1 Answers2026-01-16 08:09:49
ดิฉันเคยไปดูหนังที่ Big C บางพลีหลายครั้งและสิ่งที่สังเกตได้ชัดคือโรงที่ตั้งอยู่ในซูเปอร์สโตร์แบบนี้มักเน้นการฉายหนังแบบมาตรฐาน 2D โดยทั่วไปจะเป็นห้องขนาดกลางถึงเล็กที่ตอบโจทย์คนอยากดูหนังใกล้บ้านแบบสบาย ๆ มากกว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์พรีเมียมที่มีเทคโนโลยีพิเศษเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่ว่าทุกร้านจะเหมือนกันไปหมด: บางสาขาใหญ่ ๆ อาจมีการติดตั้งระบบฉาย 3D ได้บ้างในบางช่วงที่มีหนัง 3D ออกฉาย หรือมีการปรับปรุงระบบเสียงให้ดีกว่าเดิม แต่โดยรวมแล้วถ้าเทียบกับโรงหนังในห้างใหญ่ ๆ เช่นที่มี IMAX, Dolby Atmos หรือระบบเสียงระดับสูง จะพบว่าโรงใน Big C มักจะไม่มีฟีเจอร์จัดเต็มแบบนั้น
จากมุมมองของคนดูที่อยากได้ประสบการณ์เสียงและภาพเต็มรูปแบบ ผมมองว่าถ้าต้องการดูหนัง 3D หรืออยากได้เสียงที่เป็น Surround จริงจัง ควรมองหาโรงภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้าที่มีการโปรโมทชัดเจนว่าเป็นระบบ 3D, IMAX หรือ Dolby Atmos เพราะป้ายและตารางฉายจะบอกไว้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ถ้าช่วงนั้นมีหนัง 3D ที่ได้รับความนิยมสูง บางครั้งโรงขนาดกลางในย่านชุมชนก็อาจนำเครื่องฉาย 3D เข้ามารองรับชั่วคราวได้ จึงไม่แปลกที่จะเห็นตารางฉายประกาศว่ามี 3D ในสัปดาห์นั้น ๆ แต่ฟีเจอร์พิเศษเรื่องที่นั่งแบบรีคลายนิ่งหรือระบบสั่น D-BOX และเสียง Atmos แบบโรงใหญ่ มักจะหาไม่ค่อยพบในสาขาของ Big C
เมื่ออยากมั่นใจว่าที่สาขาบางพลีมี 3D หรือระบบเสียงพิเศษจริง ๆ วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูรายละเอียดที่ตารางฉายหรือช่องทางประกาศของโรงภาพยนตร์นั้น ๆ เพราะถ้ามี 3D หรือระบบเสียงพิเศษจะมีการระบุไว้ในตั๋วหรือหน้าโปรแกรม ต่างจากโรงมาตรฐานที่แค่บอกชื่อเรื่องและเวลา อีกทางที่สะดวกคือโทรถามหมายเลขบริการลูกค้าของห้างหรือโรงหนังสาขานั้นโดยตรงเพื่อเช็กตารางฉายของวันนั้น ๆ แต่สำหรับการตัดสินใจทันที ถ้าความคาดหวังคือต้องการภาพ 3D ที่ชัดเจนและเสียงแบบโรงพรีเมียม ผมมักแนะนำให้เลือกรอบที่ฉายในโรงภาพยนตร์ใหญ่ในห้างกลางเมือง เพราะโอกาสที่จะได้ประสบการณ์ครบเครื่องมีสูงกว่ามากกว่า
โดยสรุปแล้ว ความคาดหวังต่อ Big C บางพลีคือมันเหมาะกับคนอยากดูหนังใกล้บ้านแบบธรรมดา ถ้าต้องการ 3D หรือระบบเสียงขั้นสูงจริง ๆ ควรเช็กตารางฉายก่อนหรือมุ่งไปยังโรงใหญ่แทน ความรู้สึกส่วนตัวคือแต่ละที่ก็มีเสน่ห์ของมันเอง — บางครั้งการดูหนังแบบเรียบง่ายในบรรยากาศใกล้บ้านก็ให้ความสบายใจแบบที่โรงพรีเมียมไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอย่าง
