ไม่มีอะไรทำให้ฉันตาตรึงเท่ากับแรงผลักดันดิบ ๆ ของตัวเอกใน '
ตะเกียกตะกาย'—มันไม่ได้หวือหวาแบบฮีโร่แนวหนังบล็อกบัสเตอร์ แต่เป็นแรงที่ค่อย ๆ เบ่งบานจากบาดแผลและความจำเป็น
เมื่ออ่านฉากที่ตัวเอกตัดสินใจละทิ้งความฝันส่วนตัวเพราะคนใกล้ชิดได้รับอันตราย ฉันรู้สึกได้เลยว่าแรงจูงใจหลักคือการปกป้องและรับผิดชอบ มากกว่าความสง่างามหรือชื่อเสียง เขาไม่ได้มองหาความยิ่งใหญ่ แต่เลือกทำสิ่งยากเพราะไม่มีใครจะทำแทนเขาได้ การตัดสินใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในหลาย ๆ ตอนสะสมกลายเป็นกระแสผลักดันใหญ่ ทำให้การกระทำสุดท้ายของเขามีน้ำหนักและสมเหตุสมผล
นอกจากความรับผิดชอบแล้ว ยังมีองค์ประกอบของความพยายามไถ่บาปอยู่ด้วย—การพยายามแก้ไขความผิดพลาดในอดีตด้วยการทำสิ่งที่ถูกต้องตอนนี้ ฉันชอบการนำเสนอที่ไม่ได้ตะโกน แต่ปล่อยให้ผู้อ่านค่อย ๆ รู้สึกตาม เหมือนเหยียบลงบนพื้นที่ทุรกันดารแล้วค่อย ๆ ฝ่าฟันไปทีละก้าว แรงจูงใจแบบนี้ทำให้ตัวเอกเป็นคนที่เราเข้าใจและอยากเห็นเขาเดินต่อไป