ฮูหยินไร้ทำเนียบ

ฮูหยินไร้ทำเนียบ

last updateLast Updated : 2026-03-31
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
33Chapters
1.4Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ความตายก็เหมือนหลับฝันไปตื่นหนึ่ง แต่ใครจะรู้ว่าพอตื่นขึ้น หยวนเล่อเล่อ ก็เขาไปอยู่ในร่างของ ซูเหยียนเล่อ ฮูหยินน้อยจวนแม่ทัพที่ไม่เพียงแค่ถูกหย่า แต่นางยังถูกส่งตัวไปอยู่ไกลถึงหมู่บ้านชาวนาที่ทั้งยากจนและห่างไกล ข้างตัวมีจดหมายลาตายของเจ้าของร่าง บอกเล่าเรื่องราวอันน่ารันทดใจที่เกิดขึ้น ราวกับต้องการบอกเล่าถึงความอยุติธรรมที่ตนได้รับ หยวนเล่อเล่อไม่ใช่คนที่ชอบหาเรื่องวุ่นวายใส่ตัว ดังนั้นในหมู่บ้านแห่งนี้นางกลับมีชีวิตที่เรียบง่ายและสุขสบายยิ่ง ทว่า...หลังบังเอิญเก็บชายหนุ่มหล่อเหลาใกล้ตายได้บนเขา แถมนางเรียกเขาว่า อาซาน ให้เขาอยู่ข้างกาย ใช้งาน ช่วยงาน กระทั่งนางไหนเลยจะคาดคิดว่านั่นจึงจะเป็นสาเหตุของเรื่องวุ่นวายที่นางไม่ต้องการพานพบ!!!

View More

Chapter 1

บทที่ 1.1

เสียงคำรามพร้อมกับฟ้าแลบแปลบปลาบ สร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้คนในหมู่บ้านเฉิงอินเป็นอย่างมาก กลางดึกของค่ำคืนที่หนาวเหน็บ ฝนกลับเทกระหน่ำราวกับท้องฟ้ากำลังพิโรธ สายลมโหมกรรโชก สายฝนซัดสาดฝาผนังของบ้านจนเกิดเสียงอันน่าขนลุก

ในกระท่อมหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้านเงียบงันไร้ซึ่งเสียงใดๆ คราแรกหัวหน้าหมู่บ้านอยากออกไปดูหน่อย เนื่องจากกระท่อมหลังนั้นทั้งเก่าทั้งโกโรโกโส ผู้มาอยู่ใหม่มีเพียงหญิงสาวแปลกหน้าที่ดูแล้วคงไม่รู้จักวิธีเอาตัวรอด...

ฝนเทลงมาจนเปียกปอนทุกหย่อมหญ้า เสียงฟ้าคำรามดังต่อเนื่องไม่หยุด จนแล้วจนรอดผู้ที่คิดจะก้าวขาออกจากบ้านจึงได้แต่เปลี่ยนใจ หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านอันอบอุ่น มุดเข้าไปใต้ผ้านวม บอกตัวเองว่าฝนหยุดแล้วจึงจะออกไปดู

...เห็นแก่คุณธรรมในใจเขาจะออกไปดูเสียหน่อย

แต่จนแล้วจนรอดเขากลับผล็อยหลับไปเพราะฝนนั้นไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตก

กระท่อมท้ายหมู่บ้านพื้นที่โดยรอบกว้างขวางใหญ่โต ถึงอย่างนั้นเพราะไม่มีผู้ใดมาดูแล ไม่เคยมีใครเข้ามาอยู่อาศัยมานานหลายปี สภาพจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่อาศัย

มองเข้าไปด้านในเพราะสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบ สตรีนางหนึ่งกำลังพยายามจุดเทียนด้วยท่าทีทุลักทุเล เสียงไอดังขึ้นถี่ๆ กระทั่งหญิงสาวจุดเทียนได้ในที่สุด นางนั่งลงจากนั้นมองไปรอบๆ จดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ลายมืองดงามอ่อนช้อย อักษรที่เขียนจากพู่กันด้ามเล็ก ตัดพ้อชีวิต ตัดพ้อผู้คน กระทั่งต่อว่าฟ้าดินที่ไม่ยุติธรรมกับนาง...

