เก่ง ภาษาอังกฤษ

ABO Personality Quiz
Take a quick quiz to find out whether you‘re Alpha, Beta, or Omega.
Scent
Personality
Ideal Love Pattern
Secret Desire
Your Dark Side
Start Test

Related Books

ติวรักบทเรียนร้อน

ติวรักบทเรียนร้อน

เมื่อความซวยของฝาแฝด 'จ้าน' กับ 'จ๋าย' นักศึกษาปีสาม คณะวิศวะฯ ผลการเรียนตกฮวบ ได้เกรด D วิชาภาษาอังกฤษ จนแม่บังคับให้ไปติวกับ 'ณิชา' ยัยเจ๊ปากจัด พี่สาวข้างบ้านในวัยเด็กที่พวกเขาไม่ชอบขี้หน้า แต่ไม่คิดเลยว่าพอกลับมาเจอกันอีกที เธอเปลี่ยนไปมาก เธอไม่ใช่เด็กสาวตัวอ้วนฉุหุ่นกะละมังความจุร้อยลิตรอย่างเมื่อก่อนแล้ว แถมยังน่ารักจนสองหนุ่มหลงหัวปักหัวปำ แย่งกันจีบ หาวิธีเข้าหาด้วยข้ออ้างต่างๆ นานา มาลุ้นกันค่ะว่า คุณติวเตอร์สาวจะรอดจากเงื้อมมือของสองหนุ่มฝาแฝดตัวแสบไปได้ไหม และเจ้าแฝดจะได้จัดเธออย่างที่วางแผนกันไว้หรือเปล่า คำเตือน : นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาแบบ 3p (ชายสองหญิงหนึ่ง) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างสูง
0 35 Chapters
My Tutor ติวรัก เต็มร้อย

My Tutor ติวรัก เต็มร้อย

มายติวเตอร์ สถาบันกวดวิชาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง อนาวินเดินเข้าไปสมัครเรียนตามคำแนะนำของอาจารย์ภาควิชาภาษาอังกฤษ วันแรกของการไปเรียนอนาวินได้ทำกระเป๋าสตางค์ร่วงและมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเก็บได้ เธอวิ่งตามเขาไปเพื่อจะกระเป๋าสตางค์คืนให้กับเขา จนทั้งสองได้ทำความรู้จักกัน หลายวันต่อมาอนาวินก็เริ่มสนิทกับเด็กสาวที่เก็บกระเป๋าสตางค์คืนให้กับเขา เธอมีชื่อว่า พลอยใส เป็นเด็กต่างจังหวัดที่กระเสือกกระสนเข้ามาเรียนต่อในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง เธอเสียเวลาไปหนึ่งกับการอ่านหนังสือสอบเพื่อที่จะเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ แต่ปรากฏว่าเธอก็เรียนตามเพื่อนไม่ทันอยู่ดี อนาวินที่พอจะเก่งชีววิทยาและคณิตศาตร์จึงอาสาติวให้กับเธอหลังเลิกเรียน ต่อมาอนาวินได้รู้จักกับมารดาของเธอ ซึ่งก็คือชลดา ชลดาได้ชักชวนให้อนาวินมาติวให้พลอยใสที่บ้าน โดยเธอเสนองานเป็นค่าจ้างตอบแทน แต่อนาวินขอไม่รับ และเขายินดีติวให้พลอยใสฟรี ๆ
0 38 Chapters
ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก

ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก

เมื่อสาวเวอร์จิ้นยุคปัจจุบันที่ไม่รู้จักแม้แต่การตกหลุมรักใครสักคน หรือความรักในรูปแบบของคนรัก กลับถูกส่งตัวเข้าไปในนิยายเพื่อสอนเรื่องรัก ๆ ให้กับพระเอก งานนี้จะรุ่งหรือร่วงก็คงต้องวัดกันเสียแล้ว
0 224 Chapters
ชุด ติวร้อนวิชารัก

