ภาพรวมมันเป็นงานที่เน้นความเป็นมนุษย์มากกว่าฉากหวือหวา คล้ายกับความละเอียดอ่อนในเกมอย่าง 'The Last of Us' ที่เน้นความสัมพันธ์เป็นหัวใจของเรื่อง แม้โครงเรื่องจะเต็มไปด้วยปริศนา แต่แก่นคือความเป็นคนของตัวละคร นั่นแหละที่ทำให้เรื่องยังคงอยู่ในใจฉัน
เพราะ One night stand ครั้งนั้น...
ทำให้นักธุรกิจหนุ่มหล่อวัยสามสิบห้า ต้องมาหลงเสน่ห์เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดอย่างเธอ!!
"ไหนคุณบอกว่าเรื่องระหว่างเราเป็นแค่ one night stand ไงคะ"
"แล้วถ้าผมไม่ได้อยากให้มันจบลงแค่นั้นล่ะ"
"คะ?"
"มาอยู่กับผม รับรองว่า คุณจะได้ทุกอย่างที่อยากได้"
"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย"
"เพราะไม่ว่ายังไง คุณก็ไม่มีทางหนีผมพ้นหรอก..."
"นี่คุณ!"
"บอกว่าให้เรียกพี่ภามไง หรือถ้าไม่ถนัดเรียกที่รัก ก็ได้ แต่ถ้ายาวไปเรียกผัว เฉยๆก็ได้เหมือนกัน"
หนังไซ-ไฟคือเรื่องราวที่มักอ้างอิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่อาจเกิดขึ้นในอนเดล แตกต่างจากแฟนตาซีตรงที่พยายามเชื่อมโยงกับความเป็นไปได้ในโลกจริง แม้จะเสริมจินตนาการบ้างแต่ยังคงมีรากฐานทางทฤษฎี
เคยดู 'Blade Runner 2049' ไหม ภาพยนตร์ที่ผสมผสานเรื่องของมนุษย์และเอไอด้วยคำถามเกี่ยวกับจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง นี่คือตัวอย่างไซ-ไฟคลาสสิกที่ต่างจาก 'The Lord of the Rings' ที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และสิ่งมีชีวิตในจินตนาการล้วนๆ ความงามของไซ-ไฟอยู่ที่การตั้งคำถามว่า 'อาจเกิดอะไรขึ้น' ในขณะที่แฟนตาซีถามว่า 'จะเกิดอะไรขึ้นถ้า'