INICIAR SESIÓNเมื่อทั้งสองอยู่กันคนละยุคต้องมาเป็นสามีภรรยากันในยุค 80 มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น แต่...ไม่เป็นไร สามีเธอคือมือสังหารมาจากยุคโบราณนี่นา เธอไม่กลัวคนพวกนั้นหรอก
Ver másวันรุ่งขึ้น ซิงโจวกลับไปที่ศาลเจ้าอีกครั้ง เขาเห็นแค่ร่างของเหลียงฝูที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น ร่างของเหลียงฝูเริ่มแข็งตัวแล้ว คาดคะเนเวลาที่เสียชีวิต เหลียงฝูคงมาที่นี่หลังจากที่พวกเขาออกไปจากที่นี่ ไม่รู้ว่าวิญญาณของเหลียงฝูนั้นล่องลอยไปอยู่ที่ไหน ซิงโจวเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างเงียบ ๆสามวันต่อมา ชาวบ้านก็ได้พบศพของเหลียงฝูที่ศาลเจ้า ก็รีบลงจากเขาไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจก็รีบไปหาครอบครัวเหลียงเพื่อสอบถามดู เทียนตงร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าตนไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าพี่ชายไปทำอะไรอยู่ที่ศาลเจ้านั่น ในใจของเทียนตนแม้จะรู้สึกเศร้าโศก แต่...หล่อนกลับรู้สึกโล่งอกมากกว่า ในที่สุด...ก็ไม่มีใครบังคับให้หล่อนอยู่ที่ลั่วเฉิงอีกต่อไปคนเป็น ๆ หายตัวไป เสี่ยวอวี่อยากจะแจ้งความคนหาย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนหน้านี้เธอได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว พนักงานในร้านก็เป็นพยานว่าเถ้าแก่เนี้ยเกาเดินทางไปดูที่ทำเลเพื่อขยายสาขาร้านบะหมี่ เหตุผลนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สงสัยอะไร ทั้งครอบครัวต่างก็โศกเศร้าแต่...มีแค่ซิงโจวกับเสี่ยวอวี่เท่านั้นที่รู้ความจริงว่าเรื่องราวเป็นมายังไง แต่...พวกเขาก็ยังคงกังวล กังว
แต่...เกาเฟินยังห่วงทุกคนที่อยู่ที่นี่อยู่ จึงพูดกับทุกคนว่า “แต่ว่า...อวี่เอ๋อร์กำลังท้องอยู่ แม่อยากจะกลับไปคิดดูอีกที”“จะคิดอะไรอีกเล่า ทางนี้ไม่มีอะไรให้ลูกต้องห่วงเลยอาเฟิน แม่ยังแข็งแรงดี ร่างกายแม่ดีกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว แม่ดูแลหลานกับเหลนของแม่ได้สบาย ลูกลองคิดดูสิอาเฟิน อาจิ่งอยู่ที่นั่นคนเดียวน่าสงสารแค่ไหน อาจิ่งเฝ้ารอลูกอยู่ตลอดเวลา แม่จะบอกอะไรให้นะ แม่รู้จักลูกชายของแม่ดี ถึงแม้จะอยู่ที่อื่นอยู่บนโลกนี้ เรื่องความรักน่ะ อาจิ่งรักใครรักจริง รักฝังใจไม่แบ่งใจให้ผู้หญิงคนอื่นหรอก ถ้าลูกไม่ยอมไปอยู่กับอาจิ่งที่นั่น ลูกชายแม่จะต้องเสียใจมากแน่ ๆ เกิดในอนาคตอวี่เอ๋อร์ไม่ฝันถึงอาจิ่งอีกจะทำยังไง ? เราก็จะไม่รู้ว่าอาจิ่งจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ยังไง ? ถึงตอนนั้นลูกต้องเสียใจมากแน่ ๆ อาเฟิน เชื่อแม่เถอะนะ ไปอยู่กับอาจิ่งที่นั่นเถอะ ฝากดูแลอาจิ่งแทนแม่ด้วย”คำพูดของย่าโจวได้ปัดเป่าความลังเลสุดท้ายของเกาเฟินออกไปจนหมดสิ้น สุดท้าย...เกาเฟินก็ตัดสินใจที่จะไปอยู่กับหวงจิ่งที่นั่น..........เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เสี่ยวอวี่ใกล้คลอดแล้ว ซิงโจวจึงรีบพาเธอมาที่โรงพยาบาล ไม่นาน...พี่ชายกับพี่ส
เกาเฟินพาเสี่ยวอวี่กลับมาพักที่บ้าน ไม่ลืมกำชับให้พักผ่อนเยอะ ๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง จากนั้น...ก็โทรศัพท์ไปที่ทีมโบราณคดีบอกให้ซิงโจวรีบกลับมาที่บ้าน เกาเฟินไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวดีให้กับย่าโจวด้วย พอวางสายจากย่าโจว กำลังหมุนตัวจะกลับออกไปก็บังเอิญนึกได้ว่ายังไม่ได้โทรไปแจ้งข่าวดีให้กับพี่ชายกับพี่สะใภ้ของลูกสะใภ้ทราบด้วยซิงโจวทราบข่าวก็รีบตรงดิ่งมาที่บ้านทันที พอมาถึงเขาก็เห็นเสี่ยวอวี่กำลังนั่งอาบแดดอยู่บนเก้าอี้เอน เขาเดินไปนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอาหูแนบท้องแบนราบของเธอ หวังอยากจะได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อย ๆ สักหน่อย“คุณ ~ ตอนนี้ยังไม่ได้ยินเสียงหัวใจลูกหรอกค่ะ”“ผมได้ยินเสียงหัวใจคุณแล้ว มันแตกต่างจากปกติมาก”“คุณนี่จริง ๆ เลยนะ ฉันท้อง ก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา” เสี่ยวอวี่ดึงเก้าอี้เล็ก ๆ มาให้เขานั่ง พลางพูดกับเขาว่า“วันนี้...