Masukเธอคือ ลูกสาวกำนันผู้ทรงอิทธิพล ส่วนเขาคือ ผู้กองสายปราบที่ถูกส่งมาพังอาณาจักรของพ่อเธอ คนหนึ่งไม่ยอมคน อีกคนไม่เคยยอมแพ้ จากคู่กัด กลายเป็นคู่ชีวิต จากคนที่ควรระวัง กลับกลายเป็นคนที่ขาดไม่ได้ แต่ในบางปลาม้า... ความลับไม่มีอยู่จริง เมื่ออดีต ความแค้น และเกมอำนาจเริ่มไล่ล่าพวกเขา ผู้กองหนุ่มจึงมีทางเลือกเพียงอย่างเดียว ปกป้องเธอให้ได้... แม้ต้องแลกด้วยเครื่องแบบ หน้าที่ หรือชีวิตของตัวเองก็ตาม เมียรักผู้กองร้าย เรื่องราวของผู้กองสายโหดผู้พร้อมชนทั้งโลก แต่ยอมแพ้ให้ผู้หญิงคนเดียวเท่านั้น
Lihat lebih banyakปลายนาของอำเภอเดียวกัน
“หยุด ! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ”
เสียงกร้าวของดาบพิทักษ์ที่คุ้นเคยดังทะลุอากาศร้อน บ่อนไก่เถื่อนกลางสวนชมพู่แตกฮือทันที ฝุ่นแดงใต้ตีนพวยขึ้นตลบคละกลิ่นบุหรี่ราคาถูกกับกลิ่นสาบไก่ชน
กระต๊าก !
ไก่ชนกระพือปีกวุ่นวาย เสียงด่าทอ เสียงสับเท้าบนพื้นดิน ทุกอย่างระเบิดขึ้นพร้อมกัน
โป่ง เด็กหนุ่มสูงชะลูดวัยสิบหกปีตระหนกผุดลุก นักพนันอีกคนคว้าไก่ของตัวเองออกวิ่งขาขวิด
“ฉิบหายแล้ว !” โป่งเสียงหลง ขาสั่นพับ ๆ
จอมขวัญยังนั่งยองอุ้มปีเตอร์ ไก่ชนแสนรักในอ้อมแขน เอื้อมมือตะครุบเงินบนดิน “เงินกู” แล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ตัดขา แหงนหน้ามองโป่ง
“ไหนบอกเคลียร์แล้ว”
แต่ตรงที่ลูกน้องเคยยืนกลับมีแต่ฝุ่นลอยคลุ้ง แว่วเสียงฝีเท้ากระแทกดินจากทางป่ากล้วยทำเธอขนลุก จอมขวัญอุ้มไอ้ปีเตอร์แนบอก ออกวิ่งปรูดตามชาวบ้านไปติด ๆ
“ซวยแน่…”
แม้โตมากับคันนาและทางดินพวกนี้ แต่เสียงฝีเท้าที่ไล่กวดมาข้างหลังไม่ใช่ของคนธรรมดา หนัก แน่น และจี้เข้ามาทุกทีจนขนที่ต้นคอลุกชัน เธอรีบสับตีนแตก ไม่สนว่าใบกล้วยจะบาดแขนจนแสบ
…ฉิบหายแล้วไอ้ขวัญ นี่มันตำรวจสายเงียบหรือฆาตกรวะ
จอมขวัญสบถ กระโดดข้ามคลอง แผ่นหลังชื้นเหงื่อร้อนผ่าว ลมวืดด้านหลังทำให้เธอสะดุ้งรู้สึกกลัวเป็นครั้งแรก
เธอรัดไก่รักจนแน่น เจ้าปีเตอร์เอี้ยวหัวมองสิ่งที่ตามมา มันหวีดเสียงสูง กระต๊าก ! จิกเล็บลงแขนเธอ
“โอ๊ย ! ไอ้ไก่เนรคุณ”
ฉับพลันโลกหมุนคว้างเมื่อเท้าจมลงในดินแฉะร่องน้ำ เธอปล่อยไก่ทิ้งตามสัญชาตญาณ ร่างบางเสียหลักถลาลงพื้น แต่ก่อนที่หน้าจะทิ่มเลน วงแขนแข็งแรงปานคีมเหล็กก็รวบหมับเข้าที่เอวแล้วเหวี่ยงเธอหงายตึงลงบนหญ้ารกเรื้อ
“โอ๊ย! ไอ้ห่า...”