ชุด ติวร้อนวิชารัก

สองเด็กสาววัยกำลังอยากรู้อยากลอง ที่ต้อง มาใกล้ชิดกับติวเตอร์หนุ่มสุดหล่อ (และสุดหื่นด้วย) การเรียนวิชาหลักจึงกลายเป็นเรื่องรอง เพราะสองสาวเว้าวอน อยากจะให้เขา ติววิชาเสริมซะงั้น ความจริงแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนัก สำหรับ ติวเตอร์รูปหล่อ
0 32 Chapters
บทร้าย

บทร้าย

ฉันที่กำลังเลิกเรียนและยืนรอรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์ที่หน้าโรงเรียนเพื่อที่จะกลับบ้าน แต่จู่ๆ ก็มีกลุ่มผู้ชายชุดดำฉุดฉันขึ้นไปบนรถตู้ทันที " กรี๊ด! " ฉันกรี๊ดร้องเสียงดัง ซึ่งตอนนี้ที่ป้ายรถเมล์ไม่มีคนอยู่สักคนเลย เพราะทุกคนทำกิจกรรมกีฬาสีอยู่ในโรงเรียนกันหมด เลยยังไม่มีใครออกมานอกโรงเรียน ฉันโดนฉุดกระชากลากถูให้ขึ้นไปบนรถตู้คันสีดำ ฉันดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุด เพราะผู้ชาย 2 คนล็อกแขนทั้งสองข้างของฉันเอาไว้แน่น ฉันที่มีแรงเท่ามดตะนอยจะไปสู้แรงพวกเขาได้ยังไง " พวกคุณเป็นใคร ปล่อยหนูนะ ปล่อยหนู " ฉันที่ตอนนี้ตื่นตะหนกเป็นอย่างมาก และร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว " เรียบร้อยครับท่าน " ผู้ชายอีก 1 คนพูดกับใครก็ไม่รู้และเขาก็ปิดประตูรถตู้ทันที " หึ " ฉันที่ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอเลยหันหลังไปดูต้นเสียงที่เบาะด้านหลังของฉันทันที " ขะ คุณเป็นใครคะจับหนูมาทำไม ปล่อยหนูเถอะนะคะ หนูอยากกลับบ้าน " ฉันที่ตอนนี้ตัวสั่นเทา น้ำตาไหลอาบแก้ม หันไปยกมือไหว้ขอร้องอ้อนวอนผู้ชายที่นั่งอยู่เบาะหลัง
10 80 Chapters
กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา

กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา

เมื่อหอระเริงวสันต์ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกลลวงล่มบัลลังก์ จากหญิงโลมเมืองผู้ถูกตราหน้า สู่ยอดพธูผู้กุมชะตามังกร นางคือยอดคณิกาที่มังกรหมายปอง... แต่เป็นยอดดวงใจที่บัณฑิตยอมแลกด้วยชีวิต มังกรผู้โอหังมองนางเป็นเพียงเครื่องบำเรอความใคร่ สั่งให้หน้าขานางกางออกเมื่อใดก็ได้ที่ต้องการ นางจึงต้องปรนเปรอเขาให้สิ้นสติอยู่ใต้ร่างเพื่อจะแอบมาเสพสมกับขุนนางหนุ่มผู้เป็นรักแท้ การลอบเล่นชู้กับคนที่มังกรตีตราไว้ มีโทษเพียงอย่างเดียวคือตาย! แต่ยิ่งเสี่ยง กามรสกลับยิ่งหวานล้ำ *นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป มีการบรรยายฉากร่วมเพศ ตัวละครมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน -นางเอกเก่งเรื่องบนเตียง -หนึ่งหญิงสองชาย -กามสูตรจีนโบราณ -นางเอกสวยล่มเมือง
0 41 Chapters

