พ่ายรักกลางเหมันต์

พ่ายรักกลางเหมันต์

Por:  ชาดจันทร์Atualizado agora
Idioma: Thai
goodnovel4goodnovel
Classificações insuficientes
30Capítulos
13visualizações
Ler
Adicionar à biblioteca

Compartilhar:  

Denunciar
Visão geral
Catálogo
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP

สวีเป่ยหลานเป็นชายหนุ่มผู้สง่างาม สูงส่งเกินเอื้อม เขาคือหนุ่มหล่อแห่งวงการแพทย์ที่มีอนาคตไกลที่สุดในเมืองเจียงหมิง ในวันที่เขาอกหัก อาจารย์ที่เขาเคารพนับถือที่สุดได้แนะนำผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งให้เขารู้จัก หนึ่งเดือนต่อมา สวีเป่ยหลานก็ได้แต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น หลังจากแต่งงานกันได้หนึ่งปี ทุกคนต่างพูดว่าเฉิงเหยียนไม่คู่ควรกับสวีเป่ยหลาน ผู้หญิงธรรมดาที่มาจากเมืองเล็ก ๆ แถมยังมีแม่ที่ป่วยเป็นเนื้องอกในสมองติดมาด้วย เธอคือจุดด่างพร้อยที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของสวีเป่ยหลาน สุดท้าย วันที่ตรวจพบว่าตัวเองมีภาวะมีบุตรยาก เธอก็ส่งข้อความหาสวีเป่ยหลานว่า ‘หย่ากันเถอะ’ คนในตระกูลสวีบีบบังคับให้เธอเซ็นข้อตกลงหย่า เธอจึงเก็บข้าวของแล้วจากเรือนหอไปด้วยความเศร้าหมอง ขณะนั้น สวีเป่ยหลานกำลังนั่งเครื่องบินมุ่งหน้าไปยังดินแดนห่างไกลนับหมื่นลี้เพื่อไปรับหลินชี ผู้หญิงที่เป็นรักฝังใจของเขา เฉิงเหยียนตาสว่างแล้ว เธอไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย และพาแม่จากไปโดยไม่อาลัยอาวรณ์เลยแม้แต่น้อย ทว่าสวีเป่ยหลานกลับคิดว่าเธอแค่งอนเล่น จึงคอยเร่งให้เธอกลับบ้านทุกวัน “ต่อให้เธอโวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์ ฉันไม่มีทางทอดทิ้งหลินชีหรอก” เฉิงเหยียนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณหมอสวี ฉันส่งข้อความขอหย่าให้คุณไปตั้งนานแล้ว รบกวนเปิดอ่านด้วยค่ะ” ที่แท้คนที่ไม่ได้รักอีกฝ่าย แท้จริงแล้วกลับเป็นเธอต่างหาก - ต่อมา เมื่อสวีเป่ยหลานเห็นชายหนุ่มผู้สุภาพอ่อนโยนและสุขุมยืนอยู่ข้างกายเฉิงเหยียน เขาก็ไม่สามารถรักษาความสงบนิ่งเอาไว้ได้อีก “เฉิงเหยียน เธอรู้ไหมว่าฉันชอบเธอมานานกี่ปีแล้ว?” - ทันทีที่รู้ว่าเฉิงเหยียนกำลังจะหย่ากับสวีเป่ยหลาน โจวซีเหยาก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องคว้าตัวเฉิงเหยียนมาเป็นของตนให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม โจวซีเหยา: เป่ยหลาน ฉันรู้จักกับอาเหยียนก่อนนายอีก สวีเป่ยหลาน: พี่เหยาคงไม่รู้สินะว่าผมต่างหากที่รู้จักเธอก่อน โจวซีเหยา: ฉันต่างหาก

Ver mais

Capítulo 1

บทที่ 1

เฉิงเหยียนไม่สามารถมีลูกได้

หลังจากได้รับใบวินิจฉัยโรค เธอก็ส่งข้อความหาสวีเป่ยหลานว่า: หย่ากันเถอะ

เมื่อวางโทรศัพท์ลง เธอกลับรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองเสียที

ใบวินิจฉัยโรคยังอยู่ในมือได้ไม่ทันไร แม่สามีก็โทรมาหาเธอ บอกให้กลับไปที่บ้านตระกูลสวี

เฉิงเหยียนตอบตกลงพลางทึ่งกับเส้นสายของตระกูลสวีในวงการแพทย์

ระหว่างทางที่ไป ท้องฟ้าหม่นมัว เธอนั่งเหม่อลอยมาตลอด ดวงตาทั้งแสบทั้งฝืดเคือง

เธอกับสวีเป่ยหลานรู้จักกันผ่านการนัดดูตัว

มีคนเคยบอกว่าเส้นทางที่ใกล้หัวใจผู้หญิงมากที่สุดคือช่องคลอด

ผู้หญิงทุกคนล้วนไม่อาจลืมผู้ชายคนแรกของตัวเองได้ ยิ่งเป็นผู้ชายที่ได้ครอบครองเธออย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยแล้ว