3 Answers2026-03-01 23:17:23
แวะไปดูตารางรอบที่บิ๊กซีบ่อวินแทบทุกสุดสัปดาห์จนพอจะจับจุดได้ว่ามีแนวโน้มยังไงบ้าง
ช่วงเสาร์-อาทิตย์มักจะมีรอบเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคนดูที่ว่างงานและครอบครัวในพื้นที่ ซึ่งบางสัปดาห์ก็เป็นรอบพิเศษจริงๆ เช่น รอบเช้าสำหรับเด็กที่มักเป็นหนังพากย์ไทยหรือรอบมินิมาราธอนตอนบ่ายสำหรับแฟนหนังชุดเดียวกัน สิ่งที่ผมสังเกตคือถ้าหนังไหนดังมาก โรงมักเพิ่มรอบดึกหรือรอบพิเศษตอนเย็นเพื่อกระจายคน ไม่ใช่แค่รอบเดียวเต็มหมด
ตัวอย่างที่เคยเจอคือมีรอบพิเศษสำหรับการฉายเวอร์ชันพากย์ไทยของภาพยนตร์การ์ตูนในเช้าวันอาทิตย์ แล้วบางครั้งก็มีรอบพรีเซลล์หรือรอบกลางคืนพิเศษก่อนวันฉายจริงถ้าเป็นหนังฟอร์มยักษ์ งานอีเวนต์เล็กๆ อย่างมอบโปสเตอร์หรือกิจกรรมช่วงก่อนฉายก็เคยเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกสัปดาห์
ถ้าต้องการวางแผนไปดูแบบแน่นอน ให้สังเกตประกาศบนเพจของโรงหนังหรือป้ายหน้าห้างในวันพฤหัสถึงศุกร์ เพราะคิวพิเศษมักประกาศล่วงหน้าไม่กี่วัน ช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวจะมีรอบพิเศษเยอะขึ้น ส่วนสัปดาห์ปกติอาจจะมีแค่รอบเช้า/เย็นเพิ่มเติม แนะนำไปก่อนเวลาเล็กน้อยถ้ารอบพิเศษที่ต้องการมีคนจองแน่น — นั่นทำให้การดูหนังสบายขึ้นจริงๆ
2 Answers2026-01-24 12:32:05
ยืนอยู่หน้าตู้ขายตั๋วที่บิ๊กซี ลำพูนแล้วฉันก็คิดถึงครั้งแรกที่มาดูหนังใหญ่ ๆ ในจังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้ — บรรยากาศไม่ได้ให้ความรู้สึกของโรงหนังระบบพิเศษระดับเมืองใหญ่มากนัก
เมื่อฉันไปครั้งล่าสุด สิ่งที่เห็นคือจอภาพยนตร์แบบมาตรฐานและรอบฉายที่เป็น 2D เป็นส่วนใหญ่ โรงเล็ก ๆ ของที่นี่เน้นความเรียบง่าย เหมาะกับหนังทั่วไปและรอบเช้า-เย็นของหนังใหม่ แต่ไม่ได้มีป้ายโฆษณาชัดเจนว่ามีระบบ 3D หรือเก้าอี้พิเศษแบบที่เจอบ่อยในห้างใหญ่ ๆ ที่เชียงใหม่หรือกรุงเทพ ทางโรงมักวางแผนเอาไว้ตามขนาดและความต้องการของพื้นที่ ดังนั้นถ้าหนังที่อยากดูเป็นแบบ 3D อย่าง 'Avatar' ที่คนส่วนใหญ่คาดหวังเอฟเฟกต์ล้ำ ๆ ไว้ อาจจะหาตั๋วระบบ 3D ยากในสาขานี้
