กระรอกไอซ์เอจ ปรากฏตัวในภาคไหนของไอซ์เอจบ้าง

2026-04-09 05:44:58
216
Partager
Quiz sur ton caractère ABO
Fais ce test rapide pour savoir si tu es Alpha, Bêta ou Oméga.
Odorat
Personnalité
Mode d’amour idéal
Désir secret
Ton côté obscur
Commencer le test

4 Réponses

Uma
Uma
คนรู้ บัญชี
มุมมองแบบขำขันแต่ละเอียดหน่อยก็คือใน 'Ice Age: The Meltdown' เจ้ากระรอกยังคงเป็นตัวตลกประจำแฟรนไชส์ แต่วิธีเล่าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับธีมภัยพิบัติของภาคนี้ ฉากไล่ถั่วของมันถูกผนวกเข้ากับเหตุการณ์น้ำหลากและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยน ทำให้มุกซ้ำ ๆ มีความหมายขึ้นเพราะมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของโรว์เหตุการณ์กว้าง

ผมชอบที่ผู้สร้างไม่ทิ้งมุกเดิม แต่ปรับบริบทให้เข้ากับเรื่อง ช็อตของเจ้ากระรอกในภาคนี้จึงกลายเป็นการส่งต่อโทนตลกในขณะที่หนังกำลังเล่าเรื่องเครียดกว่าเดิม กระรอกยังคงวิ่งไล่ถั่วจนเกิดความอลหม่าน แต่มุกนั้นถูกใช้เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและให้คนดึงหายใจระหว่างฉากสำคัญ ซึ่งผมมองว่าเป็นเทคนิคเล่าเรื่องที่ฉลาดและทำให้ตัวละครตัวเล็ก ๆ นี้ยังดูสำคัญอยู่เสมอ
2026-04-10 12:41:55
9
Grace
Grace
นักวิเคราะห์ เภสัชกร
ท้ายที่สุดเจ้ากระรอกยังโผล่มาสร้างซีนใน 'Ice Age: Collision Course' ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเป็นการเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จากอวกาศ การ์ตูนสั้น ๆ ของมันในภาคนี้เลยกลายเป็นมุกไซ-ไฟผสมสแลปสติก

ผมเห็นว่าการเอาเจ้ากระรอกไปเชื่อมกับธีมอวกาศทำให้มุกถั่วเปลี่ยนโทนจากแค่ตลกเป็นตลกที่มีจินตนาการสูง ภาพของมันต่อสู้กับสิ่งที่เกินความคาดหมายให้ความรู้สึกสดใหม่ แม้จะเป็นตัวละครที่แทบไม่มีบทพูด แต่การปรับบริบทแบบนี้ทำให้มันยังคงมีเสน่ห์และทำหน้าที่เป็นเครื่องเบรกอารมณ์ให้ผู้ชมผ่อนคลายได้เสมอ
2026-04-13 04:18:41
11
Grayson
Grayson
สายอ่าน ช่างตัดผม
ในแง่ของการขยายโลกและผลกระทบต่อโครงเรื่อง หลายฉากที่มีเจ้ากระรอกช่วยเติมความโล่งให้เรื่องหนัก ๆ โดยเฉพาะใน 'Ice Age: Dawn of the Dinosaurs' และ 'Ice Age: Continental Drift' ที่การผจญภัยมีสเกลใหญ่ขึ้นมาก

- ใน 'Dawn of the Dinosaurs' เจ้ากระรอกยังคงมุ่งมั่นไล่ถั่ว แต่ฉากของมันถูกเอาไปเล่นร่วมกับองค์ประกอบไดโนเสาร์ ทำให้มุกตลกมีการปะทะกับความประหลาดของโลกใต้ดิน ซึ่งเพิ่มมิติของความตลกแบบ Physical comedy
- ใน 'Continental Drift' มุกของเจ้ากระรอกถูกใช้เป็นจุดเชื่อมเพื่อสะท้อนความเปลี่ยนแปลงระดับโลก เช่น การแตกตัวของแผ่นเปลือกโลก การใช้ตัวละครตัวเล็ก ๆ ให้เกิดผลกระทบต่อเหตุการณ์ใหญ่ทำให้เรื่องมีความเล่นใหญ่แบบมีจังหวะ

