ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก

ทะลุไปเป็นอาจารย์ตัวประกอบเพื่อสอนรัก...พระเอก

last update最終更新日 : 2025-07-03
言語: Thai
goodnovel18goodnovel
評価が足りません
224チャプター
4.6Kビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

ทะลุมิติ/ย้อนยุค/ย้อนเวลา

แฟนตาซี

กำลังภายใน

ปากร้าย

หมอ

โหดร้าย/เหี้ยมโหด

เกิดใหม่

ข้ามไปในนิยาย

ระบบ

เมื่อสาวเวอร์จิ้นยุคปัจจุบันที่ไม่รู้จักแม้แต่การตกหลุมรักใครสักคน หรือความรักในรูปแบบของคนรัก กลับถูกส่งตัวเข้าไปในนิยายเพื่อสอนเรื่องรัก ๆ ให้กับพระเอก งานนี้จะรุ่งหรือร่วงก็คงต้องวัดกันเสียแล้ว

もっと見る

第1話

บทที่ 1 (1/2) : อย่าบอกนะว่า...(1)

สวัสดีครับผมชื่อคินอายุ 48 ปี ส่วนเมียผมชื่อนิดอายุ 47 ปี เราสองคนเป็นพวกชอบความตื่นเต้นทางเพศ และมักจะหาอะไรใหม่ ๆ มาลองทำด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือการแลกคู่สวิงกิ้งหรือหาชายเดี่ยวมาช่วยรุมนิด 

สำหรับคู่เราแล้วการให้ความสำคัญกับอารมณ์และบรรยากาศถือว่ามีความสำคัญมาก ไม่ใช่ว่าแค่นัดมาแล้วเอาดุ้นเอ็นกระแทกร่องเสียวให้มันเสร็จ ๆ ไป หลายครั้งที่เรานัดชายเดี่ยวแล้วพากันไปเอาท์ดอร์แถวเถียงนาร้างที่คิดว่าคงไม่มีใครมาเห็นเข้า 

การได้เห็นเมียตัวเองแสดงอาการร่านกับชายอื่นเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตผมก็ว่าได้ ซึ่งนิดเองก็ชอบด้วยทุกครั้งผมจะถามนิดก่อนเสมอว่าถ้าเราลองแบบนี้นิดจะโอเคมั้ย หรือบางครั้งนิดเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายชวนขึ้นมาถ้าเราห่างหายจากเรื่องตื่นเต้นทางกามารมณ์เป็นเวลานาน ๆ 

ส่วนเรื่องที่ผมจะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังในวันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วหลายคนอาจจะนึกบรรยากาศไม่ออก แต่ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นยุค 90 เชื่อว่าคงจะเคยผ่านประสบการณ์การดูหนังโป๊ในโรงหนังกันมามาบ้าง 

เริ่มเลยก็แล้วกันนะครับ วันหนึ่งผมไปเช่าวิดีโอโป๊มาจากร้านประจำที่เข้าออกจนสนิทกับเจ้าของร้าน วันไหนมีหนังใหม่ ๆ แกก็จะแอบกระซิบให้รู้เรื่องที่เฮียแกแนะนำแถมบอกว่าดูแล้วได้อารมณ์มากเป็นหนังเกี่ยวกับคู่ผัวเมียที่พากันไปดูหนังโป๊ในโรงแล้วให้ผู้ชายคนอื่นมานัวกับเมียตัวเองจนถึงขั้นพากันลุกไปเข้าห้องน้ำ

คืนนั้นหลังจากกินข้าวอาบน้ำเสร็จผมกับเมียก็มาเปิดหนังโป๊ที่เช่ามาดูด้วยกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของคู่เราที่จะหนังโป๊หรือที่สมัยก่อนเรียกว่าหนัง X ดูกันเพื่อปลุกอารมณ์ ผมโชคดีก็ตรงนี้แหละที่นิดเมียผมก็อยู่ในประเภทสาวไฟแรงสูง ชวนทำอะไรก็ทำ

“เราลองทำแบบในหนังกันบ้างมั้ยนิด คงตื่นเต้นน่าดู”

“บ้าน่าพ่อ นี่มันในหนังเขาเซ็ตกันมา เรื่องจริงคงไม่มีหรอก”

“มีสิ ก็คู่เรานี่ไง นะแม่นะ พรุ่งนี้วันศุกร์พอดี พอขับรถผ่านเห็นมีหนังเข้าใหม่ฉายควบสองเรื่องฝรั่งกับญี่ปุ่น”

