ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร

ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-22
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
91Bab
1.7KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อทั้งสองอยู่กันคนละยุคต้องมาเป็นสามีภรรยากันในยุค 80 มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น แต่...ไม่เป็นไร สามีเธอคือมือสังหารมาจากยุคโบราณนี่นา เธอไม่กลัวคนพวกนั้นหรอก

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ฝันที่กลายเป็นจริง

เมื่อคืน…ก่อนนอน ‘เซี่ยเสี่ยวอวี่’ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 6 โมงเช้า แต่…เสียงปลุกกลับไม่ดัง เธอถูกแรงเขย่าของใครคนหนึ่งปลุกให้ตื่น หญิงวัยกลางคนตรงหน้า ใบหน้าแหลม ดวงตาคมเรียว ดูท่าทางค่อนข้างเฉียบกราด แนะนำตัวเองด้วยเสียงห้วนว่า

“ฉันชื่อ ‘หวังสี่เนียง’ ผู้ชายที่เธอพามานั่นมันโง่ เอาไปขายให้เหมืองถ่านหินก็ไม่ได้ราคาหรอก ฉันจ่ายให้เธอ 20 หยวนก็แล้วกันนะ” เสี่ยวอวี่เกือบจะเผลอตอบกลับไปแล้วว่า

“ไม่ได้หรอก ฝูซิงแข็งแรงจะตาย ทำงานเหมือนมี 3 คนอยู่ในร่าง เพิ่มให้อีก 10 หยวนสิ”

ฝูซิง ? เหมืองถ่านหิน ? ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน เหมือนภาพฝันที่เธอเคยฝันเห็นซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง…

เสี่ยวอวี่เติบโตใต้ธงแดง ภายใต้ค่านิยมของศตวรรษที่ 21 เธอไม่อาจยอมรับการค้ามนุษย์ได้ เธอตกใจจนต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเอง กลืนคำพูดนั้นกลับลงไป เมื่อมองดูอีกที ก็เห็นชายหญิงตรงหน้าสวมเสื้อผ้าแบบยุค 70-80 วัดเก่าที่พวกเขายืนอยู่นั้นมีแต่รูปปั้นแตกหัก ฝุ่นหนา คงเป็นวัดที่ถูกทุบทำลายช่วงต่อต้านความเชื่องมงายเมื่อหลายสิบปีก่อนสินะ

ด้านหลังของสี่เนียงมีชายหัวล้านคนหนึ่ง เขาจ้องมองมาที่เสี่ยวอวี่ด้วยสายตาแปลกประหลาด แววตาเขาเหมือนเปลวไฟกำลังลุกวาบ ผิวของเธอขาวผ่อง ใบหน้าอ่อนละมุน ความงามนั้นสะดุดตาจนเขาเกือบจะคุมสติตัวเองไว้ไม่อยู่ ชีวิตนี้…เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนงดงาม นุ่มนวลเหมือนหญิงสาวตรงหน้ามาก่อน

ชายหัวหัวล้านกระซิบข้างหูสี่เนียงสองสามคำ เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่…เสี่ยวอวี่กลับรู้ว่าพวกเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ สองคนนี้กำลังวางแผนหลอกเธอไปขายต่อสินะ! ชายที่ชื่อฝูซิงหรือซิงโจวอะไรนั่นจะถูกขายให้เหมืองถ่านหิน ส่วนเธอ...จะถูกขายให้พวกชายแก่ที่อยู่อยู่ในหุบเขาลึก

เธอแทบไม่อยากเชื่อสายตา คิดว่าตัวเองกำลังฝันไป ตั้งแต่จำความได้ เธอมักฝันถึงเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก เหมือนละครที่ไม่มีวันจบ ชีวิตอีกช่วงเวลาหนึ่งของเธอในโลกที่ต่างออกไป แต่…ความฝันในคืนนี้กลับแปลกกว่าเดิม เพราะประโยคเพิ่มให้อีก 10 หยวนที่เธอมักพูดทุกครั้งในฝัน กลับถูกเธอกลืนหายไปในลำคอ ไม่ยอมพูดมันออกมา

