2 Respostas2025-11-27 19:17:28
ขอเล่าเลยว่าสุทธิชัย หยุ่นเป็นชื่อที่ผมได้ยินบ่อยตั้งแต่เด็ก และภาพของเขาในความทรงจำคือภาพของนักสื่อสารที่ไม่ยอมเงียบ เฉพาะเรื่องอายุถ้าดูจากปีเกิดแล้ว เขาเกิดในช่วงกลางทศวรรษ 1940 ซึ่งหมายความว่าในปี 2025 เขาอายุราว 79 ปี (ตัวเลขนี้ขึ้นกับเดือนที่นับปีเกิด แต่คร่าว ๆ อยู่ในช่วงปลายเจ็ดสิบต้นแปดสิบ) การมองเห็นคนที่ยืนหยัดในวงการสื่อมาเกือบครึ่งศตวรรษทำให้ผมรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยทั้งในเชิงเนื้อหาและรูปแบบการรายงานข่าว
ผมจำได้ว่าตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาเขามักถูกอธิบายว่าเป็นคนทำสื่อรุ่นใหญ่ที่สวมบทบาทหลากหลาย ปัจจุบันเขาปรากฏตัวในฐานะนักเขียนคอลัมน์ นักวิเคราะห์ข่าว และที่ปรึกษาด้านสื่อ ซึ่งงานในภาพรวมไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งบริหารวันต่อวัน แต่เน้นการเป็นเสียงวิพากษ์และผู้ให้มุมมองแก่สังคมมากกว่า บ่อยครั้งเขายังปรากฏตัวในรายการสัมภาษณ์หรือเวทีพูดคุยสาธารณะ ซึ่งทำให้ผู้คนยังเห็นบทบาทของเขาในที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง
ในมุมมองของผม การที่เขายังคงรักษาความเคลื่อนไหวในวงการได้แม้จะมีอายุมากแล้ว สะท้อนถึงความเป็นผู้รอบรู้และความตั้งใจในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเรียกตำแหน่งอย่างเป็นทางการว่าอะไร ความสำคัญของเขาคือการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอดีตและปัจจุบันของวงการข่าว การได้เห็นคนรุ่นเก่าที่ยังออกมาพูดอย่างมีเหตุผลช่วยให้บทสนทนาสาธารณะยังคงมีมิติ และนั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกว่ายังคงมีคุณค่าเสมอ
3 Respostas2025-12-04 20:29:57
ครั้งแรกที่เห็นชื่อ นันทวัน หยุ่น ปรากฏในประวัติศาสตร์งานหนึ่ง ฉันรู้เลยว่าสิ่งที่ต้องสื่อในโปรไฟล์คือไม่ใช่แค่วันเกิดหรือการศึกษา แต่เป็นเส้นเรื่องของการเติบโตและจุดเปลี่ยน
ในมุมของแฟนที่ติดตามผลงานมา ผมมักให้ความสำคัญกับ: ประวัติย่อสั้นๆ ที่บอกจุดเริ่มต้น (พื้นเพ การศึกษา เบื้องต้นของสายงาน) ตามด้วยผลงานเด่นที่เป็นจุดเปลี่ยน เช่น บทบาทที่ทำให้ถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง และโครงการที่สะท้อนสไตล์เฉพาะตัว ส่วนของรางวัลควรระบุชื่อรางวัล ปีที่ได้รับ และเหตุผลสั้นๆ ว่ารางวัลนั้นยกย่องอะไร เช่น รางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยมที่มอบให้เพราะการตีความตัวละคร หรือรางวัลผลงานร่วมที่สะท้อนการทำงานเป็นทีม