...ตัวข้าแซ่ซู มีนามว่าเหยียนเล่อ

ตัวข้าเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของปราชญ์ซู ซูอวี้ ในปีที่บิดาของข้าได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นปราชญ์หลวงของแคว้นเยวี่ย ข้าได้แต่งเข้าตระกูลเซี่ย เป็นฮูหยินน้อยแม่ทัพเซี่ย เซี่ยป๋ออวิ๋น ทว่ายังไม่ทันได้เข้าห้องหอ แม้แต่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก็ยังไม่ทันได้ถูกเปิด สามีก็มีอันต้องถูกเรียกตัวเข้าประจำการยังชายแดน

สามีไม่อยู่ ข้ากลายเป็นฮูหยินที่แม่สามีไม่รัก คนในจวนตระกูลเซี่ยรังเกียจ ซ้ำร้ายบิดามาจากไปกะทันหันไม่ได้ร่ำลา ไม่ทันพบหน้า

ยังไม่ทันได้ถึงเดือนข้าได้รับใบหย่าจากสามีที่อยู่ชายแดน แม่สามีบอกว่าเขาส่งมาด้วยตัวเอง ส่งมาให้ข้าแล้วบอกให้ข้าออกไปจากจวน นางยังยึดสินเดิมและจงใจส่งข้ามายังที่ห่างไกล โชคร้ายของข้ายังไม่จบสิ้น ทรัพย์สินที่มีติดตัว สาวใช้ที่ออกเรือนมากับข้า เติบโตมากับข้า ยังทอดทิ้งข้าและขโมยข้าวของไปแทบหมดสิ้น ชีวิตนี้ของข้าหมดแล้วซึ่งความอาลัย

ได้โปรดเถิด...ผู้ที่มาเห็นจดหมายฉบับนี้ ข้าไม่ได้หวังงานศพยิ่งใหญ่ ขอเพียงหลุมศพในสถานที่เงียบๆ ห่างไกลจากความวุ่นวาย

แต่ท่าน...ช่วยร้องเรียนใต้เท้าฝาง ส่งจดหายฉบับนี้ให้เขา เขาจะช่วยทวงความยุติธรรมให้ข้า ข้ามีเงินใต้หมอนเหลืออีกเล็กน้อย มีเครื่องประดับอีกส่วนหนึ่งในกล่องไม้ และโฉนดที่ดินของบ้านหลังนี้ ถือเป็นสิ่งตอบแทนที่ช่วยข้าเหลือครานี้

ชีวิตนี้ของข้าไร้คนแยแส สวรรค์ไม่เมตตา ได้รับความอยุติธรรมแต่กลับไม่มีใครกล้าออกหน้า ดังนั้นจึงได้แต่ใช้ความตายเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง

ลงนาม...ซูเหยียนเล่อ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
33 Chapters
บทที่ 1.1
เสียงคำรามพร้อมกับฟ้าแลบแปลบปลาบ สร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้คนในหมู่บ้านเฉิงอินเป็นอย่างมาก กลางดึกของค่ำคืนที่หนาวเหน็บ ฝนกลับเทกระหน่ำราวกับท้องฟ้ากำลังพิโรธ สายลมโหมกรรโชก สายฝนซัดสาดฝาผนังของบ้านจนเกิดเสียงอันน่าขนลุกในกระท่อมหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้านเงียบงันไร้ซึ่งเสียงใดๆ คราแรกหัวหน้าหมู่บ้านอยากออกไปดูหน่อย เนื่องจากกระท่อมหลังนั้นทั้งเก่าทั้งโกโรโกโส ผู้มาอยู่ใหม่มีเพียงหญิงสาวแปลกหน้าที่ดูแล้วคงไม่รู้จักวิธีเอาตัวรอด...ฝนเทลงมาจนเปียกปอนทุกหย่อมหญ้า เสียงฟ้าคำรามดังต่อเนื่องไม่หยุด จนแล้วจนรอดผู้ที่คิดจะก้าวขาออกจากบ้านจึงได้แต่เปลี่ยนใจ หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านอันอบอุ่น มุดเข้าไปใต้ผ้านวม บอกตัวเองว่าฝนหยุดแล้วจึงจะออกไปดู...เห็นแก่คุณธรรมในใจเขาจะออกไปดูเสียหน่อยแต่จนแล้วจนรอดเขากลับผล็อยหลับไปเพราะฝนนั้นไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตกกระท่อมท้ายหมู่บ้านพื้นที่โดยรอบกว้างขวางใหญ่โต ถึงอย่างนั้นเพราะไม่มีผู้ใดมาดูแล ไม่เคยมีใครเข้ามาอยู่อาศัยมานานหลายปี สภาพจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่อาศัยมองเข้าไปด้านในเพราะสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบ สตรีนางหนึ่งกำลังพยายามจุดเทียนด้วยท่าทีทุลักทุเ
Read more
บทที่ 1.2
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองขื่อคานของกระท่อมที่ยังมีริ้วผ้าขาวผูกอยู่ โชคดีที่ร่างนี้ดิ้นรนจนหล่นลงมา หรือจริงๆ อาจจะไม่ใช่โชคดีเพราะนาง...ไม่ใช่ซูเหยียนเล่อหยวนเล่อเล่อไม่คาดคิดว่าความตายจะเป็นดังฝันเพียงตื่นหนึ่ง เมื่อครู่ขับรถท่ามกลางสายฝนอยู่ๆ ฟ้าก็ฝ่าลง หญิงสาวตกใจหักพวงมาลัยหลบ ทำให้รถยนต์พุ่งเข้าไปกระแทกขอบสะพาน รถยนต์พลิกคว่ำตกลงมาในแม่น้ำ ตอนที่กำลังดิ้นรนจากเข็มขัดนิรภัย รู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็กลายเป็นว่าที่ดิ้นรนนั้น...ตัวเองกำลังดิ้นรนให้หล่นลงมาจากริ้วผ้าขาวที่ใช้แขวนคอ!!!ที่ว่าโชคดี...คือซูเหยียนเล่อไม่รู้จักการใช้เงื่อน หาไม่ดิ้นให้ตายก็ไม่มีทางได้ผล โชคร้าย...เจ้าของร่างนี้คงตายไปจริงๆ แล้วหญิงสาวมองไปรอบๆ ชะโงกหน้ามองผ่านความมืด สายฟ้ายังคงแปลบปลาบ หมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญนี้ไม่แน่ใจว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศหญิงสาวเดินกลับไปที่หน้าโต๊ะวางคันฉ่อง กล่องไม้มีเครื่องประดับอยู่จริงๆ แต่รูปร่างของเครื่องประดับนั้นไม่คุ้นตา ปิ่นปักผมเงิน ดอกไม้หยก กำไลหยก ต่างหูอัญมณี ชุดหยกประดับหากเป็นสมัยปัจจุบันหยกพวกนี้คงมีค่าควรเมือง เนื้อหยกแวววาวส่งประกาย แถมยังเป็นหยกม่วงแดงที่หายากย