มุมมองผมคือการที่เจ้ากระรอกยังอยู่ในสองภาคนี้ ช่วยให้แฟรนไชส์ไม่หลุดโทนเดิม แม้เรื่องจะพาเราไปไกลและซับซ้อนกว่าเดิม ความฮาแบบเดิม ๆ ก็ยังทำงานได้ดีและผสมผสานกับฉากผจญภัยได้ลงตัว
2026-04-14 15:52:59
15
Lila
Lila
นักไขปม ไกด์
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเจ้ากระรอกวิ่งไล่ถั่วบนหน้าจอ ความประทับใจมันติดตาแบบตลกขำขันและวุ่นวายไปพร้อมกัน

ผมหลงรักการออกแบบตัวละครของเจ้ากระรอกน้อย เพราะถึงจะไม่มีบทพูดแต่แสดงอารมณ์ได้ชัดเจน ใน 'Ice Age' (2002) เจ้ากระรอกเป็นจิ๊กซอว์คอมิคที่เชื่อมจังหวะฮาให้กับเรื่องราวหลัก บทบาทของมันคือวิ่งไล่ถั่วจนเกิดซีนกวนๆ ที่แทรกอยู่ระหว่างฉากดราม่าและแอ็กชัน ทำให้บรรยากาศไม่ตึงเครียดเกินไป

นอกจากนี้ยังมีช็อตสั้นพิเศษอย่าง 'Gone Nutty' ที่ขยายมุกถั่วของกระรอกได้อย่างเต็มที่ ทำให้เห็นความฉลาดในการใช้ตัวละครไซด์คิกเพียงตัวเดียวสร้างความจำฝังใจให้คนดูได้ เจ้ากระรอกในภาคแรกจึงเป็นทั้งมาสคอตและเครื่องลดความตึงเครียดของหนังไปพร้อมกัน ผมยังชอบว่าแม้จะเป็นตัวตลก แต่การออกแบบการ์ตูนและการเคลื่อนไหวกลับมีชั้นเชิง ทำให้ทุกครั้งที่มันโผล่มา ฉากนั้นมักจะจดจำได้ทันที
2026-04-15 08:50:34
11
Toutes les réponses
Scanner le code pour télécharger l'application

Livres associés

Autres questions liées

กระรอกไอซ์เอจ บุคลิกเปลี่ยนไปในภาคหลังๆหรือไม่

4 Réponses2026-04-09 17:41:02
เราโตมากับฉากไล่ตามลูกโอ๊กที่ไม่มีคำพูดของกระรอกตัวนั้น จังหวะตลกที่เรียบง่ายและการตกหลุมพรางซ้ำ ๆ ทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของซีรีส์ได้เร็วมาก ตอนแรกบุคลิกของกระรอกถูกนิยามด้วยความมุ่งมั่นและความซุ่มซ่ามเป็นหลัก — เขาเป็นตัวละครมุขเดียวที่ชัดเจน: จะต้องได้ลูกโอ๊กให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งในแอนิเมชันสั้นอย่าง 'No Time for Nuts' ก็เห็นภาพนี้ชัดเจนมาก เสน่ห์ของมันมาจากความคงเส้นคงวาในการไล่ตามเป้าหมายเดียว และความเห็นอกเห็นใจแบบเงียบ ๆ ที่คนดูมีให้ เมื่อเวลาผ่านไป บทบาทของกระรอกกลายเป็นสิ่งที่ผู้สร้างหยิบยื่นมาเพื่อสร้างฉากตลกหรือกิมมิกพิเศษมากขึ้น เขาเริ่มถูกใช้เป็นอุปกรณ์นำเสนอไอเดียใหม่ ๆ ทั้งแบบเซอร์เรียลและแบบสเกลใหญ่ จนบุคลิกเดิมที่เป็นความน่ารักแบบงุ่มง่ามถูกผสมกับการเล่นมุขที่จัดเต็มกว่าเดิม ผลลัพธ์คือกระรอกยังน่ารัก แต่รูปแบบมุกและขอบเขตของตัวละครไม่คงที่เหมือนสมัยแรก ๆ — นั่นทำให้แฟนบางคนรู้สึกว่าบุคลิกเปลี่ยนไป ในขณะที่คนอื่น ๆ มองว่าเป็นการขยายมุมมองให้มันสร้างความประหลาดใจได้มากขึ้น

