- 1 -
กำจัด
ปัง! ปัง! ปัง!
“อึก!”
“ลาก่อน...ลี่หง ขอให้โลกใบใหม่ใจดีกับเธอแล้วกันนะ”
“หัวหน้า”
‘ลี่หง’ มองหัวหน้าหน่วยของเธอด้วยดวงตาแข็งกร้าว มือเรียวเล็กทว่าหยาบกร้านเพราะจับแต่ด้ามมีดด้ามปืนและอาวุธหลากชนิดกุมหน้าท้องของตัวเองที่โดนยิงไปหลายแผล
ลี่หงไม่ได้รู้สึกเจ็บมากเท่าไหร่ เพราะตัวเธอเข้าสู่วงการ นักฆ่า มาทั้งชีวิต อดทนต่อความเจ็บปวดมาครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็เจียนตาย
จุดที่เธอขึ้นเป็นนักฆ่าเบอร์หนึ่งขององค์กร!
“เป็นเพราะเธอที่เก่งจนเกินไปองค์กรจึงไม่อาจวางใจให้เธอมีชีวิตต่อ หวังว่าเธอจะเข้าใจฉันนะลี่หง” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ลี่หงเรียกเขาว่าหัวหน้ามองร่างบางที่นอนจมกองเลือดด้วยแววตาเรียบเฉย ไม่มีความคิดจะเห็นใจหรือสงสาร
นักฆ่าอย่างพวกเขาถูกฝึกสภาพจิตใจให้แข็งกระด้างยิ่งกว่าหินผา ไร้ความรัก ไร้ความผูกพัน
แม้แต่ลี่หงที่เป็นลูกน้องที่ทำงานกันมานานหลายปีเขายังฆ่าได้โดยไม่กะพริบตา...
ลี่หงลอบยิ้มกับตัวเอง ดวงตาคู่สวยโฉบเฉี่ยวอันหาได้ยาก ที่ใครต่อใครเห็นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นดวงตามัจจุราชที่พร้อมจะพรากเอาชีวิตของผู้คนได้ตลอดเวลา เธอหลับตาลงเพราะรู้สึกว่าร่างกายเริ่มจะเบาหวิว ความเย็นยะเยือกสัมผัสเข้าสู่ผิวกายเข้าไปในกระดูกอย่างช้า ๆ
พอความตายคลืบคลาน ลี่หงก็รู้สึกเจ็บทรมานบาดแผลที่กำลังลามเข้าไปในกระดูก
เธอรู้ตัวว่าวาระสุดท้ายของชีวิตกำลังจะมาถึง...
เดิมทีลี่หงเป็นเพียงเป็นเด็กที่องค์กรเลี้ยงไว้ ตลอดระยะเวลากว่าสามสิบปีเธอไม่เคยรู้ว่าพ่อกับแม่ของเธอเป็นใคร เนื่องจากทางองค์กรขโมยตัวเธอมาจากพ่อและแม่ตั้งแต่แบเบาะ ตัวของลี่หงก็ไม่เคยที่จะหาคำตอบว่าตัวเองมีครอบครัวหรือเปล่า...
เธอไม่รู้จักความรัก ไม่อยากมีความผูกพันกับใคร วันวันเอาแต่ฝึกฝนฝีมือเพื่อจะได้เป็นคนเก่ง และเป็นที่โดดเด่นในองค์กรไม่ให้ใครรังแกหรือเอาเปรียบได้ง่าย ๆ
การเป็นนักฆ่าไม่ได้ง่าย ทว่าคนที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์และพรแสงอย่างลี่หงสามารถไต่เต้าจากเด็กตัวน้อย ๆ ขึ้นมาเป็นนักฆ่าลำดับต้น ๆ ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี และสามารถขึ้นมาเป็นนักฆ่าเบอร์หนึ่งตอนอายุ 25 ปี
ลี่หงไม่เคยทำงานพลาด ไม่เคยถูกจับได้ เธอเก่งและฉลาดเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจนทางองค์กรนึกหวั่นเกรงว่าถ้าหากลี่หงคิดจะทรยศ...องค์กรคงจะรับมือได้ยาก
เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอโดนสั่งเก็บ!
