LOGINความตายก็เหมือนหลับฝันไปตื่นหนึ่ง แต่ใครจะรู้ว่าพอตื่นขึ้น หยวนเล่อเล่อ ก็เขาไปอยู่ในร่างของ ซูเหยียนเล่อ ฮูหยินน้อยจวนแม่ทัพที่ไม่เพียงแค่ถูกหย่า แต่นางยังถูกส่งตัวไปอยู่ไกลถึงหมู่บ้านชาวนาที่ทั้งยากจนและห่างไกล ข้างตัวมีจดหมายลาตายของเจ้าของร่าง บอกเล่าเรื่องราวอันน่ารันทดใจที่เกิดขึ้น ราวกับต้องการบอกเล่าถึงความอยุติธรรมที่ตนได้รับ หยวนเล่อเล่อไม่ใช่คนที่ชอบหาเรื่องวุ่นวายใส่ตัว ดังนั้นในหมู่บ้านแห่งนี้นางกลับมีชีวิตที่เรียบง่ายและสุขสบายยิ่ง ทว่า...หลังบังเอิญเก็บชายหนุ่มหล่อเหลาใกล้ตายได้บนเขา แถมนางเรียกเขาว่า อาซาน ให้เขาอยู่ข้างกาย ใช้งาน ช่วยงาน กระทั่งนางไหนเลยจะคาดคิดว่านั่นจึงจะเป็นสาเหตุของเรื่องวุ่นวายที่นางไม่ต้องการพานพบ!!!
View Moreเสียงคำรามพร้อมกับฟ้าแลบแปลบปลาบ สร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้คนในหมู่บ้านเฉิงอินเป็นอย่างมาก กลางดึกของค่ำคืนที่หนาวเหน็บ ฝนกลับเทกระหน่ำราวกับท้องฟ้ากำลังพิโรธ สายลมโหมกรรโชก สายฝนซัดสาดฝาผนังของบ้านจนเกิดเสียงอันน่าขนลุก
ในกระท่อมหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้านเงียบงันไร้ซึ่งเสียงใดๆ คราแรกหัวหน้าหมู่บ้านอยากออกไปดูหน่อย เนื่องจากกระท่อมหลังนั้นทั้งเก่าทั้งโกโรโกโส ผู้มาอยู่ใหม่มีเพียงหญิงสาวแปลกหน้าที่ดูแล้วคงไม่รู้จักวิธีเอาตัวรอด...
ฝนเทลงมาจนเปียกปอนทุกหย่อมหญ้า เสียงฟ้าคำรามดังต่อเนื่องไม่หยุด จนแล้วจนรอดผู้ที่คิดจะก้าวขาออกจากบ้านจึงได้แต่เปลี่ยนใจ หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านอันอบอุ่น มุดเข้าไปใต้ผ้านวม บอกตัวเองว่าฝนหยุดแล้วจึงจะออกไปดู
...เห็นแก่คุณธรรมในใจเขาจะออกไปดูเสียหน่อย
แต่จนแล้วจนรอดเขากลับผล็อยหลับไปเพราะฝนนั้นไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตก
กระท่อมท้ายหมู่บ้านพื้นที่โดยรอบกว้างขวางใหญ่โต ถึงอย่างนั้นเพราะไม่มีผู้ใดมาดูแล ไม่เคยมีใครเข้ามาอยู่อาศัยมานานหลายปี สภาพจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่อาศัย
มองเข้าไปด้านในเพราะสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบ สตรีนางหนึ่งกำลังพยายามจุดเทียนด้วยท่าทีทุลักทุเล เสียงไอดังขึ้นถี่ๆ กระทั่งหญิงสาวจุดเทียนได้ในที่สุด นางนั่งลงจากนั้นมองไปรอบๆ จดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ลายมืองดงามอ่อนช้อย อักษรที่เขียนจากพู่กันด้ามเล็ก ตัดพ้อชีวิต ตัดพ้อผู้คน กระทั่งต่อว่าฟ้าดินที่ไม่ยุติธรรมกับนาง...