กระรอกไอซ์เอจ ชื่อจริงคืออะไรและมาจากไหน

4 Réponses2026-04-09 01:25:27
ไม่มีใครจะลืมกระรอกตัวจิ๋วที่มีฟันยาวแปลกตาและไล่ตามลูกโอ๊กอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย—นั่นคือสิ่งแรกที่ทำให้ผมติดใจกับตัวละครนี้ ผมชอบเรียกมันว่า 'Scrat' ตามที่หนังตั้งชื่อไว้ ตัวละครนี้ปรากฏตัวครั้งแรกในภาพยนตร์ 'Ice Age' (2002) และบทบาทของมันคือมุกฉากสั้น ๆ ที่คั่นกลางเรื่องหลักอยู่เสมอ รูปลักษณ์ของมันดูเหมือนผสมระหว่างกระรอกกับสัตว์มีเขี้ยวยาว จึงมักถูกเรียกว่า 'saber-toothed squirrel' ในบทความและฟันธงจากแฟนๆ ถ้าถามว่ามาจากไหน ผมมองว่ามันคือการสร้างสรรค์เชิงคาแร็กเตอร์ของทีมงานที่ต้องการมุกกายภาพแบบคลาสสิกในบริบทยุคน้ำแข็ง ไม่ได้อ้างอิงสายพันธุ์จริง ๆ แต่ตั้งอยู่ในยุคยุคพลีโอซีน/พลีสโตซีนของโลกภาพยนตร์ ที่ซึ่งสัตว์ที่สูญพันธุ์และสัตว์จำลองร่วมโลกเดียวกัน ความคลั่งไคล้ลูกโอ๊กและการวิ่งไล่ของ 'Scrat' กลายเป็นสัญลักษณ์ความพยายามที่ไม่สิ้นสุดซึ่งทำให้ฉากการ์ตูนทั้งหลายยังคงตลกได้เสมอ

กระรอกไอซ์เอจ ฉากไหนที่แฟนๆมักจดจำมากที่สุด

4 Réponses2026-04-09 06:04:23
นึกถึงกระรอกตัวนั้นแล้วก็ยิ้มไม่หุบทันที — ฉากที่แฟน ๆ มักจะจดจำกันมากสุดสำหรับผมคือฉากเปิดหรือช่วงสั้นๆ ที่เป็นกิมมิกประจำเรื่องของ 'Ice Age' คือการไล่ตามเมล็ดถั่วแบบไม่มีวันจบแบบสแลปสติก ฉากสลับมุกที่เขาพยายามฝังเมล็ดถั่วในที่ปลอดภัยแล้วกลับโดนเหตุการณ์ที่ใหญ่กว่าเข้ามาแทรก เป็นสิ่งที่ทำให้ผมหัวเราะทุกครั้งเพราะมันจับจังหวะความคาดหวังของเราได้พิเศษ เสียงซาวด์เอฟเฟกต์ การเคลื่อนไหวแบบการ์ตูน และการจัดมุมกล้องทำให้มุกนั้นไม่เคยล้าสมัย แม้จะซ้ำหลายครั้งในแต่ละภาค มุมมองส่วนตัวคือฉากพวกนี้ทำหน้าที่เหมือนบัลลาสต์คอมมาดี้ ช่วยผ่อนแรงดราม่าให้กับเรื่องราวหลัก แต่ยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่แฟน ๆ รู้ทันทีว่าเรากำลังดู 'Ice Age'—เป็นความเรียบง่ายที่ทรงพลัง เหมือนการได้ยินทำนองประจำซีรีส์แล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

ไอซ์เอจ ภาค3 อยู่ในไทม์ไลน์ของแฟรนไชส์ช่วงไหน?