ทุกครั้งที่ฝัน มักจะเริ่มจากตอนที่เธอกับซิงโจวเดินทางเข้ามาในเมืองเพื่อจดทะเบียนสมรส แต่…เพียงชั่วขณะเดียว ภาพก็เปลี่ยน กลายเป็นเธอกำลังต่อรองราคากับพวกค้ามนุษย์แทน เพื่อจะขายเขาให้กับเหมืองถ่านหิน เพราะเธอไม่อยากแต่งงานกับคนโง่อย่างเขา เธอแค่ต้องการกลับไปใช้ชีวิตในเมืองแค่นั้นเอง

และสุดท้าย เธอก็ได้รับกรรมของตัวเอง ถูกพวกค้ามนุษย์หิวเงินขายต่อให้คนบนภูเขา กลายเป็นเจ้าสาวของชายแก่ที่ไม่เคยมีเมียมาก่อน คืนนั้นเองชายแก่คนนั้นโดนเธอเตะจนพิการ สูญเสียความเป็นชายไปตลอดกาล ส่วนเธอนั้น ถูกพวกมันซ้อมจนขาหัก กว่าคนมาช่วยจะหาเธอเจอ ก็ใช้เวลา 3 ปีเต็ม

ตอนนั้นเอง ซิงโจวถึงตามหาเธอเจอ เขาพาเธอไปที่สำนักงานจดทะเบียนสมรส สุดท้าย…เธอก็ได้ใบสมรสมา หลังจากแต่งงาน ซิงโจวไม่พูดกับเธอเลย ทั้งวันเอาแต่เงียบอยู่ในมุมของตัวเอง เหมือนโลกทั้งใบของเขาไม่มีเสียงใดนอกจากความเงียบ

เสี่ยวอวี่คิดเสมอว่า เขาคงกำลังแก้แค้น ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดจะขายเขาให้กับพวกค้ามนุษย์ แต่…ความจริงคือ เธอไม่เคยจำได้เลยว่าตัวเองไปหาพวกค้ามนุษย์ตอนไหน ในความทรงจำ ทุกอย่างขาดหายไปจากช่วงที่เธอกับซิงโจวกำลังจะไปจดทะเบียนสมรส แล้วภาพต่อมาก็กลายเป็นตอนที่เธอถูกมัดไว้กลางห้องมืดกับคนแปลกหน้า

ความทรงจำช่วงนั้นว่างเปล่าเหมือนถูกลบไปทั้งตอน แม้แต่ในความฝันก็ไม่มีช่วงนั้นอยู่เลย เสี่ยวอวี่มั่นใจว่า เธอไม่เคยคิดจะขายซิงโจวอย่างแน่นอน เธอไม่ได้ทำ ไม่เคยเลยจริง ๆ หลายปีให้หลัง เธอถึงค่อย ๆ ตระหนักว่า คนที่รักและปกป้องเธอมากที่สุดในชีวิต ก็คือซิงโจว ชายหนุ่มที่เธอเคยมองข้ามไป เขารักเธอจนถึงขั้วหัวใจ

เพียงแต่...ซิงโจวเป็นคนที่มีปัญหาด้านการสื่อสาร เขาเรียนรู้เร็ว ฉลาดเหนือคนทั่วไป แต่…ไม่รู้จะพูดหรือแสดงความรู้สึกอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น ซิงโวไม่ใช่คนจากยุคนี้ เขาเป็นคนที่มาจากยุคโบราณ เด็กกำพร้าที่อาจารย์เก็บมาเลี้ยงและฝึกให้เป็นมือสังหาร ในยุคที่เขาจากมานั้น ไม่มีใครเข้าใจอาการของเขา ทุกคนล้วนเรียกเขาว่าปีศาจ

แต่…ทำไมฝันนี้ยังไม่จบอีกล่ะ ? เสี่ยวอวี่เริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เธอตัดสินใจจะลองทดสอบดู ว่าที่กำลังเกิดขึ้นนี้คือฝันหรือความจริงกันแน่ เธอยกแขนเรียวขาวขึ้น ตบเข้ากับใบหน้าเหี่ยวย่นที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจตรงหน้า เพี๊ยะ!