และคนคนนั้นก็เป็นหัวหน้าคนที่ชุบเลี้ยงเธอมาตั้งแต่ต้น ลี่หงไม่ได้นึกโกรธ ในใจเธอเข้าใจในสิ่งที่หัวหน้ากระทำ ทว่าปฏิกิริยาของร่างกายกลับไม่ยินยอม เธอมองอีกฝ่ายด้วยแววตาแข็งกร้าวราวกับจะฉีกเนื้อของอีกฝ่ายออกมาเป็นชิ้น ๆ
“ขอบใจที่เธอยอมตายง่าย ๆ เพราะถ้าสู้กันจริง ๆ ฉันคงจะสู้เธอไม่ได้หรอกนะลี่หง”
“อึก!”
ลี่หงเป็นถึงนักฆ่าเบอร์หนึ่งที่คนในองค์กรยอมรับ รัฐบาลตั้งค่าหัวเธอสูงลิ่วยิ่งกว่าโจรข้ามชาติเสียอีก เพราะฉะนั้นจะมาพลาดท่าให้กับหัวหน้าแก่ ๆ คนหนึ่งได้อย่างไร
ถ้าไม่ใช่ว่า...เธอยินยอมที่จะตายเสียเอง
ก่อนหน้านี้ลี่หงได้รู้จักเด็กน้อยคนหนึ่ง เป็นเด็กผู้หญิงอายุ 10 ปี เด็กคนนี้กำลังจะเป็นเหยื่อรายต่อไปขององค์กร ค่าหัวของเด็กคนนั้นไม่น้อยเลย ไม่ยากเลยที่ลี่หงจะลงมือสังหาร เด็กแค่สิบขวบเธอดีดนิ้วครั้งเดียวก็สามารถทำให้สิ้นลมหายใจได้ในทันที
ทว่าก่อนที่จะลงมือเธอเห็นเด็กคนนั้นช่วยประคองคนแก่ที่กำลังจะข้ามถนน
ส่งผลให้เรียวนิ้วที่กำลังจะลั่นไกปืนชะงัก
เด็กคนนั้นเดินไปส่งยายชราหลังค่อมจนถึงถนนอีกฝั่ง ก่อนจะฉีกยิ้มร่าแววตาเปล่งประกายไปด้วยความสุข โบกมือหย็อย ๆ ให้กับยายชรา เรียวขาเล็กนั้นขยับวิ่งข้ามถนนมาฝั่งเดิมที่มีครอบครัว มีพ่อและแม่ยืนรออยู่ รอยยิ้มกว้างที่เปล่งประกายมีความสุขจนถึงดวงตาทำให้ลี่หงหยุดมองราวกับโดนมนตร์สะกด
เกิดอะไรขึ้น? เธอไม่เคยปล่อยให้เหยื่อมีลมหายใจนานขนาดนี้มาก่อน...
เด็กคนนั้นวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อแม่ที่กางแขนรอรับ คนเป็นแม่ก้มลงหอมที่ศีรษะเล็ก ๆ นั้นอย่างภาคภูมิใจ ส่วนคนพ่อทำเพียงขยี้เส้นผมยาวสลวยเบา ๆ ทว่าดวงตาก็ฉายประกายอ่อนโยน
มันทำให้วินาทีหนึ่งลี่หงนึกอยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่นอย่างเด็กคนนั้นบ้าง ถ้าเกิดว่าเธอมีครอบครัว เธอจะมีความสุข จะยิ้มสดใสร่าเริ่งได้เหมือนเด็กคนนั้นหรือเปล่านะ?
