ความค้างคาที่ว่านี้มีสองมิติ: ด้านแรกคือความค้างคาที่เป็นบวก—ความหวังและความเป็นไปได้ที่เปิดกว้าง ทำให้คิดว่าต่อจากนี้ตัวละครอาจได้เติมเต็มชีวิตในแบบใหม่ ด้านที่สองเป็นความค้างคาที่ถามต่อเกี่ยวกับผลลัพธ์ระยะยาวของการกระทำ ซึ่งทำให้อินและอยากเขียนต่อเอง เหมือนความไม่สมบูรณ์ที่เห็นใน 'Eternal Sunshine of the Spotless Mind' หรือการข้ามเวลาที่ยังคาใจแบบใน 'The Lake House'