อีกส่วนสำคัญคือบริบทที่ทำให้รางวัลมีน้ำหนักมากขึ้น — เป็นรางวัลจากคณะกรรมการวิชาชีพหรือโหวตจากประชาชน มีความเป็นระดับชาติหรือระดับนานาชาติ นอกจากนี้อย่าลืมใส่ลิงก์ไปยังผลงานสำคัญ ตัวอย่างสื่อมวลชนที่พูดถึง และคำคมสั้นๆ จากผู้มอบรางวัลหรือจากนันทวันเอง เพื่อให้โปรไฟล์อ่านแล้วเห็นภาพชัดขึ้น ปิดท้ายด้วยมุมมองส่วนตัวว่า รางวัลแค่เป็นบันทึกหนึ่งของเส้นทาง แต่อิทธิพลของงานต่างหากที่ทำให้ชื่อของนันทวันยังคงอยู่ในความทรงจำ
2 Respostas2026-07-01 11:51:10
การได้ติดตามเส้นทางของสุทธิชัยหยุ่นทำให้ผมเห็นพัฒนาการของสื่อไทยทั้งในเชิงเนื้อหาและการจัดการองค์กรอย่างชัดเจน
สุทธิชัยหยุ่นเป็นคนที่ผมยกให้เป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนวงการข่าวของไทย เพราะเขาไม่ได้จำกัดตัวเองแค่การเขียนหรือการอ่านข่าว แต่ขยายบทบาทไปสู่การสร้างสถาบันสื่อ การฝึกคน และการทดลองรูปแบบใหม่ ๆ ของรายการข่าว ผมชอบที่การนำเสนอของเขามักเน้นความชัดเจน ทั้งในบทความและการสัมภาษณ์ ทำให้เรื่องยาก ๆ ดูเข้าใจได้ง่ายขึ้นโดยไม่สูญเสียความลึก
สิ่งที่ผมประทับใจมากคือการเป็นพี่เลี้ยงให้กับคนรุ่นใหม่และการเปิดพื้นที่ให้เสียงที่หลากหลาย การบริหารสื่อที่แข็งแรงในเชิงองค์กรช่วยให้คอนเทนต์มีความต่อเนื่องและสร้างมาตรฐานบางอย่างให้สื่อในประเทศ ทั้งยังมีบทบาทในการผลักดันสื่อภาษาอังกฤษให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ข่าวไทยในระดับนานาชาติเปลี่ยนไปด้วย นอกจากงานหน้าจอและคอลัมน์ เขายังมีบทบาทในการผลักดันแนวคิดเรื่องจริยธรรมสื่อและการพัฒนาบุคลากรด้านข่าวสาร ซึ่งเป็นมรดกที่เห็นผลชัดเมื่อมองย้อนกลับมา
แน่นอนว่าเส้นทางที่ยาวนานย่อมมีข้อครหาและการปรับตัว บางคนมองว่าเขาเคยยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างการเป็นนักวิจารณ์และผู้บริหารสื่อ ซึ่งเป็นความท้าทายที่ทำให้เขาต้องบาลานซ์ระหว่างจรรยาบรรณกับการดำเนินธุรกิจสื่อ แต่สำหรับผม การได้เห็นคนที่ยังตั้งคำถามและพยายามปรับตัวเมื่อสื่อเปลี่ยนไปคือส่วนที่น่าชื่นชม เขาไม่ใช่แค่ชื่อบนปกหนังสือพิมพ์ แต่เป็นตัวอย่างของคนที่ใช้ชีวิตในสื่อเพื่อผลักดันมาตรฐาน และนั่นคือความทรงจำที่ผมจะเก็บไว้เวลาพูดถึงวงการข่าวไทย
5 Respostas2026-07-01 06:17:34
การสัมภาษณ์ล่าสุดของ สุทธิชัย หยุ่น พูดถึงภาพรวมการเปลี่ยนแปลงของวงการสื่อและหน้าที่ของนักข่าวในยุคดิจิทัลเป็นหลัก ผมรู้สึกว่าประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาไม่ได้อยู่ที่การเมืองเพียงอย่างเดียว แต่มันขยายไปถึงวิธีการทำข่าว ความน่าเชื่อถือของสื่อ และความสัมพันธ์ระหว่างสื่อกับสาธารณชน
