หนึ่งในผลงานที่เด่นชัดและมักถูกยกขึ้นมาพูดถึงเมื่อพูดถึงนิยายเลสเบี้ยนที่ถูกดัดแปลงเป็นหนังหรือซีรีส์คือ 'The Price of Salt' ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ 'Carol' เมื่อถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 2015 ผลงานของ Patricia Highsmith ได้รับการยกย่องอย่างมากจากการแสดงและการกำกับที่ละเอียดอ่อนและยังคงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงสองคนเอาไว้ได้อย่างทรงพลัง อีกเรื่องที่คนนึกถึงบ่อยคือ 'Blue Is the Warmest Colour' ซึ่งเดิมเป็นนิยายภาพของ Julie Maroh แล้วถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฝรั่งเศสชื่อเดียวกัน ผลงานทั้งสองชิ้นนี้โดดเด่นตรงที่นำเสนอความรักและการค้นหาตัวตนในบริบทที่ต่างกัน แต่ให้ความรู้สึกเข้มข้นและจริงใจเหมือนกัน ฉันเองชอบการที่หนังทั้งสองไม่พยายามทำให้เรื่องราวเป็นแค่ประเด็น แต่กลับขับเคลื่อนด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของชีวิตประจำวันและความเปราะบางของตัวละคร
อีกกลุ่มที่สำคัญคือผลงานของ Sarah Waters ที่มีนิยายเลสเบี้ยนแนวย้อนยุคหลายเรื่องถูกนำไปสร้างและสร้างแรงบันดาลใจให้สื่ออื่น ๆ เช่น 'Tipping the Velvet' ถูกทำเป็นมินิซีรีส์โดย BBC ในขณะที่ 'Fingersmith' ก็กลายเป็นมินิซีรีส์อีกเรื่องหนึ่งและยังเป็นแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง 'The Handmaiden' ของ Park Chan-wook ซึ่งปรับเปลี่ยอบริบทไปสู่ญี่ปุ่น-เกาหลีและเพิ่มมิติใหม่ให้เรื่องราวได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ผลงานระดับคลาสสิกอย่าง 'Oranges Are Not the Only Fruit' ของ Jeanette Winterson ก็ถูกดัดแปลงเป็นมินิซีรีส์และสะท้อนมุมมองการเติบโตของ
หญิงรักหญิงในสังคมศาสนาและชนบทอย่างตรงไปตรงมา ส่วน 'Desert of the Heart' ของ Jane Rule ที่กลายเป็นภาพยนตร์ 'Desert Hearts' ใน
ยุค 80 ก็ถือเป็นหนึ่งในหนังที่ช่วยเปิดพื้นที่ให้ภาพยนตร์แนวรักร่วมเพศหญิงในฮอลลีวูดยุคหลัง ๆ
ผลงานร่วมสมัยที่น่าสนใจได้แก่ 'The Miseducation of Cameron Post' ซึ่งเป็นนิยายเยาวชนที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และได้รับการพูดถึงเรื่องการบำบัดทางศาสนาและการยืนยันตัวตนของคนหนุ่มสาว กับ 'Disobedience' ของ Naomi Alderman ที่ถูกดัดแปลงเป็นหนังปี 2017 ซึ่งเล่าเรื่องความรักระหว่างผู้หญิงในชุมชนชาวยิวแบบอนุรักษ์นิยมได้ละเอียดอ่อนและมีพลังทางอารมณ์ อีกตัวอย่างจริงจังคือ 'Aimée & Jaguar' ที่มาจากเรื่องจริงและถูกเขียนเป็นหนังสือก่อนจะกลายเป็นภาพยนตร์ซึ่งบอกเล่าเรื่อง
รักต้องห้ามในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองได้อย่างกินใจ การที่ผลงานเหล่านี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหวนำมาซึ่งการมองเห็นและการพูดคุยในวงกว้าง ทำให้ประเด็นและประสบการณ์ของเลสเบี้ยนถูกหยิบยกมาพูดถึงในหลากหลายบริบททั้งประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม
มองรวม ๆ แล้ว การดัดแปลงจากนิยายเลสเบี้ยนสู่จอภาพยนตร์หรือซีรีส์มีทั้งที่ยึดตามต้นฉบับอย่างซื่อตรงและที่ปรับบริบทจนเกิดมุมมองใหม่ ๆ แต่หัวใจสำคัญคือการให้พื้นที่แก่ความสัมพันธ์ของผู้หญิงที่จะได้รับการเล่าอย่างละเอียดอ่อนและมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนิยายภาพ ย้อนยุค ชีวประวัติ หรือเยาวชน ผลงานเหล่านี้ช่วยเปิดประตูให้คนดูได้เข้าใจตัวละครในมิติที่ลึกขึ้นและรู้สึกเชื่อมโยงได้มากขึ้น สุดท้ายแล้วการได้ดูหนังหรือซีรีส์ที่สร้างจากนิยายที่เคยชอบให้ความรู้สึกเหมือนพบเพื่อนเก่าที่เติบโตไปพร้อมกัน — นั่นเป็นความรู้สึกที่ทำให้ยังอยากค้นหาเรื่องราวแบบนี้ต่อไป