ログインเมื่อสาวเวอร์จิ้นยุคปัจจุบันที่ไม่รู้จักแม้แต่การตกหลุมรักใครสักคน หรือความรักในรูปแบบของคนรัก กลับถูกส่งตัวเข้าไปในนิยายเพื่อสอนเรื่องรัก ๆ ให้กับพระเอก งานนี้จะรุ่งหรือร่วงก็คงต้องวัดกันเสียแล้ว
もっと見るสวัสดีครับผมชื่อคินอายุ 48 ปี ส่วนเมียผมชื่อนิดอายุ 47 ปี เราสองคนเป็นพวกชอบความตื่นเต้นทางเพศ และมักจะหาอะไรใหม่ ๆ มาลองทำด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือการแลกคู่สวิงกิ้งหรือหาชายเดี่ยวมาช่วยรุมนิด
สำหรับคู่เราแล้วการให้ความสำคัญกับอารมณ์และบรรยากาศถือว่ามีความสำคัญมาก ไม่ใช่ว่าแค่นัดมาแล้วเอาดุ้นเอ็นกระแทกร่องเสียวให้มันเสร็จ ๆ ไป หลายครั้งที่เรานัดชายเดี่ยวแล้วพากันไปเอาท์ดอร์แถวเถียงนาร้างที่คิดว่าคงไม่มีใครมาเห็นเข้า การได้เห็นเมียตัวเองแสดงอาการร่านกับชายอื่นเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตผมก็ว่าได้ ซึ่งนิดเองก็ชอบด้วยทุกครั้งผมจะถามนิดก่อนเสมอว่าถ้าเราลองแบบนี้นิดจะโอเคมั้ย หรือบางครั้งนิดเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายชวนขึ้นมาถ้าเราห่างหายจากเรื่องตื่นเต้นทางกามารมณ์เป็นเวลานาน ๆ ส่วนเรื่องที่ผมจะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในวันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วหลายคนอาจจะนึกบรรยากาศไม่ออก แต่ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นยุค 90 เชื่อว่าคงจะเคยผ่านประสบการณ์การดูหนังโป๊ในโรงหนังกันมามาบ้าง เริ่มเลยก็แล้วกันนะครับ วันหนึ่งผมไปเช่าวิดีโอโป๊มาจากร้านประจำที่เข้าออกจนสนิทกับเจ้าของร้าน วันไหนมีหนังใหม่ ๆ แกก็จะแอบกระซิบให้รู้เรื่องที่เฮียแกแนะนำแถมบอกว่าดูแล้วได้อารมณ์มากเป็นหนังเกี่ยวกับคู่ผัวเมียที่พากันไปดูหนังโป๊ในโรงแล้วให้ผู้ชายคนอื่นมานัวกับเมียตัวเองจนถึงขั้นพากันลุกไปเข้าห้องน้ำคืนนั้นหลังจากกินข้าวอาบน้ำเสร็จผมกับเมียก็มาเปิดหนังโป๊ที่เช่ามาดูด้วยกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของคู่เราที่จะหนังโป๊หรือที่สมัยก่อนเรียกว่าหนัง X ดูกันเพื่อปลุกอารมณ์ ผมโชคดีก็ตรงนี้แหละที่นิดเมียผมก็อยู่ในประเภทสาวไฟแรงสูง ชวนทำอะไรก็ทำ
