อ่านจบแล้วฉันต้องยอมรับว่าชื่อเรื่อง '
คุณนายฮั่วคือผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริง' มันไม่ได้โม้ — งานนี้มีทั้งความคมและความน่ากลัวในแบบที่ฉันชอบ นักเขียนจับจังหวะการเล่าเรื่องได้แปลกแต่ลงตัว เหมือนเอาเกมหมากล้อมมาผสมกับละครวังหลัง ผลลัพธ์คือฉากจิกกัดทางการเมืองที่อ่านได้เพลินและมีชั้นเชิง
ฉันชอบวิธีที่ตัวละครหลักถูกออกแบบให้มีมิติ ไม่ใช่คนดีสุดโต่งหรือร้ายจนเกินเหตุ คนรอบข้างทั้งศัตรูและพันธมิตรมีบทบาทมากกว่าการเป็นแค่ขุนพลหน้าเดียว บทสนทนามีความเป็นธรรมชาติและบางบรรทัดก็แฝงอารมณ์ขันแบบแสบๆ ที่ทำให้ฉากเคร่งเครียดไม่เครียดจนเกินไป ในบางตอนฉันนึกถึงกลิ่นอายของงานแนวการเมืองแบบ '
จอมเวทแห่งเงา' แต่ 'คุณนายฮั่วคือผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริง' เลือกจังหวะที่ชัดกว่าและไม่พะวงกับรายละเอียด
เวทมนตร์ ทำให้โฟกัสอยู่ที่การวางแผนและผลสะท้อนทางจิตใจ
จุดที่ทำให้ฉันติดใจก็คือการบาลานซ์ระหว่างข้อมูลเชิงวัฒนธรรมกับพล็อตเรื่อง — นักเขียนเล่าให้เราเข้าใจเกมอำนาจโดยไม่ยัดเยียดข้อมูลจนเป็นภาระ ฉาก
งานเลี้ยงหรือโต๊ะตัวแทนการตัดสินใจถูกเขียนจนเห็นภาพ ฉากแย่งชิงอำนาจที่ฉันชอบที่สุดคือฉากหนึ่งที่ 'ฮั่ว' ใช้คำพูดธรรมดาๆ พลิกเกมจนคนอ่านต้องหยุดแล้วขำในความเฉียบคม นอกจากนั้นสำนวนการแปล (ถ้าอ่านฉบับแปล) ก็อ่านลื่น ไม่สะดุดบ่อยๆ
ท้ายสุดถ้าถามว่าน่าอ่านไหม ฉันคิดว่าเหมาะกับคนที่ชอบนิยายเนื้อหาแนวจิตวิทยา-การเมืองที่มีฉากแอ็กชันความคิดเยอะๆ และคนที่ชอบตัวละครที่ฉลาดฉากเล็กๆ แต่เปี่ยมความหมาย เรื่องนี้ให้ความพึงพอใจเรื่องปมและการหักมุมได้ดี พออ่านจบแล้วมันทำให้ฉันอยากกลับไปอ่านบทสนทนาเดิมซ้ำอีกครั้งเพื่อเก็บสีหน้าและนัยให้ครบ — แบบนิยายที่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวหลังวางเล่มลง