เสียงตบดังสนั่นจนสี่เนียงหน้าชา ความอับอายผสมความโกรธแผดเผาในดวงตา หญิงคนนั้นกัดฟันกรอด หันไปพยักหน้าให้กับชายหัวล้านข้างหลัง ขายคนเดียวหรือสองคนก็ไม่ต่างกันอยู่แล้ว และสาวน้อยหน้าตาสะสวยขาวเนียนคนนี้ ยังมีค่ามากกว่าผู้ชายคนนั้นเสียอีก

“หาอะไรมาอุดปากมันไว้!! เอาเชือกมามัดให้แน่น!!” น้ำเสียงออกคำสั่งของสี่เนียงเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง

เชือกหยาบครูดกับผิวขาวละเอียดจนเกิดรอยแดง แสบไปถึงกระดูก ความเจ็บปวดแล่นวาบขึ้นมาพร้อมสัญชาตญาณแห่งความกลัว ทำให้เสี่ยวอวี่ตื่นเต็มตา ครั้งนี้...ไม่ใช่ความฝันแล้ว ทุกสิ่งรอบตัว ทั้งเสียง ทั้งกลิ่น ทั้งความเจ็บ ล้วนชัดเจนเกินกว่าจะเป็นภาพหลอน

ถ้าทุกอย่างเกิดขึ้นตามฝันที่เธอเคยฝันเห็น อีกไม่นาน สี่เนียงก็จะใช้ยาทำให้เธอหมดสติ แล้วลากตัวเธอหายไป ส่วนชายหัวล้านจะหลอกซิงโจวออกไปอีกทาง ในฝัน…ฝูซิงจะตามหาเธอให้ทั่ว เขาทุบชายหัวล้านจนสลบ แล้วร่วมมือกับตำรวจออกตามหาเธออยู่นานถึง 3 ปี ถึงได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

แต่…ตอนนี้ เสี่ยวอวี่รู้แล้วว่าทุกอย่างมันคือความจริง เธอมีสติครบถ้วน จำได้ทุกฉากทุกตอนในฝัน และรู้ดีว่าฝูซิงอยู่ข้างนอก ห่างกันแค่ไม่กี่ก้าวจากวัดร้างนี้ เธอรวบรวมแรงทั้งหมด ตะโกนสุดเสียง