ฉันเดินผ่านสหกรณ์ บังเอิญได้ยินเทียนตงคุยโทรศัพท์กับเหลียงฝู ฉันว่าเหลียงฝูต้องเดาออกแน่ ๆ เลยค่ะ ว่ากุนซือข้างกายองค์ชายสิบเอ็ดคือพ่อของคุณที่ทะลุมิติไปอยู่ที่นั่น”ซิงโจวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกให้เธอพักผ่อนไม่ต้องคิดมาก เขาจะจัดการเรื่องนี้
เสี่ยวอวี่ตื่นขึ้นมารู้สึกร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนไม่อยากลุกไปไหน นึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่อลหม่านกันเกือบทั้งคืน เธอก็รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคุมร่างไว้มิดชิดด้วยความเขินอาย ไม่ได้ลุกไปกินข้าว แม่สามีก็ไม่ได้มารบกวนเธอ ใกล้เที่ยง...ซิงโจวก็ได้นำมันเผาหอมกรุ่นเข้ามาให้“อวี่เอ๋อร์ คุณบ่นว่าอยากกินมันเผาไม่ใช่เหรอ ?” ทั้งสองมองหน้ากันแล้วอมยิ้มเสี่ยวอวี่รีบลุกจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วทั้งสองก็ไปนั่งกินมันเผาด้วยกันใต้ชายคาบ้าน ซิงโจวแอบหยิกแก้มขาวนวลเธอเบา ๆ ด้วย เกาเฟินยืนมองอยู่ข้างหลังพลางอมยิ้มไปด้วย แค่นี้จริง ๆ ที่ตนอยากจะเห็น ยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก็หมุนตัวเดินกลับเข้าครัวไปทำอาหารกลางวันต่อก่อนหน้านี้ซิงโจวกับเสี่ยวอวี่ก็ดีต่อกัน แต่...รู้สึกว่ามันยังมีช่องว่างบางอย่างอยู่ระหว่างลูก ๆ สองคน ตอนนี้...ทุกอย่างราบรื่น ดีทุกอย่าง ลูกทั้งสองเข้าหอกันแล้ว ความสัมพันธ์ก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก มื้อเที่ยงวันนี้ ตนต้องทำอาหารอร่อย ๆ บำรุงลูกทั้งสองสักหน่อยแล้วในช่วงเดือนอ้าย เสี่ยวอวี่กลับไปที่เมืองหยุนซินไปเยี่ยมพี่ชายกับพี่สะใภ้ เธอถามพี่สะใภ้ว่าอยากจะเปิดร้านบะหมี่เกาจี้
“คุณตำรวจคะ ฉันกับฝูซิงรีบไปจดทะเบียนสมรสค่ะ พวกเรา...ไปได้หรือยังคะ ?”เจ้าหน้าที่ตำรวจหัวเราะเบา ๆ พลางพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยกำชับเสี่ยวอวี่ว่า“รีบไปเถอะ แต่...ครั้งหน้าถ้าเจอคนแปลกหน้าอีก อย่าไว้ใจพวกเขา เข้าใจไหม ?”เจ้าหน้าที่ตำรวจมองทั้งคู่ด้วยสายตาอบอุ่นแฝงความเอ็นดู สาวน้อยหน้าตาน่ารักกับหนุ่
เสี่ยวอวี่คิดในใจ ซิงโจวเพิ่งหลุดมาจากยุคโบราณได้ไม่นาน เขายังคงพยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่นี้อยู่ ตอนนี้…เขามาจากอดีต ส่วนเธอ...มาจากอนาคต ศตวรรษที่ 21 ในชีวิตก่อน เสี่ยวอวี่เป็นหญิงสาวที่เกิดมาพร้อมโรคหัวใจร้ายแรง หมอบอกว่าเธออาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 25 ปี ยิ่งช่วงหลัง ๆ ความฝันประหลาดนั้นยิ่ง
ซิงโจวเป็นคนที่มีภาวะบกพร่องด้านการสื่อสาร หรือที่ในยุคปัจจุบันเรียกกันว่า…ออทิสติก แต่…ในขณะเดียวกัน เขาก็มีพรสวรรค์พิเศษระดับอัจฉริยะ ความสามารถทางการเรียนรู้ของเขาเกินกว่าคนทั่วไปหลายเท่าในยุคสมัยของเขา การฝึกฝนเป็นเรื่องโหดร้ายถึงขั้นเอาชีวิตเข้าแลก เขาไม่เคยพูดคุยกับใครนอกจากอาจารย์ที่ฝึกเขา
เมื่อคืน…ก่อนนอน ‘เซี่ยเสี่ยวอวี่’ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 6 โมงเช้า แต่…เสียงปลุกกลับไม่ดัง เธอถูกแรงเขย่าของใครคนหนึ่งปลุกให้ตื่น หญิงวัยกลางคนตรงหน้า ใบหน้าแหลม ดวงตาคมเรียว ดูท่าทางค่อนข้างเฉียบกราด แนะนำตัวเองด้วยเสียงห้วนว่า“ฉันชื่อ ‘หวังสี่เนียง’ ผู้ชายที่เธอพามานั่นมันโง่ เอาไปขายให้เหมืองถ่า