ในบทสนทนาช่วงหนึ่ง เขายกเรื่องการเปลี่ยนผ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์ไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นกรณีตัวอย่าง และเน้นชัดเจนว่าการปรับตัวต้องมาคู่กับค่านิยมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากขึ้น ผมชอบที่เขาไม่เพียงแต่วิจารณ์ แต่ยังพูดถึงวิธีการปฏิบัติ เช่น การฝึกทักษะการตั้งคำถามและการคัดกรองแหล่งข่าว ความเห็นของเขาทำให้ผมคิดถึงงานข่าวคุณภาพที่ต้องใช้เวลาและความอดทน มากกว่าการตามเทรนด์ไว
สรุปแล้ว การสัมภาษณ์นี้ทำหน้าที่เหมือนการเตือนใจว่าทั้งนักข่าวและผู้บริโภคข่าวต้องร่วมมือกันเพื่อสังคมข้อมูลที่มีคุณภาพ เรื่องนี้ยังคงติดอยู่กับผมเพราะมันสัมผัสกับชีวิตประจำวันของคนทำสื่อและคนทั่วไปได้จริง
5 Respostas2026-07-01 02:53:26
หนึ่งในผลงานสัมภาษณ์ที่ผมมองว่าเป็นกรณีศึกษาสำคัญคือชุดสัมภาษณ์เชิงการเมืองของเขา ซึ่งมักเกิดขึ้นช่วงวิกฤตสำคัญของประเทศ
งานชิ้นเหล่านี้ไม่ใช่แค่การซักถามธรรมดา แต่เป็นการวางบริบทให้ผู้ฟังเข้าใจเหตุการณ์ใหญ่ เช่น การพูดคุยกับแกนนำการเมืองในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจหรือหลังเหตุการณ์ชุมนุมใหญ่ ที่ช่วยเปิดมุมมองในเชิงนโยบายและความคิดส่วนตัวของผู้ถูกสัมภาษณ์ อีกจุดที่ผมประทับใจคือการที่บทสัมภาษณ์เหล่านี้มักตามมาด้วยบทวิเคราะห์ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ทำให้เห็นภาพวงกว้างเหนือกว่าข่าวสั้นๆ
เมื่อฟังแล้ว ผมรู้สึกว่าผลงานแบบนี้ช่วยสร้างสำนึกสาธารณะได้จริง เพราะมันทำให้คนทั่วไปเข้าใจตัวบุคคลและบริบททางการเมืองได้ลึกกว่าเดิม ไม่มีอะไรประมาณว่าทิ้งไว้ให้คนฟังตีความเองมากเกินไป แต่ก็ไม่ใช่การชี้นำแบบเบ็ดเสร็จ ผลงานแบบนี้ยังคงมีคุณค่าสำหรับการอ่านประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของสังคมไทยด้วย
2 Respostas2025-11-27 08:57:30
ในช่วงหลายปีที่ดิฉันตามอ่านงานข่าวของผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่คนนี้ มันชัดเจนว่าชื่อ 'สุทธิชัย หยุ่น' ผูกกับยุคทองของสื่อไทยมากกว่าคำอธิบายสั้น ๆ — เกิดเมื่อ 12 พฤศจิกายน 1946 ทำให้อายุของเขาอยู่ที่ 79 ปี (ณ พฤศจิกายน 2025) ซึ่งสะท้อนถึงประสบการณ์ยาวนานในวงการข่าวสารและการสื่อสารสาธารณะ
สิ่งที่ควรอ่านเพื่อเข้าใจการทำงานและการคิดของเขาคือคอลัมน์และบทบรรณาธิการในนิตยสาร/สำนักข่าวที่เขาก่อตั้งและมีบทบาทสำคัญตลอดหลายทศวรรษ อ่านงานพวกนี้แล้วจะเห็นมุมมองเชิงวิเคราะห์ที่ชัดเจน ทั้งการอ่านเชิงการเมือง เศรษฐกิจ และบทเรียนเกี่ยวกับวิธีทำข่าวที่ไม่ใช่แค่รายงานเหตุการณ์ แต่พยายามวินิจฉัยเหตุผลและผลลัพธ์ นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมบทความและคอลัมน์ในรูปแบบหนังสือหรืออาร์ไคฟ์ออนไลน์ที่คัดเอางานสำคัญมาไว้รวมกัน ถ้าต้องเลือกชิ้นหนึ่งสำหรับคนที่อยากเริ่มต้น ให้เริ่มจากบทความเชิงวิเคราะห์ยาว ๆ ที่แตะปมข้อถกเถียงทางสังคม เพราะจะเห็นวิธีคิดและกรอบการวิเคราะห์ของเขาชัดที่สุด