“ฝูซิง ~ ช่วยฉันด้วย!”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
91 Bab
บทที่ 1 ฝันที่กลายเป็นจริง
เมื่อคืน…ก่อนนอน ‘เซี่ยเสี่ยวอวี่’ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 6 โมงเช้า แต่…เสียงปลุกกลับไม่ดัง เธอถูกแรงเขย่าของใครคนหนึ่งปลุกให้ตื่น หญิงวัยกลางคนตรงหน้า ใบหน้าแหลม ดวงตาคมเรียว ดูท่าทางค่อนข้างเฉียบกราด แนะนำตัวเองด้วยเสียงห้วนว่า“ฉันชื่อ ‘หวังสี่เนียง’ ผู้ชายที่เธอพามานั่นมันโง่ เอาไปขายให้เหมืองถ่านหินก็ไม่ได้ราคาหรอก ฉันจ่ายให้เธอ 20 หยวนก็แล้วกันนะ” เสี่ยวอวี่เกือบจะเผลอตอบกลับไปแล้วว่า“ไม่ได้หรอก ฝูซิงแข็งแรงจะตาย ทำงานเหมือนมี 3 คนอยู่ในร่าง เพิ่มให้อีก 10 หยวนสิ”ฝูซิง ? เหมืองถ่านหิน ? ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน เหมือนภาพฝันที่เธอเคยฝันเห็นซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง…เสี่ยวอวี่เติบโตใต้ธงแดง ภายใต้ค่านิยมของศตวรรษที่ 21 เธอไม่อาจยอมรับการค้ามนุษย์ได้ เธอตกใจจนต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเอง กลืนคำพูดนั้นกลับลงไป เมื่อมองดูอีกที ก็เห็นชายหญิงตรงหน้าสวมเสื้อผ้าแบบยุค 70-80 วัดเก่าที่พวกเขายืนอยู่นั้นมีแต่รูปปั้นแตกหัก ฝุ่นหนา คงเป็นวัดที่ถูกทุบทำลายช่วงต่อต้านความเชื่องมงายเมื่อหลายสิบปีก่อนสินะด้านหลังของสี่เนียงมีชายหัวล้านคนหนึ่ง เขาจ้องมองมาที่เสี่ยวอวี่ด้วยสายตาแ
Baca selengkapnya
บทที่ 2 เขาเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้
ซิงโจวเป็นคนที่มีภาวะบกพร่องด้านการสื่อสาร หรือที่ในยุคปัจจุบันเรียกกันว่า…ออทิสติก แต่…ในขณะเดียวกัน เขาก็มีพรสวรรค์พิเศษระดับอัจฉริยะ ความสามารถทางการเรียนรู้ของเขาเกินกว่าคนทั่วไปหลายเท่าในยุคสมัยของเขา การฝึกฝนเป็นเรื่องโหดร้ายถึงขั้นเอาชีวิตเข้าแลก เขาไม่เคยพูดคุยกับใครนอกจากอาจารย์ที่ฝึกเขา และเพราะนิสัยเงียบขรึมไม่เข้าสังคม ผู้คนจึงเรียกเขาว่า…ปีศาจเวลานี้...คือปลายปี 70 ยังไม่มีใครรู้จักคำว่าภาวะออทิส ติกหรือซาว็องต์เลย คนในหมู่บ้านแค่พูดกันว่า หลังจากซิงโจวล้มหัวกระแทกพื้น เขาก็กลายเป็นคนโง่ดุร้ายกว่าเดิมทันทีที่เสี่ยวอวี่ตะโกนขอความช่วยเหลือ เรียกคำว่าฝูซิงยังไม่ทันขาดคำ ก้อนหินเล็ก ๆ ก็ปลิวแหวกอากาศเข้ามา กระแทกเข้าที่ขมับของสี่เนียงกับชายหัวล้านคนนั้นอย่างแม่นยำ ทั้งคู่ทรุดฮวบหมดสติในทันที แรงไม่มากไม่น้อย แค่พอดีให้สลบโดยไม่ถึงตายซิงโจวกระโจนผ่านหน้าต่างเข้ามา สายตาคมกริบเย็นเยียบจับจ้องมาที่เสี่ยวอวี่โดยไม่พูดแม้แต่คำเดียว เขาได้ยินเสียงข้างใน แต่…เพราะภาวะของเขา เขาไม่รู้จะต้องทำอย่างไร ตั้งแต่เด็ก เขาถูกสอนให้เชื่อฟังคำสั่งเท่านั้น ถ้าไม่ได้รับคำสั่ง เขาจะไม่ขยับเ