...ตัวข้าแซ่ซู มีนามว่าเหยียนเล่อ
ตัวข้าเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของปราชญ์ซู ซูอวี้ ในปีที่บิดาของข้าได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นปราชญ์หลวงของแคว้นเยวี่ย ข้าได้แต่งเข้าตระกูลเซี่ย เป็นฮูหยินน้อยแม่ทัพเซี่ย เซี่ยป๋ออวิ๋น ทว่ายังไม่ทันได้เข้าห้องหอ แม้แต่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก็ยังไม่ทันได้ถูกเปิด สามีก็มีอันต้องถูกเรียกตัวเข้าประจำการยังชายแดน
สามีไม่อยู่ ข้ากลายเป็นฮูหยินที่แม่สามีไม่รัก คนในจวนตระกูลเซี่ยรังเกียจ ซ้ำร้ายบิดามาจากไปกะทันหันไม่ได้ร่ำลา ไม่ทันพบหน้า
ยังไม่ทันได้ถึงเดือนข้าได้รับใบหย่าจากสามีที่อยู่ชายแดน แม่สามีบอกว่าเขาส่งมาด้วยตัวเอง ส่งมาให้ข้าแล้วบอกให้ข้าออกไปจากจวน นางยังยึดสินเดิมและจงใจส่งข้ามายังที่ห่างไกล โชคร้ายของข้ายังไม่จบสิ้น ทรัพย์สินที่มีติดตัว สาวใช้ที่ออกเรือนมากับข้า เติบโตมากับข้า ยังทอดทิ้งข้าและขโมยข้าวของไปแทบหมดสิ้น ชีวิตนี้ของข้าหมดแล้วซึ่งความอาลัย
ได้โปรดเถิด...ผู้ที่มาเห็นจดหมายฉบับนี้ ข้าไม่ได้หวังงานศพยิ่งใหญ่ ขอเพียงหลุมศพในสถานที่เงียบๆ ห่างไกลจากความวุ่นวาย
แต่ท่าน...ช่วยร้องเรียนใต้เท้าฝาง ส่งจดหายฉบับนี้ให้เขา เขาจะช่วยทวงความยุติธรรมให้ข้า ข้ามีเงินใต้หมอนเหลืออีกเล็กน้อย มีเครื่องประดับอีกส่วนหนึ่งในกล่องไม้ และโฉนดที่ดินของบ้านหลังนี้ ถือเป็นสิ่งตอบแทนที่ช่วยข้าเหลือครานี้
ชีวิตนี้ของข้าไร้คนแยแส สวรรค์ไม่เมตตา ได้รับความอยุติธรรมแต่กลับไม่มีใครกล้าออกหน้า ดังนั้นจึงได้แต่ใช้ความตายเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง
ลงนาม...ซูเหยียนเล่อ
จวนแม่ทัพเซี่ยแห่งแดนเหนือสร้างเสร็จแล้ว งานมงคลที่เต็มไปด้วยความยินดี ชาวบ้านมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดี ท่านลุงและท่านป้าชุยนับเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสพิธีการจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ไม่มีขันนางชั้นสูง ไม่มีความซับซ้อน ล้วนเป็นชาวบ้านทั้งนั้นที่คอยชี้แนะ จัดงานแบบชนชาวท้องถิ่นโดยแท้ตอนที่ทุกคนกำลังมองบ่าวสาวไหว้ฟ้าดิน ก็มีคนอัญเชิญราชโองการมาอีกครั้ง “บ่าวสาวรับราชโองการ!”“ด้วยคุณงามความดีของแม่ทัพเซี่ยและฮูหยิน ฝ่าบาททรงมอบหยกมงคลคู่หนึ่งคู่ เงินสองพันตำลึงทอง แพรพรรณจำนวนสิบพับ และ...นามของบุตรในครรภ์ของเซี่ยฮูหยิน หากเป็นบุรุษให้ใช้แซ่เซี่ย นามจิ้นหยวน หากเป็นสตรีแซ่เซี่ย นามจิ่นโซ่ว อีกทั้งยังอนุญาตให้บุตรของแม่ทัพเซี่ยได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาหลวงพร้อมองค์รัชทายาท จบราชโองการ”“บุรุษแซ่หวงผู้เจ้าเล่ห์ ผู้ใดอยากให้บุตรเข้าเรียนสำนักศึกษาหลวงกัน!” ซูเหยียนเล่อขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ส่งบุตรเข้าเมืองหลวงไปเรียนกับรัชทายาท หากเป็นบุตรชายก็แล้วไป หากเป็นบุตรสาวนี่ไม่ใช่การส่งเนื้อเข้าปากเสื้อหรือไร รับปากนางเสียดิบดีว่าจะไม่บีบบังคับ แล้วนี่อะไร!เซี่ยป๋ออวิ๋นหัวเราะ “เขาเป็นบุตรชายแน่นอน คน