“เอาจริงอ่ะ มันจะอันตรายมั้ยอ่ะ”

“ของแบบนี้ยิ่งเสี่ยงมันยิ่งตื่นเต้น แค่คิดพ่อก็มีอารมณ์แล้วเนี่ย มานี่มา”

แล้วคืนนั้นผมกับเมียก็จัดกันอุ่นเครื่องไปก่อนรอบหนึ่ง ระหว่างเอากันก็จินตนาการไปด้วยว่านิดเมียผมโดนผู้ชายล้วงควักในโรงหนังจนถึงขั้นได้เสียกัน พอวันรุ่งขึ้นผมแทบไม่เป็นอันทำงาน เพราะคิดถึงเรื่องเสียว ๆ ที่ผมกับนิดจะทำกันคืนนี้

จำได้ว่าวันนั้นผมกับเมียอาบน้ำด้วยกันแล้วก็มีการเล้าโลมอุ่นเครื่องเพื่อให้เมียผมมีความอยากมากขึ้นเพราะถูกปลุกอารมณ์เอาไว้แต่ปล่อยให้อารมณ์ค้าง พอเวลาประมาณสองทุ่มผมกับนิดก็มาถึงโรงหนัง

เผื่อใครนึกภาพไม่ออกผมขออธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับโรงหนังสมัยก่อนให้ได้จินตนาการตามกันนะครับ โดยโรงที่ผมเข้าไปดูเป็นโรงหนังเก่าแก่ของจังหวัดที่เมื่อก่อนก็ฉายหนังออกใหม่ แต่พอมีโรงหนังยุคใหม่เกิดขึ้นของเก่าเลยต้องปรับตัวฉายหนังควบในราคาถูกบางโรงก็ฉายหนังโป๊แบบที่ผมพาเมียมาดูนี่แหละ

ส่วนสภาพของโรงหนังก็ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาเพราะไม่มีงบมาปรับปรุงแค่รอวันปิดกิจการเท่านั้น ที่หน้าโรงจะมีลุงคนหนึ่งคอยเก็บค่าตั๋วหนัง 2 เรื่องควบราคาอยู่ที่ 50 บาท ฉายวันไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ช่วงสาย ๆ ทางเข้าจะมีประตูและผ้าม่านกั้นเอาไว้ ส่วนเก้าอี้จะเป็นเบาะสีแดง ๆ ซะส่วนใหญ่ ที่นั่งจะมีเยอะมากสามารถเลือกนั่งได้ตามต้องการ ส่วนห้องน้ำจะแยกชายหญิงภายในก็จะชำรุดทรุดโทรมโดยไม่มีการซ่อมแซม

วันนั้นพอผมกับนิดเข้ามาในโรงหนังเราก็ทำตามแผนที่วางกันเอาไว้คือให้เมียผมไปนั่งตรงที่ที่มีผู้ชายนั่งอยู่ถัดออกไปสัก 5-6 ที่นั่ง ซึ่งวันนั้นถึงจะเป็นวันศุกร์แต่คนไม่เยอะมากเพราะส่วนใหญ่จะไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์ซะมากกว่า

พอเล็งที่นั่งได้แล้วเมียผมก็เดินไปนั่ง หรือจะเรียกว่าเดินไปอ่อยก็ว่าได้ จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีผู้หญิงตัวคนเดียวเข้ามาดูหนังแบบนี้ในโรง บางครั้งเป็นหญิงขายบริการที่มาหาแขกด้วยวิธีนี้เพราะคนที่มาดูหนังก็ย่อมมีอารมณ์เป็นธรรมดา

พอเห็นว่าเมียผมได้ที่นั่งแล้วผมก็เดินตามไปนั่งแถวหลังถัดจากเมียผมมาสองแถวแต่ก็พอจะมองเห็นและจินตนาการได้ว่าเมียผมกำลังทำอะไรถ้ามีชายหนุ่มใจกล้าเดินมานั่งข้าง ๆ 

ถึงตอนนี้หนังเริ่มฉายมาได้ประมาณสิบกว่านาที เป็นหนังญี่ปุ่นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับคุณนายสาวร่านสวาทที่อ่อยเหยื่อช่างซ่อมแอร์ด้วยการนุ่งน้อยห่มน้อยมาเฝ้าดูการทำงานแถมยังไม่ใส่ทั้งยกทรงและกางเกงใน

