อีกเรื่องที่ควรหาอ่านคือ 'Behind the Painting' ผลงานที่ละเอียดอ่อนทางอารมณ์ ฉบับแปลคุณภาพมักเก็บความละมุนของภาษาและความละเอียดทางจิตวิทยาของตัวละครไว้ได้ดี จึงอ่านแล้วยังคงสัมผัสถึงบรรยากาศยุคสมัยและความขมของรักที่สื่อผ่านคำบรรยายได้อย่างเต็มที่
ส่วนใครอยากลองมหากาพย์พื้นบ้าน ผมแนะนำ 'The Story of Khun Chang Khun Phaen' ฉบับแปลที่มีคุณภาพจะให้คำอธิบายบริบทชัดเจน ทั้งสำนวนโบราณและคอมเมดี้พื้นบ้าน ถูกถ่ายทอดให้อ่านได้ลื่นโดยไม่เสียกลิ่นอายเดิม พออ่านจบก็จะเห็นว่าการแปลดี ๆ ช่วยเปิดประตูเข้าไปสู่โลกวรรณคดีไทยได้จริงๆ
มีหนังสือบางเล่มที่เปลี่ยนวิธีมองภาษาอังกฤษของผมเมื่อแปลงานวรรณกรรมจริง ๆ และถ้าต้องเลือกเล่มพื้นฐานเพื่อฝึกศิลป์ภาษา จะเริ่มจาก 'The Elements of Style' ก่อนเสมอ เล่มนี้สอนเรื่องความกระชับ การใช้คำเชื่อม และหลักการจัดประโยคที่ทำให้ภาษาอ่านลื่น ไม่หนักเกินไป เมื่อยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความถูกต้องและสำเนียงของผู้เขียนต้นฉบับ มุมมองแบบนี้ช่วยให้ผมตัดสินใจว่าควรยืดหรือหดประโยคอย่างไรให้รักษาจังหวะของงานวรรณกรรมไว้ได้
ถัดมาเป็นคู่มือที่ลงลึกเรื่องน้ำเสียงและจังหวะ คือ 'Style: Lessons in Clarity and Grace' หนังสือเล่มนี้เหมือนครูฝึกให้จับโครงสร้างประโยค ส่งผลใหญ่เวลาต้องถ่ายทอดประโยคยาว ๆ ของงานคลาสสิกหรือบทบรรยายเชิงปรัชญา วิธีแบ่งประโยค แก้ไขฟุ่มเฟือย และการใช้เครื่องหมายวรรคตอนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คำแปลภาษาอังกฤษไม่เพียงถูกต้อง แต่ยังมีพลังและความชัดเจน
เล่มที่ฉันมักแนะนำให้เพื่อนเริ่มอ่านภาษาอังกฤษคือ 'Percy Jackson and the Lightning Thief' เพราะภาษาไม่จัดแข็งและมีจังหวะเล่าเรื่องที่ลากคนอ่านไปได้ง่าย บทสนทนาสั้น ๆ กับโทนตลกทำให้ไม่ต้องทนกับประโยคยาว ๆ ที่เต็มไปด้วยศัพท์ยาก