะบ่นอุบอิบ เสียงอู้อี้ลอดผ่านท่อนแขนเสื้อยืด “มีแต่ตัวแปรอะไรก็ไม่รู้ ซิกม่า มิว อินทิกรัลสามชั้น ไหนจะการแจกแจงแบบปัวซงกับทีดิสทริบิวชันอีก อ่านโจทย์แล้วเหมือนเห็นอักขระขอมโบราณลอยไปลอยมา ใครมันจะไปทำได้”“ถ้ามึงสอบซ่อมไม่ผ่าน หรือไฟนอลดึงคะแนนไม่ขึ้น มึงติดเอฟแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์”น็อตถอดแว่นสายตาออก เคาะปลายนิ้วลงบนตารางเกณฑ์คะแนนวิชาบังคับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “และถ้าติดเอฟวิชานี้ เกรดเฉลี่ยสะสมมึงจะหลุ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-12
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 13: หมูปิ้งตอนตีสอง

บทที่ 13: หมูปิ้งตอนตีสองลมแห้งผากยามดึกสงัดพัดกรูเข้าปะทะระเบียงห้องพักชั้นสี่ของหอพักแพทย์ ไอเย็นยะเยือกจับต้องผิวเนื้อจนรู้สึกหนาวสะท้านถึงกระดูก เข็มนาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะอ่านหนังสือด้านในเพิ่งจะเปลี่ยนตัวเลขเป็นเวลาตีสองสิบห้านาที ความเงียบงันรอบตัวแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งอาคาร มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากเสาไฟริมรั้วที่ส่องทอดเงาต้นไม้ลงบนพื้นยางมะตอยของลานจอดรถด้านล่างภีมภัทรยืนพิงสะโพกกับลูกกรงเหล็กดัด สองมือสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อฮู้ดผ้าฝ้ายตัวโคร่งสีครีม ใบหน้าขาวผ่องดูซีดเซียว ขอบตาสองข้างแดงช้ำและบวมเป่งจากการฝืนกลั้นน้ำตามาตลอดหลายชั่วโมง แว่นตากรอบเงินที่ถอดวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำให้ภาพทิวทัศน์เบื้องหน้าพร่าเลือนไปหมด แต่ภาพที่ยังคงสลักแน่นอยู่ในความทรงจำ กลับเป็นเหตุการณ์ในห้องฉุกเฉินเมื่อช่วงหัวค่ำเสียงหวีดแหลมยาวนานของเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าที่ไม่ยอมกลับมาเต้นเป็นจังหวะภาพอาจารย์แพทย์และแพทย์ประจำบ้านผลัดกันขึ้นไปคุกเข่าบนเตียง ออกแรงกดปั๊มหน้าอกคนไข้วัยหกสิบสองปีอย่างเอาเป็นเอาตายเสียงกระดูกซี่โครงลั่นเปรี๊ยะใต้ฝ่ามือตามแรงกระแทกหยาดเหงื่อที่ไหลหยดลงบนพื้นกระเบื้องยางห้องฉุ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-12
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14: ตารางเวลาที่จำได้ขึ้นใจ

บทที่ 14: ตารางเวลาที่จำได้ขึ้นใจแสงแดดยามสี่โมงเย็นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอบอุ่น ลมบ่ายพัดหอบเอาไอเย็นจากแนวพุ่มแก้วด้านล่างขึ้นมาปะทะระเบียงปูนชั้นสามของอาคารแพทยศาสตร์ศึกษา เสียงพูดคุยจอแจของเหล่านักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่สามที่เพิ่งก้าวขาออกจากห้องเลกเชอร์ใหญ่ดังแว่วมาตามทางเดินปูกระเบื้องยาง สะท้อนก้องไปทั่วโถงบันไดกว้างขวางตรงโต๊ะม้านั่งยาวริมระเบียงกระจกใสที่สามารถมองเห็นลานจอดรถด้านล่างได้อย่างชัดเจน กลุ่มเพื่อนสนิทสี่คนกำลังนั่งสุมหัวทบทวนเนื้อหาวิชาเภสัชวิทยาสำหรับการสอบควิซสัปดาห์หน้าวินกำลังนั่งดูดกาแฟโบราณจากถุงกระดาษเสียงดังจ๊อกๆ พีทนอนฟุบหน้าลงกับกองชีตเพื่อชดเชยเวลานอนที่หายไปจากเวรฉุกเฉินเมื่อคืน ส่วนน้ำใสกำลังใช้ปากกาเน้นข้อความสีส้มขีดทับคำศัพท์ลงบนกระดาษสรุปอย่างเอาเป็นเอาตายตรงหัวโต๊ะ... ภีมภัทรนั่งหลังตรงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตนักศึกษาขาวสะอาดตา เนกไทสีกรมท่าผูกไว้เรียบกริบ แว่นตากรอบเงินขับเน้นสันจมูกโด่งรั้นและใบหน้าหวานให้ดูคมคาย ปลายนิ้วเรียวสวยถือปากกาเจลสีน้ำเงินค้างไว้เหนือหน้ากระดาษกริ๊ก...ภีมพลิกข้อมือซ้ายขึ้นมาดูเวลา หน้าปัดนาฬิกาโลหะบอกเวลาสี่โมงเย็นกับ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-12
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15: แววตาที่ไม่ล้อเล่น