เจ้าหนุ่มช่างแอร์ถึงกับแอบมองหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุดก็ทนไม่ไหวคว้าร่างของคุณนายเจ้าของบ้านมากอดจูบล้วงควักโดยที่เธอทำทีเป็นขัดขืนนิดหน่อยเท่านั้น แต่บอกตามตรงว่าใจผมไม่ได้อยู่กับเนื้อเรื่องแต่ลุ้นว่าวันนี้จะได้เห็นเมียตัวเองทำเรื่องเสียว ๆ หรือเปล่า 

แล้วในที่สุดผมก็สมปรารถนาเพราะผู้ชายที่นั่งถัดออกไปขยับมานั่งเก้าอี้ติดกับเมียผม ซึ่งเมียผมก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะกลัวหรือว่าเดินหนีเพราะตั้งใจมาเพื่อทำแบบนี้อยู่แล้ว

ผมมองภาพเมียตัวเองนั่งชิดกับชายอื่นตรงหน้าในขณะที่จอกำลังฉายหนังโป๊ ไม่บอกก็รู้ว่าทุกคนต่างมีอารมณ์และอยากปลดปล่อย แต่ด้วยมุมมองที่ผมนั่งทำให้เห็นราง ๆ ว่าทั้งคู่ทำท่ายุกยิกเหมือนกำลังสัมผัสเนื้อตัวของกันและกันแต่เพียงแค่นี้ก็ทำเอาผมจินตนาการไปไกล

เมียผมมาเล่าให้ฟังทีหลังว่าพอเธอนั่งดูหนังได้ไม่นานก็สังเกตเห็นว่าผู้ชายที่นั่งถัดไปแอบเหล่มองมาบ่อย ๆ ภาพและเสียงในหนังบวกกับจินตนาการที่คิดเอาไว้ทำให้เมียผมเกิดอารมณ์จนต้องใช้มือลูบไล้เต้านมตัวเองเบา ๆ พร้อมกับนั่งเอนลั่งและเหยียดขา

วันนั้นเมียผมใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่าเล็กน้อยกะว่ามีล้วงกันในโรงหนังแน่ ๆ  ส่วนเสื้อเป็นเสื้อสายเดี่ยวมีเสื้อคลุมบาง ๆ คลุมเอาไว้ 

พอผู้ชายคนนั้นมองมาก็คงรู้ว่าเมียผมกำลังทำอะไรเขาเลยกล้าที่จะลุกเดินมานั่งข้าง ๆ เมียผมเลยหยุดมือเอาไว้แล้วลุกขึ้นนั่งตัวตรงแล้วรอดูว่าชายปริศนาคนนั้นจะทำยังไงต่อ

พอเห็นว่าเมียผมนั่งนิ่งไม่ลุกหนีแถมนั่งเบียดขาไปมาเพื่อระบายความเสียวและความตื่นเต้นที่กำลังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกางเกงในแฉะไปด้วยน้ำเมือกลื่นที่ออกมาจากร่องเสียวของเมียผม

ผู้ชายที่นั่งข้าง ๆ เริ่มต้นด้วยการหยั่งเชิงว่าเมียผมจะเล่นด้วยหรือเปล่า มือซ้ายของเขาวางลงที่ต้นขาขวาของเมียผม นิดหันไปมองเขาแต่ไม่ได้พูดหรือว่าลุกหนีแค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าเมียผมเล่นด้วยเขาเลยเริ่มรุกหนักขึ้น

จากที่ตอนแรกแค่เอามือวางที่ต้นขาตอนนี้เขาเริ่มลูบขาเมียผมเบา ๆ จนเมียผมขนลุกไปทั้งตัวเพราะความตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่กับผู้ชายที่แทบไม่ได้เห็นหน้ากันด้วยซ้ำ

พอลูบไล้ต้นขาของแฟนผมไปได้สักพักมือของผู้ชายคนนั้นก็เริ่มไต่ขึ้นมาสูงขึ้นจนเฉียดอยู่ที่ง่ามขาของเมียผมก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนไปตรงเป้ากางเกงในที่ฉ่ำแฉะของนิด เขาคงรู้ว่านิดเมียผมกำลังมีอารมณ์

ปลายนิ้วกลางของเขาเริ่มลากขึ้นลงที่กลางร่องเสียวโดยมีเมียผมอ้าขาให้เขาใช้มือกับร่องเสียวของตัวเองได้สะดวกขึ้น เมียผมเริ่มเอนกายครางออกมาเบา ๆ ปล่อยให้เขาลูบไล้และเขี่ยร่องเสียวของตัวเอง ตอนนี้มือเขาล้วงผ่านกางเกงในเข้าไปสัมผัสร่องรูเปียกชื้นของเมียผมแบบเต็มไม้เต็มมือ