ตกหลุมรักภาษาอังกฤษ เรียนยังไงให้พูดคล่องแบบเจ้าของภาษา

3 Answers2025-11-19 06:53:17
อยากจะบอกว่าการเรียนภาษาอังกฤษให้คล่องเหมือนเจ้าของภาษานั้นต้องเริ่มจาก 'การฟัง' ก่อนเป็นอันดับแรกเลยนะ อย่างตัวผมเองตอนเริ่มเรียนก็ยัดแกรมมาร์อย่างเดียว พอไปคุยกับฝรั่งจริงๆ กลับพูดไม่ออกเพราะฟังไม่ออกว่าคนเขาพูดอะไรกัน

เคล็ดลับที่ได้จากการดูอนิเมะแบบซับไทยคือลองเปลี่ยนมาดูแบบไม่มีซับไตเติลบ้าง เริ่มจากเรื่องที่เราชอบและรู้พล็อตอยู่แล้วอย่าง 'Harry Potter' หรือ 'Friends' ฟังซ้ำๆ จนเริ่มจับใจความได้ แล้วค่อยๆ เลียนแบบสำเนียงและน้ำเสียงของตัวละคร วิธีนี้ช่วยให้การออกเสียงธรรมชาติขึ้นมาก เพราะเราได้ยินภาษาอังกฤษในบริบทจริง ไม่ใช่แค่ท่องจากตำรา

อีกเรื่องที่สำคัญคือต้องกล้าพูดผิด พวกเราเรียนภาษาที่สองกันทั้งนั้น ไม่มีใครเก่งตั้งแต่เริ่มหรอก ลองหาแลงเกจเอ็กซ์เชนจ์หรือชุมชนคนเรียนภาษาดูสิ บางทีเพื่อนต่างชาติเขาก็อยากเรียนภาษาไทยเหมือนกันนะ

ครูภาษาอังกฤษสอน สรุป grammar เข้าใจง่าย ให้เด็กม.ปลายอย่างไร

10 Answers2026-07-29 12:35:28
ฉันชอบทำให้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องใกล้ตัวและสนุกกว่าเดิม โดยเริ่มจากการตัดสิ่งที่เด็กม.ปลายมักกลัวออกไปก่อน แล้วแทนที่ด้วยภาพรวมที่จับต้องได้ เช่น แบ่งไวยากรณ์เป็นก้อนเล็ก ๆ ที่จำเป็นจริง ๆ — เวลา (tenses), ประธาน-กริยา-กรรม, คำเชื่อมและประโยคย่อย, คำช่วยและความหมายเชิงเงื่อนไข ซึ่งแต่ละก้อนไม่จำเป็นต้องสอนลึกตั้งแต่ครั้งแรก แต่ต้องให้เห็นโครงหลักและตัวอย่างจริงที่เชื่อมกับชีวิตประจำวัน

การสอนหนึ่งบทให้เป็นกิจกรรมสั้น ๆ จะได้ผลดี เช่น เริ่มด้วยเรื่องเล่า 2–3 ประโยคจาก 'Harry Potter' ที่ดัดแปลงเล็กน้อยเพื่อชี้ให้เห็นการใช้ tense ตามบริบท แล้วให้เด็กจับคู่ประโยคกับความหมาย จากนั้นเล่นเกมเติมคำเพื่อให้เกิดความเคยชิน จบด้วยแบบฝึกหัดที่ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีเพื่อวัดความเข้าใจจริง ๆ วิธีนี้ลดความตึงเครียดและทำให้เห็นพัฒนาการชัดเจน

การแก้ข้อผิดพลาดควรทำแบบเป็นมิตรและจำเพาะ ไม่ใช่การตัดสินคน แนะนำให้ตั้งกฎห้องเรียนนิดหน่อย เช่น ทุกครั้งที่เจอข้อผิดพลาด ให้ถามกลับด้วยคำถามสั้น ๆ เพื่อให้เด็กคิดเองและอธิบายเหตุผล การบ้านควรเน้นการใช้งานจริงมากกว่าการเขียนแบบท่องจำ เช่น ให้เขียนไดอารี่สั้น ๆ หรือทำพ็อกเก็ตบทสนทนา แล้วครูค่อยเลือกประโยคที่เป็นตัวอย่างมาสอนต่อ จะทำให้เด็กไม่กลัวไวยากรณ์และเริ่มใช้ภาษาได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ครูจะสอนวรรณกรรม ภาษาอังกฤษ ให้เข้าใจง่ายด้วยวิธีไหน?

