ฉันเป็นคนดูหนังแนวทดลองและอินดี้บ่อยๆ ดังนั้นภาษาภาพยนตร์แบบไม่ยึดติดกับโครงเรื่องเชิงเส้นของเขาจึงโดนใจมาก งานอย่าง 'Mary Is Happy, Mary Is Happy' ที่หยิบเอาทวีตมาเรียงร้อยเป็นบทพูด หรือการใช้พื้นที่ว่างและจังหวะเงียบใน 'By the Time It Gets Dark' ทำให้ฉันเห็นว่าการเล่าเรื่องไม่จำเป็นต้องยึดกับบทบาทของเหตุ-ผลเสมอไป สไตล์ของนวพลชอบเล่นกับความเป็นจริงและการรับรู้ของผู้ชม ใช้มุกเล็กๆ น้ำเสียงขันแฝงความเศร้า และชอบให้ผู้ชมเติมช่องว่างเอง ซึ่งแสดงออกว่ามีความมั่นใจในภาษาภาพยนตร์ของตัวเอง