Baca selengkapnya
บทที่ 3 คนแปลกประหลาด
เสี่ยวอวี่คิดในใจ ซิงโจวเพิ่งหลุดมาจากยุคโบราณได้ไม่นาน เขายังคงพยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่นี้อยู่ ตอนนี้…เขามาจากอดีต ส่วนเธอ...มาจากอนาคต ศตวรรษที่ 21 ในชีวิตก่อน เสี่ยวอวี่เป็นหญิงสาวที่เกิดมาพร้อมโรคหัวใจร้ายแรง หมอบอกว่าเธออาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 25 ปี ยิ่งช่วงหลัง ๆ ความฝันประหลาดนั้นยิ่งเกิดบ่อยขึ้นเท่าไร อาการของเธอก็ยิ่งทรุดลงเท่านั้น จนเธอคิดว่า เธอใกล้ลาโลกไปแล้วเสียอีกแล้วเธอก็ได้ย้อนมาอยู่ในโลกที่เธอเคยฝันถึงซ้ำ ๆ ร่างกายในชีวิตใหม่นี้ยังคงอ่อนแอ แต่…ไม่มีร่องรอยของโรคหัวใจอีกต่อไป เธอหายดีแล้ว แข็งแรงพอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปข้าง ๆ ซิงโจว คิดได้อย่างนั้น เสี่ยวอวี่ก็แอบหัวเราะเบา ๆ ในใจ ในเมื่อชีวิตเก่าของเธอไม่มีใครให้ห่วง ไม่มีครอบครัว ไม่มีภาระ งั้น…การได้มาเกิดใหม่ในโลกนี้ก็คือความโชคดีของเธอน่ะสิ…ที่สถานีตำรวจ…เสี่ยวอวี่ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าชายหัวล้านกับสี่เนียงเป็นพวกค้ามนุษย์ พวกเขาพยายามขายเธอกับซิงโจว เขาจะถูกส่งไปที่เหมืองถ่านหิน ส่วนเธอจะถูกขายให้พวกชายแก่ที่อยู่บนเขา โชคดีที่ช่วงนี้รัฐบาลกำลังกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์อย่างเข้มงวด จับได้ลงโทษหนักถึงตาย
Baca selengkapnya
บทที่ 4 หยกวิเศษ
“คุณตำรวจคะ ฉันกับฝูซิงรีบไปจดทะเบียนสมรสค่ะ พวกเรา...ไปได้หรือยังคะ ?”เจ้าหน้าที่ตำรวจหัวเราะเบา ๆ พลางพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยกำชับเสี่ยวอวี่ว่า“รีบไปเถอะ แต่...ครั้งหน้าถ้าเจอคนแปลกหน้าอีก อย่าไว้ใจพวกเขา เข้าใจไหม ?”เจ้าหน้าที่ตำรวจมองทั้งคู่ด้วยสายตาอบอุ่นแฝงความเอ็นดู สาวน้อยหน้าตาน่ารักกับหนุ่มหน้าคมคาย ดูจากท่าทีคงเพิ่งเข้าเมืองมาจดทะเบียนสมรสสินะ ไม่คิดเลยว่ากลางทางจะเจอพวกค้ามนุษย์ได้ มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเดาว่าพวกนั้นคงเห็นทั้งคู่หน้าตาดี คิดว่าน่าจะขายได้ราคาสูงเลยคิดจะลักพาตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจให้คนมาควบคุมตัวผู้ร้ายไว้ แล้วกำชับเสี่ยวอวี่อีกครั้งว่าไม่ให้พูดคุยกับคนแปลกหน้าอีก เสี่ยว อวี่โค้งศีรษะขอบคุณ ก่อนจะเดินออกมาจากสถานีตำรวจอยู่ข้างนอก ซิงโจวยืนรออยู่แล้ว ใบหน้าขาวซีดชวนให้ใจหาย ครอบครัวเย่มีสมาชิกมาก แต่บ้านยากจน เสื้อผ้าขาด ๆ เก่า ๆ ร่างของเขาผอมจนไหล่ดูเหมือนจะแตกสลายไปกับลมหนาว ลมพัดเบา ๆ ก็ทำให้ชายเสื้อสั่นระริก เผยให้เห็นกระดูกไหล่ที่นูนขึ้นมา เห็นแล้วก็สงสารจับใจเสี่ยวอวี่เห็นอย่างนั้นแล้วหัวใจพลันอ่อนโยน เธอแอบคิดอะไรบางอย่างในใจ เธอ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 จดทะเบียนสมรส