บทที่ 15: แววตาที่ไม่ล้อเล่นสายลมดึกพัดโชยเอื่อยๆ หอบเอาไอเย็นของเวลาสี่ทุ่มครึ่งเข้ามาแตะผิวแก้ม บรรยากาศบริเวณหน้าคอนโดมิเนียมสไตล์โมเดิร์นใจกลางย่านมหาวิทยาลัยเงียบสงบลงกว่าทุกช่วงเวลา แสงไฟดาวน์ไลท์สีส้มอบอุ่นส่องทอดเงาลงบนพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้มันวาวของโถงทางเดิน เสียงเครื่องยนต์บิ๊กไบค์คันโตที่เพิ่งดับลงใต้ลานจอดรถด้านล่าง ยังคงทิ้งรอยไอความร้อนจางๆ ไว้ในความทรงจำหลังจากมื้อค่ำที่ร้านชาบูบุฟเฟต์ที่เกียร์จองโต๊ะไว้เพื่อทวงรางวัลฉลองสอบผ่านวิชาสถิติ มื้ออาหารที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ การแย่งเนื้อลายหินอ่อน และเสียงบ่นอุบอิบของภีมที่คอยคีบผักใส่ถ้วยบังคับให้คนตัวโตรับสารอาหารให้ครบหมู่ เวลาสองชั่วโมงบนโต๊ะอาหารผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหายร่างสองร่างก้าวเดินเคียงข้างกันเข้ามาภายในโถงลิฟต์โดยสารชั้นล่างอย่างเชื่องช้าเกียร์สวมเสื้อยืดสีดำตัวในพอดีตัว เสื้อช็อปสีกรมท่าที่เพิ่งได้คืนมาถูกพาดไว้บนท่อนแขนล่ำสัน สองมือถือถุงผลไม้สดที่แวะซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตข้างทางติดมือมาด้วย รองเท้าคอมแบทหนังแท้ก้าวลงบนพื้นหินอ่อนอย่างสม่ำเสมอ ข้างกันนั้นคือภีมภัทรที่สะพายกระเป๋าเป้ไว้บนบ่าข้างหน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-12
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 16: รุ่นพี่กาวน์ทอง

บทที่ 16: รุ่นพี่กาวน์ทองโถงทางเดินชั้นห้าของอาคารแพทยศาสตร์ศึกษาเวลาก่อนบ่ายสองโมงเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าเบาๆ บนผืนไวนิลกันกระแทก แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านแนวกระจกตัดแสงเข้ามายังห้องสัมมนาเคสทางคลินิก บรรยากาศภายในห้องกระจกใสโปร่งตาเต็มไปด้วยความเงียบขรึม มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษฟิล์มเอกซเรย์สลับกับเสียงเคาะปากกาลงบนขอบโต๊ะประชุมไม้สีเข้มบนจอภาพมอนิเตอร์ความละเอียดสูงที่ติดอยู่บนผนังห้อง แสงสีฟ้าสว่างวาบฉายภาพสแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมองและผลตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการนับสิบรายการ“ถ้าดูจากผลแล็บตรงนี้ ค่าแอนติบอดีจำเพาะมันสูงผิดปกติร่วมกับมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ภีมคิดว่าเราควรตั้งสมมติฐานการวินิจฉัยแยกโรคตัวแรกไปทางไหน?”เสียงทุ้มนุ่มนวลน่าฟังเอ่ยถามขึ้นมาอย่างใจเย็น ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกาวน์ยาวสีขาวสะอาดตาขลิบขอบปกเสื้อเรียบกริบนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสง่างาม บนกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายปักชื่อและตำแหน่งชัดเจน ‘นายแพทย์คิมหันต์ อัครวัฒน์’ นักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิกปีสุดท้าย หรือเอ็กเสิร์นหนุ่มผู้ควบตำแหน่งทายาทตระกูลแพทย์เก่าแก่ระดับประเทศ คิมหันต์มีใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-12
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 17: สองโลกที่ต่างกัน