“เราลองทำแบบในหนังกันบ้างมั้ยนิด คงตื่นเต้นน่าดู” “บ้าน่าพ่อ นี่มันในหนังเขาเซ็ตกันมา เรื่องจริงคงไม่มีหรอก” “มีสิ ก็คู่เรานี่ไง นะแม่นะ พรุ่งนี้วันศุกร์พอดี พอขับรถผ่านเห็นมีหนังเข้าใหม่ฉายควบสองเรื่องฝรั่งกับญี่ปุ่น” “เอาจริงอ่ะ มันจะอันตรายมั้ยอ่ะ” “ของแบบนี้ยิ่งเสี่ยงมันยิ่งตื่นเต้น แค่คิดพ่อก็มีอารมณ์แล้วเนี่ย มานี่มา” แล้วคืนนั้นผมกับเมียก็จัดกันอุ่นเครื่องไปก่อนรอบหนึ่ง ระหว่างเอากันก็จินตนาการไปด้วยว่านิดเมียผมโดนผู้ชายล้วงควักในโรงหนังจนถึงขั้นได้เสียกัน พอวันรุ่งขึ้นผมแทบไม่เป็นอันทำงาน เพราะคิดถึงเรื่องเสียว ๆ ที่ผมกับนิดจะทำกันคืนนี้ จำได้ว่าวันนั้นผมกับเมียอาบน้ำด้วยกันแล้วก็มีการเล้าโลมอุ่นเครื่องเพื่อให้เมียผมมีความอยากมากขึ้นเพราะถูกปลุกอารมณ์เอาไว้แต่ปล่อยให้อารมณ์ค้าง พอเวลาประมาณสองทุ่มผมกับนิดก็มาถึงโรงหนัง เผื่อใครนึกภาพไม่ออกผมขออธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับโรงหนังสมัยก่อนให้ได้จินตนาการตามกันนะครับ โดยโรงที่ผมเข้าไปดูเป็นโรงหนังเก่าแก่ของจังหวัดที่เมื่อก่อนก็ฉายหนังออกใหม่ แต่พอมีโรงหนังยุคใหม่เกิดขึ้นของเก่าเลยต้องปรับตัวฉายหนังควบในราคาถูกบางโรงก็ฉายหนังโป๊แบบที่ผมพาเมียมาดูนี่แหละ ส่วนสภาพของโรงหนังก็ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาเพราะไม่มีงบมาปรับปรุงแค่รอวันปิดกิจการเท่านั้น ที่หน้าโรงจะมีลุงคนหนึ่งคอยเก็บค่าตั๋วหนัง 2 เรื่องควบราคาอยู่ที่ 50 บาท ฉายวันไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ช่วงสาย ๆ ทางเข้าจะมีประตูและผ้าม่านกั้นเอาไว้ ส่วนเก้าอี้จะเป็นเบาะสีแดง ๆ ซะส่วนใหญ่ ที่นั่งจะมีเยอะมากสามารถเลือกนั่งได้ตามต้องการ ส่วนห้องน้ำจะแยกชายหญิงภายในก็จะชำรุดทรุดโทรมโดยไม่มีการซ่อมแซม วันนั้นพอผมกับนิดเข้ามาในโรงหนังเราก็ทำตามแผนที่วางกันเอาไว้คือให้เมียผมไปนั่งตรงที่ที่มีผู้ชายนั่งอยู่ถัดออกไปสัก 5-6 ที่นั่ง ซึ่งวันนั้นถึงจะเป็นวันศุกร์แต่คนไม่เยอะมากเพราะส่วนใหญ่จะไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ซะมากกว่า พอเล็งที่นั่งได้แล้วเมียผมก็เดินไปนั่ง หรือจะเรียกว่าเดินไปอ่อยก็ว่าได้ จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีผู้หญิงตัวคนเดียวเข้ามาดูหนังแบบนี้ในโรง บางครั้งเป็นหญิงขายบริการที่มาหาแขกด้วยวิธีนี้เพราะคนที่มาดูหนังก็ย่อมมีอารมณ์เป็นธรรมดา พอเห็นว่าเมียผมได้ที่นั่งแล้วผมก็เดินตามไปนั่งแถวหลังถัดจากเมียผมมาสองแถวแต่ก็พอจะมองเห็นและจินตนาการได้ว่าเมียผมกำลังทำอะไรถ้ามีชายหนุ่มใจกล้าเดินมานั่งข้าง ๆ ถึงตอนนี้หนังเริ่มฉายมาได้ประมาณสิบกว่านาที เป็นหนังญี่ปุ่นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับคุณนายสาวร่านสวาทที่อ่อยเหยื่อช่างซ่อมแอร์ด้วยการนุ่งน้อยห่มน้อยมาเฝ้าดูการทำงานแถมยังไม่ใส่ทั้งยกทรงและกางเกงใน