Read more
บทที่ 1.3
ห้าสิบตำลึงเงินก็ซ่อมบ้านได้แล้ว?? หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง นึกถึงถุงเงินที่มีหากจำไม่ผิดเงินโบราณ...หนึ่งตำลึงทองจะเท่ากับสิบตำลึงเงินหนึ่งตำลึงเงินจะแลกได้เงินเหรียญหนึ่งพวงในหนึ่งพวงเงินจะมีเงินอีแปะซึ่งเป็นเหรียญผสมทองแดงหนึ่งร้อยเหรียญ[1]“ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ที่ทำได้ก็คือ...อยู่ที่นี่ไปก่อน” นางพึมพำกับตัวเองจากนั้นมองเห็นหัวหน้าหมู่บ้านกับฮูหยินเดินตรงเข้ามา ที่รู้ก็เพราะคนในหมู่บ้านที่ยืนซุบซิบกันพูดเสียงดังเอาละ...ได้เวลาเล่นละครฉากใหญ่แล้ว จากนั้นหญิงสาวก็ร่ำไห้ออกมาแล้วเป็นลมล้มพับไป!!!ชาวบ้านกรูกันเข้ามาช่วยด้วยความตกใจ ความเห็นใจพรั่งพรู ความสงสารเต็มเปี่ยม ตอนนี้ที่ต้องทำก็คือ...ขอความสงสารและความเห็นใจ จากนั้นค่อยทำความคุ้นเคย ผูกมิตร...เสียงซ่อมแซมบนหลังคาดังประสานเสียงตะโกน อีกด้านหนึ่งในครัวเสียงฮูหยินของบ้านแต่ละหลังกำลังสนทนากัน คนหนึ่งสอนซูเหยียนเล่อก่อไฟ คนหนึ่งอธิบายเรื่องหุงหาอาหาร อีกคนสอนนางเรื่องการทำความสะอาด บางคนสอนนางเรื่องการซักผ้า ที่เหลือช่วยนางทำกับข้าวหุงหาอาหารไว้เลี้ยงคนที่มาช่วยซ่อมบ้านเพราะรู้ว่าหญิงสาวเป็นสตรีที่เติบโตมาในห้องหอ ไม
Read more
บทที่ 1.4
ดังนั้นเรื่องเสื้อผ้านางก็ไม่ต้องกังวลแล้ว แม้แต่รองเท้าบางคนก็นำมาให้นางด้วย บอกว่าหลานสาวของพวกนางสวมใส่ไม่ได้แล้ว บางคนมีชุดมาให้ชุดเดียวแต่หอบผ้านวมอุ่นๆ มาให้ บางคนก็นำผ้าม่านมาให้เพราะเห็นว่านางยังไม่มีม่านหน้าเตียง บางคนหอบผ้านวมที่ใช้ปูนอนมาให้...ไม่ถึงสามวันกระท่อมไม้ไผ่ก็ซ่อมแซมเสร็จแล้ว ซูเหยียนเล่อพึงพอใจมาก นาง...ค่อยๆ ปรับตัวช้าๆ ชาวบ้านที่เริ่มเห็นว่าแม้นางถูกทอดทิ้ง ฐานะหรือก็ไม่ใช่สามัญชน ทว่านางกลับไม่ได้มีท่าทีหยิ่งยโส หรือชอบดูถูกผู้ที่ฐานะด้อยกว่าแม้มาวันแรกนางถูกสาวใช้หักหลัง แต่ก็แค่กรีดร้องอาละวาดแค่วันเดียว วันต่อมากลับมีท่าทีเป็นกันเองยิ่ง ทุกวันนี้ซูเหยียนเล่อจึงสนิทสนมกับท่านป้า ท่านน้า ท่านลุง และท่านอาในหมู่บ้านทุกคนเปลี่ยนจากความสงสาร ความเห็นใจ ค่อยๆ ยอมรับนางช้าๆ กระทั่งในที่สุดนางก็กลมกลืนไปกับชาวบ้านแล้วอย่างแท้จริงเวลาสามเดือนจะว่าเร็วก็เร็วมาก แต่หญิงสาวย่อมรู้ดีว่ามันผ่านไปแต่ละวันไม่ง่ายเลย กระท่อมไม้ไผ่สะอาดสะอ้าน หลังบ้านรั้วล้อมรอบจรดประตูอีกฟาก ด้านในมีสวนผัก เล้าไก่ โรงเก็บฟืนเต็มเปี่ยมเพื่อรอรับหน้าหนาวข้าวสารนางยังมีเหลืออยู่ แต่คงต้อ