บทที่ 17: สองโลกที่ต่างกันละอองฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่ช่วงห้าโมงเย็น พื้นถนนลาดยางมะตอยรอบคณะแพทยศาสตร์เปียกชุ่มจนสะท้อนแสงไฟหน้ารถยนต์เป็นประกายวาววับ กลิ่นไอดินชื้นแฉะลอยคลุ้งผสมกับกลิ่นไอเสียรถยนต์ ลมกรรโชกพัดพาละอองน้ำเย็นเฉียบให้สาดเข้ามาใต้แนวร่มไม้ริมทางเท้าเป็นระลอกตรงข้ามมุขทางเข้าอาคารเรียนรวมแพทย์ ร่างสูงใหญ่ของกฤษณะยืนพิงสะโพกอยู่กับเบาะรถมอเตอร์ไซค์คันโตเครื่องยนต์เพิ่งดับไปได้ไม่นาน ท่อไอเสียยังส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะๆ ตามจังหวะคลายความร้อน เกียร์ไม่ได้กางร่ม หมวกกันน็อกเต็มใบสีดำด้านถูกถอดแขวนไว้กับแฮนด์รถ ปล่อยให้ละอองฝนเม็ดละเอียดเกาะพราวบนกลุ่มผมสีเข้มจนลู่แนบหน้าผาก เสื้อยืดสีดำตัวในเปียกชื้นเล็กน้อย ส่วนเสื้อช็อปสีกรมท่าตัวโปรดที่พาดอยู่บนตักเวลานี้... มีรอยเปื้อนเป็นปื้นสีดำจากคราบน้ำมันเกียร์และจาระบีตรงชายเสื้อด้านขวาเมื่อช่วงบ่าย เกียร์รีบมุดเข้าไปช่วยรุ่นน้องซ่อมระบบส่งกำลังของรถโกคาร์ตประจำชมรมจนเสร็จทันกำหนด ทั้งที่พยายามระวังตัวที่สุดแล้ว แต่เศษคราบสกปรกจากโรงช็อปก็ยังฝังแน่นตามร่องเล็บและติดเสื้อผ้ามาจนได้บนเบาะหลังของมอเตอร์ไซค์ มีเสื้อกันฝนพ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-12
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 18: เลือดตกยางออกของจริง

บทที่ 18: เลือดตกยางออกของจริงไอร้อนระอุและกลิ่นไหม้ของเนื้อเหล็กผสมกลิ่นน้ำมันหล่อลื่นลอยคลุ้งไปทั่วโรงประลองเครื่องกล เสียงเครื่องตัดเหล็กความเร็วสูงหวีดร้องบาดแก้วหูสลับกับเสียงค้อนเหล็กทุบกระทบแท่นโลหะ แดดยามบ่ายส่องลอดหลังคาโปร่งแสงลงมากระทบฝุ่นละอองสนิมที่ลอยคว้างในอากาศ แม้พัดลมอุตสาหกรรมตัวใหญ่จะเปิดส่ายระบายความร้อนเต็มกำลัง แต่บรรยากาศภายในโรงประลองกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกตรงแท่นเชื่อมประกอบโครงสร้างรถโกคาร์ต กฤษณะยืนก้มหน้าถือหัวเชื่อมไฟฟ้า ควันสีเทาจางๆ ลอยกรุ่นออกมาจากปลายแท่งเชื่อมที่กำลังปล่อยกระแสไฟแรงสูงดวงตาคมกริบของเกียร์บวมช้ำและแดงก่ำ เส้นเลือดฝอยในตาแตกเป็นริ้วจากฤทธิ์วิสกี้ที่กรอกเข้าปากจนเกือบสว่างเมื่อคืน ร่างกายอ่อนล้าสะสมจนประสาทสั่งการทำงานช้ากว่าปกติ แต่สิ่งที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าความง่วงงุน คือภาพในหัวที่ไม่ยอมหยุดฉายซ้ำภาพรถเก๋งหรูป้ายแดงที่แล่นเข้ามาเทียบหน้าร่มไม้หน้าตึกแพทย์...ภาพรอยยิ้มอบอุ่นของหมอรุ่นพี่ในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบที่เอื้อมมือไปหยิบเศษผงบนผมของภีม...และสัมผัสของเบาะหนังแท้ที่รับร่างโปร่งเข้าไปในโลกที่สะอาดสะอ้านและคู่ควร‘กูจะเอาสิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-12
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 19: ถ้าหมอมีความสุข... พี่จะถอย