3 Answers2025-12-20 17:31:52
เราเริ่มจากภาพใหญ่ก่อนเลย: วรรณกรรมภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นประตูสู่มุมมองของคนจากยุคและวัฒนธรรมต่างกัน ซึ่งเมื่อสอนให้เด็กเปิดประตูนั้นอย่างค่อย ๆ เข้าใจ ผลลัพธ์จะยั่งยืนกว่าแค่จำอนุกรมเหตุการณ์

ในบทเรียนแรก ๆ ผมมักชอบให้เห็น 'Hamlet' ผ่านงานศิลป์และเพลงร่วมสมัยก่อน เพื่อให้ความขัดแย้งในใจตัวละครไม่เป็นแค่คำยาก ๆ บนกระดาษ แต่กลายเป็นสถานการณ์ที่เด็ก ๆ รู้สึกได้ วิธีการที่ใช้ได้ผลคือการจับประเด็นเล็ก ๆ เช่น ความลังเล ความชิงชัง แล้วให้เด็กแสดงบทสั้น ๆ ประกอบกับการแปลความหมายทีละบรรทัด (close reading) ที่เน้นคำที่บ่งบอกอารมณ์หรือจุดเปลี่ยนของเรื่อง

นอกจากนี้ผมยังใช้การเขียนเชิงสร้างสรรค์ร่วมด้วย เช่น ให้เขียนจดหมายจากมุมมองตัวละครใน 'The Great Gatsby' ซึ่งช่วยให้เข้าใจมิติของตัวละครและบริบทสังคม การประเมินไม่จำเป็นต้องเป็นข้อสอบอย่างเดียว แต่ให้มีพอร์ตโฟลิโอผลงานเล็ก ๆ ที่สะท้อนพัฒนาการของความเข้าใจ ทำแบบนี้แล้วบทเรียนจะเป็นทั้งความรู้และประสบการณ์ที่เด็กจะจดจำไปได้นาน

ครูจะสอนเด็กว่า สัญชาติจีน ภาษาอังกฤษ พูดอย่างไรให้ง่าย?

2 Answers2026-06-13 23:36:56
วิธีง่ายๆ ที่ฉันมักใช้คือเริ่มจากคำที่เด็กเคยได้ยินบ่อยๆ แล้วผูกมันเข้ากับท่าทางหรือของจริงให้จดจำได้ทันที เช่นการใช้ธง รูปคน หรือรูปแผนที่เล็กๆ เพื่อเชื่อม 'ประเทศจีน' กับคำภาษาอังกฤษที่เหมาะสม เด็กๆ มักเข้าใจเร็วขึ้นถ้าเห็นภาพประกอบและได้เคลื่อนไหวไปด้วย

เมื่ออธิบายให้เด็กพูดคำว่า 'Chinese' ผมจะแยกเสียงเป็นพยางค์สั้นๆ ให้พวกเขาได้พูดตามแบบจังหวะ เช่นแบ่งเป็น 'chai' กับ 'neese' (ออกเสียงไทยประมาณว่า ไช-นีส) แล้วตามด้วยประโยคสั้นๆ หลายแบบที่ใช้บ่อยและเข้าใจง่าย ตัวอย่างที่ใช้เป็นประจำคือประโยคบอกสัญชาติแบบสั้นๆ ที่เด็กจดจำได้ทันที เช่น ใส่ชื่อเด็กแทนประธานหรือใช้ตุ๊กตาพูดแทนเด็ก การทำซ้ำโดยให้ทุกคนพูดพร้อมกันแบบร้องตาม จะช่วยให้คุ้นกับเสียงและจังหวะของภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องเข้าใจไวยากรณ์ลึก ๆ