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
224 チャプター
บทที่ 1 (1/2) : อย่าบอกนะว่า...(1)
“มีเมียทั้งหมดสี่ร้อยยี่สิบเก้าคน!” ใบหม่อนหรือเมิ่งเจียวซินอุทานออกมาอย่างลืมตัว หลังจากที่เธอต้องเอาเวลาพักของตัวเองมาทนอ่านนิยายของผู้เป็นน้องชายเกือบสองวัน ซึ่งตอนนี้เธอก็ได้อ่านมาจนถึงบทสุดท้ายของเรื่องแล้ว “ที่ไม่มีลูก ไม่ใช่เพราะฝีมือของตัวร้าย แต่เป็นเพราะพระเอกส่งคนไปผสมยาห้ามครรภ์ในอาหารและน้ำดื่มของสตรีทุกคนทันที หลังจากที่เจ้าตัวไปมีอะไรด้วยเนี่ยนะ เหอะ!” ยิ่งอ่าน เธอก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด แต่ใบหม่อนก็ยังคงพยายามฝืนล้มตัวลงไปนอนอ่านนิยายต่อ...จนมาถึงบรรทัดสุดท้าย “พระเอกระเบิดตัวเองตาย อาหวงนิยายอะไรของแกเนี่ย!” ใบหม่อนรีบยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเอง ก่อนจะพยายามสงบสติอารมณ์ หลังจากอ่านคำว่า ‘จบ’ ที่โชว์หลาอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ จากนั้นเธอจึงรีบลุกขึ้นมานั่ง แล้วไถหน้าจอลงไปไล่อ่านข้อความของนักอ่านคนอื่น ๆ โดยทุกข้อความแสดงออกให้รู้ว่านักอ่านคนอื่น ๆ ก็รู้สึก และมีความคิดเห็นไม่ต่างไปจากเธอเลย ซึ่งบางคนก็ดูเหมือนว่าจะมีอาการหนักกว่าเธอด้วยซ้ำ เพราะอีกฝ่ายเสียเงินซื้อตอนติดเหรียญ เพื่อเข้าไปอ่านฉากเซอร์วิสระหว่างพระเอกกับเหล่าบรรดาเมีย ๆ ของเจ้าต
続きを読む
บทที่ 1 (2/2) : อย่าบอกนะว่า...(2)
กริ๊ง...กริ๊ง... ใบหม่อนเอื้อมมือไปปิดเสียงนาฬิกาปลุก ก่อนจะกล่าว “อาหวง เอาเป็นว่า แกก็ลองไปไล่อ่านข้อความของนักอ่านในบทสุดท้ายดูแล้วกันนะ เพราะพี่เองก็คิดเห็นไม่ต่างไปจากนักอ่านส่วนใหญ่ของแกเลย แค่นี้ก่อนนะ ถึงเวลาที่พี่ต้องเข้าไปตรวจดูอาการของคนไข้แล้วน่ะ” (ได้ แต่พี่หม่อน...ถ้าว่างพี่ก็เข้ามาหาแม่บ้างนะ) “อืม” (อย่างนั้นผมไม่กวนละ ดูแลตัวเองด้วยนะพี่) หลังจากวางสาย ใบหม่อนก็เลื่อนปิดหน้าอ่านนิยายที่แสดงอยู่บนหน้าจอ แล้วนำโทรศัพท์มือถือไปวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะหยิบสมุดกับปากกา จากนั้นเธอจึงเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเอง เพื่อไปตรวจดูอาการของคนไข้ที่ยังคงนอนไม่ได้สติมาเกือบสามเดือนแล้ว ซึ่งเธอได้รับหน้าที่มาเป็นพยาบาลพิเศษให้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากคนไข้ที่เธอต้องเข้ามาดูแลก็คือ หลานชายคนโตของท่านเจ้าสัวหลี่อวิ้นเจียง โดยท่านเจ้าสัวหลี่อวิ้นเจียงเป็นทั้งเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง แล้วยังเป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ของโรงงานผลิตอาหารไทยแช่แข็ง ซึ่งโรงงานดังกล่าวเป็นของคุณยายใบบัว ยายแท้ ๆ ของใบหม่อน แล้วที่สำคัญท่านเจ้าสัวหลี่อวิ้นเจียงยังเป็นเ