บทที่ 19: ถ้าหมอมีความสุข... พี่จะถอยปัง!เสียงก้านผลักสแตนเลสของประตูกันไฟกระแทกเข้ากับผนังปูนดังก้องกังวานไปทั่วโถงบันไดหนีไฟ ภีมภัทรไม่สนใจสายตาตกตะลึงของพยาบาลเวรและเพื่อนนักศึกษาแพทย์ที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เขาละทิ้งภาพลักษณ์คุณหมอผู้สุขุมเยือกเย็นไปจนหมดสิ้น ชายเสื้อกาวน์สั้นสีขาวสะบัดพัดตามแรงวิ่ง สองขาออกแรงก้าวสับข้ามทางลาดซีเมนต์ พุ่งตัวผ่านบานประตูกระจกออกสู่ทางเดินยกระดับเชื่อมระหว่างอาคารโรงพยาบาลกับตึกเรียนรวมอย่างไม่คิดชีวิตไอร้อนชื้นหลังฝนตกยังคงเกาะกุมอยู่ในบรรยากาศ ลมกระโชกแรงพัดพาละอองฝนที่ค้างอยู่ตามแนวยอดไม้ให้สาดซัดเข้ามาตามช่องระเบียงเปิดโล่ง กลิ่นไอชื้นของดินลูกรังและกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ลอยมาแตะจมูกเบื้องหน้าห่างออกไปเพียงสิบกว่าก้าว ร่างสูงใหญ่คุ้นตากำลังเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า แผ่นหลังกว้างที่เคยผึ่งผายและมั่นคงในความทรงจำ เวลานี้กลับดูค่อมลงเล็กน้อย ท่อนแขนขวามีผ้าพันแผลสีขาวพันทบหนาแน่นโผล่พ้นแขนเสื้อยืดสีดำ มือซ้ายล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ ก้าวเดินไปข้างหน้าเหมือนคนที่ไร้จุดหมายปลายทาง“พี่เกียร์!”ภีมตะโกนเรียกเสียงกร้าว ลมหายใจที่พ่นออกมาทางปากสะดุ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-12
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 20: 7 วันที่ไร้ฟันเฟือง

บทที่ 20: 7 วันที่ไร้ฟันเฟืองหนึ่งร้อยหกสิบแปดชั่วโมง คือตัวเลขระยะเวลาทางสถิติที่ดูเหมือนไม่มีอะไรซับซ้อน มันเทียบเท่ากับเจ็ดวันตามรอบปฏิทิน หรือหนึ่งสัปดาห์เต็มของการเวียนรอบตารางเรียนปกติของนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่สำหรับใครบางคน ช่วงเวลาเจ็ดวันนี้กลับยาวนานและเชื่องช้าเสียจนเหมือนกับว่าเข็มนาฬิกาถูกแช่แข็งไว้ในบ่อโคลนตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา... ท้องถนนลาดยางมะตอยหน้าอาคารแพทยศาสตร์ศึกษาเงียบสงัดลงอย่างผิดหูผิดตาไม่มีเสียงคำรามทุ้มต่ำของท่อไอเสียมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันโตที่เคยแล่นเข้ามาเทียบท่าเวลาสี่โมงเย็นไม่มีร่างสูงใหญ่ในเสื้อยืดเปื้อนฝุ่นมายืนเก้ๆ กังๆ ส่งยิ้มกวนประสาทขวางทางเดินขึ้นตึกไม่มีแก้วชาเขียวนมสดหวานยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมมุกตลกฝืดๆและไม่มีข้อความแจ้งเตือนรูปสติกเกอร์หมาโกลเด้นเด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์เลยแม้แต่ข้อความเดียวทุกอย่างที่ภีมภัทรเคยคิดว่าเป็นความรำคาญใจ... บัดนี้หายไปจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ...ข้ามฟากไปยังคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภายในโรงประลองเครื่องกลอันร้อนระอุเสียงเครื่องกลึงเหล็กหมุนรอบจัดส่งเสียงห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-12
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1234
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status