ซิ่วห่าวกลับไปที่ห้อง ก่อนจะเปิดตู้หยิบเอากล่องไม้เล็กมาดู สิ่งที่เห็นทำให้ซิ่วห่าวหน้าชาวูบ หยกที่เมื่อคืนยังเปล่งแสงระยิบระยับ ตอนนี้...กลับแตกละเอียดกลายเป็นผงสีขาวฟุ้ง เศษผงเกาะติดอยู่เต็มชุดเสื้อผ้าใหม่เพียงชุดเดียวของหล่อน ซิ่วห่าวรีบหยิบเอาเสื้อผ้าชุดนั้นออกมาปัด แต่...ยิ่งปัดก็ยิ่งเปรอะเปื้อนซิ่วห่าวกัดริมฝีปากแน่น พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ในใจกลับสั่นสะท้าน หยกที่แตกเป็นผงแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องดีแน่ มันเหมือนลางร้ายบอกเหตุบางอย่างที่กำลังจะมาถึง หล่อนเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะเปรยกับแม่สามีด้วยน้ำเสียงแผ่ว ๆ ว่า“แม่ หนูว่าฝูซิงแต่งกับเสี่ยวอวี่ต้องไม่ดีแน่ ๆ แม่ก็รู้นี่คะ ปัญญาชนที่หมู่บ้านเรายื่นหนังสือกลับเมืองใหญ่กันหมดแล้ว เสี่ยวอวี่เองก็คงยื่นหนังสือกลับเมืองใหญ่แล้วเหมือนกัน ยังไง เสี่ยวอวี่ก็ต้องกลับเมืองใหญ่นะแม่”“ก็ดีน่ะสิ จะได้พาฝูซิงไปอยู่ที่นั่นด้วยเลย”“ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกค่ะ ผู้หญิงอย่างเสี่ยวอวี่ไม่ชอบฝูซิงหรอก ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบคนโง่อย่างเขาหรอกแม่ แม่ดูปัญญาชนที่หมู่บ้านข้าง ๆ เราสิคะ เพราะอยากจะกลับเมืองใหญ่ ถึงกับทิ้งลูกตัวเอง ยังขอหย่ากับแม่ของลูกด้วย
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ยังไม่คุ้นเคย
“เลือกผ้า” เขายังจำสิ่งที่แม่บอกเขาก่อนออกจากบ้านได้ ว่าให้พาเธอไปซื้อผ้ากลับมาตัดเสื้อผ้าชุดใหม่เสี่ยวอวี่ไม่ได้ขาดแคลนเสื้อผ้า พ่อแม่ของเธอเป็นคนชอบแต่งตัว ทุก ๆ ปี พ่อกับแม่จะคอยส่งเสื้อผ้าใหม่มาให้เธอใส่เสมอ ตรงกันข้าม ซิงโจวกลับขาดแคลนเสื้อผ้าใส่ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงผ้าสีดำที่ดูสะอาดสะอ้าน ไม่มีรอยปะใด ๆ ที่เขาใส่อยู่ตอนนี้ เป็นชุดเดียวที่ยังดูเรียบร้อยที่สุดของเขาปกติออกไปทำงานที่ทุ่งเขาไม่กล้าหยิบชุดนี้มาใส่ วันนี้...เขามาจดทะเบียนสมรสกับเธอถึงได้หยิบมาใส่ เสี่ยวอวี่กลับไม่มีคูปองผ้า เธอล้วงเอาลูกอมกำหนึ่ง ก่อนจะยื่นให้พนักงานขาย ก่อนจะเอ่ยถามว่ามีผ้าที่ไม่ต้องใช้คูปองซื้อขายไหม ? ผ้าที่ซื้อได้โดยไม่ต้องใช้คูปอง มักเป็นผ้าที่มีตำหนิ ราคาก็จะถูกกว่าหน่อย ปกติแล้ว ถ้าไม่รู้จักคนในร้าน ไม่มีทางซื้อได้เสี่ยวอวี่เป็นคนปากหวานช่างพูดช่างจาก เอ่ยชมพนักงานร้านไม่กี่คำก็ทำให้พนักงานขายอารมณ์ดีใจหยิบม้วนผ้ามาให้เธอเลือกอยู่หลายสี เธอเลือกผ้าสีเทากับสีดำมา ซื้อแค่ไม่กี่หลา หลังจากนั้น ก็ได้ซื้อเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มอีกไม่กี่อย่าง ซิงโจวเห็นผ้าที่เธอเลือกก็ขมวดคิ้วแน่นซิง