มุมมองของฉันที่ดูหนังบ่อย ๆ ก็คือ โรงหนังในห้างสรรพสินค้าเล็ก ๆ บริเวณต่างจังหวัดมักจะมีหน้าต่างการจัดรอบที่ยืดหยุ่น แต่ไม่ลงทุนกับระบบพิเศษมากนักเพราะต้นทุนและจำนวนผู้ชม การ์ดเสียง 5.1 อาจมีให้ แต่เทคโนโลยีโปรเจ็กเตอร์ 3D หรือที่นั่งแบบพิเศษมักจำกัดอยู่ในสาขาที่เป็นศูนย์กลางของเมืองใหญ่ หากอยากได้ประสบการณ์ 3D จริงจัง บางทีต้องขยับไปดูที่เมืองใกล้เคียงที่มีโรงใหญ่กว่า แต่ถาอยากได้ความสะดวกสบายและใกล้บ้าน บิ๊กซี ลำพูนยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับรอบปกติ
สรุปแบบเล่าเป็นมุมมองผู้ชมที่ชอบสังเกต: บิ๊กซี ลำพูนให้ประสบการณ์ดูหนังพื้นฐาน ส่วนระบบพิเศษอย่าง 3D อาจไม่มีประจำ หากต้องการความแน่นอนสุดท้ายก็อาจเช็กตารางรอบหรือโทรถามทางโรง แต่ถ้าชอบบรรยากาศสบาย ๆ และไม่ซีเรียสเรื่อง 3D ที่นั่งที่นี่ก็ทำให้ดูหนังได้เพลิน ๆ พร้อมด้วยความเป็นท้องถิ่นที่อบอวลอยู่ — นี่เป็นความรู้สึกที่ฉันเก็บไว้หลังจากไปดูมาหลายครั้ง
3 Answers2026-03-03 21:40:10
มาดูกันแบบตรงไปตรงมาว่ารอบฉาย 3 มิติที่โรงหนังบิ๊กซีพิษณุโลกมักจะเป็นยังไง เพราะจากที่เคยสังเกตตารางฉายของโรงขนาดกลางแบบนี้ รูปแบบจะค่อนข้างเป็นไปตามหนังฟอร์มใหญ่ที่เข้าระบบ 3 มิติจริง ๆ
โดยทั่วไป รอบ 3 มิติจะโผล่มาบ่อยสุดในวันศุกร์-อาทิตย์ โดยเฉพาะช่วงเย็นและค่ำ เช่น รอบประมาณเย็นสองทุ่มขึ้นไปที่มักใส่เป็น 3D สำหรับหนังแอ็กชันหรือหนังแอนิเมชันใหญ่ ๆ ตัวอย่างเช่นถ้าโรงเอา 'Avatar: The Way of Water' มา ฉันมักเห็นว่าพวกนี้จะลงเป็นรอบพิเศษ 3 มิติทั้งสุดสัปดาห์ ในบางสัปดาห์อาจมีรอบบ่ายเสริมสำหรับเด็ก ๆ ด้วย
แนะนำให้เผื่อเวลาและจองล่วงหน้าเมื่อเห็นว่าเป็นรอบ 3 มิติ เพราะที่นั่งมักเต็มไวกว่า รอบแบบนี้ยังมีชาร์จเพิ่มบ้างตามนโยบายโรงหนัง และอย่าลืมเช็กว่ามีแว่น 3D ให้ยืมหรือจะต้องซื้อแยก ส่วนตัวชอบไปดูรอบค่ำที่สุด เพราะบรรยากาศมืดสนิทและเอฟเฟกต์มันได้เต็มที่
1 Answers2026-01-16 09:40:26
ขอเล่าให้ฟังตรงๆ เกี่ยวกับโปรแกรมหนังของบิ๊กซีบางพลีที่หลายคนสงสัย: โดยทั่วไปโรงหนังที่อยู่ในห้างค้าปลีกอย่างบิ๊กซีมักจะมีรอบปกติในช่วงเช้าจนถึงหัวค่ำเป็นหลัก เช่น เริ่มสาย ๆ ช่วง 10.00-11.00 น. มีรอบบ่ายและรอบเย็นหลายรอบ และรอบสุดท้ายมักจะอยู่ระหว่าง 20.00-22.00 น. การจัดรอบกลางคืนจริงๆ แบบหลังเที่ยงคืนหรือรอบมิดไนท์ปกติถือว่าไม่ใช่สิ่งที่พบได้ทุกสาขา แต่ก็มีบางครั้งที่โรงจัดรอบพิเศษ เช่น รอบพรีเมียร์ในวันหนังเข้าฉายใหญ่ รอบเทศกาลภาพยนตร์ หรืองานอีเวนต์พิเศษของทางสาขา ซึ่งอาจต่อเวลาให้ถึงค่ำดึกกว่าปกติได้