Read more
บทที่ 1.5
อากาศเริ่มหนาวเหน็บเป็นสัญญาณว่าหิมะกำลังจะตก ซูเหยียนเล่อส่งบรรดาเด็กๆ กลับบ้านเสร็จก็แต่งตัวให้รัดกุมจากนั้นคว้ามีดกับตะกร้าแบกขึ้นหลังนางอยากขึ้นเขาไปตัดไม้ไผ่สักท่อนมาทำราวตากผ้า อันที่มีนางใช้ตากด้านนอก แต่ช่วงหิมะตกจะต้องตากในลานกระท่อม ดังนั้นนางอยากทำอันใหม่ขึ้นมามองเห็นเนินเขาดูเหมือนไม่ไกล แต่พอเดินเข้าจริงกลับทำเอาหญิงสาวถึงกับเหนื่อยหอบ ป่าไผ่นี้อยู่ไม่ไกล... ที่บอกไม่ไกลนั่นเพราะความคุ้นชิน สำหรับนาง...มันไกลมาก!!!ชาวบ้านเดินสวนกับนางสองสามคน หญิงสาวทักทายส่งเสียงทักทาย พวกเขาบอกให้นางระวังรีบไปรีบกลับ เนื่องจากอากาศเย็นมากอีกไม่นานหิมะน่าจะตกแล้วซูเหยียนเล่อรีบเดินจากนั้นตัดไม้ไผ่ที่ต้องการ นางผูกเชือกสำหรับลากไม้ไผ่ลงเขา แต่...หางตากลับเหลือบไปเห็นท่อนขาของคนผู้หนึ่งยื่นออกมาจากพุ่มของดอกหงฮวานางตกใจคิดว่าเป็นคนในหมู่บ้านจึงปราดเข้าไป “ท่านน้าเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ!”เขา...หน้าตาไม่คุ้นสักนิด เสื้อผ้าที่สวมก็เป็นขนสัตว์ตัดเย็บขึ้น รองเท้าหนังกวางมัดข้อเท้า ผมยาวมัดรวบเป็นหางม้า เชือกที่แขวนคอมีเขี้ยวสัตว์ชนิดหนึ่ง ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลซูเหยียนเล่อปัดเส้นผมออกจ
Read more
บทที่ 1.6
ประสบการณ์จากโลกเดิมยี่สิบเจ็ดปีไม่ได้สูญเปล่าจริงๆ ซูเหยียนเล่อมองสองมือของตัวเองที่สั่นเทา หลังเย็บแผลและทำความสะอาดแผลของชายหนุ่มจนเสร็จบาดแผลที่แผ่นหลังสดใหม่ ทว่าบนตัวของเขาก็ยังมีบาดแผลเก่าๆ ที่ทั้งหายแล้วและยังไม่หายหลายแห่ง ตามเนื้อตัวมีร่องรอยแผลขูดขีดมือหยาบกระด้างโดยเฉพาะมือขวา อีกทั้งที่ง่ามนิ้วโป้ง ท้องนิ้วชี้และนิ้วกลางหยาบแข็งสากระคาย คล้ายคนเคย...จับดาบ??“ใบหน้าแบบนี้เหมาะจะเป็นบัณฑิตมากกว่า คงไม่ใช่...ทหารหรอกมั้ง?” นางส่ายหน้าไล่ความคิดแปลกๆ ออกไป สายตามองหาเสื้อผ้าที่จะสวมให้เขาแทนชุดหนังสัตว์แต่ว่า...หญิงสาวมีเพียงชุดผ้าฝ้ายของตัวเอง อีกทั้งขนาดก็ไม่มีทางที่เขาจะสวมได้ ที่ทำได้คือห่มผ้าคลุมทับให้เขา จะอย่างไรก็ต้องคอยระวังไม่ให้เขาเป็นไข้ อีกทั้งยังต้องเช็ดตัว ยังดีที่เขามีกางเกงตัวในสวมเอาไว้นอกจากเสื้อกางเกงที่เย็บจากขนสัตว์...แฮ่ม หรือนางควรเสียดายดียาสมานแผลหมดแล้ว แถมยานั้นก็มีน้อยนิดเพราะนางเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ผ้าผันแผลก็ใช้ผ้าสะอาดผืนหนึ่งของนางที่ใช้เป็นผ้าเช็ดหน้า ด้านนอกหิมะตกหนักมากอากาศหนาวเย็นที่ทำได้ตอนนี้ก็คือ...ขอให้เขามีชีวิตรอดจนถึงพรุ่งนี้