คำด่าค้างอยู่ที่ลำคอ เมื่อเงาตะคุ่มของชายหนุ่มทาบทับลงมาบดบังแสงอาทิตย์ กลิ่นเหงื่อจาง ๆ ผสมกลิ่นฝนฟุ้งกระจายอยู่เหนือร่าง นัยน์ตาสีสนิมคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาเหมือนจะสะกดกันให้ตายคาดิน
คลิก ! เสียงเหล็กกระทบกันเย็นเยียบที่ข้อมือทำเอาเธอตาสว่าง ไม่เคยมีใครกล้าทำกับลูกสาวกำนันจอมพลแบบนี้
“นี่นาย... !”
“โจรอะไร สวยขนาดนี้”
เสียงนั้นแหบพร่า แต่มุมปากกลับแสยะยิ้มที่ดูเหมือนปีศาจมากกว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตรึงมือเธอเหนือศีรษะ ทั้งที่ควรปล่อย แต่เขากลับไม่ปล่อย ทาบทับแนบแน่นเกินจำเป็น
“ปล่อย ! ฉันลูกกำนันจอมพล นายไม่ได้ตายดีแน่” เธอตวาดแว้ด
เขาหัวเราะกวาดตามองหน้าเธอชัด ๆ ราวกับจำได้ตั้งแต่วินาทีแรก“สวัสดีจอมขวัญ”
“นาย...” เธอหยุดดิ้น แรงตำรวจกระชากเธอขึ้นจากพื้น หมุนหันหลังแล้วอีกมือหนึ่งก็ถูกตรึงล็อคแน่นหนา เสียงหวานแผ่วลงอย่างสงสัย “รู้จักฉัน ?”
“วิ่งเก่งขนาดนี้ ลงทีมชาติคงพอได้ประโยชน์ ไม่ใช่มาเป็นผีพนัน” เขาลากเธอให้ออกเดิน “เธอถูกจับแล้ว”
จอมขวัญอ้าปากค้าง เธอถูกตำรวจจับ ! แต่ฉันกำลังจะเป็นเมียตำรวจ
“ผัวฉัน... ต้องไม่ปล่อยนายไว้แน่ไอ้ประทวน” เธอตะโกนใส่หน้า
เขาช้อนคว้าปีเตอร์จากพื้นได้ก่อนมันจะวิ่งเตลิด แล้วลากร่างเล็กของเธอออกจากสวนโดยมีไก่ตัวนั้นอยู่ในวงแขนแกร่งราวกับอุ้มมันมาทั้งชีวิต
กลางแดดเปรี้ยงคือรถกระบะสี่ประตูสีแดงขาวและนายตำรวจอีกห้าหกคน ไอร้อนพุ่งขึ้นใบหน้าแดงซ่าน
เขาเหวี่ยงเธอขึ้นท้ายกระบะหน้าคะมำกลางแผ่นเหล็กร้อน เธอพลิกตัวกลับสบตาส่งแววอาฆาต
“ผู้กองเตชินทร์” การุณเอ่ยปราม
ผู้กองเตชินทร์...
เธอตะลึงงัน ชื่อที่กระแทกใส่หูจนหัวใจเธอเหมือนร่วงวูบลงไปกองที่พื้นรถ ชื่อที่ติดอยู่ในหัวเธอมาตลอดสองอาทิตย์แต่ไม่กล้าออกเสียง ไม่ใช่เพราะว่ากลัวเพียงแค่ไม่กล้ายอมรับว่ากำลังจะเป็นเรื่องจริง
“ของกลาง” ผู้กองชูไก่ดิ้นในมือ มันตีปีกจิกเนื้อตำรวจ “โอ๊ย ! แสบเหมือนเจ้าของ” เขายิ้มสยอง โยนไก่เข้าไปในรถปิดประตู
“และใช่… ถ้าเธอกำลังสงสัย” เขาค้อมตัววางแขนพาดข้างกระบะ “ฉันคือผู้กองคนใหม่ของบางปลาม้า”
“และก็… ผัวเธอ” เขายิ้ม
“นาย...”
ปัง ! เขาตบรถกระบะ ตำรวจกรูขึ้นรถ เธอสะดุ้ง ริมฝีปากขยับพึมพำกับตัวเอง เร็วเกินไป... สบตาพยัคฆ์ที่กวาดมองเธออย่างพอใจเสี้ยววินาที
ดาบพิทักษ์กระโดดขึ้นนั่งท้ายกระบะพร้อมหมู่ไสวคนกันเอง แต่วันนี้พวกเขาไม่ทักคุย เงียบสนิท จากนั้นรถตำรวจแดงเลือดหมูก็พาทุกคนตะบึ่งฝ่าดงกล้วยกลางหลืบนา มุมลับที่เธอเฟ้นหามาอย่างดี เข้าสู่ถนนลูกรังฝุ่นแดงตลบกลบรถจนมิด
ฉันโดนจับโดยว่าที่สามี !