อีกมุมหนึ่งที่ผมชอบคือผลงานสัมภาษณ์และรายการพูดคุยเชิงลึก—ตรงนี้แสดงให้เห็นทั้งฝีปากและความสามารถดึงรายละเอียดจากแขกผู้ร่วมรายการ การชมคลิปสัมภาษณ์หรือฟังการเสวนาที่เขาเป็นผู้ดำเนินรายการช่วยเติมมิติให้กับงานเขียน เพราะได้ยินน้ำเสียง, จังหวะการตั้งคำถาม และการสรุปประเด็น นี่แหละคือเหตุผลที่ผมยังกลับไปอ่านและดูผลงานของเขาอีกอยู่เสมอ ทั้งเป็นสารตั้งต้นให้คิดและเป็นแหล่งสัญญาณเชิงประวัติศาสตร์ของสื่อไทยในรอบหลายสิบปี
2 Respostas2026-07-01 21:01:56
พอได้ติดตามงานของสุทธิชัย หยุ่นมาระยะหนึ่ง ผมสังเกตว่าแนวทางงานของเขาในช่วงหลังเน้นไปที่การสัมภาษณ์เชิงลึกและคอลัมน์วิเคราะห์มากขึ้น ผลงานล่าสุดที่เห็นเป็นชัดคือรายการวิดีโอสัมภาษณ์ที่ปล่อยเป็นตอน ๆ ภายใต้ชื่อ 'Suthichai Live' ซึ่งมักนำแขกรับเชิญจากแวดวงการเมือง วัฒนธรรม และสื่อมาพูดคุยกันแบบตรงไปตรงมาและไม่รีบร้อน นอกจากวิดีโอแล้ว บางตอนถูกตัดแยกเป็นพอดแคสต์ ทำให้เข้าถึงได้ทั้งคนที่ชอบดูและคนที่ชอบฟังตอนขณะเดินทาง
ส่วนการหาดูผลงานเหล่านี้ทำได้ค่อนข้างสะดวก: ส่วนใหญ่จะลงบนแพลตฟอร์มวิดีโออย่าง YouTube ใต้ชื่อช่องของเขาหรือช่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักข่าว/สำนักพิมพ์ที่เขาทำงานร่วมด้วย ถ้าชอบฟังแบบพอดแคสต์ให้ลองค้นชื่อรายการใน Spotify หรือ Apple Podcasts และถ้าอยากอ่านบทความเชิงวิเคราะห์ล่าสุด มักจะมีเผยแพร่บนเว็บไซต์ข่าวที่เขาร่วมดำเนินการ รวมถึงเพจ Facebook และ Twitter/ X ของเขาเอง ผมมักจะกดติดตามช่องและเปิดแจ้งเตือนสำหรับตอนใหม่ ๆ เพราะบางตอนมีแขกรับเชิญที่หาอ่านหรือฟังไม่ได้จากที่อื่น
ในเชิงความรู้สึก ผมชอบวิธีที่เขายอมคุยเรื่องยากโดยไม่ตัดบทเร็ว ๆ ทำให้ได้มุมมองลึกขึ้นกว่าการสัมภาษณ์สั้นตามรายการข่าวทั่วไป ถ้าอยากเริ่มจากจุดที่เข้าถึงง่าย แนะนำค้นชื่อรายการเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทยทั้งสองแบบ เพราะบางครั้งอัปโหลดโดยใช้ชื่อภาษาไทย บางครั้งใช้ชื่อโรมัน แล้วก็ลองไล่ดูก่อนสองตอนแรกเพื่อเข้าใจสไตล์ ก่อนจะตัดสินใจติดตามต่อ ช่องทางหลักที่ควรเช็กคือ YouTube, เว็บไซต์ของสำนักข่าวที่เกี่ยวข้อง, และบริการพอดแคสต์ทั่วไป ลองเลือกช่องทางที่สะดวกที่สุดแล้วเริ่มจากตอนที่มีหัวข้อที่เราสนใจ จะทำให้เข้าใจว่าสไตล์การนำเสนอของเขาตรงกับสิ่งที่เราต้องการหรือเปล่า
3 Respostas2025-12-04 09:32:56