3 Réponses2026-01-15 18:02:28
ตำแหน่งของ 'ไอซ์เอจ ภาค 3' ในไทม์ไลน์ของแฟรนไชส์ค่อนข้างชัดเจน: มันเป็นตอนต่อเนื่องจากภาคสองและเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในภาคสี่ โดยเนื้อเรื่องยังคงเดินตามแก๊งหลักที่เพิ่งผ่านวิกฤตน้ำแข็งและการละลายน้ำในภาคก่อนหน้า ฉันเคยชอบมองว่าในแง่ของพัฒนาการเรื่องราว ภาคสามเป็นจุดที่โลกของหนังขยายออกไปแบบค่อนข้างแปลกใหม่ — นำพาแก๊งไปพบกับโลกใต้ดินที่มีไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นการผูกเรื่องที่ไม่ใช่แค่ผจญภัยธรรมดา แต่วางรากความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครให้ลึกขึ้น ตัวละครใหม่อย่างผู้รบแปลก ๆ ในถ้ำเพิ่มมิติให้กับเส้นเรื่อง และการที่ลูก ๆ ของแก๊งยังเติบโตไปในทิศทางที่ชัดเจนก็ทำให้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปจริง ๆ มุมมองของฉันคือ 'ไอซ์เอจ ภาค 3' ทำงานเป็นสะพานเชื่อม: มันรักษาความต่อเนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นในภาคสอง แต่ก็เปิดทางให้เหตุการณ์และธีมใหม่ ๆ ที่ภาคต่อ ๆ ไปจะเอามาต่อยอด การดูภาคนี้แล้วข้ามไปยังภาคสี่จะรู้สึกได้ว่ามันเป็นลำดับเหตุการณ์ที่เป็นธรรมชาติ — ไม่ได้เป็นแฟลชฟอร์เวิร์ดยิ่งใหญ่ แต่เป็นการก้าวไปข้างหน้าของชีวิตและโลกที่ตัวละครอาศัยอยู่ ซึ่งทำให้ฉันยังคงสนุกกับการกลับมาดูซ้ำอยู่บ่อย ๆ

กระรอกไอซ์เอจ ทำไมจึงต้องไล่ตามถั่วตลอดเรื่อง

4 Réponses2026-04-09 20:19:19
ฉากที่กระรอกวิ่งไล่ถั่วกลายเป็นตำนานคอมเมดี้ทันที ตอนแรกฉันมองว่าเรื่องนี้เป็นแค่กิมมิกขำ ๆ — ตัวละครเงียบ ๆ วิ่งไล่ของหนึ่งชิ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากเด็ก ๆ และเติมจังหวะให้หนังไม่หนักจนเกินไป แต่ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่ามันทำงานได้ละเอียดกว่าที่คิด: ถั่วกลายเป็นจุดยึดทางอารมณ์และภาพ ทำให้เราจำฉากได้ง่าย ๆ แม้จะเป็นฉากสั้น ๆ ก็ตาม ในมุมของตัวหนัง การให้กระรอกที่คนดูจดจำได้ไล่ถั่วตลอดเรื่องช่วยทำหน้าที่หลายอย่างพร้อมกัน — เป็นตัวขัดจังหวะที่ปลดล็อกมุขภาพกลางเรื่อง ทำให้หนังมีจังหวะเบรคระหว่างฉากเครียด และบางครั้งยังเป็นชนวนเหตุให้เกิดเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ที่เปลี่ยนทิศทางของพล็อต (ฉากที่ถั่วไปทำให้แผ่นน้ำแข็งแตกหรือเกิดหิมะถล่มเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด) นอกจากนี้ความมุ่งมั่นบ้าคลั่งของกระรอกยังทำให้ตัวละครตัวเล็ก ๆ นี้กลายเป็นไอคอน ทำให้แฟน ๆ รู้สึกเชื่อมโยงกับความพยายามที่ไม่มีวันสิ้นสุดอย่างแปลกประหลาด — หยิบหัวใจของการ์ตูนแฝงความเศร้าเล็ก ๆ เอาไว้ด้วยกัน

ไอซ์เอจ ตัวละครใดปรากฏในทุกรุ่นของแฟรนไชส์?

4 Réponses2026-01-02 17:58:21
ในมุมมองของคนที่ดูมาตั้งแต่ภาคแรก ตัวละครที่เด่นที่สุดซึ่งโผล่มาในทุกภาคคือ 'สแครต'—เจ้าเม่นฟันเขี้ยว (แบบกระรอก) ที่ขโมยซีนด้วยแอคชั่นไล่กะลามะพร้าวหรือถั่วเเม่ใดๆ ก็ตามที่มันครอบครอง ฉันมักหัวเราะทุกครั้งที่เห็นฉากเปิดหรือกลางเรื่องที่สแครตกำลังพยายามเอาชนะแตกต่างของฟิสิกส์ ไม่ว่าใน 'Ice Age' ฉากที่มันกลิ้งไปรอบภูเขาน้ำแข็ง หรือใน 'Collision Course' ที่เขากลายเป็นตัวนำพ่วงชาติของเหตุการณ์คอสมิก ใครๆ อาจจะพูดถึงแก๊งหลักอย่าง 'แมนนี่' 'ไซด์' หรือ 'ดิเอโก' แต่เส้นเรื่องตลกร้ายของสแครตคือสิ่งที่เชื่อมโทนของแฟรนไชส์ไว้ด้วยกัน สรุปคือ เสน่ห์ของแฟรนไชส์ไม่ได้มาจากบทพูดยิ่งใหญ่เสมอไป แต่จากการที่ตัวละครตัวเล็กๆ อย่างสแครตกลายเป็นตัวแทนความไม่สิ้นสุดของโชคชะตาตลกๆ ซึ่งทำให้ฉันยินดีจะกลับไปดูฉากสั้นๆ ของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ซิด ไอซ์เอจ คือตัวอะไรและฉากตลกที่สุดของเขาอยู่ภาคไหน?

1 Réponses2026-01-03 14:52:51
ตั้งแต่ได้ดูฉากแรก ๆ ของ 'Ice Age' จนถึงตอนหลัง ๆ ผมมักจะนิยามซิดว่าเป็นหัวใจตลกของแก๊ง—เป็นสโลธบ้าพลังที่พูดเร็ว เดินไม่ตรงทาง และมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจ ซิดจริง ๆ คือสโลธพื้นดิน (ground sloth) ที่มีนิสัยชวนปวดหัวแต่ก็น่ารัก เขาพูดมาก เจ้าอารมณ์ และมักจะทำสิ่งที่ดูไม่เข้าท่า จนสถานการณ์ที่ควรเครียดกลับกลายเป็นฉากตลก เพราะการเคลื่อนไหวช้า ๆ แต่เจ็บแสบของเขาทำให้มุกทางกายภาพโดดเด่นมาก ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นจังหวะการแสดงที่ทำให้ฉากฮาได้จริง ถ้าถามว่าฉากฮาที่สุดของซิดอยู่ภาคไหน ผมยกให้ 'Ice Age: Dawn of the Dinosaurs' — ช่วงที่ซิดไปเจอกับไข่ไดโนเสาร์และรับหน้าที่เป็นพ่อจำเป็นให้เจ้าไดโนน้อยน่าจะเป็นมุกระดับตำนาน เขาพยายามเลี้ยง ดูแล และพูดคุยกับสิ่งที่แทบจะไม่เข้าใจ แต่ความจริงใจของการแสดงออกและการใส่มุกกายกรรมทำให้ฉากนั้นฮาจนขำแบบเบา ๆ และยังแฝงความอบอุ่นแบบประหลาด ๆ ที่ทำให้ผมยิ้มตามได้ทุกครั้ง

ไอซ์เอจ ภาค5 จะเข้าฉายในไทยเมื่อไหร่?