ภาพรวมแบบที่ผมสังเกตคือรอบพิเศษหรือฉายกลางคืนมักเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและมีวาระจำเพาะ ไม่ได้เป็นตารางประจำทุกวัน ตัวอย่างที่จะเห็นได้บ่อยคือหนังสยองขวัญหรือหนังแฟนมีตที่เลือกจัดมิดไนท์สกรีนนิ่งเพื่อสร้างบรรยากาศ หรือการฉายสดคอนเสิร์ตและมาราธอนหนังในช่วงเทศกาล ถ้าต้องการความแน่นอนสำหรับบิ๊กซีบางพลี แนะนำดูประกาศในเพจของโรงหนังที่ตั้งในสาขานั้น หรือเช็กป้ายประกาศที่หน้าเคาน์เตอร์ขายตั๋ว เพราะประกาศรอบพิเศษมักจะออกเป็นอีเวนต์แยกและมีรายละเอียดการจองตั๋วเฉพาะกิจ
แนะนำวิธีเช็ครอบแบบง่ายที่ใช้ได้จริงคือโทรตรงไปที่เคาน์เตอร์ของโรงหนังในบิ๊กซีบางพลีหรือเช็กผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊กของโรงหนังนั้น ๆ รวมถึงเช็คใน Google Maps ซึ่งบางครั้งจะแสดงรอบและลิงก์ไปยังระบบจองตั๋วออนไลน์ การจองล่วงหน้ามีประโยชน์เวลามีรอบพิเศษเพราะที่นั่งอาจเต็มเร็ว โดยส่วนตัวผมชอบไปดูรอบดึกเมื่อมี เพราะบรรยากาศคนไม่พลุกพล่านและเสียงอารมณ์หนังชัดขึ้น นอกจากนั้นให้สังเกตช่วงวันหยุดยาวหรือสุดสัปดาห์ใหญ่ที่มีหนังบล็อกบัสเตอร์เข้า อาจมีการขยายรอบให้มากขึ้นกว่าปกติ
โดยรวมแล้วคำตอบสั้นๆ ว่า บิ๊กซีบางพลีมีรอบพิเศษหรือฉายกลางคืนได้แต่ไม่ใช่ทุกวันและมักเป็นกรณีเฉพาะกิจ ถ้ามีหนังเรื่องที่อยากดูแบบมิดไนท์จริง ๆ ลองติดตามประกาศของสาขาและเตรียมตัวจองล่วงหน้า ส่วนความรู้สึกส่วนตัว ผมชอบบรรยากาศการดูหนังรอบพิเศษเพราะมันมีความเป็นชุมชนของคนที่ชอบแนวเดียวกันและให้ความทรงจำที่ต่างไปจากรอบธรรมดา
3 Answers2026-03-01 05:52:25
ลานหน้าโรงหนังวันนี้คึกคักไปด้วยคนถือป๊อปคอร์นและแสงป้ายรอบโปรแกรมเต็มสีสัน
เราเดินเข้าไปแล้วเห็นรอบฉายหลัก ๆ ถูกจัดไว้แบบที่คนหลากวัยเลือกได้ง่าย: รุ่งเช้ามีรอบครอบครัวของ 'The Super Mario Bros. Movie' รอบ 09:30 กับ 12:15 เหมาะกับเด็ก ๆ และคนที่อยากดูแบบไม่รีบร้อน ในช่วงบ่ายมีรอบของหนังบู๊อย่าง 'Fast X' เวลา 14:00 กับ 17:30 ส่วนแฟนหนังอินดี้หรือดราม่าจะเจอรอบสาย ๆ ของ 'Barbie' ที่ฉาย 13:00 และ 16:45
เราจับตารอบค่ำเพราะระบบเสียงของโรงนี้ทำให้ฉากแอ็กชันมีมิติชัดเจน คืนนี้มีรอบพิเศษของ 'Spider-Man: Across the Spider-Verse' เวลา 19:30 และรอบดึกสุด 22:15 เผื่อใครอยากออกจากงานมาเติมพลังด้วยหนังย่อย ๆ ก่อนนอน ส่วนราคาตั๋วและโปรโมชั่นมักมีช่วงพิเศษของบิ๊กซี เช่น ส่วนลดบัตรคู่หรือคูปองเครื่องดื่ม ซึ่งช่วยให้จัดรอบดูหลายเรื่องในวันเดียวได้สบายขึ้น