เทคนิคที่ได้ผลดีอีกอย่างคือเปลี่ยนประโยคเป็นเกมหรือบทบาทสมมติ เช่น ให้เด็กเป็นนักท่องเที่ยวที่ถามเพื่อนว่า ‘‘Where are you from?’’ แล้วตอบง่ายๆ ด้วยประโยคสั้นๆ หรือให้เด็กชี้ที่ธงแล้วพูดคำเดียวสั้นๆ สลับกับการใช้คำทางเลือกที่ไม่ซ้ำ เช่น บอกว่า ‘He’s Chinese’ และเปลี่ยนเป็น ‘They’re from China’ เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างระหว่างคำที่ใช้บอกสัญชาติกับการบอกแหล่งที่มา การให้คำชมเมื่อเด็กกล้าพูดไม่ว่าจะถูกหรือผิดจะกระตุ้นความมั่นใจได้มากกว่าอะไรทั้งหมด สุดท้ายแล้วความสนุกและความเป็นธรรมชาติในการฝึกซ้ำเป็นกุญแจสำคัญ — เด็กจะจำคำว่า 'Chinese' ได้ดีเมื่อมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของเกมหรือกิจวัตรประจำวัน มากกว่าการท่องจำอย่างเคร่งเครียด

นักเรียนต้องเตรียมตัวสอบวิชาเรียน ภาษาอังกฤษ อย่างไรให้ได้คะแนนสูง?

4 Answers2026-02-04 13:26:52
เริ่มต้นด้วยการวางแผนที่ชัดเจนและยืดหยุ่นเป็นหัวใจของการเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษที่ได้ผลสำหรับฉัน

การแยกเนื้อหาออกเป็นส่วนเล็ก ๆ ทำให้การฝึกไม่ท่วมจนท้อ เช่น กำหนดว่าเช้าอ่านบทความสั้น ๆ บ่ายทำแบบฝึกไวยากรณ์ ดึกทบทวนคำศัพท์แบบ Spaced Repetition การใช้หนังสืออ้างอิงอย่าง 'English Grammar in Use' ช่วยให้เห็นโครงสร้างเป็นระบบ แต่ฉันก็สลับกับการอ่านนิยายสั้นหรือข่าวที่สนใจเพื่อรักษาความต่อเนื่องและบริบทของคำศัพท์

ฝึกทำข้อสอบเก่าและจับเวลาเป็นประจำเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ฉันจะจดข้อผิดพลาดเป็นบันทึกข้อที่พลาดซ้ำแล้วกลับมาทบทวน ทำม็อกเทสต์เต็มความยาวอย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้งเพื่อฝึกการจัดการเวลา และหลังการสอบปล่อยให้มีการรีวิวแบบไม่ตำหนิ แต่เน้นว่าผิดพลาดเพราะอะไรแล้วแก้ตรงจุด วิธีนี้ช่วยให้ความมั่นใจเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่เครียดจนเกินไป

อ่านนิยายแปลบ่อยๆจะช่วยนักเรียนเก่งภาษาอังกฤษได้ยังไง

4 Answers2026-03-21 00:31:42
การอ่านนิยายแปลเป็นการฝึกที่ละเอียดอ่อนและสนุกกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

ผมมองว่าการอ่านแบบนี้ช่วยสร้างพจนานุกรมภายในที่ไม่ใช่แค่คำศัพท์ แต่รวมถึงสำนวนและโครงสร้างประโยคด้วย เมื่ออ่านนิยายแปล เราจะเจอการเลือกคำที่ทำให้ความหมายไหลลื่นในภาษาไทย ซึ่งส่งสัญญาณว่าคำต้นฉบับใช้งานอย่างไรในบริบทจริง ไม่ว่าจะเป็นการใช้สำนวน การเล่นคำ หรือการเรียงประโยคที่ต่างจากภาษาไทยมาก เช่น ฉากบรรยายใน 'Harry Potter' ที่แปลแล้วยังคงความ magique ไว้ได้ดี ทำให้ผมเข้าใจทั้งคำศัพท์ใหม่และวิธีสื่ออารมณ์ของประโยค