เจ้าหนุ่มช่างแอร์ถึงกับแอบมองหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุดก็ทนไม่ไหวคว้าร่างของคุณนายเจ้าของบ้านมากอดจูบล้วงควักโดยที่เธอทำทีเป็นขัดขืนนิดหน่อยเท่านั้น แต่บอกตามตรงว่าใจผมไม่ได้อยู่กับเนื้อเรื่องแต่ลุ้นว่าวันนี้จะได้เห็นเมียตัวเองทำเรื่องเสียว ๆ หรือเปล่า แล้วในที่สุดผมก็สมปรารถนาเพราะผู้ชายที่นั่งถัดออกไปขยับมานั่งเก้าอี้ติดกับเมียผม ซึ่งเมียผมก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะกลัวหรือว่าเดินหนีเพราะตั้งใจมาเพื่อทำแบบนี้อยู่แล้ว ผมมองภาพเมียตัวเองนั่งชิดกับชายอื่นตรงหน้าในขณะที่จอกำลังฉายหนังโป๊ ไม่บอกก็รู้ว่าทุกคนต่างมีอารมณ์และอยากปลดปล่อย แต่ด้วยมุมมองที่ผมนั่งทำให้เห็นราง ๆ ว่าทั้งคู่ทำท่ายุกยิกเหมือนกำลังสัมผัสเนื้อตัวของกันและกันแต่เพียงแค่นี้ก็ทำเอาผมจินตนาการไปไกล เมียผมมาเล่าให้ฟังทีหลังว่าพอเธอนั่งดูหนังได้ไม่นานก็สังเกตเห็นว่าผู้ชายที่นั่งถัดไปแอบเหล่มองมาบ่อย ๆ ภาพและเสียงในหนังบวกกับจินตนาการที่คิดเอาไว้ทำให้เมียผมเกิดอารมณ์จนต้องใช้มือลูบไล้เต้านมตัวเองเบา ๆ พร้อมกับนั่งเอนลั่งและเหยียดขา วันนั้นเมียผมใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่าเล็กน้อยกะว่ามีล้วงกันในโรงหนังแน่ ๆ ส่วนเสื้อเป็นเสื้อสายเดี่ยวมีเสื้อคลุมบาง ๆ คลุมเอาไว้ พอผู้ชายคนนั้นมองมาก็คงรู้ว่าเมียผมกำลังทำอะไรเขาเลยกล้าที่จะลุกเดินมานั่งข้าง ๆ เมียผมเลยหยุดมือเอาไว้แล้วลุกขึ้นนั่งตัวตรงแล้วรอดูว่าชายปริศนาคนนั้นจะทำยังไงต่อ พอเห็นว่าเมียผมนั่งนิ่งไม่ลุกหนีแถมนั่งเบียดขาไปมาเพื่อระบายความเสียวและความตื่นเต้นที่กำลังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกางเกงในแฉะไปด้วยน้ำเมือกลื่นที่ออกมาจากร่องเสียวของเมียผม ผู้ชายที่นั่งข้าง ๆ เริ่มต้นด้วยการหยั่งเชิงว่าเมียผมจะเล่นด้วยหรือเปล่า มือซ้ายของเขาวางลงที่ต้นขาขวาของเมียผม นิดหันไปมองเขาแต่ไม่ได้พูดหรือว่าลุกหนีแค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าเมียผมเล่นด้วยเขาเลยเริ่มรุกหนักขึ้น จากที่ตอนแรกแค่เอามือวางที่ต้นขาตอนนี้เขาเริ่มลูบขาเมียผมเบา ๆ จนเมียผมขนลุกไปทั้งตัวเพราะความตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่กับผู้ชายที่แทบไม่ได้เห็นหน้ากันด้วยซ้ำ พอลูบไล้ต้นขาของแฟนผมไปได้สักพักมือของผู้ชายคนนั้นก็เริ่มไต่ขึ้นมาสูงขึ้นจนเฉียดอยู่ที่ง่ามขาของเมียผมก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนไปตรงเป้ากางเกงในที่ฉ่ำแฉะของนิด