All Chapters of พ่ายรักกลางเหมันต์: Chapter 21 - Chapter 30

30 Chapters

บทที่ 21

ซิลนายังเคยใช้สีสเปรย์พ่นคำว่า ‘ผู้ชายเฮงซวย’ ลงบนรถของเขาอีกด้วยสวีเป่ยหลานเองก็ไม่ยอมปล่อยผ่าน เขาแจ้งตำรวจทันทีเบื้องหลังซิลนาก็มีคนมีอำนาจคอยหนุนหลังอยู่เช่นกัน เรื่องจึงจบลงด้วยการชดใช้เงินโดยไม่มีการลงโทษอื่นใด เรื่องใหญ่ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องเล็กแต่ความบาดหมางระหว่างทั้งสองก็ก่อตัวขึ้นนับแต่นั้นไม่เพียงเท่านั้น เพื่อนสนิทส่วนใหญ่ที่สวีเป่ยหลานกับหลินชีรู้จักร่วมกันต่างก็ตัดขาดการติดต่อกับเขาไปด้วยซิลนากอดอกพลางเหลือบมองสวีเป่ยหลานจากหางตา“สวีเป่ยหลาน ถ้าอยากกลับมาคบกับหลินชีอีกครั้งก็ต้องผ่านด่านฉันไปให้ได้ก่อน”หลินชีดึงแขนเธอ “น่าน่า”“เธอไม่ต้องยุ่ง ทำไมเขาถึงมีสิทธิ์แต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นแล้วยังกลับมาคบกับเธอได้อีก จะเอาทั้งสองคนไว้พร้อมกันเลยหรือไง!”สวีเป่ยหลานมองโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ท่าทางเย็นชาและหยิ่งทะนง ไม่แม้แต่จะชายตามองเธอสักครั้งซิลนาสั่งให้คนเอาเครื่องรูดบัตรมา“คุณหมอสวีผู้ยิ่งใหญ่ ชีชีจะฉลองวันเกิดทั้งที คุณซื้อชุดราตรีสั่งตัดให้เธอสักชุดคงไม่เกินไปหรอกใช่ไหม?”“เมื่อกี้ดาราซีรีส์ย้อนยุคที่กำลังดังระเบิดคนนั้นก็มาสั่งตัดไปชุดหนึ่ง ราคา
Read more

บทที่ 22

เขาเดินฝ่าสายลมและสายฝนมาถึงที่นี่บนร่างสวมเสื้อโค้ตตัวยาวสีเบจที่ตัดเย็บอย่างมีทรง ยิ่งขับให้รูปร่างของเขาดูสูงใหญ่ สง่างาม และมีบุคลิกเย็นชาโดดเด่นมาแต่กำเนิดเสื้อผ้าทั้งตัวเปียกชุ่มไปหมด ผิวขาวผ่องปรากฏอยู่ใต้เส้นผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิง ริมฝีปากบางที่เม้มแน่นมีสีแดงเข้มราวกับเลือด“คุณ...” เฉิงเหยียนถึงกับตกตะลึง“ทำไมถึงเป็นคุณ? คุณมาที่นี่ได้ยังไง?”คืนนี้เป็นวันเกิดของหลินชีไม่ใช่เหรอ? คนในแผนกศัลยกรรมประสาทของพวกเขากำลังจัดงานปาร์ตี้กันอยู่ไม่ใช่เหรอ?แล้วทำไมจู่ ๆ เขาถึงมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอได้?สวีเป่ยหลานสอดมือข้างหนึ่งไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ต ส่วนอีกข้างยังคงค้างอยู่ในท่ากดกริ่งประตู ท่อนแขนโค้งงอเป็นแนวสวยงาม สภาพเปียกปอนและท่าทางหงุดหงิดรำคาญใจทำให้เขาดูเป็นหนุ่มมาดกวนผู้มีเสน่ห์มากกว่าปกติเขาถามว่า “เธอยังอยากให้เป็นใครอีก? ทำไม ไม่สะดวกให้ฉันเข้าไปข้างในเหรอ?”เขาผลักประตูห้องเปิดออกด้วยใบหน้าเคร่งตึง ก่อนจะกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาคมกริบราวกับคบไฟเมื่อเห็นว่าประตูทางเดินฝั่งหนึ่งเปิดอยู่ เขาก็ก้าวยาว ๆ เข้าไปในห้องแล้วสำรวจดูอย่างละเอียดห้องนี้น่าจะเป็นห
Read more