続きを読む
บทที่ 2 (1/2) : ทำไมถึงต้องเป็นเธอ? (1)
“ไม่จริงใช่ไหมเนี่ย?” ใบหม่อนหรือเมิ่งเจียวซินเอ่ยขึ้น เพราะเธอยังตั้งรับกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ทัน (โฮสต์ไม่จำเป็นต้องพูดโต้ตอบกับทางระบบค่ะ เพราะทางที่ดีพวกเราควรสื่อสารกันทางจิตน่าจะสะดวกกับทางโฮสต์มากกว่าค่ะ) “เดี๋ยวก่อนนะคะ ฉันขอตั้งสติสักครู่ค่ะ” เมิ่งเจียวซินยังคงตอบกลับอีกฝ่ายด้วยการพูด ก่อนจะหลับตาลงเพื่อรวบรวมสติแล้วลืมตากลับขึ้นมามองมือ แขน และชุดที่เธอกำลังสวมใส่ จากนั้นเธอจึงมองไปยังบริเวณโดยรอบพร้อมกับคิดในใจ ‘อย่าบอกนะว่า...ตอนนี้ฉันทะลุมิติเข้ามาในนิยาย แล้วถ้าหากเป็นเรื่องจริงในนิยายส่วนใหญ่คนที่ทะลุมิติเข้าไปในนั้น ก็มักจะทะลุเข้าไปในนิยายเรื่องที่เพิ่งจะอ่านจบ หรือกำลังอ่านอยู่ก่อนตาย...’ (โฮสต์ใจเย็นก่อนนะคะ ตอนนี้อีกร่างหนึ่งของโฮสต์ยังไม่ตายค่ะ แต่ที่โฮสต์คิดเกี่ยวกับเรื่องของนิยายนั้นถูกต้องแล้วนะคะ เนื่องจากทางเราได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดใจของนักอ่าน ที่ได้เข้าไปอ่านนิยายของน้องชายโฮสต์ ซึ่งตอนนี้ก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และหนึ่งในความเจ็บปวดใจนั้นก็คือตัวโฮสต์เอง ดังนั้นในฐานะที่โฮสต์เป็นพี่สาวของคนเขียนนิยายเรื่องนี้
続きを読む
บทที่ 2 (2/2) : ทำไมถึงต้องเป็นเธอ? (2)
เมิ่งเจียวซินรีบสลัดสิ่งที่คิดออกจากสมอง แล้วลองตอบกลับอีกฝ่ายทางจิต ‘ได้ค่ะ’ (เงื่อนไขอย่างแรก เป็นสิ่งที่โฮสต์จะต้องรับรู้ คือ เวลาในโลกใบนี้หากเทียบกับเวลาในโลกใบเดิมของโฮสต์จะแตกต่างกันอยู่สามสิบวันค่ะ หมายถึง เวลาที่โฮสต์ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่สามสิบวันจะเทียบเท่ากับเวลาในโลกใบเดิมของโฮสต์เพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น เงื่อนไขอย่างที่สอง คือ เรื่องที่ทางเราเปิดระบบพิเศษให้กับโฮสต์ภายใต้ชื่อที่ว่า ‘รับรู้แล้วแก้ไขไปพร้อมกับการเรียนรู้ด้วยชีวิตจริง’ ความหมายก็ตรงตามนั้นเลยว่า ชีวิตในโลกใบนี้เปรียบประดุจดังชีวิตจริงของโฮสต์ เพราะในโลกใบนี้โฮสต์ทั้งบาดเจ็บได้ เจ็บป่วยได้ ตายจริง และมีเพียงแค่ชีวิตเดียว ซึ่งถ้าหากโฮสต์เสียชีวิตลงในโลกใบนี้ ก่อนจะทำภารกิจที่ทางระบบมอบให้เสร็จ อีกร่างหนึ่งในโลกใบเดิมของโฮสต์ก็จะเสียชีวิตลงไปด้วยทันทีค่ะ ดังนั้นสองปีในโลกใบนี้โฮสต์จะต้องดูแลชีวิตของตัวเองให้ดี แต่ทางเราก็มีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มให้กับโฮสต์ด้วยนะคะ คือ...ตัวละครตัวนี้หากเป็นไปตามบทเดิมจะต้องเสียชีวิตในอีกหนึ่งปีข้างหน้า หากในช่วงเวลานั้นโฮสต์ทำภารกิจสามในห้าสำเร็จ โฮสต์ก็จะสาม