3 Réponses2026-05-22 11:10:26
วันที่หนังเข้าฉายในไทยคือ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 (2016) — นั่นคือวันที่ 'ไอซ์เอจ ภาค 5' ซึ่งมีชื่อสากลว่า 'Ice Age: Collision Course' เปิดตัวที่โรงภาพยนตร์ไทยในรอบปกติ ความคิดส่วนตัวของฉันคือตอนเห็นโปสเตอร์กับเสียงพากย์ไทยครั้งแรก รู้สึกว่าทีมจัดจำหน่ายตั้งใจนำเสนอให้เข้าถึงครอบครัวมากขึ้น เวลาที่ฉันพาเด็กๆ ไปดูเป็นรอบที่คนแน่นพอสมควร ซีนฮาแบบกวาดหัวใจเด็กๆ ได้ดี แม้บางมุกจะเน้นตลาดต่างประเทศ แต่พากย์ไทยก็พยายามปรับให้ตลกสำหรับคนไทย ผลงานด้านภาพยังคงสวย สดใส มีฉากอวกาศและคอเมดี้กายกรรมตามสไตล์แฟรนไชส์ หลังจากฉายรอบโรง มันก็ทยอยออกแผ่นบลูเรย์และมีสตรีมมิงในบางแพลตฟอร์มทีหลัง ทำให้ถ้าใครพลาดรอบโรงก็ยังตามดูได้ง่าย ตอนนี้เวลาเห็นแก๊งสแครบหรือแมนดี้ฉากฮาๆ ก็ยังทำให้ยิ้มได้อยู่ดี

ความแตกต่างระหว่างไอซ์เอจภาคแรกกับภาคล่าสุดคืออะไร

3 Réponses2025-12-30 13:41:16
ความแตกต่างเชิงเทคนิคและภาพรวมสังเกตได้ชัดตั้งแต่ภาคแรกถึงภาคล่าสุด: ภาพใน 'Ice Age' แบบต้นฉบับจะเน้นโทนอบอุ่น เสื้อผ้าและขนสัตว์มีรายละเอียดไม่ซับซ้อนนัก แต่ฉากเล็ก ๆ ที่แฝงด้วยอารมณ์กลับทำให้เรื่องราวกินใจ โดยเฉพาะฉากที่ฝูงสัตว์รวมตัวช่วยเด็กทารก—ฉากนี้ยังคงเป็นแกนอารมณ์ที่ชวนยิ้มและเศร้าไปพร้อมกัน ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นใน 'Ice Age: Collision Course' คือการลงทุนด้านพิกเซล แสงเงา และแอนิเมชันใบหน้าที่ละเอียดขึ้น ทำให้มู้ดของหนังเปลี่ยนจากงานเล่าเรื่องเรียบง่ายเป็นโชว์ความประณีตทางภาพ ในเชิงโครงเรื่องและการจัดตัวละคร ความเรียงเล็ก ๆ ของตัวละครหลักในภาคแรกช่วยให้คนดูผูกพันกับ Manny, Sid และ Diego ได้ไว แต่ภาคหลัง ๆ ขยายจักรวาลมากขึ้นจนตัวละครรองและมุกสั้น ๆ รับพื้นที่เยอะ ผมรู้สึกว่าภาคแรกมีความตั้งใจจะเล่าเรื่องความเป็นครอบครัวแบบอ้อม ๆ ขณะที่ภาคล่าสุดมุ่งไปที่ความบันเทิงแบบรวดเร็วและฉากใหญ่ที่เน้นความสนุกเป็นหลัก ส่วนอารมณ์ขันเองก็เปลี่ยนไปด้วย: จังหวะมุกและสกิตของ Scrat ในภาคแรกเป็นกิมมิกเรียบง่ายที่ยังคงฮา แต่ภาคล่าสุดนำมุกหลายรูปแบบมาซ้อนกันจนบางทีความอบอุ่นดั้งเดิมถูกบดบังไปบ้าง สำหรับแฟนเก่า การเห็นวิวัฒนาการนี้ทั้งน่าตื่นเต้นและชวนคิดถึงความเรียบง่ายของยุคแรก ๆ
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status