บทที่ 23

สวีเป่ยหลานตอบว่า “ทางเจียงหมิงจัดตั้งทีมแพทย์เพื่อมาช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย ผมเลยได้รับการอำนวยความสะดวกเป็นพิเศษตลอดทาง”“อย่างนี้นี่เอง” โจวซีเหยาพยักหน้าทั้งสองสบตากัน สายตาของแต่ละฝ่ายลุ่มลึกยากจะหยั่งถึงเฉิงเหยียนไม่ได้สังเกตเห็นบรรยากาศผิดปกตินี้ เธอก้าวเข้าไปข้างหน้าอีกก้าวแล้วถามด้วยความเป็นห่วง“พี่ซีเหยา ข้างนอกฝนตกหนักขนาดนี้ พี่ออกไปทำอะไรมาเหรอคะ?”เธอกลัวว่าโจวซีเหยาจะออกไปข้างนอกเพราะพวกเธอสองแม่ลูกอยู่ที่นี่ ทำให้เขาไม่สะดวกใจแต่เมื่อคำพูดนี้เข้าหูชายหนุ่มทั้งสอง กลับทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างออกไปราวกับมีคนใช้ไม้ไผ่กวนน้ำในทะเลสาบ ทำให้สีหน้าของชายหนุ่มทั้งสองเปลี่ยนไปเล็กน้อยสวีเป่ยหลานข่มความไม่พอใจเอาไว้ ก่อนจะก้มหน้าลงเตือนเฉิงเหยียนว่า“พี่เหยายุ่งมาก พวกเราอย่าไปถามเรื่องส่วนตัวของเขาเลย”เมื่อถูกเขาตักเตือนเช่นนี้ เฉิงเหยียนก็เพิ่งรู้ตัว ใบหน้าพลันแดงระเรื่อด้วยความกระดากอาย“ขอโทษนะคะพี่ซีเหยา ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น...”“อาเหยียน”เดิมทีโจวซีเหยาคิดจะอธิบาย แต่กลับถูกสวีเป่ยหลานเอ่ยขัดเสียก่อน“พี่เหยา ทางรัฐบาลเมืองลี่ชวนจัดที
Read more

บทที่ 24

เฉิงเหยียนสบเข้ากับสายตาร้อนแรงของเขา ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นในเมื่อเคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน จะให้หัวใจเย็นชาราวกับน้ำนิ่งไร้ความรู้สึกได้ยังไง?ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเป็นฝ่ายแต่งงานกับคนที่มีฐานะสูงกว่าตัวเอง ผู้ชายอย่างสวีเป่ยหลาน เดิมทีก็เป็นคนที่เธอไม่อาจเอื้อมถึงอยู่แล้วใครบอกว่ามนุษย์เกิดมาเท่าเทียมกัน? ระหว่างเธอกับสวีเป่ยหลาน เธอเป็นฝ่ายที่อยู่ต่ำกว่าเขามาโดยตลอดเธอถอนหายใจอย่างไร้เสียงเดิมทีเธอคิดว่าสภาพที่พักของทีมแพทย์คงไม่ได้ดีนัก น่าจะเป็นเพียงห้องพักมาตรฐานทั่วไปเฉิงเหยียนกำลังกังวลว่าคนสามคนจะพักอยู่ด้วยกันยังไง?ทั้งที่ข้างนอกฝนตกหนักขนาดนี้ ยังต้องย้ายที่พักให้วุ่นวายอีกคิดไม่ถึงเลยว่าสวีเป่ยหลานจะไม่ได้พาสองแม่ลูกออกจากโรงแรม แต่กลับพาลงมาสามชั้น แล้วมาถึงห้องบิสซิเนสสวีตอีกห้องหนึ่งสวีเป่ยหลานแบกเฉินเฟินอวี้อยู่บนหลังจนไม่มีมือว่าง จึงบอกให้เฉิงเหยียนหยิบคีย์การ์ดจากกระเป๋ากางเกงของเขาเฉิงเหยียนจึงทำได้เพียงแหวกเสื้อโค้ตของเขาออก เข็มขัดรัดอยู่รอบเอวสอบแคบอันเซ็กซี่ของชายหนุ่ม เธอสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเขาแล้วคลำหา“ฉันให้เธอหาคีย์การ์ด
Read more

