ชื่อเต็มของภาคนี้ก็คือ 'Venom: Let There Be Carnage' และถ้าต้องสรุปแบบเข้าใจง่าย ผมขอพูดแบบตรงไปตรงมาว่าเป็นหนังที่ผสมระหว่างความฮา การต่อสู้แบบบ้าคลั่ง และโทนดาร์กที่ชวนสะพรึง เราได้ติดตามเอ็ดดี้กับเวน่อมที่ยังงอนง้อนกันอยู่ แต่พล็อตหลักคือการไล่ล่าของคาร์เนจ ผู้ซึ่งสร้างสถานการณ์โหดร้ายจนต้องมีการร่วมมือแบบฉุกเฉินเพื่อหยุดเขา
สิ่งที่ชอบคือจังหวะตลกในความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งมีชีวิต แต่อีกมุมหนึ่งก็มีความหวาดกลัวจากการพบเจอกับตัวละครที่คล้ายกับฆาตกรโรคจิต ทำให้นึกถึงความต่างของหนังที่ใช้ลุคคู่อารมณ์ตลก-โหดเหมือนในหนังเก่าอย่าง 'The Mask' แต่ในที่นี้ถูกผสมด้วยองค์ประกอบความรุนแรงและฉากแอ็กชันมากขึ้น ผลลัพธ์คือภาพยนตร์ที่ไม่ต้องการให้ผู้ชมคิดมาก แค่อยากสนุกและลุ้นไปด้วยกัน
มองในแง่โครงเรื่อง 'Venom: Let There Be Carnage' เล่นกับธีมของการร่วมมือและการแบ่งปันอัตลักษณ์อย่างชัดเจน โดยมีองค์ประกอบสำคัญสามส่วนที่ผมติดใจกับการเล่าเรื่องนี้