Read more
บทที่ 2.1
ตอนท่านลุงชุยหัวหน้าหมู่บ้านรู้เรื่อง เขารีบมาที่กระท่อมไม้ไผ่ของหญิงสาว ปรึกษากันวาจะเอาอย่างไรต่อ อันที่จริงเขาเข้าใจที่หญิงสาวช่วยชีวิตชายหนุ่มเอาไว้ ทั้งยังปลอบนางว่าเป็นเขาก็คงจะทำแบบเดียวกันนี้...เห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ช่วย นั่นต่างหากจึงจะเรียกว่าไร้คุณธรรม“ที่นี่แม้จะไม่ใกล้ชายแดนก็จริง แต่หากเดินเท้าข้ามเขาก็ไม่นับว่าไกล ชายแดนเหนือมีศึกสงครามติดพันมานาน ข้าศึกเองก็เป็นชนเผ่าโยวโจวที่พื้นที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี เจ้าบอกชุดที่เขาสวมตัดเย็บมาจากหนังสัตว์ คล้ายกับเสื้อผ้าของชนเผ่าโยวโจว เพียงแต่เขาพูดและเข้าใจภาษาของแคว้นเยวี่ย แม้จดจำตัวเองไม่ได้แต่ก็คงเป็นคนของแคว้นเยวี่ย”นางเองก็คิดเช่นเดียวกับท่านลุงชุยเขาครุ่นคิด “เผาเสื้อผ้าและข้าวของของเขาเสีย เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจตามมา เอาเป็นว่าเขาเป็น...สามีของเจ้าที่อยากมาพาเจ้ากลับเมืองหลวง ทว่าระหว่างทางเกิดเรื่องทำให้เขาเป็นเช่นนี้”หญิงสาวเลิกคิ้วอ้าปากค้าง “ตะ...แต่ว่าท่านลุง เขา...ข้า...”“หาไม่จะบอกชาวบ้านคนอื่นๆ อย่างไร หากรู้ว่าพวกเราลังเลเรื่องเขาอาจไม่ใช่คนแคว้นเยวี่ย ต้องมีคนอยากส่งเขาออกไปแน่ๆ สถานการณ์ด้านนอกเป็นอย่
Read more
บทที่ 2.2
“นั่นสิ ข้าต้องดูเสียหน่อยว่าเขาเป็นบุรุษเช่นไร ปล่อยฮูหยินออกมาตกระกำลำบาก เห็นชัดว่าเป็นคนจิตใจไม่มั่นคง”“เอาละๆ ไว้เขาหายดีแล้วค่อยสั่งสอน วันนี้รับตัวลูกๆ กลับบ้านไปได้แล้ว อีกเดี๋ยวเย็นย่ำอากาศจะหนาวเหน็บกว่านี้ เล่อเล่อข้ามีปลามาฝากไว้ต้มน้ำแกงให้สามีเจ้า”“จริงสิข้าลืมไปเลย ข้ามีเกาลัดมาด้วย”“ได้ยินมาว่าเขามากะทันหัน ไว้ข้าเอาชุดเก่าของสามีข้ามาให้ก็แล้วกัน”“ไม่สบายมียาแล้วหรือ บ้านข้ามีสมุนไพรแก้ไข้เดี๋ยวกลับไปเอามาให้ เจ้าเคี่ยวให้เหลือน้ำสักถ้วย รับรองดื่มแล้วพรุ่งนี้หายทันที”แม้ปากบอกจะสั่งสอนแต่พอรู้ว่าสามีของนางไม่สบาย ทุกคนก็ล้วนแสดงความเป็นห่วงออกมาอย่างจริงใจ ซูเหยียนเล่อรู้สึกว่านางข้ามภพมาอยู่ที่นี่...ดีจริงๆ หญิงสาวหันไปมองท่านลุงชุย เขายิ้มให้จากนั้นนำรองเท้าคู่หนึ่งมายื่นให้ “ของข้าเองไม่ได้ใช้แล้ว ใหญ่เล็กไปก็ให้เขาลองเผื่อใช้ได้”“ขอบคุณเจ้าค่ะ”“อาจารย์ข้ากลับก่อนนะขอรับ”“ได้ พรุ่งนี้อย่าลืมท่องบทที่ข้าให้เป็นการบ้าน”“ได้ขอรับ”“ข้าก็จะท่องนะเจ้าคะ”“ได้ พรุ่งนี้ใครท่องได้อาจารย์จะให้รางวัล”เด็กๆ ต่างพากันดีใจที่จะได้รางวัล มองเด็กๆ เดินตามบิดามารดากลับไ