บทที่ 25

เธอหยิบเสื้อขึ้นมา ก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องน้ำเบา ๆประตูเปิดออกพร้อมกับไอร้อนชื้นที่ลอยออกมาเป็นระลอกเฉิงเหยียนยื่นมือไปตรงประตูแต่กลับไม่มีใครรับไป“เอาไปสิ”“เธอเข้ามาข้างใน”เฉิงเหยียนแสดงท่าทีรักษาระยะห่างอย่างชัดเจน “สวีเป่ยหลาน ถ้าคุณไม่ใส่ ฉันจะเก็บแล้วนะ”ฝ่ามือใหญ่ขาวผ่องที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนของชายหนุ่มยื่นออกมา เธอโยนเสื้อยืดใส่มือเขาทันทีโดยไม่แตะโดนตัวเขาเลยแม้แต่น้อยประตูห้องน้ำไม่ได้ปิดลง มีเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันเบา ๆ จากด้านในขณะเขากำลังแต่งตัวเฉิงเหยียนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจมาก จึงรีบเดินออกจากห้องแล้วกลับไปนอน......ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ขณะที่เธอกำลังหลับ ๆ ตื่น ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองเธออยู่แต่เธอง่วงมากจริง ๆ จึงนึกว่าตัวเองกำลังฝันไปผ่านไปอีกพักหนึ่ง เธอก็ได้ยินเสียงนุ่มนวลแผ่วเบาของเฉินเฟินอวี้ถามขึ้นมาอย่างเลือนราง“เป่ยหลาน ลูกกับเหยียนเหยียนทะเลาะกันเหรอ?”ชายหนุ่มตอบว่า “เปล่าครับแม่ แม่อย่าคิดมากเลย”“เหยียนเหยียนพาแม่ออกมาเที่ยว ไม่ได้อยู่บ้านมาตั้งเดือนกว่าแล้ว ลูกคงโกรธสินะ? ถ้าจะโทษก็โทษแม่เถอะ อย่าโทษเหยียนเหยียน
Read more

บทที่ 26

เขาขยับตัวมาบังเฉิงเหยียนเอาไว้ครึ่งหนึ่ง “พี่เหยา มาแต่เช้าขนาดนี้มีธุระอะไรเหรอครับ?”โจวซีเหยายื่นถุงกระดาษใบหนึ่งมาให้“ของใหม่ ฉันยังไม่เคยใส่”ช่างรอบคอบและเข้าใจอีกฝ่ายดีเหลือเกินหางตาของสวีเป่ยหลานราวกับมีชั้นน้ำค้างแข็งเกาะอยู่ เขาไม่ได้ยื่นมือไปรับเฉิงเหยียนคิดว่าเขาคงถือตัวไม่อยากเสียหน้า จึงยื่นมือไปรับแทน“ขอบคุณค่ะพี่ซีเหยา”“เรื่องเล็กน้อย”เฉิงเหยียนแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก คราวนี้สวีเป่ยหลานก็มีเสื้อผ้าสะอาดแห้งสนิทใส่แล้ว คงไม่ทำหน้าบึ้งตึงอีกแล้วใช่ไหม?เธอรู้สึกขอบคุณโจวซีเหยาอยู่ในใจต่างจากโจวซีเหยาที่คอยคำนึงถึงความรู้สึกของเธอกับแม่ในทุกเรื่อง สวีเป่ยหลานเป็นคนที่ค่อนข้างยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่ทุกคนกลับชอบประคบประหงมบุรุษผู้สูงส่งเย็นชาราวกับดอกไม้บนยอดเขาคนนี้เฉิงเหยียนใช้ชีวิตร่วมกับเขามาหนึ่งปี จึงได้รับผลกระทบจากนิสัยนี้อย่างเต็มที่โชคดีที่อีกไม่นานเธอก็จะหลุดพ้นแล้วเธอไม่ได้สังเกตเลยว่าลมหายใจของสวีเป่ยหลานเริ่มติดขัดมากขึ้นเรื่อย ๆโจวซีเหยาตอบรับ ทว่าสายตากลับเลื่อนไปหยุดอยู่บนมือของเฉิงเหยียน รอยยิ้มของเขาชะงักไปทันทีเฉิงเหยียนก้มลง
Read more