เฉิงเหยียนเองก็เช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น คนคนนั้นยังเป็นถึงสวีเป่ยหลาน อัจฉริยะทางการแพทย์และหัวหน้าแผนกศัลยกรรมประสาทที่อายุน้อยที่สุดในเมืองเจียงหมิง

เมื่อมาถึงบ้านตระกูลสวี คนแรกที่เธอพบคือน้องสาวของสวีเป่ยหลาน

สวีซีช่านมีสีหน้ารังเกียจอย่างยิ่ง

ในสายตาของเธอ การที่ผู้หญิงธรรมดาจากเมืองเล็ก ๆ อย่างเฉิงเหยียนได้แต่งงานกับพี่ชายของเธอ ถือเป็นการทำให้พี่ชายต้องแปดเปื้อน

แถมยังเป็นผู้หญิงที่ไม่มีแม้แต่ความสามารถในการมีลูกอีกด้วย

“เธอมีลูกไม่ได้ แล้วทำไมถึงมาแต่งงานกับพี่ชายฉัน แบบนี้มันก็เป็นการทำร้ายเขาน่ะสิ”

เฉิงเหยียนยกใบวินิจฉัยโรคในมือขึ้นเล็กน้อย “ฉันเองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน”

เธอไม่อยากเสียเวลาต่อปากต่อคำกับน้องสาวสามีผู้หยิ่งยโสคนนี้ จึงเดินเข้าไปด้านใน

“หลินชีกำลังจะกลับมาแล้ว ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่ววงการแพทย์ในเมืองเจียงหมิงแล้วด้วย เธอควรรู้จักเจียมตัวบ้าง หย่ากันไปก็เป็นผลดีกับทุกฝ่าย”

ฝีเท้าเฉิงเหยียนชะงัก ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ทั้งที่ยังหันหลังให้อีกฝ่าย

นั่นสินะ ผู้ชายอย่างสวีเป่ยหลานน่ะเหรอจะยอมไม่มีลูก? แล้วเขาจะเต็มใจมีลูกกับเธอได้ยังไง?

หลินชีต่างหากที่เป็นผู้หญิงที่เขาต้องการให้มาเป็นแม่ของลูกเขา

เพียงแต่เด็กสาวคนนี้ไม่รู้ว่า ก่อนมาที่นี่ เธอได้ส่งข้อความขอหย่าให้สวีเป่ยหลานไปแล้ว

ตระกูลสวีเป็นตระกูลแพทย์เก่าแก่ของเมืองเจียงหมิง มีชื่อเสียงและฐานะสูงส่ง เป็นตระกูลที่สง่างามและน่านับถือ

ส่วนเฉิงเหยียนเป็นเพียงคนธรรมดาที่มาจากเมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือ ทำงานอยู่ในสถาบันวิจัยชีวเภสัชภัณฑ์แห่งหนึ่ง

บังเอิญว่าหัวหน้างานซึ่งเป็น ‘ผู้ให้ทุนสนับสนุน’ ของเธอเป็นอาจารย์ของสวีเป่ยหลาน และยังเป็นเพื่อนเก่าของคุณปู่สวีอีกด้วย

ด้วยเหตุบังเอิญหลายอย่างมาบรรจบกัน เขาจึงแนะนำเธอให้สวีเป่ยหลานรู้จัก

ตอนนั้นไม่มีใครคิดจริงจังกับเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงฐานะทางครอบครัว แค่เฉิงเหยียนเติบโตมาในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ตระกูลสวีก็ไม่พอใจแล้ว

เฉิงเหยียนเองก็เข้าใจดีว่า ผู้หญิงในแวดวงเดียวกันควรจับจองผู้ชายอย่างเขาไปตั้งนานแล้ว ต่อให้ยังไม่มีใครได้ตัวเขาไป ก็คงไม่ถึงคราวของเธออยู่ดี

แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ สวีเป่ยหลานกลับตอบตกลง แถมหลังจากคบหากันได้เพียงเดือนเดียว เขาก็รีบจดทะเบียนสมรสสายฟ้าแลบกับเธอ

สถานการณ์ผลักดันให้เฉิงเหยียนเดินหน้าต่อไปราวกับกำลังอยู่ในความฝัน

ต่อมาเมื่อได้ยินเพื่อนร่วมงานของสวีเป่ยหลานพูดถึงเรื่องนี้ เธอถึงได้รู้ว่า ที่แท้ในวันที่นัดดูตัวกันนั้น สวีเป่ยหลานเพิ่งอกหักมา

หลินชี รักแรกของเขาตั้งปณิธานว่าจะเป็นศัลยแพทย์ประสาทระดับแนวหน้าของโลก จึงทิ้งเขาแล้วเดินทางไปต่างประเทศ

ในคืนวันแต่งงาน สวีเป่ยหลานดื่มจนเมามายไม่ได้สติ

บนเตียงแต่งงานของพวกเขา เขาเอาแต่พร่ำเรียกชื่อ ‘หลินชี’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บอกว่าเขาทำผิดต่อเธอ

เฉิงเหยียนเห็นเขาทรมานใจ จึงคิดจะช่วยปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้ แต่กลับถูกเขาปัดมือออกอย่างแรง