การสัมภาษณ์ครั้งล่าสุดของนันทวัน หยุ่นเผยให้เห็นชั้นของแรงบันดาลใจที่ซับซ้อนและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
ภาพรวมที่เด่นชัดคือรากเหง้าทางครอบครัวและความทรงจำวัยเด็กที่ถูกนำมาเป็นเชื้อเพลิงในการทำงาน ศิลปินคนนี้พูดถึงเสียงของบ้าน เสียงของผู้ใหญ่ที่สอนให้ใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิต จนมันกลายเป็นวิธีมองเรื่องราวของตัวละครและมุมกล้องที่เขาชอบใช้ เราได้รับความรู้สึกว่าเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันกลายเป็นหัวใจสำคัญของงานศิลป์สำหรับเขา
อีกประเด็นที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือตัวอย่างจากภาพยนตร์ต่างชาติที่เขายกเป็นแรงบันดาลใจ เช่นการพูดถึงบรรยากาศเงียบ ๆ และการสื่ออารมณ์ด้วยภาพแบบ 'In the Mood for Love' ซึ่งทำให้เห็นว่าเขาไม่ได้มองงานตัวเองแค่ในกรอบของชาติเดียว แต่สังเคราะห์จากงานภาพยนตร์และเพลงต่าง ๆ มาเป็นภาษาที่ใช้เล่าเรื่อง ช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ยังพูดถึงการเรียนรู้จากผู้กำกับรุ่นพี่และการทดลองทางเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กระตุ้นให้เขากล้าลองอะไรใหม่ ๆ
ภาพรวมสุดท้ายทิ้งความรู้สึกว่าแรงบันดาลใจของเขาเป็นทั้งส่วนตัวและสาธารณะไปพร้อมกัน ศิลปะสำหรับเขาไม่ใช่แค่การแสดงออกของตัวตน แต่เป็นที่สื่อสารเรื่องราวของคนรอบข้างด้วย เมื่อได้ฟังแบบนี้แล้ว เราอยากติดตามผลงานต่อไปเพื่อดูว่าทุกองค์ประกอบที่เขาเล่าจะกลายเป็นงานที่จับใจคนดูได้อย่างไร
1 Respostas2025-11-27 10:16:05
สื่อมวลชนไทยมีบุคคลสำคัญอย่างสุทธิชัย หยุ่น ที่คนในวงการข่าวและผู้ชมสื่อทั้งหลายคุ้นเคยกันดี — เขาเกิดในปี พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) จึงมีอายุ 79 ปีในปี 2025 การบันทึกปีเกิดแบบนี้ช่วยให้เห็นภาพว่าเส้นทางชีวิตและอาชีพของเขายืดยาวมากแค่ไหน เมื่อเทียบกับบริบทการเมืองและสื่อมวลชนที่เปลี่ยนผ่านตั้งแต่ยุคหลังสงครามเย็นจนถึงยุคดิจิทัล สุทธิชัยเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่ปรับตัวและมีบทบาทต่อการพัฒนาข่าวสารของไทยอย่างต่อเนื่อง
ผลงานแรกๆ ของเขาเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ถึงต้นทศวรรษ 1970 ซึ่งเป็นยุคที่สังคมไทยเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวทางการเมืองและวาระสาธารณะ หลายคนจดจำได้ว่าเขาเป็นแกนนำในการผลักดันข่าวสารเชิงวิเคราะห์และนำแนวคิดสากลมาประยุกต์ใช้กับการทำข่าวไทย จุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางของสุทธิชัยคือการมีส่วนร่วมก่อตั้งและพัฒนาหนังสือพิมพ์ 'The Nation' ในปี 1971 ซึ่งต่อมากลายเป็นโครงการสื่อที่ขยายตัวเป็นกลุ่มนิชามัลติมีเดียแห่งหนึ่งของประเทศ การเริ่มทำข่าวของเขาจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรายงานข่าวประจำวัน แต่ยังรวมถึงการสร้างพื้นที่สำหรับอภิปรายแนวคิดใหม่ๆ และทดลองรูปแบบการนำเสนอทั้งในรูปแบบพิมพ์และออกอากาศ