ขณะที่ลูกสาวกำนันนั่งกรุ่นโกรธกลางแดดร้อน ภายในห้องโดยสารเย็นสบาย เตชินทร์นั่งนิ่งเบาะหน้าข้างคนขับ เหลือบมองทางกระจกหลังเห็นศีรษะของคนร่างเล็กโยกตามแรงเหวี่ยงรถ แผ่นหลังเหยียดตึง
ดื้อขนาดนี้...
“ไอ้เต” การุณเรียกเบา ๆ ด้านเบาะหลัง สบตาผ่านกระจก “นั่น... ว่าที่ภรรยา” เขาหันออกไปมองถนน
ว่าที่ภรรยา...
คำที่เขาบอกตัวเองว่าไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว แต่สายตากลับวกมองกระจกอีกครั้ง ต้นคอขาวนวลใต้เส้นผมที่รวบลวก ๆ ปลิวไสวตามแรงลม ชีพจรเขารัวไม่จางราวกลองชุดตั้งแต่ปะทะสายตากลางดินใต้ร่มไม้
สัมผัสนุ่มร้อนตรงเอวยังติดอยู่ที่ฝ่ามือ ทั้งที่เขาไม่ควรจำมันเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“แค่อยากเตือน ทำอะไรควรเกรงใจ” การุณพูดนิ่ง ๆ “ถ้าคิดเล่นเกม... มึงอาจแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม”
แพ้ ? เขาหยันมุมปาก เอาสิ
หวอ... เสียงหวูดแหลมบนหลังคารถที่พาเธอแล่นผ่านกลางอำเภอบางปลาม้า ถิ่นเมืองคนสำเนียงเหน่อ แดนปลาชุกชุมและของเถื่อนที่ยังชุกในบางพื้นที่
โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเกมนี้… จะทำให้เขาเสียมากกว่าที่คิด
คืนที่ผู้กองการุณไปหาพริ้งเพราที่ร้านนวดดาวรวีฝนตกหนักเหมือนฟ้าจะถล่มบางปลาม้าให้จมน้ำ พริ้งเพรานั่งนิ่งบนเตียงหมอนวดกลางแสงสลัวของไฟถนนที่สาดลอด กลิ่นดินชื้นและกลิ่นหญ้าปนกันจนเธอรู้สึกเหมือนถูกห่อหุ้มไว้ห้องเดิม เตียงเดิม แสงเดิมแต่คืนนี้ไม่เหมือนทุกคืนที่ผ่านมาเพราะเป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้รอ ‘ลูกค้า’ เธอกำลังรอผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้คำว่าอนาคตไม่ได้ฟังดูไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป“หนาวไหม” เสียงทุ้มของการุณดังขึ้นเบา ๆ เขาเพิ่งมาถึงตัวเปียกชุ่มแต่ยังยิ้มได้พริ้งเพราเงยหน้า มองผู้ชายที่เคยเป็น ‘ผู้กองการุณ’ แต่คืนนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อกากี แค่เสื้อยืดคอกลมสีขาวเปียกชื้นติดตัว ร่างกายที่เคยเห็นแค่ตอนนวด วันนี้เธอเห็นชัดเจนยิ่งกว่าเดิม“ไม่หนาวค่ะ… แต่ใจหนาว” เธอพูดเสียงแผ่วการุณนั่งลงข้าง ๆ ไม่ใกล้จนเกินไป แต่ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมมือ เขายื่นผ้าขนหนูสีเทาให้เธอ“วันนี้ฉันคุยกับไอ้เตแล้ว เราจะจัดการโภคินให้สิ้นซาก” เขาพูดนิ่ง ๆ “พริ้งไม่ต้องกลัวอีกแล้ว”เขาเอ
ห้าเดือนต่อมา ณ หอประชุมใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแสงแดดอุ่นจัดยามเช้าส่องกระทบเครื่องแบบติดแถบสีของเหล่านายตำรวจที่ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบเสียงประกาศในหอประชุมก้องกังวาน สลับเสียงปรบมือเป็นระยะ ทุกอย่างควรเป็นเช้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตของเขาเช้าที่คนเป็นพ่อควรภูมิใจ เมียรักควรยิ้มทั้งน้ำตา และตัวเขาเองควรได้ยืนรับเกียรติอย่างเต็มภาคภูมิ หากไม่มีเงาของใครบางคนตามมาทวงหนี้เลือดในวันนี้คนที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็นนายตำรวจหนุ่มเจ้าของร่างสูงที่วันนี้ประดับชั้นยศใหม่บนบ่า“พันตำรวจโท เตชินทร์ เตชภูมิ”การเลื่อนยศอย่างก้าวกระโดดจากผลงานการกวาดล้างขบวนการยาเสพติดรายใหญ่และการสละชีพเข้าระงับเหตุระเบิดที่บ้านกำนันหนู ทำให้วันนี้เขาไม่ได้เพียงแค่ติดดาวดวงใหม่ แต่ยังได้รับมอบ ‘แหวนอัศวิน’ แหวนแห่งเกียรติยศที่มอบให้แก่ตำรวจผู้กระทำความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษ“ยินดีด้วยนะผู้กำกับ... ไม่สิ ท่านรองฯ เตชินทร์”บิ๊กต๊อบเดินเข้ามาตบบ่าลูกชายอย่างภูมิใจเต็มอก นัยน์ตาของคนเป็นพ่อสั่นระริกเมื่อเห็นลูกชายเดินมาไก
เปรี้ยง!รถดูคาติเลี้ยวออกจากวัดกลางแทนที่จะมุ่งกลับบ้านตรง ๆ ล้อกลับพาเธอเลาะคันนาเข้ามาในทางเปลี่ยวที่คุ้นตาจอมขวัญนั่งซ้อนท้ายเงียบ ๆ ซบหน้ากับแผ่นหลังกว้างของผัวตัวดีอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเอะใจ เมื่อเส้นทางนี้ไม่ใช่ทางกลับบ้านพักตำรวจ“พี่เต จะพาไปไหน”เขาไม่ตอบในทันที แค่ยกมือแตะหลังมือเธอที่กอดเอวเขาไว้แน่นแล้วบิดคันเร่งต่อ จนกระทั่งเถียงนาเล็ก ๆ กลางทุ่งโผล่พ้นม่านฝนตั้งเค้า เธอจึงเม้มปากแน่นอย่างคนเริ่มเดาออกว่า... คืนนี้ผู้กองหัวเกรียนคิดไม่ซื่ออีกแล้ว“เถียงนา…” เธอพึมพำที่ที่เคยมีทั้งเสียงทะเลาะ ทั้งรอยน้ำตา ทั้งคำพูดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่คืนนี้กลับถูกจัดเสียใหม่ราวกับเป็นเรือนหอเล็ก ๆ กลางนาจอมขวัญกวาดตามองของทุกชิ้นบนเถียงนาแล้วหันไปค้อนคน ตรียมการอย่างรู้ทัน“อย่าบอกนะว่า พี่ตั้งใจมาค้างจริง ๆ”เตชินทร์ยักคิ้ว มุมปากยกนิดเดียวแบบคนไม่คิดจะปิดบัง “ก็ตั้งใจพาเมียมาฮันนีมูน”จอมขวัญหันขวับ ใบหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย “บ้าไปแล้ว ? ฝนกำลังจะ
แสงไฟระยิบระยับภายในหอประชุมโรงเรียนบ้านบางปลาม้า กลิ่นดอกมะลิและกุหลาบขาวอบอวลไปทั่วงานที่ถูกจัดอย่างสมเกียรติด้านหน้าหอประชุมมีรถราชการจอดเรียงสลับกับรถอีแต๋นและมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านจนแน่นลานดินเสียงหัวเราะ เสียงเด็กวิ่งเล่น และเสียงคนเรียกกันสำเนียงเหน่อดังคลอไปกับดนตรีวงเล็กหน้าเวทีงานแต่งของผู้กองกับลูกสาวกำนันในคืนนี้จึงไม่ใช่แค่งานมงคลของคนสองคนแต่มันคือคืนที่ทั้งบางปลาม้ามาร่วมเป็นสักขีพยานแขกเหรื่อทั้งในเครื่องแบบติดแถบสีและชาวบ้านบางปลาม้าในชุดผ้าไหมสีสดใสนั่งกันเต็มขนัด เป็นภาพที่หาดูได้ยากที่ 'บิ๊กต๊อบ' จะร่วมโต๊ะจีนกับ 'ตาพงษ์' ที่ยังพยายามแอบกระดกเหล้าขาวอยู่ข้างถังน้ำแข็ง“กูว่าวันนี้ลูกพี่สวมชุดขาว” บิ๊กเปรยเบา ๆ เป็นเหตุให้เกิดการพนันขึ้นทันควัน โป่งยิ้มกริ่มเดินเก็บเงินแล้วรอคอยว่าเจ้าสาวจะสวมชุดอะไรจังหวะนั้นไฟในหอประชุมค่อย ๆ หรี่ลงทีละน้อย เด็กเสิร์ฟหยุดเดิน ชาวบ้านหยุดคีบกับข้าว แม้แต่ตาพงษ์ยังยอมวางแก้วเหล้าขาว ทุกสายตาหันไปทางทางเดินสีแดงตรงประตูใหญ่พร้อมกันโดยไม่ต้องมีใครสั่งเงียบกริบเมื่อเสี







![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



