หลายผลงานสมัยใหม่ที่คนไทยเรียกติดปากว่า 'เทพแห่งความมืด' หรือชื่อที่มีความหมายใกล้เคียง มักมีต้นกำเนิดจากเว็บนวนิยายหรือไลท์โนเวลเพราะธีมราชาปีศาจและโลกแฟนตาซีเป็นแนวที่ผู้แต่งเว็บนิยมเขียนแล้วได้รับความสนใจสูง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือผลงานอย่าง 'That Time I Got Reincarnated as a Slime' ซึ่งเริ่มจากเว็บนวนิยายแล้วขยายเป็นไลท์โนเวลและมังงะตามลำดับ ทำให้เห็นรูปแบบการไหลของผลงานจากข้อความต้นฉบับไปสู่การ์ตูนและสื่อต่างๆ ได้ชัดเจน ในทางกลับกันก็มีผลงานที่เริ่มจากมังงะก่อนแล้วได้รับความนิยมจนถูกดัดแปลงเป็นนิยายหรืออนิเมะ ฉะนั้นจุดเริ่มต้นของชื่อที่คล้ายคลึงกันอาจแตกต่างกันได้ตามแต่ละเรื่อง
สิ่งที่ทำให้ฉันสนใจคือการยอมรับของผู้เขียนว่าแรงบันดาลใจบางส่วนมาจากงานที่เขาเองชื่นชม—เขาพูดถึงฉากความรุนแรงทางจิตใจและภาพสยองที่เห็นในงานอย่าง 'Berserk' ว่าเป็นแรงกระตุ้นให้เขากล้าทดลองมุมกล้องมืด ๆ และโทนภาพหนักหน่วง ขณะเดียวกันผู้เขียนก็อ้างถึงมหากาพย์คลาสสิกอย่าง 'The Lord of the Rings' ในด้านการสร้างโลกที่มีประวัติศาสตร์และตำนาน ทำให้โทนเรื่องของเขาไม่ใช่แค่มืดทื่อ แต่มีความรู้สึกว่าทุกการกระทำถูกถักทอจากอดีต งานสัมภาษณ์ยังเผยอีกว่าเพลงโทนต่ำและเสียงซินธ์แนวดาร์กเป็นตัวจุดประกายฉากบางฉาก—ฉันเห็นภาพเขียนขึ้นช้า ๆ ในหัว เหมือนคนเขียนเปิดแผ่นเสียงแล้วเลือกเฉพาะความถี่ที่ทำให้หน้าอกกระตุก
ทั้งหมดนี้ได้รับการบันทึกและสื่อผ่านคาถาและข้อความในงานฝังศพ เช่น 'Book of the Dead' ซึ่งสอนวิธีพูดคาถาและขั้นตอนพิธีกรรมให้ผู้ตายผ่านด่านต่างๆ ผมมักนึกถึงภาพพิธีกรรมที่มีหลายคนมีส่วนร่วมมากกว่าจะเป็นเทพผู้เดียวที่รับผิดชอบทุกอย่าง — นั่นทำให้ความเชื่อน่าสนใจและซับซ้อนขึ้นมาก