ตามราชโองการก็ต้องออกเดินทางในอีกสองวันข้างหน้า ทุกอย่างตระเตรียมเอาไว้จนพร้อมแล้ว เซี่ยป๋ออวิ๋นไม่กลับจวนเลยตั้งแต่ได้รับราชโองการ เขาไม่นำสิ่งใดติดตัวไปด้วยนอกเหนือจากสิ่งที่ได้รับพระราชทาน ตอนออกเดินทางขบวนผ่านหน้าจวนตระกูลเซี่ย ทุกคนออกมายืนรอส่ง เซี่ยฮูหยินคร่ำครวญก้าวออกมาชะเง้อมอง เซี่ยป๋ออวิ๋นขี่ม้านำหน้าขบวน ซูเหยียนเล่อนั่งอยู่ในรถม้าไม่ได้เปิดม่านออกไปมอง“พวกเรากลับบ้านกัน” ท่านป้าชุยตบหลังมือของนางเบาๆ“เจ้าค่ะ พวกเรากลับบ้านกัน”จวนยังไม่ทันสร้างเมืองฉีอี้อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน ดังนั้นซูเหยียนเล่อจึงตัดสินใจไปอยู่ที่หมู่บ้านเฉิงอินก่อน เซี่ยป๋ออวิ๋นเองก็เห็นด้วย ตอนกลับไปถึงที่หมู่บ้านได้พบชาวบ้านที่เพิ่งกลับมาเช่นกัน ทุกคนร้องห่มร้องไห้โผเข้ากอดซึ่งกันและกัน คนที่รอดชีวิตมาได้มีไม่ถึงครึ่งหมู่บ้าน เด็กๆ บางคนเองก็หายไป...ตอนทุกคนรู้ว่าเซี่ยป๋ออวิ๋นเป็นแม่ทัพ บางคนถึงกับตบเข่าฉาด “ข้าก็ว่า...ฝีมือเก่งกาจ สังหารเจ้าพวกโจรนั่นตาไม่กะพริบ!”นางได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ ตอนนั้นมิใช่ว่าหวาดกลัวที่เห็นเขาสังหารคน? ทว่าสถานการณ์เปลี่ยนคนก็เปลี่ยน นางยังจะพูดอะไรได้อีกเล่า...เหล่าทหาร
“ข้ามั่นใจว่าเป็นบุตรชาย ข้ามีบุตรสาว แต่หากเป็นบุตรสาวข้ามีบุตรชาย...”หญิงสาวยกมือขึ้นห้าม... “สัญญาสิเพคะว่าจะไม่ทรงบีบให้มีการแต่งงานโดยไร้ซึ่งความเต็มใจ”เขาเลิกคิ้วสายตาไม่พอใจเล็กน้อย “ไม่ดีตรงไหน”“ให้พวกเขาได้มีโอกาสพานพบ ทำความรู้จัก จากนั้นหากชอบพอจึงทรงสนับสนุน เช่นนี้ไม่ดีกว่าหรือเพคะ”เขาลังเล... “ก็จริง ได้ เรารับปากเจ้า แต่เรามั่นใจว่าเป็นบุตรชาย”นางก้มลงมองครรภ์ของตัวเอง “หากเป็นบุตรชาย เช่นนั้นหม่อมฉันจะให้ฝ่าบาททรงพระราชทานชื่อ”“ได้ ตกลงตามนี้!”หลังคุณชายแซ่หวงจากไปซูเหยียนเล่อเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ รินชาร้อนส่งให้เซี่ยป๋ออวิ๋น “ท่าน...ไปขอลาออกจากบรรดาศักดิ์จากฝ่าบาทหรือ”เขามองนาง “เจ้าโกรธหรือไม่”“เรื่องใด”“เรื่องที่อยู่ๆ ก็ทรงมีราชโองการ เพราะเช่นนี้เจ้าคงไม่อาจปฏิเสธ ไม่อาจไปจากข้า ไม่อาจ...”“เซี่ยป๋ออวิ๋น”เขาชะงัก“หากทรงอนุญาตให้ท่านไปจากราชสำนักท่านจะทำอย่างไร หนีไปกับข้า? หากข้าปฏิเสธท่าน ท่านผิดใจกับมารดากับคนตระกูลเซี่ยเช่นนี้ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป”เขาไม่ตอบ...ซูเหยียนเล่อยกชาขึ้นจิบ เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมนหม่นหมอง ไร้ซึ่งแสงแห่งด
