นอกนั้นยังมีตัวละครสำคัญอีกหลายคนที่มีอิทธิพลต่อพล็อต เช่น 'The Wolf' ที่สร้างความระทึกในฉากบีบคั้น, 'The Hornet' ที่เป็นหมัดเด็ดของเรื่อง, 'The White Death' ในฐานะหัวหน้าเบื้องหลัง และตัวละครที่มีมิติความเป็นมนุษย์แบบครอบครัวอย่าง 'Yuichi Kimura' — ทั้งหมดนี้รวมกันแล้วทำให้ฉากและจังหวะของหนังไหลลื่น
Joey King รับบท 'The Prince' — ตัวละครเล็กแต่มีพลังมาก ถูกใช้เป็นตัวตลกและตัวคาดไม่ถึงไปพร้อมกัน ส่วนคู่หูที่สร้างเคมีเข้ากับกันได้ดีคือ Aaron Taylor-Johnson กับ Brian Tyree Henry ที่รับบท 'Tangerine' และ 'Lemon' สองคนนี้มีไดนามิกแบบพี่น้องที่ทำให้ฉากคู่พูดและการไล่ล่ามีสีสัน
นอกจากนี้ยังมี Zazie Beetz, Bad Bunny, Hiroyuki Sanada, Andrew Koji และ Michael Shannon ที่รับบทตัวละครสำคัญอย่าง 'The Hornet' 'Wolf' 'The Elder/ผู้ใหญ่' 'Yuichi Kimura' และ 'The White Death' ตามลำดับ — แต่ละคนเติมเต็มโลกในรถไฟความเร็วสูงได้อย่างคมคาย ทำให้หนังไม่ใช่แค่แอ็กชันอย่างเดียวแต่มีมิติของตัวละครด้วย
การเล่นของเขาไม่ใช่แค่หน้าตาเท่หรือท่าทางเจ๋ง แต่เป็นการบาลานซ์ระหว่างมุกตลกเล็ก ๆ กับการแสดงทางกายภาพในฉากไล่ล่าบนขบวนรถไฟ ฉากที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงความโชคร้ายและพูดคุยกับตัวละครอื่น ๆ ทำให้ภาพรวมของหนังมีจังหวะที่สนุกและไม่เครียดเกินไป นี่เป็นสิ่งที่ต่างจากบทบาทเข้มข้นอย่างใน 'Fight Club' หรือบทที่มีความเป็นดาวตลก-ดราม่าใน 'Once Upon a Time in Hollywood' ซึ่งแสดงให้เห็นความยืดหยุ่นของเขา