บทที่ 27

“ได้สิ พรุ่งนี้ตอนเย็นพี่จะมารับเธอไปด้วยกัน”เฉิงเหยียนพยักหน้า “แล้วเจอกันนะคะ”ทั้งสองนัดหมายกันเรียบร้อย โดยลืมสวีเป่ยหลานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไปเสียสนิทขณะที่กำลังปิดประตู โจวซีเหยาหันไปมองสวีเป่ยหลานในสายตาของสวีเป่ยหลาน ดูเหมือนแววตาของอีกฝ่ายจะแฝงการยั่วยุท้าทายหลังจากได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วอย่างเลือนรางระหว่างทางไปโรงพยาบาล สวีเป่ยหลานเอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงมีเพียงตอนที่เฉินเฟินอวี้พูดกับเขาเท่านั้น เขาถึงจะตอบกลับมาสักสองสามคำ แต่เฉินเฟินอวี้กลับชอบพูดคุยแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ กับลูกเขยของเธอเป็นพิเศษเฉิงเหยียนนั่งอยู่ข้างสวีเป่ยหลานโดยเว้นระยะห่างระหว่างกันเอาไว้มากทีเดียวเธออยากบอกแม่เหลือเกินว่า แม่คะ เขาไม่อยากคุยกับแม่ด้วยซ้ำ แม่เลิกชวนเขาคุยสักทีได้ไหม?หลังลงจากรถ เฉินเฟินอวี้ก็กางร่มสำหรับคนเดียวให้ตัวเอง แล้วส่งร่มขนาดใหญ่สำหรับสองคนให้เฉิงเหยียน เพื่อให้เธอใช้ร่วมกับสวีเป่ยหลานเฉิงเหยียนพยายามคว้าตัวแม่เอาไว้ แต่กลับคว้าไม่ทัน“แม่คะ แม่เอาร่มของแม่ให้เป่ยหลานเถอะ หนูกับแม่ใช้ร่มคันเดียวกัน”เสียงฝนดังซู่ซ่าไม่หยุด เฉินเฟินอวี้ทำราวกับไม่ได้ยิน ก่อนจะเดิน
Read more

บทที่ 28

สวีเป่ยหลานรู้ว่าเธอเห็นแล้วแต่เขาไม่ได้อธิบายอะไร“ตอนเฝ้าติดตามคลื่นไฟฟ้าสมอง ญาติผู้ป่วยไม่สามารถอยู่เป็นเพื่อนได้ เธอกลับโรงแรมไปก่อนเถอะ พรุ่งนี้พวกเราค่อยมารับแม่”เฉิงเหยียนส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก ฉันจะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนแม่”สวีเป่ยหลานไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่นานนัก“ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนล่ะ”“ไปเถอะ”เฉิงเหยียนมองแผ่นหลังของเขาที่รีบร้อนรับโทรศัพท์พร้อมกับเรียกชื่อ “หลินชี” ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะกระตุกมุมปากเล็กน้อยเธอนั่งลงบนเก้าอี้ยาวในทางเดิน สีหน้าดูสงบนิ่ง แต่กลับสัมผัสได้ถึงรสขมปร่าในปากเขาสามารถพูดจาอ่อนโยนกับหลินชี กับคนไข้ หรือแม้แต่คนแปลกหน้าที่เดินผ่านกัน เขาก็ยังสุภาพมีมารยาทมีเพียงกับเธอเท่านั้นที่เขาพูดจาเย็นชา ทำให้เธอรับรู้ถึงความรังเกียจที่เขามีต่อเธอใครจะชอบให้คนอื่นปฏิบัติกับตัวเองแบบนี้กัน? เธอไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นที่รองรับอารมณ์ของใครเสียหน่อย สู้ไม่ต้องพบหน้ากันอีกจะดีกว่าประตูห้องตรวจไม่ได้ปิดสนิท เธอจึงได้ยินเสียงแพทย์ที่อยู่ข้างในเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า“นายบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นภรรยาของสวีเป่ยหลานเหรอ? แล้วคนไข้ที่อยู่ในห้องเฝ้าติ
Read more