ตลอดหลายทศวรรษ สุทธิชัยทำหน้าที่หลากหลายทั้งเป็นผู้สื่อข่าว บรรณาธิการ พิธีกรข่าว และนักคิดด้านสื่อสารมวลชน การขยับตัวจากหน้าหนังสือพิมพ์สู่หน้าจอทีวีและสื่อออนไลน์เป็นตัวอย่างของการปรับตัวที่น่าสนใจ เขาไม่เพียงแต่นำเสนอข้อเท็จจริง แต่ยังพยายามใส่มุมมอง วิเคราะห์บริบท และเชื่อมโยงข่าวกับประเด็นสาธารณะที่กว้างขึ้น ในฐานะคนที่ติดตามการทำข่าวของเขามานาน ผมมองว่าแนวทางของสุทธิชัยช่วยยกระดับมาตรฐานการถามคำถามที่ท้าทายต่ออำนาจ และสร้างแรงบันดาลใจให้สื่อรุ่นหลังกล้าแสดงความเห็นอย่างมีเหตุผล
มองย้อนกลับไป เส้นทางของสุทธิชัยเป็นทั้งกระจกสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและแผนที่ชี้แนวทางสำหรับผู้สื่อข่าวรุ่นใหม่ เขาเริ่มจากสนามข่าวท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมือง และเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในเสียงที่เพิ่มมิติให้กับสื่อของบ้านเรา แม้จะมีทั้งคำชมและคำวิจารณ์ตามธรรมชาติของการทำงานสาธารณะ แต่บทบาทของเขาชัดเจนว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาแวดวงสื่อในประเทศ และสำหรับผมแล้วเรื่องราวการทำงานของสุทธิชัยยังคงเป็นบทเรียนสำคัญเรื่องการจับประเด็นอย่างลึกซึ้งและการไม่หยุดเรียนรู้เมื่อโลกข่าวเปลี่ยนไป
5 Respostas2026-07-01 20:46:52
ในฐานะคนที่เติบโตมากับการติดตามข่าวสารของไทยมาเป็นสิบปี ความรู้สึกแรกเกี่ยวกับตำแหน่งของ สุทธิชัย หยุ่น คือเขายังคงเป็นหนึ่งในปากเสียงที่มีน้ำหนักในวงการสื่อไทย
หลายปีก่อนเขาเป็นผู้ก่อตั้งและผูกชื่อไว้กับหนังสือพิมพ์ 'The Nation' ซึ่งทำให้ชื่อของเขาเป็นที่จดจำยาวนานจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าบทบาทเชิงบริหารแบบวันต่อวันจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่เขายังคงปรากฏตัวในฐานะคอลัมนิสต์ นักวิเคราะห์ และผู้ให้ความเห็นในประเด็นสาธารณะต่าง ๆ การที่เขายังเขียนบทความและออกความเห็นอย่างสม่ำเสมอแสดงให้เห็นว่าตอนนี้ตำแหน่งของเขาเหมือนกับ 'ผู้สูงอายุผู้ให้คำปรึกษา' ในวงการมากกว่าจะเป็นผู้บริหารบัญชาการรายวัน
มุมมองส่วนตัวคือบทบาทแบบนี้มีความหมาย เพราะเสียงของเขาช่วยชี้ทิศทางการสนทนาในสังคมได้ แม้จะไม่เห็นเขาเป็นหัวหน้าหน่วยงานแบบชัดเจนเหมือนเดิมก็ตาม