เซี่ยป๋ออวิ๋นรับราชโองการไปแต่ในนั้นว่างเปล่า เขาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า “ไม่มีราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”ขันทีที่จดอะไรบางอย่างรีบส่งมา ทุกอย่างดูรีบร้อนน่าขบขันยิ่ง ตอนนี้ไม่ต้องเดาแล้วว่าผู้มาคือใคร...“ไม่มีตราประทับ” ชายหนุ่มยังกล่าวเสียงเรียบ“เซี่ยป๋ออวิ๋น! เจ้าจะทำให้เราโมโหให้ได้เลยหรือ! ยอมให้เจ้ารั้งอยู่ที่ชายแดนเหนือ คิดว่าง่ายสำหรับเราหรือไร!!” ไม่พูดเปล่ารับตรามังกรมาประทับต่อหน้าชายหนุ่ม ราชโองการตามใจฮ่องเต้ก็จบลงแบบรวบรัดเช่นนี้...“น้องสะใภ้ ข้าแซ่หวงอยากมาลองชิมหมั่นโถวของเจ้า”“กระหม่อมอายุมากกว่าพระองค์ ต้องเรียกพี่สะใภ้”“เราไม่สน เราบอกน้องสะใภ้ก็น้องสะใภ้สิ! หมั่นโถวเล่า?”ซูเหยียนเล่อถอนหายใจ “คุณชายแซ่หวง?” เกรงว่าคงจะมาจาก...หวงตี้[1]กระมัง หมั่นโถวที่เหลือยังอุ่นอยู่บนเตา ชาร้อนที่ก็ไม่ได้เลิศรสอะไร เซี่ยป๋ออวิ๋นนำมาให้...คุณชายแซ่หวง ท่านลุงกับท่านป้าชุยจึงยกที่เหลือออกมาให้ขันทีและผู้ติดตาม“ไม่มีเต้าหู้เผ็ดหรือ วันนั้นอร่อยมาก ข้าอยากกินอีก”นางเลิกคิ้วมองเซี่ยป๋ออวิ๋น เขาหน้าบึ้ง “ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”“เอ่อ...หม่อมฉันจุดเตาทำครู่หนึ่ง หากทรงรอได้หม่อมฉันจะ...
ฮูหยินของเซี่ยหัวเจาสะอื้นออกมาเงียบๆ ไม่รู้ว่าสิ้นหวังที่จะโน้มน้าวนาง หรือแท้ที่จริงก็เศร้าใจ เห็นใจ รู้สึกผิด“ในขณะที่เซี่ยป๋ออวิ๋นสู้รบเพื่อบ้านเมือง มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี พวกท่านที่เพียงรักษาเพื่อบรรดาศักดิ์ ฐานะในราชสำนัก หน้าตาในสังคมชนชั้นสูง กลับโหดร้ายกับสตรีอ่อนแอที่เหลือเพียงคนเดียวบนโ
หญิงสาวถอนหายใจออกมา ดูเหมือนวันนี้เขาจะทะเลาะกับมารดามาอย่างหนักหน่วง “หิวหรือไม่”เขาพยักหน้า“ในห้องมีอ่างล้างหน้า น้ำอาจยังอุ่น ท่านเข้าไปล้างหน้าเช็ดตัว ข้าจะเข้าไปดูว่าในครัวมีของกินหรือไม่” หญิงสาวไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลจนจะโกรธคนทั้งโลกโดยไม่มองความเป็นจริงเซี่ยป๋ออวิ๋นถูกส่งตัวไปชายแดนในคืนแ
ยังมีหนังสือหย่าฉบับนั้น...ผ่านมานานขนาดนี้ อีกทั้งยังเกิดสงครามจนต้องหนีตาย เหตุใดนางยังเก็บเอาไว้กับตัวอีก!!!รถม้าหรูหราจากไป...โลกกลับมาสงบสุขคนที่เคยเดินผ่านดาหน้ากันเข้ามาช่วยซื้อหมั่นโถว บางคนแสดงความเห็นอกเห็นใจ บางคนถึงกับเข้ามาขอโทษที่เคยว่าร้ายนางซูเหยียนเล่อยิ้มรับลูกค้าทุกคนด้วยความย
นางยังไม่ทันได้พูดต่อเซี่ยฮูหยินก็โวยวายราวกับกลัวนางเปิดโปงเรื่องทั้งหมดออกมา “เจ้ากล่าววาจาเหลวไหลอะไร ข้าเป็นถึงฮูหยินแม่ทัพ สามีของข้าพลีชีพเพื่อบ้านเมืองผู้ใดไม่รู้บ้าง ข้าจำทำเรื่องทั้งหมดที่เจ้ากล่าวมาได้อย่างไร เรื่องทั้งหมด...เข้าใจผิดทั้งนั้น”ซูเหยียนเล่อหัวเราะ “เข้าใจผิด?” นางล้วงมือเข