ชายหนุ่มที่ปกติสง่างาม สุภาพสุขุมและดูโดดเด่นเหนือใคร กลับมีดวงตาแดงก่ำ เขาเอ่ยกับเธอด้วยฤทธิ์ของสุราว่า

“เฉิงเหยียน ชาตินี้ฉันคงไม่มีความสุขได้อีกแล้ว”

เขาดูทุกข์ทรมานเสียจนเหมือนจะตายให้ได้

นั่นเป็นคืนเข้าหอแท้ ๆ เฉิงเหยียนย่อมรู้สึกขมขื่นใจ เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด

เธอถอนหายใจเบา ๆ แล้วคิดจะปลอบเขาว่า:

ต่อให้ได้แต่งงานกับหลินชี ก็ใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไปนี่นา

แต่เธอยังไม่ทันได้พูดออกมา เพราะสวีเป่ยหลานร้องไห้เสียก่อน

เมื่อเฉิงเหยียนนึกย้อนถึงเรื่องราวในอดีต ก็รู้สึกถึงความเปียกชื้นอุ่น ๆ บนใบหน้า

เธอยกมือปาดน้ำตาออกอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะกวาดตามองไปรอบ ๆ

การตกแต่งสไตล์จีนที่หรูหราสง่างาม สะท้อนถึงรากฐานและความมั่งคั่งของตระกูลที่หยั่งลึกจนยากจะประเมินได้ ทำให้ผู้คนรู้สึกกดดัน

คนในตระกูลสวีนั่งตัวตรงอยู่บนโซฟาไม้จันทน์แดง สีหน้าของแต่ละคนดูย่ำแย่ไม่แพ้กัน

เหอหมิ่นเจิน ผู้เป็นแม่สามีเปิดประเด็นอย่างตรงไปตรงมา

“เหยียนเหยียน เป่ยหลานเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลสวี จะปล่อยให้สายเลือดของตระกูลขาดตอนไม่ได้ ถือเสียว่าตระกูลสวีเป็นฝ่ายผิดต่อเธอก็แล้วกัน เธออยากเสนอเงื่อนไขการหย่าอะไรก็ว่ามาได้เลย”

แม้ปากจะบอกว่าเธอสามารถเสนอเงื่อนไขอะไรก็ได้ แต่เรื่องหย่านั้นไม่มีทางต่อรองได้

เฉิงเหยียนถือใบวินิจฉัยโรคเอาไว้อย่างสงบนิ่ง เพราะเธอได้จินตนาการถึงช่วงเวลานี้ในใจมานับสามร้อยหกสิบห้าครั้งแล้ว

นับตั้งแต่วินาทีที่สวีเป่ยหลานเอ่ยว่า ‘ชาตินี้เขาคงไม่มีความสุขได้อีกแล้ว’

“สาเหตุหลักของการหย่าอยู่ที่หนูเอง ตอนที่แต่งงานกัน หนูไม่ได้เอาสินเดิมติดตัวมาเลยแม้แต่สตางค์เดียว ทั้งรถและบ้านของหนูกับเป่ยหลานล้วนเป็นสิ่งที่ตระกูลสวีมอบให้”

“ส่วนสินสอดสองล้านห้าแสนนั่น ตอนนี้หนูยังไม่มีเงินคืนให้ หนูเขียนหนังสือรับสภาพหนี้เอาไว้ก่อนได้ไหมคะ…”

ด้านหลังมีเสียงเยาะเย้ยถากถางของสวีซีช่านดังขึ้น

“หนังสือรับสภาพหนี้เหรอ? คำนี้ฟังดูแปลกใหม่ดีจริง ถ้ามีไว้แล้วเธอจะมีปัญญาใช้คืนหรือไง? วางใจเถอะ สินสอดที่ตระกูลสวีเตรียมไว้ให้พี่ชายฉัน เดิมทีมีตั้งยี่สิบห้าล้าน แต่เพราะเป็นเธอก็เลย...”

เหอหมิ่นเจินเอ่ยขัดสวีซีช่าน “ช่านช่าน!”

จากนั้นเธอก็หันมาเอ่ยกับเฉิงเหยียน “ไม่ต้องหรอก สินสอดนั่นเป็นสิ่งที่เธอสมควรได้รับอยู่แล้ว ส่วนเรื่องอาการป่วยของแม่เธอ ตระกูลสวีก็จะรับผิดชอบดูแลจนถึงที่สุด”

เฉิงเหยียนไม่ได้ปฏิเสธ ในยุคที่ผู้คนดูถูกคนจนแต่ไม่ดูถูกคนขายตัวเช่นนี้ เธอกับแม่ยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป และอาการป่วยของแม่ก็ยังต้องได้รับการรักษา

ต่อไปสวีเป่ยหลานจะได้แต่งงานใหม่และมีลูกโดยไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค เขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น

แต่เธอไม่มีต้นทุนชีวิตมากมายเช่นนั้น อย่างน้อยการแต่งงานครั้งนี้ก็ถือว่าเธอได้อะไรกลับมาบ้าง