เขาคงรู้ว่านิดเมียผมกำลังมีอารมณ์ ปลายนิ้วกลางของเขาเริ่มลากขึ้นลงที่กลางร่องเสียวโดยมีเมียผมอ้าขาให้เขาใช้มือกับร่องเสียวของตัวเองได้สะดวกขึ้น เมียผมเริ่มเอนกายครางออกมาเบา ๆ ปล่อยให้เขาลูบไล้และเขี่ยร่องเสียวของตัวเอง ตอนนี้มือเขาล้วงผ่านกางเกงในเข้าไปสัมผัสร่องรูเปียกชื้นของเมียผมแบบเต็มไม้เต็มมือ“ซินซิน” “วันนี้ทำ...” เมิ่งเจียวซินที่กำลังเงยหน้าขึ้นไปกล่าวทักทายผู้เป็นสามีหยุดชะงัก ก่อนจะดึงสายตากลับมา แล้วก้มลงไปมองบุตรชายกับบุตรสาวที่วิ่งเข้ามากอดขาของเธอคนละข้าง “แม่...แม่ อุ้ม!” น้องน้ำเอ่ยร้องขอ พร้อมกับส่งสายตาวิงวอนให้ผู้เป็นมารดา เมิ่งเจียวซินโน้มตัวลงไปอุ้มบุตรสาวขึ้นมา ส่วนบุตรชายยังคงยืนกอดขา หลี่อวิ้นกุยรู้สึกหัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก เพราะบุตรทั้งสองหวงมารดามาก น่าจะเริ่มตั้งแต่ตอนเจ็ดเดือนได้กระมัง ที่แฝดชายหญิงติดหนึบ และเริ่มหวงมารดา หากตื่นมาแล้วไม่เห็นมารดาอยู่ในระยะสายตา หรือเห็นเขาอยู่ใกล้ชิดเมิ่งเจียวซินมากจนเกินไป ก็จะพากันร้องไห้ขึ้นมาทันที ในช่วงแรก ๆ เขาแทบจะรับมือไม่ได้ แต่ทว่าตอนนี้...หึ!
หลี่อวิ้นกุยมองเมิ่งเจียวซินที่นอนใบหน้าซีดเผือดอยู่บนเตียง เขาจับมือของเธอเอาไว้แน่น เขาจะไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน หากสตรีที่เขารักยังไม่รู้สึกตัว เวลานี้หลี่อวิ้นกุยยังรู้สึกสะเทือนใจ และยังรู้สึกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวที่ได้เห็นสตรีตรงหน้ารับมือกับการคลอดบุตร โดยที่เขาไม่อาจช่วยอะไรอีกฝ่ายได้เลย ซึ่งทั้ง ๆ ที่หลี่อวิ้นกุยล้มเลิกความคิดเรื่องอยากให้เมิ่งเจียวซินตั้งครรภ์แฝดไปแล้ว เขาอยากให้เธอตั้งครรภ์แบบเดี่ยวมากกว่า แต่ทว่าสุดท้ายภรรยาของเขากลับตั้งครรภ์แฝดเสียอย่างนั้น ถึงแม้ว่า...จะเป็นการตั้งครรภ์แฝดแบบธรรมชาติ แต่ในระหว่างที่เมิ่งเจียวซินตั้งครรภ์ สตรีที่เขารักต้องเผชิญหน้ากับภาวะแท้งคุกคาม และภาวะครรภ์เสี่ยงอีกตั้งหลายอย่าง แล้วไหนจะความยากลำบากในการดำเนินชีวิตแต่ละวันของเธออีก หลี่อวิ้นกุยถึงจะช่วยรับหน้าที่แพ้ท้องแทนเมิ่งเจียวซิน แต่มันเที
เมิ่งเจียวซินชะงัก เนื่องจากเรื่องนี้เธอไม่ได้คิดถึงเลยด้วยซ้ำ แล้วการที่อยู่ ๆ คุณยายใบบัวถามเรื่องนี้ขึ้นมา คงเพราะอยากจะชวนพวกเธอเปลี่ยนเรื่องพูดคุยเป็นแน่! ซึ่งยังไม่ทันที่เมิ่งเจียวซินจะได้เอ่ยแก้สถานการณ์ หลี่อวิ้นกุยก็กล่าวขึ้นมาว่า... “ผมแล้วแต่ซินซินเลยครับ แต่บ้านหลังใหม่ผมได้ทำห้องเผื่อเอาไว้แล้วสามห้องครับ” คำตอบที่ได้ยินทำเอาเมิ่งเจียวซินเผลอหันไปจ้องหน้าของบุรุษหนุ่มข้างกายอยู่ครู่หนึ่ง