続きを読む
บทที่ 3 (1/2) : หาข้อดีในเวลาที่รู้สึกแย่ (1)
เมิ่งเจียวซินนั่งทำใจสักพัก ก่อนจะเดินไปเปิดบานหน้าต่างเพื่อสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบเรือน พอเห็นบรรยากาศโดยรอบ ตอนนี้น่าจะเข้าสู่ต้นยามโหย่วแล้ว (ยามโหย่ว เวลา 17:00 – 18:59 น.) หลังจากนั้นเมิ่งเจียวซินจึงนึกไปถึงสิ่งที่คุณยายใบบัวเคยสอนเธอเอาไว้ว่า ‘ให้หาข้อดีในเวลาที่รู้สึกแย่ที่สุด’ ก่อนที่เธอจะหลับตาของตัวเองลง แล้วคิดในใจว่า... ‘ดี! ที่นิยายเรื่องนี้ของอาหวงเป็นแนวจีนโบราณ’ ‘ดี! ที่เราชอบอ่านนิยายแนวนี้อยู่แล้ว’ ‘และโชคดี! ที่ชีวิตในโลกใบเดิมของเรามักจะได้ออกเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ พร้อมกับหน่วยแพทย์อาสาอยู่บ่อยครั้ง เพราะมันได้ช่วยฝึกให้เราต้องคอยตั้งรับ ปรับตัว และยังต้องคอยเตรียมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านเข้ามาในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่อยู่เสมอ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเราเวลานี้ เราก็แค่ต้องคอยรับมือ เตรียมทำทุกอย่าง และหาวิธีก้าวผ่านมันไปให้ได้ก็เท่านั้นเอง’ เมื่อคิดได้ดังนั้นเมิ่งเจียวซินจึงนึกไปถึงข้อมูลคร่าว ๆ ของโลกใบนี้ รวมไปถึงข้อมูลเบื้องต้นของพระเอกที่อาหวงได้บรรยายเอาไว้ในช่วงแรกของนิยาย... โลกใบนี้ได้ถูกแบ่งเขตแ
続きを読む
บทที่ 3 (2/2) : หาข้อดีในเวลาที่รู้สึกแย่ (2)
หลี่อวิ้นกุยเกิดมาพร้อมกับการจากไปของผู้เป็นมารดา เขาจึงไม่เป็นที่ต้อนรับของคนในครอบครัว ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาในยามนั้นแย่ยิ่งกว่าบ่าวรับใช้ในเรือนหลังนั้นเสียอีก แม้ว่าผู้เป็นตากับยายจะรับตัวเขากลับมาอยู่ที่เรือนหลักของตระกูลแล้ว แต่ก็ได้ส่งตัวเขาให้บ่าวก้นครัวเป็นผู้ดูแล เขาจึงเติบโตมาพร้อมกับความเกลียดชังของคนในครอบครัว แล้วในทุกครั้งที่มีคนในครอบครัวบังเอิญเดินมาเจอกับหลี่อวิ้นกุย ก็มักจะด่าทอเขาด้วยคำพูดที่ว่า เขาคือคนทำให้มารดาของตัวเองต้องตาย! แล้วทุกอย่างก็ได้ผ่านล่วงเลยไปแบบนั้น จนมาถึงวันหนึ่งในขณะที่หลี่อวิ้นกุยวัยเจ็ดหนาวตามคนครัวออกไปช่วยซื้อของในตลาดเหมือนทุกวัน เนื่องจากในช่วงเช้าแม่ครัวทุกคนจะยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหารจนไม่มีเวลามาคอยดูแลเขา ซึ่งทุกคนในครัวต่างก็รู้ดีว่าหากทิ้งเด็กชายเอาไว้เพียงลำพัง บุตรของบ่าวในเรือนส่วนอื่น ๆ จะเข้ามาล้อเลียน กลั่นแกล้ง และคอยมารังแกคุณชายน้อยผู้นี้อยู่เสมอ แต่ในวันนั้นหลี่อวิ้นกุยได้พลัดหลงกับแม่ครัวที่ออกมาซื้อของด้วยกัน แล้วเดินไปชนเข้ากับกลุ่มบุตรชายของแม่ค้าในตลาด จึงทำให้เขาถูกเด็กโตกลุ่มนั้นรุมทำร้าย แม้ว่าหล