เหอหมิ่นเจินหยิบเอกสารฉบับหนึ่งที่มีความหนาหลายหน้าออกมา

“เหยียนเหยียน เซ็นชื่อเลย”

เฉิงเหยียนพยักหน้า ก่อนจะบรรจงเซ็นชื่อตัวเองลงบน ‘หนังสือข้อตกลงหย่า’ ให้เรียบร้อย

ทุกอย่างใช้เวลารวมกันไม่ถึงยี่สิบนาที

ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีการกล่าวโทษ และไม่มีการด่าทอฉีกหน้ากัน

เฉิงเหยียนยุติชีวิตแต่งงานอันแสนสั้นของตัวเองลง ส่วนคนในตระกูลสวีก็พอใจมากที่เธอรู้จักวางตัว

เมื่อออกจากบ้านตระกูลสวี ท้องฟ้าก็แจ่มใส แสงแดดสาดส่องลงมาเป็นลำ ๆ

เธอถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะถือ ‘หนังสือข้อตกลงหย่า’ กลับไปยังบ้านของเธอกับสวีเป่ยหลานเพื่อเก็บข้าวของ

ที่นี่เป็น ‘เรือนหอ’ สมชื่อจริง ๆ เป็นคอนโดชั้นเดียวขนาดใหญ่พื้นที่สองร้อยตารางเมตร ทั้งเงียบเหงาและตกแต่งอย่างประณีตงดงามราวกับห้องตัวอย่าง

ห้องชุดมีผังแบบมังกรคู่โอบไข่มุก เธอกับสวีเป่ยหลานต่างคนต่างอยู่กันคนละมุม

แม้กระทั่งหลังจากมีความสัมพันธ์ทางกายกันสัปดาห์ละครั้ง ต่อให้สวีเป่ยหลานเหนื่อยแค่ไหน เขาก็ยังสวมเสื้อผ้ากลับห้องของตัวเองไปอาบน้ำเข้านอน

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉิงเหยียนก็ลากกระเป๋าเดินทางสองใบออกไป

หากมองเผิน ๆ เรือนหอแห่งนี้แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย

เช่นเดียวกับการจากไปของเธอที่จะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อตระกูลสวีและสวีเป่ยหลานเลย

-

สองวันต่อมา สวีเป่ยหลานก็ยังไม่ตอบข้อความ

เขาไม่ตอบข้อความของเธอจนชินไปแล้ว

แต่เรื่องหย่าเป็นสิ่งที่ตระกูลสวีเร่งรัดอย่างหนัก และเธอเองก็ไม่อยากยืดเยื้ออีกต่อไป

ดังนั้นเฉิงเหยียนจึงไปโรงพยาบาลเพื่อปรึกษากับสวีเป่ยหลานเรื่องวันเวลาที่จะไปดำเนินการหย่า

เมื่อมาถึงแผนกศัลยกรรมประสาท เธอก็เคาะประตู

“เป่ยหลานอยู่ไหมคะ?”

พวกเพื่อนร่วมงานของสวีเป่ยหลานพอเห็นว่าเป็นเธอ สีหน้าของแต่ละคนก็แฝงความรู้สึกบางอย่างที่ชวนให้คิด

ตอนที่ข่าวสวีเป่ยหลานแต่งงานแพร่สะพัดออกไป ทุกคนต่างแตกตื่นกันไปหมด ผู้หญิงมากมายที่หลงรักเขาต่างอกหักกันเป็นแถว ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และคนไข้หญิงหลายคนถึงกับร้องไห้ออกมา

ถ้าต้องพ่ายแพ้ให้หลินชี เทพธิดาแห่งแผนกศัลยกรรมประสาทก็ยังพอทำใจได้ แต่ในเมื่อผู้หญิงอย่างเฉิงเหยียนยังแต่งงานกับเขาได้ แล้วทำไมพวกเธอถึงทำไม่ได้ล่ะ?

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งตอบว่า “เธอไม่รู้เหรอว่าเป่ยหลานไปทำธุระต่างจังหวัด?”

เฉิงเหยียนถามด้วยความสงสัย “ไปทำธุระต่างจังหวัดเหรอคะ?”

ซ่งฉงโจวเอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างหงุดหงิด “ใช่ เขาไปรับหลินชีที่ประเทศ M เขาไม่ได้บอกเธอเหรอ?”