นั่นเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในหัวเพียงชั่วแวบเดียว แต่มันก็เป็นแวบเดียวที่นักฆ่าเดนตายเบอร์หนึ่งคนนี้ทำงานพลาด
เธอปล่อยเด็กน้อยไป
เพราะรู้สึกสงสารและเห็นใจเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่ฆ่าคนมา นั่นเป็นสิ่งที่องค์กรไม่ยอมรับและหลีกเลี่ยงมาตลอด ลี่หงเริ่มจะมีหัวใจในความเป็นมนุษย์
นั่นเป็นสิ่งที่องค์กรไม่ยอมรับ
ไม่อยากทำแล้ว...เธอไม่อยากพรากชีวิตของใครอีกต่อไปแล้ว ลี่หงจึงเลือกจะลาโลกใบนี้ที่เธออยู่มาสามสิบปี ยอมให้คนอื่นปลิดชีพตัวเองได้อย่างง่ายดาย
อยากจะหลุดพ้นจากกรงขังขององค์กร
และความตายก็เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เธอหลุดพ้นได้
“ละ...ลาก่อน”
ดวงตาคู่สวยหลับลงสนิท ในหัวของเธอไม่คิดอะไรแล้ว ความเจ็บปวดถึงกระดูกเมื่อครู่พลันจางหาย กลายเป็นชาวาบไปทั่วทั้งร่างกาย ไม่เว้นแม้กระทั่งหัวใจ
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงจากหางตา
ขอโทษนะ...ขอโทษที่เคยพรากชีวิตของคนบริสุทธิ์ไปทั้งที่พวกเขาไม่ได้ทำร้ายเธอเลยสักแผล
“ฉันขออโหสิกรรม...”
ปากบางพูดเสียงแผ่วหวังให้คำพูนี้ลอยไปกับสายลมส่งต่อให้กับคนดี ๆ ที่เธอเคยพรากชีวิตของพวกเขา
ฉันลี่หง...ขออโหสิกรรมและชดใช้ให้พวกคุณด้วยชีวิตของฉันเอง
อีกด้านหนึ่ง
“เร็ว ๆ สิวะ พวกแกรอให้พวกมันตามมาหรือยังไงถึงได้ทำอะไรชักช้าแบบนี้”
“นี่ก็เร็วที่สุดแล้วโว้ยยย แล้วแกน่ะมัดมันดีหรือยัง อย่าให้หนีไปได้นะไม่อย่างนั้นเราชวดเงินห้าหมื่นหยวนแน่ ๆ”
“มัดแน่นดีแล้วไม่มีทางหลุดแน่นอน อีกอย่างฉันทุบหัวจนเธอสลบไปแล้วยังไม่ฟื้นง่าย ๆ หรอก วางใจเถอะ”
“เออ ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ดี อย่างน้อยก็ให้เราได้ไปถึงถิ่นเราก่อน”
ชายสองคนสนทนากันภายในรถยนต์คันหนึ่ง โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ‘หลี่ลี่หง’ ผู้หญิงบอบบางและอ่อนแอที่ถูกฝ่ามือสับเข้าที่ต้นคอนั้นได้สิ้นใจไปแล้ว
เหลือเพียง ‘ลี่หง’ นักฆ่าเดนตายที่ไม่รู้เป็นมายังไงวิญญาณของเธอถึงได้เข้ามาสวมอยู่ในร่างของหลี่ลี่หงได้
และเธอก็นอนฟังพวกมันคุยกันมาได้สักพักแล้ว
ลี่หงหลับตาฟังพวกมันคุยกันพร้อมกับย่อยข้อมูลของร่างเดิมที่หลั่งใหลเข้ามาในหัว พยายามจดจำเรื่องราวชีวิต และข้อมูลเจ้าของร่างอย่างเงียบ ๆ ไม่กระโตกกระตากให้พวกมันได้รู้ตัว
ให้พวกมันตายใจว่าเธอยังสลบอยู่ อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครมันอุกอาจถึงขั้นจับตัวหลี่ลี่หง ภรรยาของเจ้าพ่อหัวเมืองเหนือมากลางวันแสก ๆ และลงมือทำร้ายจนเธอถึงขั้นเสียชีวิต
ฟังจากน้ำเสียงแล้วพวกมันไม่น่าเป็นมืออาชีพเท่าที่ควร เพราะในน้ำเสียงพวกมันยังคงมีความหวาดกลัวการกระทำความผิดอย่างเห็นได้ชัด
คงเป็นพวกลูกน้องปลายแถวของใครสักคน?
ความคิดเห็นเพิ่มเติม