การอ่านแบบมีเป้าหมายช่วยให้ได้ผลมากขึ้น: หาเฉพาะคำที่เจอบ่อยๆ จดไว้ ทบทวนเป็นกลุ่ม ทำประโยคตัวอย่าง และลองกลับไปอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษเมื่อพร้อม เทคนิคพวกนี้ทำให้ผมไม่สับสนระหว่างการแปลและภาษาต้นฉบับ อีกทั้งยังเป็นแรงจูงใจให้ต่อเนื่อง เพราะนิยายทำให้การเรียนภาษาไม่น่าเบื่อ ยิ่งอ่านมาก ยิ่งจับจุดไวยากรณ์และสำนวนได้ไวขึ้น สุดท้ายแล้ว การอ่านนิยายแปลเป็นสะพานที่ดีระหว่างความเข้าใจภาษาไทยและทักษะภาษาอังกฤษที่ลึกขึ้น

นักเรียน ภาษาอังกฤษ ม.3 ควรฝึกข้อสอบแบบไหนเพื่อคะแนนสูง

3 Answers2026-02-25 21:39:28
การฝึกข้อสอบสำหรับม.3 ที่ต้องการคะแนนสูงควรเริ่มจากการทำข้อสอบย้อนหลังแบบจับเวลาเสมือนจริงก่อนเสมอ

การวางตัวเองให้อยู่ในสภาพสอบจริงช่วยให้ฉันเห็นปัญหาชัดขึ้นมากกว่าการทำข้อแยกเป็นหัวข้อ เช่น เมื่อฉันฝึกภายใต้เวลาจำกัดแล้วจะรู้ว่าต้องเร่งอ่าน passage แบบไหน หรือต้องตัดคำถามประเภทใดก่อน หลังจากทำข้อเสร็จ ฉันมักจะแยกข้อผิดเป็นกลุ่ม เช่น ไวยากรณ์ คำศัพท์ ความเข้าใจบทความ และการฟัง เพื่อให้สามารถโฟกัสที่จุดอ่อนจริง ๆ ในสัปดาห์ถัดไปจะกำหนดเป้าหมายให้แต่ละกลุ่ม เช่น สัปดาห์นี้โฟกัสการเติมคำในบทความ สัปดาห์ถัดไปเน้นการฝึกฟังแบบทอดคำตาม

เทคนิคที่ใช้แล้วได้ผลคือการทำสมุดบันทึกข้อผิด (error log) และวงจรรายสัปดาห์: จดข้อผิด พร้อมสรุปกฎหรือคำศัพท์ แล้วกลับมาทบทวนอย่างน้อยสองครั้งก่อนสอบจริง นอกจากนี้การฝึกเขียนคำตอบย่อ ๆ ภายใต้เวลาจำกัดช่วยให้ฉันจัดโครงเรื่องเร็วขึ้น ส่วนการฟัง ฉันมักเปิดคลิปสั้น ๆ แล้วทำโน้ตสรุปใจความเพื่อฝึกจับข้อมูลสำคัญ การใช้ข้อสอบเก่า ๆ ของโรงเรียนหรือข้อสอบระดับชาติอย่าง 'O-NET' เป็นตัววัดที่ดีเพราะรูปแบบข้อสอบใกล้เคียงกับของจริง

สุดท้ายเรื่องสภาพจิตใจก็สำคัญ ฉันแบ่งเวลาพักสั้น ๆ ระหว่างชุดข้อสอบเพื่อไม่ให้สมองล้า และคืนก่อนสอบจะลดการฝึกหนักลง เพื่อให้พลังสมองสดพอในการทำข้อจริง บางทีการเน้นคุณภาพการทบทวนเพียงสองชั่วโมงที่มีเป้าหมายชัดดีกว่าทำทั้งวันแบบไร้แผน

Related Searches

Popular Searches
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status