สรุปคือถ้าอยากได้บรรยากาศครึกครื้นกับตัวเลือกหลากหลาย ให้มาช่วงบ่ายแล้วเลือกดูรอบค่ำ แต่ถ้าอยากหลีกเลี่ยงคนเยอะ เลือกรอบเช้าหรือรอบดึกก็โอเค เราได้ดูมาแล้วรอบหนึ่งและชอบความเรียบง่ายในการจองที่นั่งตรงเคาน์เตอร์ของที่นี่
5 Answers2026-03-01 03:36:53
ที่ 'โลตัส สมุย' ที่ผมเคยแวะเข้าไปดูหนังเป็นโรงเล็ก ๆ ที่เน้นฉาย 2D ดิจิทัลเป็นหลัก และระบบเสียงก็เป็นแบบ 5.1 ที่ให้มิติเสียงพอรับชมหนังบล็อกบัสเตอร์ทั่วไปได้สบาย ๆ
ผมรู้สึกว่าโรงแบบนี้มักจะไม่ได้ติดตั้งฉาย 3D เป็นมาตรฐาน ทำให้ถ้าหนังออกแบบมาเพื่อ 3D จริง ๆ ประสบการณ์จะไม่เต็มเท่าที่ควร เช่นตอนที่ผมดูตัวอย่างหนังฮีโร่อย่าง 'Spider-Man: No Way Home' ที่ต้องการมิติภาพมาก ๆ ผมเลยรู้สึกว่าสภาพหน้าจอ 2D ทำให้รายละเอียดบางอย่างหายไป ส่วนระบบเสียง 5.1 นั้นช่วยให้ซาวด์เอฟเฟกต์รอบทิศทางพอมอบอารมณ์ได้ แต่หากคาดหวังความทรงพลังแบบโรง Dolby Atmos หรือ IMAX อาจรู้สึกว่าไม่ถึง
สรุปแบบเป็นกันเองคือ ถ้าต้องการดูหนังเนื้อเรื่องสนุกและไม่เน้นมิติภาพหรือซาวด์สุดขีด โรงนี้เหมาะและสะดวก แต่หากอยากได้ 3D หรือเสียงระดับโรงพรีเมียมกว่าควรพิจารณาทางเลือกอื่นบนเกาะหรือรอบเมืองใหญ่กว่า
3 Answers2026-03-01 10:45:42
เคยสังเกตตารางรอบที่โรงหนังโลตัสนครศรีธรรมราชอยู่บ่อยๆ เพราะชอบตามข่าวหนังใหญ่ที่เข้ามาตามจังหวัดเล็ก ๆ แบบนี้
จากประสบการณ์ของคนที่ตามรอบหนังในต่างจังหวัด โรงหนังในห้างโลตัสบางสาขาจะเป็นโรงขนาดเล็กที่เน้นรอบปกติ 2D แต่ก็มีบางแห่งที่ร่วมกับเครือใหญ่มาติดตั้งฮอลล์พิเศษหรือฉายหนัง 3D เป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะเวลามีหนังฟอร์มยักษ์เข้าฉาย เช่นหนังซูเปอร์ฮีโร่หรือแอนิเมชันโปรด อย่างไรก็ตาม หากเป็นระบบเสียงพิเศษแบบ 'Dolby Atmos' หรือฮอลล์ระดับไอแมกซ์ มักจะพบในเมืองใหญ่หรือห้างที่มีเครือโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่มากกว่าที่โลตัสขนาดกลางจะมี
วิธีแยกง่าย ๆ คือตรวจดูไอคอนหรือคำบรรยายรอบฉายบนเว็บไซต์ของโรงหนังหรือแอปจองตั๋ว: ถ้ามีคำว่า '3D' หรือมีไอคอนแว่น 3D แสดงว่ามีฉาย 3 มิติ ส่วนคำที่บ่งบอกระบบเสียงพิเศษมักเขียนว่า 'Dolby Atmos' หรือ 'DTS:X' ถ้าไม่เห็นข้อมูลชัดเจนก็โทรถามที่เคาน์เตอร์ก่อนออกจากบ้าน ในความเห็นส่วนตัว ถ้าอยากสัมผัสภาพและเสียงแบบเต็มอารมณ์ เลือกรอบที่ระบุชัดเจนดีกว่า แต่ถาเป็นหนังที่โฟกัสเรื่องราวมากกว่า อาจพอใจรอบปกติก็ได้