Baca selengkapnya
บทที่ 7 มีคนคิดร้าย
เสี่ยวอวี่ถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ใหญ่ ทำไมแม่ถึงรู้ว่ามีกลุ่มพวกค้ามนุษย์ด้วยล่ะคะ ?”จินซานเอ่ยตอบด้วยความซื่อตรง ตรงไปตรงมาว่า “ก็พี่สะใภ้รองของเธอน่ะสิ ฝันเห็น ฝันเห็นว่า...ว่าเธอตามกลุ่มพวกค้ามนุษย์ไปเพราะอยากจะขายฝูซิงให้กับคนพวกนั้น”เสี่ยวอวี่แอบคิดในใจ มือทองอยู่ที่พี่สะใภ้รองแน่ ๆ ดูเหมือนว่าพี่สะใภ้รองจะไม่อยากให้ซิงโจวแต่งงานสินะ คิดไปคิดมาก็อาจจะจริง ซิงโจวเก่งขนาดนั้น งานทุกอย่างในบ้านเขาเป็นคนทำหมด และยังทำแต้มแรงงานได้เยอะสุดในหน่วยผลิตด้วยขยันขันแข็ง พูดน้อย ไม่ใช้จ่ายอะไร ไม่สิ้นเปลือง ถ้าซิงโจวไม่แต่งงาน ก็ไม่ต่างอะไรกับแรงงานฟรีของตระกูลเย่ ตอนนี้...มีเธออยู่ตรงนี้แล้ว เธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกเขาอีก ระหว่างทางกลับ พวกเขาสองคนนั่งรถไถกลับไปที่หมู่บ้านเสี่ยวอวี่ได้ยินเสียงอึกทึกวุ่นวายดังมาจากหน้าบ้านตระกูลเย่แต่หน้าหมู่บ้านแล้ว เกาเฟินได้ยินลูกชายรองมาแจ้งข่าวแล้ว แต่...ในใจก็ยังไม่อยากเชื่อ ยังไงซะมันก็เป็นแค่ความฝัน ไม่เกิดขึ้นจริงหรอก เสี่ยวอวี่มาอยู่ชนบท 2 ปี สอนหนังสือมา 2 ปีเต็ม แม้แต่ไก่ก็ยังไม่กล้าฆ่า เธอคงไม่กล้าค้ามนุษย์หรอก“เสี่ยวอวี่ไม่มีทา
Baca selengkapnya
บทที่ 8 เป็นห่วง
เสี่ยวอวี่เห็นซิงโจวกำลังเหม่อ เธอก็เขย่าแขนเขาเบา ๆ พลางเอ่ยว่า“คุณ ~ อาหารอยู่ในถ้วยของคุณ นั่นหมายความว่าเป็นของคุณแล้ว รีบกินได้แล้ว”ตั้งแต่เล็กจนโต เขาได้กินไข่ไก่นับครั้งได้ อยู่ที่สนามฝึกซ้อมมีคนอยู่หลายร้อยคน ข้าวโพดชุบแป้งทอดที่ขึ้นราอยู่ในตะกร้าไม้ถูกโยนลงมาจากข้างบน ใครแย่งได้ก็มีกิน ใครแย่งไม่ได้ก็อด ต่อมา...เมื่อผู้คนลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ถึงจะได้กิน และตอนนั้นก็จะได้กินมันเทศ ไม่ก็ซาลาเปาแป้งสาลีกระทั่งเหลือเพียงไม่กี่สิบคน นาน ๆ ครั้งถึงจะได้ลิ้มรสไข่ไก่ แต่...ไข่ไก่นั้นก็ไม่ได้หอมอร่อยเหมือนตอนนี้ เสี่ยวอวี่บอกว่า ไข่ไก่อยู่ในถ้วยข้าวของเขาแล้ว นั่นก็หมายความว่าไข่ไก่นี้เป็นของเขา ซิงโจวจึงเริ่มคีบอาหารกิน ก้มหน้าก้มตากินข้าวที่หุงกับมันเทศซึ่งโปะเต็มไปด้วยไข่เจียวซิ่วห่าวมองด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม กิน กิน เอาแต่จะกินอย่างเดียว กินคนเดียวแต่เหมือนกินอยู่สองคน ไม่กลัวอาหารจะติดคอตายหรือไง ? ซิ่วห่าวเริ่มสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง ไอ้โง่คนนี้น่ะมองยังไงก็ไม่เหมือนคนมีวาสนาใหญ่หลวงเลยสักนิด บางที...หล่อนอาจจะฟังผิดไปก็ได้หลังจากที่กินข้าวเสร็จ ซิ่วห่าวก็ได้หยิบเอาผ้ามาเช็ด