บทที่ 29

“เห็นท่าทางที่รุ่นพี่โจวปกป้องเธอแล้ว ฉันนึกว่าเป็นแฟนสาวหรือไม่ก็คนรักคนโปรดของเขาเสียอีก”คนหนึ่งเสนอขึ้นว่า “เรื่องนี้ควรบอกเป่ยหลานสักหน่อยไหม?”เฉิงเหยียนหิวจนแทบทนไม่ไหว เมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารร้อน ๆ เธอก็เริ่มกินคำโตต่อหน้าโจวซีเหยาอย่างไม่เกรงใจโจวซีเหยาแทบไม่ได้ขยับตะเกียบ เขามองเธออย่างสนอกสนใจท่าทางกินอย่างตะกละตะกลามที่ยังแฝงความไร้เดียงสา ดูน่ารักราวกับกระต่ายน้อยที่กำลังกินอาหารเฉิงเหยียนรู้ตัวว่าตัวเองเสียกิริยาแล้ว จึงยิ้มอย่างเขินอาย“พี่ซีเหยา ฉันทำตัวไม่ค่อยสำรวมเกินไปหน่อยหรือเปล่าคะ?”โจวซีเหยาตักซุปไข่ใส่ถ้วยแล้ววางไว้ข้างมือเธอ“เห็นเธอกินอย่างเอร็ดอร่อยดี ระวังติดคอนะ”เฉิงเหยียนแก้มป่อง ดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว“พี่ซีเหยา อาหารจีนทางเหนือของร้านนี้รสชาติเหมือนที่บ้านเกิดฉันทำเลยค่ะ เป็นรสชาติต้นตำรับจริง ๆ”“อย่างนั้นเหรอ? สงสัยพ่อครัวก็คงเป็นคนทางเหนือเหมือนกัน”พอพูดถึงบ้านเกิด เฉิงเหยียนก็เริ่มพูดคุยอย่างออกรส เธอนึกถึงเรื่องสนุก ๆ ขึ้นมาได้มากมายโจวซีเหยาบอกเธอว่า “พี่เคยไปแถวบ้านเธอด้วยนะ เป็นเมืองชายแดนที่หนาวมาก ฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำ
Read more

บทที่ 30

“สวีเป่ยหลาน...”“ฉันนึกว่าเธอเป็นใบ้ไปแล้วเสียอีก”คำพูดร้ายกาจของเขากระทบกระเทือนจิตใจจนเฉิงเหยียนชะงักไปครึ่งวินาที เธอรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างมากผู้ชายคนนี้ก็เหมือนมีดที่ควบคุมไม่ได้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหันมาทำร้ายเธออีกเธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนที่เติบโตมาในครอบครัวผู้มีการศึกษาสูงอย่างเขาถึงได้มอบความร้ายกาจทั้งหมดให้เธอเพียงคนเดียวพวกเขาก็ใกล้จะหย่ากันอยู่แล้ว จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยเหรอ?ชีวิตแต่งงานที่กำลังจะสิ้นสุดลง ไม่สามารถจากกันด้วยดีได้เลยหรือไง?สวีเป่ยหลานผลักเธอขึ้นรถปัง!เสียงปิดประตูรถดังสนั่นจนเฉิงเหยียนรู้สึกเจ็บหู แม้แต่หัวใจก็ยังเต้นระรัวอย่างไร้จังหวะสวีเป่ยหลานขึ้นรถแล้วเปิดเครื่องทำความร้อนเมื่อร่างกายเผชิญกับอากาศหนาวเย็นสลับกับความร้อนอย่างกะทันหัน เฉิงเหยียนก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ผิวหนังทั่วร่างร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อเห็นว่ารถขับออกห่างจากโรงพยาบาลไปเรื่อย ๆ เธอก็รีบถามเขาว่า“คุณจะพาฉันไปไหน? ฉันจะกลับโรงพยาบาล”สวีเป่ยหลานจับพวงมาลัยแน่น ใบหน้าเคร่งเครียด โครงหน้าด้านข้างคมชัดราวกับรูปปั้นเขาเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“กล
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status