3 Answers2026-03-01 15:06:52
เคยไปดูหนังที่บิ๊กซีบ่อวินหลายครั้งแล้วและอยากเล่าให้ฟังแบบละเอียด ๆ ว่าราคาตั๋วกับโปรที่มักเจอเป็นอย่างไร
บรรยากาศทั่วไปที่เจอคือราคาตั๋วรอบปกติในวันธรรมดาจะอยู่ราว ๆ 100–150 บาทต่อที่นั่ง ส่วนวันเสาร์อาทิตย์หรือรอบไพร์มไทม์จะขยับไปประมาณ 150–220 บาท ขึ้นกับขนาดหน้าจอและถ้าหนังเป็นรอบ 3D หรือมีระบบภาพพิเศษจะบวกค่าจอเพิ่มอีก 50–100 บาท นอกจากนี้ที่นั่งพิเศษเช่นที่นั่งสบายพิเศษหรือคู่รักอาจมีราคาสูงกว่าปกติเล็กน้อย
ในแง่โปรโมชั่น โรงหนังในห้างมักมีโปรร่วมกับบิ๊กซีหรือบัตรสมาชิกของโรงหนัง เช่น ส่วนลดเมื่อซื้อของในห้างครบยอดหนึ่งแล้วแลกรับบัตรชมฟรีหรือส่วนลด บางช่วงมีโปรวันพิเศษของโรงภาพยนตร์ (เช่น วันอังคารลดราคา) รวมถึงคูปองจากแอปพลิเคชันห้างหรือบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ นอกจากนี้มักมีโปรโมชั่นป๊อปคอร์นกับเครื่องดื่มในราคาพิเศษเป็นเซ็ต ซึ่งคุ้มกว่าซื้อตัวเดียว ถ้าจะได้ราคาดีสุด ให้มองรอบเช้า/วันธรรมดาและเช็กราคาออนไลน์ก่อนจอง เพราะบางครั้งระบบจองออนไลน์ลดค่าธรรมเนียมหรือมีโค้ดเล็ก ๆ น้อย ๆ
สรุปแบบที่ฉันมักทำคือเล็งรอบวันธรรมดา ใช้บัตรสมาชิกหรือคูปองจากห้าง และจับเซ็ตขนม ถ้าอยากได้ที่นั่งดี ๆ แล้วไม่อยากเสี่ยงก็จองล่วงหน้า แต่ถ้าอยากประหยัดจริง ๆ เลือกรอบเช้าหรือเสาร์เช้าแล้วไปกินข้าวหลังดูแทน จะได้ความคุ้มค่าที่สุด
4 Answers2026-03-01 06:03:02
น่าแปลกใจที่รอบฉายของ 'โลตัสบ้านสวน' ไม่ได้ถูกจำกัดแค่ฟอร์แมตเดียวเสมอไป — ความจริงแล้วมีหลากหลายแบบขึ้นกับโรงหนังและเทศกาลที่จัด
ผมมักจะตามรอบพิเศษด้วยใจ เพราะบางครั้งมีการฉายแบบ 3D ในโรงภาพยนตร์ที่มีระบบฉายสามมิติเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะฉากที่มีงานออกแบบภาพลอยขึ้นมาจากสวนหรือฉากแฟนตาซีสวย ๆ จะได้มิติและความลึกที่ต่างออกไป ทั้งนี้ 3D มักถูกจัดเป็นรอบพิเศษและอาจมีจำนวนจำกัดในสาขาที่รองรับเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีรอบเสียงพิเศษอย่าง Dolby Atmos หรือรอบที่ฉายบนจอใหญ่พิเศษ (บางที่จะเขียนว่า IMAX หรือ ScreenX ในบางเทศกาล) ซึ่งให้ประสบการณ์แตกต่างจากรอบปกติจนรู้สึกเหมือนเข้าไปในโลกของหนังมากขึ้น ถ้าคุณชอบความรู้สึกครอบคลุมแบบใน 'Avatar' รอบพิเศษพวกนี้จะตอบโจทย์ได้ดีเลย — ส่วนตัวผมชอบรอบที่มีมิติภาพและเสียงพร้อมกัน เพราะฉากธรรมชาติของหนังยิ่งพากย์ให้ทรงพลังขึ้น