หัวใจของเฉิงเหยียนกระตุกวูบ

Expandir
Próximo capítulo
Baixar

Último capítulo

Mais capítulos
Sem comentários
30 Capítulos
บทที่ 1
เฉิงเหยียนไม่สามารถมีลูกได้หลังจากได้รับใบวินิจฉัยโรค เธอก็ส่งข้อความหาสวีเป่ยหลานว่า: หย่ากันเถอะเมื่อวางโทรศัพท์ลง เธอกลับรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองเสียทีใบวินิจฉัยโรคยังอยู่ในมือได้ไม่ทันไร แม่สามีก็โทรมาหาเธอ บอกให้กลับไปที่บ้านตระกูลสวีเฉิงเหยียนตอบตกลงพลางทึ่งกับเส้นสายของตระกูลสวีในวงการแพทย์ระหว่างทางที่ไป ท้องฟ้าหม่นมัว เธอนั่งเหม่อลอยมาตลอด ดวงตาทั้งแสบทั้งฝืดเคืองเธอกับสวีเป่ยหลานรู้จักกันผ่านการนัดดูตัวมีคนเคยบอกว่าเส้นทางที่ใกล้หัวใจผู้หญิงมากที่สุดคือช่องคลอดผู้หญิงทุกคนล้วนไม่อาจลืมผู้ชายคนแรกของตัวเองได้ ยิ่งเป็นผู้ชายที่ได้ครอบครองเธออย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยแล้วเฉิงเหยียนเองก็เช่นกันยิ่งไปกว่านั้น คนคนนั้นยังเป็นถึงสวีเป่ยหลาน อัจฉริยะทางการแพทย์และหัวหน้าแผนกศัลยกรรมประสาทที่อายุน้อยที่สุดในเมืองเจียงหมิงเมื่อมาถึงบ้านตระกูลสวี คนแรกที่เธอพบคือน้องสาวของสวีเป่ยหลานสวีซีช่านมีสีหน้ารังเกียจอย่างยิ่งในสายตาของเธอ การที่ผู้หญิงธรรมดาจากเมืองเล็ก ๆ อย่างเฉิงเหยียนได้แต่งงานกับพี่ชายของเธอ ถือเป็นการทำให้พี่ชายต้องแปดเปื้อนแถมยังเป็นผู้หญิงท
Ler mais
บทที่ 2
เธอเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง “เขาไปรับเธอเหรอคะ?”ซ่งฉงโจว: “ใช่ หลินชีกำลังจะกลับมารับตำแหน่งแพทย์อาวุโสประจำแผนกศัลยกรรมประสาทของเรา”ชายคนนี้เป็นรุ่นพี่ร่วมอาจารย์ของสวีเป่ยหลานและหลินชี เขาเชียร์ให้ทั้งสองคนเป็นคู่รักกันมาหลายปีแล้วโดยเฉพาะหลินชีผู้เป็นรุ่นน้อง เขายิ่งปกป้องทะนุถนอมเธออย่างสุดหัวใจคืนก่อนที่สวีเป่ยหลานจะแต่งงานกับเฉิงเหยียน เขาโมโหจนต้องดื่มเหล้า ก่อนจะบุกไปถึงบ้านตระกูลสวี กระชากคอเสื้อสวีเป่ยหลานแล้วเค้นถามว่าทำไมถึงไม่รอให้หลินชีกลับมาแต่เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ในที่สุดทุกอย่างก็กำลังจะกลับเข้าที่เข้าทางเสียทีเขาจงใจเอ่ยเสริมอีกประโยคว่า “เป่ยหลานเป็นฝ่ายเสนอจะไปรับหลินชีเอง เขาคงร้อนใจมาก เพราะถึงยังไงเขาก็รอหลินชีมาตลอดทั้งปี”“อ๋อ” เฉิงเหยียนยิ้มบาง “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ ขอโทษที่มารบกวนนะคะ”ซ่งฉงโจวแค่นเสียงหึออกมาขณะที่เฉิงเหยียนเดินจากไป เธอได้ยินเสียงพูดคุยกันแว่ว ๆ จากด้านหลัง“นายไม่กลัวว่าเธอจะไปโวยวายใส่เป่ยหลานเหรอ?”ซ่งฉงโจวเอ่ยอย่างดูแคลน “เธอจะกล้าโวยวายใส่เป่ยหลานเหรอ? อาศัยแค่หน้าตาสวยหน่อยก็กล้าเข้ามาแทรกกลางคว
Ler mais
บทที่ 3
แต่พอนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเฉิงเหยียนกับคนในครอบครัวของเขาแล้ว ต่อให้ถามไปก็คงไม่ได้อะไรขณะนั้นเอง ที่ปลายสุดของทางเดิน หลินชีกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำลังเดินพูดคุยกันเข้ามาเมื่อสวมเสื้อกาวน์สีขาว เธอก็ดูสง่าผ่าเผยและคล่องแคล่ว สีหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจผู้อำนวยการโรงพยาบาลมองเธอด้วยแววตาชื่นชมอย่างเต็มเปี่ยมสวีซีช่านผลักสวีเป่ยหลานออก ก่อนจะเขย่งปลายเท้าโบกมือให้หลินชี “พี่หลินชี!”หลินชีหันมามองพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลแล้ว เธอจึงยิ้มและเดินเข้ามาหาความหยิ่งทะนงและความดื้อรั้นอย่างเป็นธรรมชาติในตัวเธอ นอกจากจะทำให้ผู้คนเกลียดไม่ลงแล้ว กลับยิ่งกระตุ้นความปรารถนาที่จะพิชิตใจเธออีกด้วยในใจของสวีซีช่าน มีเพียงผู้หญิงอย่างหลินชีที่มีชาติตระกูลระดับสูงสุด รูปร่างหน้าตาโดดเด่น และความสามารถเป็นเลิศเท่านั้น ถึงจะคู่ควรกับการเป็นพี่สะใภ้ของเธอเธอเข้าไปกอดแขนหลินชี ก่อนจะออดอ้อนว่า“พี่หลินชี ในที่สุดพี่ก็กลับมาสักที การกลับมาของพี่ทำให้ทั้งมหาวิทยาลัยของพวกเราฮือฮากันหมดเลย พี่ไม่รู้หรอกว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา พี่ชายหนูคิดถึงพ
Ler mais
บทที่ 4
เฉิงเหยียนนึกถึงคำพูดของเขาทางโทรศัพท์เมื่อคืนก่อนที่ว่า: วันนี้มีความสุขดูท่าทางฝั่งเมืองเจียงหมิงคงจะครึกครื้นกันน่าดูแม้แต่เรื่องที่เธอกับสวีเป่ยหลานจะหย่ากันก็เป็นเพียงระลอกคลื่นเล็ก ๆ เท่านั้น การกลับมาของหลินชีต่างหากที่เป็นเหมือนคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดกระหน่ำเธอปิดหน้าอินสตาแกรมแล้วเตรียมตัวเข้านอน ทันใดนั้นสวีซีช่านก็ส่งข้อความมาซักถามด้วยน้ำเสียงเอาเรื่องจะหย่ากับพี่ชายฉันแล้วไม่ใช่เหรอ? เธอพาแม่ไปไหนแล้ว?เฉิงเหยียน: มาเที่ยว อีกสองสามวันก็กลับแล้วสวีซีช่าน: พี่ชายฉันกับหลินชีกลับมาคบกันแล้ว! เธอรีบกลับมาสิ ฉันไม่อยากให้พี่หลินชีกลายเป็นมือที่สามนะ!เฉิงเหยียนจ้องคำว่า ‘กลับมาคบกัน’ แล้วแค่นยิ้มเย็นชาถึงยังไงเธอก็เป็นภรรยาที่แต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายแท้ ๆ แต่พวกเขากลับกล้ามาออกคำสั่งกับเธออย่างนั้นเหรอ? เฉิงเหยียนคนนี้ไม่ใช่ลูกพลับนิ่ม ๆ ที่จะยอมให้ใครมาบีบคั้นรังแกได้ง่าย ๆ เสียหน่อยเธอ: พี่ชายเธอเป็นคนถ่วงเวลาเองนะ ถ้าไม่อยากให้พี่หลินชีของเธอกลายเป็นมือที่สามก็มาขอร้องฉันสิเป็นไปตามคาด คุณหนูใหญ่สวีมีหรือจะยอมขอร้องเธอ?สวีซีช่าน: เลิกโพสต์รูปแม่เธอได้ไหม?
Ler mais
บทที่ 5
สวีเป่ยหลาน: “...”“ผ่านมาตั้งหนึ่งปีแล้ว นายไม่โพสต์แม้แต่รูปแต่งงานด้วยซ้ำ ทำไมล่ะ อายจนไม่กล้าเอามาอวดใครเหรอ?”“...”“ในเมื่อนายเลือกแต่งงานกับเธอแล้ว เธอก็ต้องสวยบ้างแหละใช่ไหม? เมียนายหรือฉันสวยกว่าล่ะ?”หญิงสาวในห้องนั่งเล่นเอ่ยหยอกเย้าอย่างสนอกสนใจ“ออกมาสิ เมียนายหรือฉันสวยกว่า? ตอบมาให้ชัด ๆ”สวีเป่ยหลานกำหมัดแน่น ก่อนจะถอนหายใจยาวอยู่ในห้องนอนใหญ่“เธอออกมาหาอะไร?”หลินชี: “เอาเถอะ ไม่แกล้งแล้ว เครื่องเพิ่มความชื้นน่ะ อากาศแห้งจนฉันจะตายอยู่แล้ว เลือดกำเดาไหลด้วยเนี่ย”สวีเป่ยหลาน: “อืม เดี๋ยวฉันหาให้เอง เธออย่าไปรื้อของมั่วซั่วล่ะ”หลินชีหัวเราะพลางแซวว่า: “กลัวเมียนายกลับมาแล้วจะโกรธเหรอ?”ภายใต้แสงจันทร์ ดวงตาเย้ายวนของเธอมีประกายบางอย่างที่ชวนให้ขบคิดวูบไหวอยู่ภายในสวีซีช่านบอกว่าเขากำลังจะหย่ากับภรรยาแล้วสวีเป่ยหลานกำชับว่า “เธอกลับเข้าห้องไปเถอะ เดี๋ยวฉันหาเครื่องเพิ่มความชื้นเอง ระวังหน่อยล่ะ อย่าเดินชนอะไรเข้า”หลินชีเดินกลับไปทางห้องพัก แต่จู่ ๆ เธอก็หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มทื่อ ๆ“สวีเป่ยหลาน นายไม่ชอบให้พูดถึงเมียนายขนาดนั้นเลยเหรอ? เธอเป็นคนที่นายเล
Ler mais
บทที่ 6
ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเคยรับปากกับเธอว่าจะรักและทะนุถนอมเธอไปตลอดชีวิตภายในห้องไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ อากาศที่อบอ้าวร้อนชื้นเจือด้วยบรรยากาศคลุมเครือชวนให้รู้สึกวาบหวามอย่างบอกไม่ถูกเรื่องบางเรื่องดูเหมือนว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ก็ควรจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติทั้งสองสบตากัน ต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกมากมายซุกซ่อนอยู่ในแววตาหลินชียื่นมืออย่างรอคอยเวลาผ่านไปทีละวินาทีทว่าสิ่งที่สวีเป่ยหลานยื่นมาให้กลับเป็นเพียงชาขิงร้อนหนึ่งแก้ว“ดื่มแล้วก็นอนพักให้เต็มที่ ในตู้ติดผนังห้องน้ำมีของใช้สำหรับช่วงมีประจำเดือนอยู่ ถ้ายังปวดหนักก็ไปโรงพยาบาล”สวีเป่ยหลานเอ่ยพลางถอนหายใจ “หลินชี เธออย่าดื้อให้มากนักเลย”เอ่ยจบ เขาก็หันหลังเดินออกไป“สวีเป่ยหลาน...” หลินชีลุกขึ้นนั่งตัวตรงด้วยความขุ่นเคืองเธอมองแผ่นหลังของเขาที่หยุดชะงัก ก่อนจะแค่นยิ้มเย็นชา “ทำไมล่ะ? พอบอกว่านายเป็นคนมีเมียแล้ว นายก็คิดจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษผู้สูงส่งขึ้นมาจริง ๆ เลยหรือไง?”แผ่นหลังของสวีเป่ยหลานแข็งเกร็งไปทันที เขาหันกลับมามองเธอพร้อมขมวดคิ้วมุ่นหลินชีมีท่าทีอ่อนลงเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ยังคงเต็มไปด้วยความ
Ler mais
บทที่ 7
เขานึกแปลกใจว่าทำไมจู่ ๆ แม่ถึงมาสนใจเรื่องของแม่ยายขึ้นมาได้?แม่ยายของเขาเคยเข้ารับการผ่าตัดมาแล้วครั้งหนึ่ง แม้ผลการผ่าตัดจะไม่เป็นที่น่าพอใจนัก แต่ตอนนี้ก็ทำได้เพียงรักษาแบบประคับประคองและกลับไปพักฟื้นที่บ้านทว่าขั้นตอนการจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลกลับยังไม่ได้ดำเนินการให้เรียบร้อยเสียทีเขาตอบว่า “คุยกันแล้วครับ รอเธอกลับมาก็จะไปจัดการ”เมื่อเหอหมิ่นเจินได้ยินเขาพูดแบบนี้ก็วางใจ ดูท่าทางเฉิงเหยียนคงไม่ได้โกหกเธอในเมื่อลูกชายกับลูกสะใภ้กำลังจะหย่ากัน เธอก็ย่อมต้องอยู่ฝ่ายเดียวกับลูกชายเป็นธรรมดาเธอถามขึ้นมาราวกับกำลังพูดคุยเรื่องทั่วไปในครอบครัว “เงินสินสอดที่บ้านเราให้เธอไป เธอเอาไปรักษาแม่หมดแล้วใช่ไหม?”“ครับ”“หลังแต่งงาน เงินเดือนของลูกกับเธอต่างกันราวฟ้ากับเหว แถมแม่ของเธอยังป่วยเป็นโรคที่ต้องใช้เงินรักษามหาศาล ลูกเลยต้องเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวอยู่ฝ่ายเดียว”“การแต่งงานกับเธอทำให้ลูกเสียเปรียบ เงินสินสอดที่ตระกูลสวีให้ไปก็ไม่ใช่น้อย ๆ เราไม่ได้ติดค้างอะไรสองแม่ลูกคู่นั้นแล้ว”เหอหมิ่นเจินกำชับอย่างจริงจัง “ถ้าเธอเรียกร้องอะไรเพิ่มเติมอีกโดยเฉพาะเรื่องเงิน ลูกก็
Ler mais
บทที่ 8
หลายวันที่ผ่านมา สวีเป่ยหลานโทรหาเฉิงเหยียนไปหลายครั้ง แต่เธอกลับไม่ยอมรับสายเลยเขาคิดอย่างไม่พอใจว่า ใครตามใจเธอจนติดนิสัยเสียแบบนี้?โดยลืมไปเสียสนิทว่าเมื่อก่อนตัวเขาเองแทบไม่เคยรับสายหรือตอบข้อความของเฉิงเหยียนเลยใบหน้าของเขาบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ พอเดินกลับมาถึงแผนกก็ได้ยินเพื่อนร่วมงานกำลังพูดคุยกัน“ดูข่าวกันหรือยัง ทางตะวันตกเฉียงใต้ฝนตกหนักอีกแล้วนะ”“ใช่สิ ทั้งหรงโจว ทั้งลี่ชวน ล้วนเป็นพื้นที่ประสบภัยรุนแรงทั้งนั้น...”เมื่อสวีเป่ยหลานได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เขารีบหยิบโทรศัพท์ออกมาค้นหาข่าวเพื่อนร่วมงานต่างพากันสงสัยสวีเป่ยหลานถือเป็น ‘เสาหลักที่มั่นคง’ ของแผนกศัลยกรรมประสาทเลยทีเดียวปกติเขาเป็นคนเคร่งขรึม ไม่ค่อยพูดหรือหัวเราะ ไม่เคยมีใครเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน“เป่ยหลาน? เป็นอะไรไป?”