อาจเพราะผลพวงจากโลกนิยายเธอจึงคิดไปเองว่า หลี่อวิ้นกุยอาจจะไม่อยากมีบุตรก็ได้ เธอจึงไม่เคยหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาคิดอีกเลย แล้วในระหว่างนั้นคุณยายใบบัวก็เริ่มถามต่อว่า หลังแต่งงานจะมีเลยไหม? อยากให้บุตรคนแรกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย? คุณใหญ่ชอบเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงมากกว่ากัน?&nb
วันนี้คือ วันแรกที่หลี่อวิ้นกุยได้กลับมาทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูร่างกาย หลังจากห่างหายไปเกือบหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากเหตุการณ์ในห้องน้ำวันนั้น... แล้วถึงแม้ว่า ช่วงที่ผ่านมาบุรุษหนุ่มข้างกายจะทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูร่างกายไม่ได้ แต่เมิ่งเจียวซินก็ช่วยบริหารร่างกาย และทำกายภาพบำบัดแบบเบา ๆ ให้หลี่อวิ้นกุยบนเตียงนอน แล้วยังปล่อยให้อีกฝ่ายดูแลช่วยเหลือตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การขยับขึ้นลงจากเตียง เพื่อไปเข้าห้องน้ำ เป็นต้น พอได้กลับมาทำตามโปรแกรมกายภาพบำบัดฟื้นฟูร่างกายอีกครั้ง จึงไม่เกิดการติดขัด หรือเจ็บกล้ามเนื้อส่วนสะโพก และช่วงขาตอนขยับมากนัก เมิ่งเจียวซินเห็นหลี่อวิ้นกุยกลับมามุ่งมั่นทำตามโปรแกรมที่วางไว้ในแต่ละวันอย่างตั้งใจ อีกฝ่ายไม่ได้หักโหมอย่างในช่วงที่ผ่านมาอีกแล้ว เธอก็รู้สึกดี และรู้สึกสบายใจมาก &n
หลี่อวิ้นกุยเมื่อเห็นสายตาของเมิ่งเจียวซิน เขาจึงรีบส่งยิ้มให้ หลังจากนั้นคุณปู่หลี่อวิ้นเจียงก็ทั้งพูดทั้งถาม แล้วก็สอนเรื่องความเป็นสุภาพบุรุษให้กับเขา ซึ่งเอาเข้าจริงหลี่อวิ้นกุยฟัง และแปลสิ่งท
เมิ่งเจียวซินพยายามรวบรวมสติ ปรับลมหายใจ จากนั้นเธอก็นึกไปถึงผลตรวจร่างกายครั้งล่าสุดของคุณใหญ่ เมื่อเห็นพ่อบ้านเจิ้งเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไปแล้ว เมิ่งเจียวซินจึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษหนุ่มท
โจวหลิวอิงปรับลมหายใจ พยายามรวมรวมสติ จากนั้นก็หันไปกล่าวกับบุรุษที่นั่งฝั่งตรงข้ามว่า “องค์ชายสามเพคะ ตอนที่ยาพิษราคะโลกีย์ออกฤทธิ์ ร่างกายของผู้ที่ถูกวางยาจะถูกบีบคั้นไปทั่วทั้งร่าง เพื่อให้เสพส
หลี่อวิ้นกุยมองดวงหน้านวลที่ขึ้นสีแดง เขารู้สึกว่า ช่วงเวลาที่ริมฝีปากของเมิ่งเจียวซินขยับอย่างลังเลช่างยาวนานเหลือเกิน ผ่านไปครู่หนึ่งสตรีในอ้อมแขนถึงเอ่ยเสียงเบาหวิวราวกับพึมพำว่า “อืม..