Read more
บทที่ 2.3
ทุกครั้งที่นางสอนเด็กๆ มักตอบรับด้วยประโยคนี้ อาซานมองเด็กๆ ที่ว่าง่าย มองอาจารย์ที่ใจเย็นและใจดี เขายิ้มออกมาที่มุมปาก ดวงตาที่เคยหวาดระแวงไม่เชื่อใจใคร ทั้งสับสน สงสัย งุนงง ตอนนี้ดูอ่อนโยนลงหลายส่วน เขา...นั่งลงและเริ่มท่องหนังสือตามเด็กๆ กระทั่งเขาพบว่าตัวเองอ่านออกและน่าจะเขียนได้!!!ซูเหยียนเล่อถอนหายใจมองชายหนุ่มที่เอาแต่เดินตามต้อยๆ วันนี้อาการของเขาแทบจะเรียกได้ว่าเป็นปกติ คนอื่นเห็นย่อมไม่รู้ว่าเขาบาดเจ็บ แต่นางรู้ดีว่าแผลที่หลังของเขายังไม่สมานตัวดี เพราะเช่นนี้นางจึงไม่ได้ไหว้วานให้เขาช่วยงาน ยิ่งเป็นเรื่องในครัวเขาก็ยิ่งเงอะงะอย่างชัดเจน“ข้าจะต้มน้ำ วันนี้ต้องตัดไหมที่ใช้เย็บแผลออก หาไม่หากแผลสมานตัวดีก็จะเกิดการอักเสบ ตัดแล้วต้องดึงออก ใช้น้ำร้อนเช็ดแล้วก็ดูว่าต้องพันแผลตามเดิมหรือไม่”“ข้า...ช่วยยกน้ำ”“ข้าทำเองได้ท่านไปรอข้างนอกเถิด” เขาขยับไปยืนเก้ๆ กังๆ ที่ประตูครัว แต่เมื่อเห็นนางหยิบจับอะไรก็เข้ามาช่วยอยู่ดี เขาเป็นคนพูดน้อยนานๆ ครั้งจึงส่งเสียง แรกๆ หญิงสาวคิดว่าเขาคงกลัวนางรำคาญ แต่ไม่เลยเขาน่าจะเป็นคนไม่ช่างพูดมากกว่า“เช่นนั้นท่านไปตากผ้า ชุดของท่านข้าซักแล้ว
Read more
บทที่ 2.4
นางหลุดขำ “เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น”“ข้า...ท่านลุงชุยบอกว่าในวันหน้าไม่ว่าข้าจะจำได้หรือไม่ได้ ข้าไม่อาจทำร้ายผู้มีคุณที่ช่วยชีวิต ไม่อาจทำร้ายท่าน ไม่อาจทำร้ายคนในหมู่บ้าน ข้าไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่นอน”นางพยักหน้า “เช่นนั้นจงจำประโยคนี้ที่เจ้าพูดออกมาให้ดี วันหน้าต้องทำตามที่พูด” แม้พูดแบบนั้นแต่นางเองก็มั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดี ยิ่งมั่นใจกว่าว่าเขาเป็นคนแคว้นเยวี่ย ไม่ใช่ชนเผ่าโยวโจวที่หลงทางมา บางทีเขาอาจเป็น...ทหาร?...คงไม่ใช่ทหารหนีทัพกระมัง อยู่ๆ นางก็กังวลเรื่องใหม่ขึ้นมาเช้าวันนี้หิมะตกหนักทุกคนไม่มีใครออกจากบ้านเพราะกลัวอันตราย หญิงสาวกำลังนึ่งหมั่นโถวกับโจ๊กปลาที่เมื่อวานอาซานได้มาจากการตกปลาใต้พื้นหิมะ ท่านลุงชุยมาตะโกนเรียกตอนบ่ายคล้อย ทั้งสองหายออกไปนานมากกว่าจะกลับมาก็เย็นย่ำ ได้ปลามาคนละสามตัว แบ่งให้ท่านป้าหูข้างบ้านไปตัวหนึ่ง ท่านน้าอวี้ที่กำลังตั้งครรภ์อีกหนึ่ง นางเก็บไว้ต้มโจ๊กตัวเดียวเห็นอาซานกินโจ๊กเป็นถ้วยที่สอง หมั่นโถวสามลูก ซูเหยียนเล่อมองเขา “เอาอีกมั้ยยังมีนะ ข้ากินไปแล้วสองถ้วย หมั่นโถวข้าจะแบ่งไปให้ท่านลุงชุย”“ข้าเอาไปเอง”“เช่นนั้นก็ได้” นางยิ้มจากนั้นใ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status