Baca selengkapnya
บทที่ 9 รู้เห็นทุกอย่าง
วันนั้น...มีหมูป่าตัวหนึ่งวิ่งลงมาจากเขา วิ่งไปที่หน่วยผลิต 3 ของหมู่บ้านต้าเหอ มันพุ่งชนชาวบ้านบาดเจ็บ 2 คน ก่อนจะวิ่งไปเหยียบย่ำแปลงพืชผลเสียหายยับเยินไปทั้งแถบ ซิงโจวเป็นคนที่ชกหมูป่าตัวนั้นตายคาที่แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ได้แบ่งเนื้อหมูป่าให้ทุกคน รวมถึงปัญญาชนคนอื่นๆ ด้วย ได้รับส่วนแบ่ง 4 ชั่ง ในบรรดาปัญญาชน เทียนตงกินเนื้อหมูป่าเยอะสุด หล่อนตกใจหันขวับไปดู พอเห็นซิงโจวยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าขรึมอยู่ก็ยิ่งกลัวเทียนตงพึมพำกับตัวเองในใจ ไอ้โง่ซิงโจวชกหมูป่าทีเดียวตาย ไม่รู้ว่าเวลาโกรธจะฆ่าเธอไหมนะ ? หล่อนรีบหลบไปอยู่ข้างหลังพี่ใหญ่ ‘หลิวอวิ๋น’ ก่อนจะตอบกลับ“เสี่ยวอวี่ เธอนี่ใจร้ายจริง ๆ เลยนะ ฉันมาอยู่ที่นี่กับเธอสองปีแล้ว เธอกลับไม่ยอมแต่งงานกับพี่ชายฉันสักที”“นี่...ฉันจะบอกอะไรให้นะ ใครอยู่กับใคร ? เราทุกคนคือยุวปัญญาชนที่ทางการส่งมาปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ ส่วนพี่ชายเธอน่ะ ฉันไม่สนใจหรอกนะ พี่ชายเธอมันโรคจิต ฉันยอมตายดีกว่าแต่งงานกับพี่ชายเธอ !!”“เธอกล้าว่าพี่ชายฉันเหรอ ? ฉันจะเขียนจดหมายไปฟ้องพี่ชายฉัน !!”“เอาเลย รีบเขียนจดหมายไปฟ้องตอนนี้เลย ฉันแต่งงานกับคนที่นี่แล้ว พี่ชายเธอจะทำอะไ
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ย้ายมาอยู่ด้วยกัน
เสี่ยวอวี่หันไปพูดกับหลิวอวิ๋นว่า “พี่หลิว งูน้ำน่ะไม่มีพิษหรอกค่ะ หาไม้มาเขี่ยมันออกไปข้างนอกนะ แล้วซื้อยาไล่แมลงมาโรยรอบ ๆ งูก็ไม่เลื้อยเข้ามาแล้ว”“ได้ ๆ เดี๋ยวพี่จะรีบไปซื้อ” หลิวอวิ๋นเข็นจักรยานออกไป แล้วหันมาพูดกับเทียนตงว่า“รีบเอางูนั่นไปปล่อยนะ เอาไปปล่อยไกล ๆ เลย อย่าให้มันฟื้นล่ะ เดี๋ยวจะหาไม่เจอ ระวังมันจะมุดเข้าไปอยู่ในผ้าห่มเธอนะเทียนตง” เทียนตงได้ยินอย่างนั้นก็เกือบปล่อยโฮ“ฉันกลัว เสี่ยวอวี่ เธอบอกไอ้โง่ของเธอนำงูตัวนี้ไปทิ้งที” เสี่ยวอวี่ชำเลืองตามอง เธอไม่คิดจะช่วย คนตระกูลเหลียงนี่บ้ากันหมดทุกคนเลยหรือไง ? เธอไม่ช่วยหรอกนะ..........เสี่ยวอวี่ขนข้าวของทั้งหมดของเธอมาที่ห้องของซิงโจว จินซานกับอินซานต่างก็แต่งงานมีครอบครัว มีลูกกันแล้ว ห้องหลัก 2 ห้องที่อยู่ด้านหน้าจึงแบ่งให้ 2 ครอบครัวนี้อยู่ เดินออกทางประตูหลังของห้องหลักไป ก็จะเป็นห้องเล็ก 2 ห้องที่ด้านหลังบ้าน ซึ่งต่อเติมขึ้นมาภายหลังห้องหนึ่งเป็นห้องของเกาเฟิน อีกห้องเป็นของซิงโจว แม้ว่าห้องด้านหลังจะเล็กไปหน่อย แต่...มันก็ยังดีกว่าต้องนอนร่วมเตียงกับปัญญาชนคนอื่น ๆ ที่ห้องพักนั่น อีกอย่าง...ซิงโจวอยู่ที่นี่ อย
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status