続きを読む
บทที่ 4 (1/2) : ไม่คิดที่จะถอย (1)
เมิ่งเจียวซินก้าวขาลงไปนั่งแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ ก่อนจะลองนำเอาความทรงจำของร่างนี้รวมเข้ากับเนื้อหาในนิยาย ตอนนี้น่าจะอยู่ช่วงที่ซุนเย่ผิงพาตัวเองไปขายให้กับหอโคมเขียวประจำเมืองเป็นแน่ เนื่องจากเนื้อหาในนิยายมีบรรยายเอาไว้ว่า... หลังจากที่ซุนเย่ผิงไปทำความรู้จักและพูดคุยกับสตรีในหอโคมเขียวนางหนึ่งมาได้สักพัก นางก็เริ่มมีความคิดที่จะใช้หน้าตาและเรือนร่างของตัวเองหลีกหนีจากความเป็นบ่าว แล้วด้วยความทะเยอทะยานและความรักสบายของนาง ซุนเย่ผิงจึงเริ่มวาดฝันเอาไว้ว่า ด้วยใบหน้านี้ของนาง หากนางก้าวขาเข้าไปในหอโคมเขียวก็คงจะได้ขึ้นเป็นนางคณิกาอันดับหนึ่งของที่นั่นเป็นแน่ แล้วเมื่อจูมี่ผู้เป็นป้าห่าง ๆ ของนางขอลากลับไปเยี่ยมบุตรชายที่บ้านเดิมเป็นเวลาหนึ่งเดือน นางก็รีบใช้ช่วงเวลานั้นขายตัวเองเพื่อเข้าไปฝึกศาสตร์ด้านต่าง ๆ ที่นางคณิกาพึงมีในหอโคมเขียวทันที ถึงแม้สุดท้ายซุนเย่ผิงจะไม่สามารถขึ้นเป็นนางคณิกาอันดับหนึ่งของหอโคมเขียวแห่งนั้นได้ แต่นางก็ได้ติดหนึ่งในสามของนางคณิกาผู้มีใบหน้างดงามของที่นั่น แล้วก็ด้วยเพราะเงินจากการประมูลคืนแรกของนาง เมื่อจูมี่เดินทางกลับมาถึงเรือนของเมิ่งเจ
続きを読む
บทที่ 4 (2/2) : ไม่คิดที่จะถอย (2)
เช้าวันถัดมา เมิ่งเจียวซินได้ยินเสียงคล้ายกับคนพยายามเปิดบานหน้าต่างดังมาจากทางบริเวณห้องครัวในช่วงต้นยามเหม่า (ยามเหม่า เวลา 05:00 – 06:59 น.) นางจึงมั่นใจแล้วว่าร่องรอยแปลก ๆ แถวบานหน้าต่างที่นางเห็นเมื่อคืน คือทางเข้าออกฉุกเฉินที่ซุนเย่ผิงได้เตรียมเผื่อเอาไว้ เนื่องจากสามคืนที่ผ่านมาเมิ่งเจียวซินคนเก่าจะไม่ลงกลอนที่บานประตูหลังเรือน เพราะรู้ว่าซุนเย่ผิงยังไม่กลับมา ซึ่งนางมองว่าเมิ่งเจียวซินคนเก่าได้สร้างโอกาสที่จะเกิดเรื่องเลวร้ายให้กับตนเอง แม้ว่าในนิยายมันอาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะไม่มีการบรรยายถึงตัวละครเมิ่งเจียวซินในช่วงเวลานี้ แต่นางที่ต้องมาอาศัยร่างนี้ต่อไม่อาจทนแบกรับความเสี่ยงแบบที่เจ้าของร่างเดิมทำได้ แล้วอีกอย่างนางก็อยากรู้ด้วยว่า หากนางปิดพร้อมกับลงกลอนประตูและหน้าต่างทุกบาน ซุนเย่ผิงจะกลับเข้ามาในเรือนได้อย่างไร? พอเมิ่งเจียวซินเดินออกมาจากห้องพัก นางก็เห็นว่าซุนเย่ผิงกลับเข้ามาในเรือนได้แล้ว และยามนี้เจ้าตัวก็กำลังจัดการกับงานต่าง ๆ ของตนเองอยู่ เมิ่งเจียวซินจึงคิดอยากจะลองว่า ตนเองจะสามารถพูดคุยโต้ตอบกับคนในโลกใบนี้ได้หรือไม่? นางจึงเดินเข้าไปทักทายอี