......เฉิงเหยียนมองสายฝนที่ตกกระหน่ำราวกับฟ้ารั่วอยู่นอกสนามบิน พลางคิดในใจว่าช่างมีอุปสรรคไม่รู้จบจริง ๆกว่าแม่ของเธอจะออกจากโรงพยาบาลได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สองแม่ลูกเพิ่งเก็บข้าวของทุกอย่างเรียบร้อยและกำลังจะเดินทางกลับเจียงหมิงคิดไม่ถึงเลยว่าทางตะวันตกเฉียงใต้จะเกิ
Ler mais
บทที่ 9
ดวงตาของเฉิงเหยียนเป็นประกายขึ้นมาทันที“เทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์เหรอคะ? มันสามารถทำให้เป็นจริงได้ด้วยเหรอ?”“ในระยะสั้นยังทำไม่ได้ แต่สุดท้ายแล้วมันจะกลายเป็นแนวโน้มสำคัญของวงการเทคโนโลยีชีวภาพอย่างแน่นอน”เฉิงเหยียนเอ่ยชมจากใจจริง “สุดยอดเลยค่ะ”โจวซีเหยายิ้มบาง “เธอสนใจเหรอ?”เฉิงเหยียนพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น ดวงตากลมโตทรงอัลมอนด์ของเธอใสกระจ่างเป็นประกาย“ถ้าอย่างนั้นต่อไปเมื่อบริษัทเริ่มโครงการนี้ เธอก็ลองสมัครเข้าร่วมดูได้ แต่ต้องผ่านการคัดเลือกก่อนนะ”“จริงเหรอคะ? ถ้าอย่างนั้นฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เลยค่ะ” เฉิงเหยียนรู้สึกดีใจอย่างมากเธอติดตามศึกษาเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เธอคิดว่าการพัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ให้เป็นจริงเพื่อสร้างประโยชน์แก่มนุษยชาตินั้นมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเดินทางไปเหยียบดาวอังคารและดวงจันทร์เลยทีเดียวในฐานะที่เธอเองก็เป็นนักศึกษาหัวกะทิจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เช่นกัน เธอย่อมมีอุดมการณ์และเป้าหมายของตัวเอง“พอดีคุณปู่บอกว่าเธอกับแม่อยู่ที่สนามบิน พี่ก็เลยมารับพวกเธอ”“อาจารย์โจวบอกเหรอคะ?”เฉิงเหยียนรู้สึก
Ler mais
บทที่ 10
เฉิงเหยียนชะงักไป ไม่รู้ว่าควรตอบกลับอย่างไรดีเธอรู้สึกว่าคำพูดนี้แฝงความหยอกเย้าอยู่เล็กน้อย ไม่เหมือนสิ่งที่ประธานบริษัทที่เป็นผู้ใหญ่และสุขุมมั่นคงอย่างโจวซีเหยาจะพูดออกมาเลยบางทีเธออาจจะคิดมากไปเองก็ได้แม้จะพักอยู่ในห้องสวีตเดียวกัน แต่โจวซีเหยาก็ไม่ได้ไปไหนมาไหนพร้อมกับสองแม่ลูกเมื่อเฉิงเหยียนพาเฉินเฟินอวี้ลงมาถึงห้องอาหารตอนห้าโมงยี่สิบนาที โจวซีเหยาก็นั่งรอพวกเธออยู่ที่นั่นแล้ว“ขอโทษนะคะพี่ซีเหยา ทำให้พี่ต้องรอนานเลย”โจวซีเหยาลุกขึ้นยืนพลางส่ายหน้า ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ให้สองแม่ลูกและเชิญพวกเธอนั่งลงในจินตนาการของเฉิงเหยียน เจ้าชายขี่ม้าขาวของเธอก็คือผู้ชายอบอุ่น อ่อนโยน และเป็นสุภาพบุรุษแบบโจวซีเหยานี่แหละโจวซีเหยาเรียกพนักงานเสิร์ฟมา แล้วบอกให้นำเมนูอาหารมาให้สองแม่ลูก ทุกอิริยาบถของเขาล้วนแสดงออกถึงความสุภาพอ่อนน้อมและสง่างามอย่างบอกไม่ถูก“ให้คุณน้ากินอาหารรสอ่อน โปรตีนสูง และย่อยง่ายให้มากหน่อย อย่างเช่นปลานึ่ง ตับหมู หรือเนื้อแดง พวกนี้มีธาตุเหล็กสูง ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดได้ดี”เฉิงเหยียนเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้เขาอย่างซาบซึ้งใจเฉินเฟินอวี้มองเครื่องใช้บนโ
Ler mais
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status