続きを読む
บทที่ 5 (1/2) : เจ้าต้องรอดนะ (1)
เมิ่งเจียวซินพยายามรื้อความทรงจำ ก่อนจะหยุดฝีเท้าแล้วเงยหน้าขึ้นมาสนทนากับบุรุษและสตรีที่เดินตรงเข้ามาหานาง “ใช่เจ้าค่ะ” “ข้ามีนามว่าหมิงลู่ ส่วนนี่น้องสาวของข้ามีนามว่าหมิงจิวขอรับพวกข้าสองคนอยู่เรือนถัดจากเรือนของคุณหนูเมิ่งไปสองเรือน แล้วข้าก็เคยนำสมุนไพรไปขายให้กับท่านหมอเมิ่งที่เรือน คุณหนู...” “ข้าจำพวกท่านได้เจ้าค่ะ” เมิ่งเจียวซินตอบพร้อมกับยิ้มให้กับคนทั้งสองตรงหน้า “ข้าขออภัยนะขอรับ คุณหนูเมิ่งกำลังจะไปที่ใดหรือขอรับ?” “ข้ากำลังจะไปเก็บสมุนไพรที่ป่าท้ายหมู่บ้านเจ้าค่ะ” “เช่นนั้นคุณหนูเมิ่งรอข้าสักครู่ได้หรือไม่ขอรับ? คือข้า... เออ...คือพวกข้าว่าจะกลับเข้าไปล่ากระต่ายมาทำสำรับเย็นอยู่พอดีเลยขอรับ” เมิ่งเจียวซินเมื่อได้ยินที่บุรุษตรงหน้าพูด แล้วได้เห็นสีหน้าและท่าทางของอีกฝ่าย ดูเหมือนว่าบิดาของร่างนี้คงฝากให้หมิงลู่มาคอยช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับนางเป็นแน่ เนื่องจากในความทรงจำที่ได้รับมา บิดาของร่างนี้เคยเอ่ยปากบอกกับเมิ่งเจียวซินคนเก่าเอาไว้ว่า หากในช่วงที่เจ้าตัวไม่อยู่แล้วมีอะไรเกิดขึ้น หรือหากต้องการความช่วยเหลือก็ให้ไปบอกกับบุรุษตรงห
続きを読む
บทที่ 5 (2/2) : เจ้าต้องรอดนะ (2)
เมื่อกลับเข้ามาในเรือนของตัวเอง เมิ่งเจียวซินก็นำสมุนไพรที่เก็บมาได้ไปทำความสะอาด ก่อนจะนำออกไปตาก จากนั้นนางจึงเดินเข้าไปจัดเตรียมสมุนไพรส่วนที่เหลือพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับการปรุงยาสูตรแรกเอาไว้ หากเย็นนี้นางได้รับสมุนไพรอีกสองตัวมาจากหมิงลู่ พรุ่งนี้เช้านางก็จะสามารถเริ่มปรุงยาสูตรแรกได้เลย โดยยาตัวแรกที่นางคิดจะปรุงก็คือ ยาเม็ดที่พระเอกของนิยายเรื่องนี้ต้องกินทุกวัน เพื่อลดอาการเจ็บปวดจากยาพิษร้ายแรงในร่างกาย ซึ่งแน่นอนว่ายาที่นางปรุงย่อมต้องได้ผลดีกว่ายาที่หลี่อวิ้นกุยมีอยู่ แม้เนื้อหาในนิยายจะไม่ได้บอกว่า หลี่อวิ้นกุยถูกวางยาพิษชนิดไหน แต่ด้วยบทบรรยายที่เจ้าตัวได้กล่าวเย้ยหยันกับโชคชะตาชีวิตของตัวเองที่ว่า ‘เมื่อถึงเวลาที่พิษในร่างกายของข้าสำแดงอาการ แม้ข้าจะได้กินยา...แต่มันก็ทำได้เพียงแค่ช่วยลดความเหน็บหนาวที่ข้าจะต้องเผชิญในทุกค่ำคืนลงเท่านั้น เพราะตัวข้าไม่อาจเดินลมปราณหรือใช้พลังได้ดั่งใจต้องการอยู่ดี’ หากนำเอาประโยคนี้ไปรวมเข้ากับบทบรรยายที่ว่า ‘หลี่อวิ้นกุยไม่อาจถอนพิษออกจากร่างกายได้ทันการ’ เมิ่งเจียวซินก็มั่นใจไปถึงแปดในสิบส่วนเลยว่า หลี่อวิ้นกุยถูกวางยาพิษ
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status